กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สาม
มันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบ
นางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา
“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”
“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”
หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืน
เยว่ซีรับมาอย่างจำใจ
นางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการ
หลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน
“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”
“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”
“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”
เยว่ซีเงียบ
นางรอจริง ๆ
รอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือ
หลิงยวนวางกระบี่ของตนลง
“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”
เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้
“อีกครั้งเจ้าค่ะ”
“ครั้งสุดท้าย”
นางพยักหน้า
คราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้าน
หลิงยวนยกข้อมือรับ
กระบี่ไม้ของนางยังถูกกดลง แต่ไม่หลุดมือ
เยว่ซีรีบถอยออกมา
นางมองด้ามกระบี่ที่ยังอยู่ในมือ แล้วยิ้ม
“อย่างน้อยครั้งนี้ข้าไม่ต้องเดินไปเก็บ”
“พอแล้ว”
“ข้าเพิ่งทำได้เอง”
“จึงควรเก็บแรงไว้ทำพรุ่งนี้”
เขายื่นมือมารับกระบี่ไม้
เยว่ซีส่งให้โดยดี ก่อนถามขณะเดินออกจากลาน
“ตอนท่านเริ่มฝึก เคยถูกตีจนกระบี่หลุดเช่นนี้บ้างหรือไม่”
“เคย”
“กี่ครั้ง”
“จำไม่ได้”
นางหันมองทันที
หลิงยวนเดินต่ออย่างสงบ
“ครั้งที่เจ็บมือมักจำได้ดีกว่าครั้งที่ชนะ”
เยว่ซีขยับเข้าไปใกล้ จับมือข้างที่เขาว่างขึ้นพลิกดู
ฝ่ามือมีรอยด้านจากการถือกระบี่มานาน
นางลูบผ่านรอยหนึ่งเบา ๆ
หลิงยวนหยุดเดิน
“หาอะไร”
“หาหลักฐานว่าท่านเคยแพ้จริง”
“พบหรือไม่”
เยว่ซีส่ายหน้า
“มีแต่หลักฐานว่าท่านฝึกหนักกว่าข้ามาก”
เขาพลิกมือจับมือนางไว้
“เช่นนั้นวันนี้กลับไปนอนให้เร็วกว่าข้าเสียหน่อย”
นางหัวเราะ แล้วปล่อยให้เขาจูงออกจากลาน
⸻
เช้าวันรุ่งขึ้น ลมเหนือพัดธงริมลานประลองตึงจนได้ยินเสียงผ้าสะบัด
เยว่ซีหยุดมองมันก่อนขึ้นบันได
ลมธรรมชาติพัดจากขวามือของนางไปทางซ้าย
นางจำไว้
ผู้ดูแลตรวจอาวุธกับของที่นำขึ้นลาน กระบอกน้ำใบเล็กถูกเปิดให้ตรวจ ก่อนคืนให้นางพร้อมกระบี่
ฝั่งตรงข้าม ชายเสื้อเขียวกำลังรัดปลายแขนเสื้อ
เมื่อเห็นนาง เขาก็ยิ้มให้
“วันนี้ข้าคงต้องระวังเท้า”
เยว่ซีประสานมือคำนับ
“ข้าเองก็คงต้องระวังกระบี่”
“เจ้าดูเมื่อวานจนจบจริง ๆ”
เขาชักกระบี่ออกจากฝัก
คมบางกว่าของนางเล็กน้อย เหมาะกับการเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว
เยว่ซีเดินเข้าตำแหน่ง ก้มมองเถาไม้เตี้ยที่ขึ้นอยู่ตามขอบดินของลาน แล้วหันกลับมาจับตาคู่ต่อสู้
ข้างสนาม เสี่ยวถังเลือกยืนชิดแนวกั้น จ้าวเฉิงอยู่ถัดไป ส่วนเหยียนอวี้หนิงกอดอกพิงเสา ไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่มาถึง
หลิงยวนยืนอยู่ด้านที่เยว่ซีมองเห็นได้พอดี
นางสบตาเขาครั้งหนึ่ง
จากนั้นเสียงระฆังก็ดังขึ้น
ชายเสื้อเขียวเข้ามาก่อน!
⸻
ลมปะทะใบหน้าเร็วกว่าคมกระบี่
เยว่ซีเอียงตัวหลบแรงที่พุ่งเข้าหาอก แล้วยกกระบี่รับการแทงจากด้านข้าง
เคร้ง!
แรงกระแทกทำให้มือชา
นางถอยตามแรงหนึ่งก้าว แต่คู่ต่อสู้ก็เปลี่ยนทิศแล้ว
ชายเสื้อเขียวเลื่อนผ่านทางซ้ายอย่างรวดเร็ว กระบี่ตวัดเข้าหาข้อมือ
เยว่ซีกดข้อศอกลง รับด้วยช่วงโคนคม ก่อนหมุนตัวให้พ้นแนวโจมตี
ปลายผมสะบัดผ่านหน้า
อีกฝ่ายแยกออกไปโดยไม่ยื้อกระบี่กับนาง
เร็วจริง ๆ
เมื่อวานนางยืนดูอยู่ข้างลาน ยังพอไล่สายตาตามทัน
พออยู่ตรงหน้า ระยะเพียงก้าวเดียวกลับหายไปก่อนนางจะยกมือเสร็จ
เยว่ซีเปิดกระบอกน้ำ ส่งน้ำส่วนหนึ่งขึ้นมาขวางด้านข้าง
ลมพุ่งเข้าใส่ทันที
สายน้ำแตกเป็นฝอยกระเซ็นเต็มแขนเสื้อ
นางรีบถอนปราณน้ำ เตรียมเปลี่ยนเป็นปราณไม้
ชายเสื้อเขียวรออยู่แล้ว
เขาเข้าประชิดในช่วงที่น้ำตกลงพื้นพอดี
เยว่ซีต้องยกกระบี่รับติดกันสองครั้ง แรงกดบังคับให้ถอยออกจากเถาไม้ที่ตั้งใจจะใช้
คมกระบี่เฉือนผ่านแขนเสื้อ เกิดรอยขาดตรงเหนือข้อศอก
นางหลบได้ แต่ไม่พ้นทั้งหมด
เลือดซึมเป็นเส้นบาง
ชายเสื้อเขียวถอนกระบี่แล้วถอยออก
เขาไม่ได้ยิ้มอีก
เยว่ซีเองก็ไม่มีเวลามองแผล
อีกฝ่ายเห็นช่วงที่นางเปลี่ยนปราณชัดเจนกว่าที่คิด
หากยังพยายามสลับน้ำกับไม้ต่อหน้าเขา นางจะถูกต้อนจนไม่มีโอกาสทำสิ่งอื่น
นางปิดกระบอกน้ำ
แล้วปล่อยปราณไม้ลงสู่พื้น
⸻
เถาสองเส้นเลื้อยขึ้นตรงข้างตัวเยว่ซี
ชายเสื้อเขียวไม่รอให้มันยืดยาว เขาฟันกระบี่ส่งแรงลมตัดเฉียงลง
เถาเส้นแรกขาดทันที
เยว่ซีดึงอีกเส้นกลับต่ำ ตวัดเข้าหาขาของเขา
คู่ต่อสู้กระโดดข้าม ก่อนหมุนตัวส่งลมปัดปลายกระบี่นางออกจากแนว
เยว่ซีรีบก้าวหนี
คมของเขาผ่านหน้าอกไปเพียงเล็กน้อย
เสียงคนข้างลานดังขึ้นพร้อมกัน
นางลงเท้าใกล้เส้นขาวเกินไปแล้ว
ชายเสื้อเขียวรุกต่อทันที
เยว่ซีหันข้าง ใช้กระบี่กันคมที่แทงมา พร้อมดึงเถาไม้ตั้งขึ้นระหว่างทั้งสอง
อีกฝ่ายตัดมันขาดอีกครั้ง
เศษใบไม้ปลิวผ่านไหล่นาง
แต่คราวนี้เยว่ซีไม่ได้ถอยตรง
นางเลื่อนผ่านด้านข้างแนวเถาที่ถูกตัด วิ่งออกจากมุมแคบกลับเข้าสู่กลางลาน
ชายเสื้อเขียวหมุนตาม
แสงปราณไหวตรงปลายกระบี่
เยว่ซีย่อตัวทันที
แรงลมกวาดผ่านเหนือศีรษะ ตัดใบไม้ที่ยังลอยอยู่กระจายออกเป็นสองกลุ่ม
นางใช้กระบี่ค้ำพื้นเพียงชั่วครู่แล้วลุกขึ้น
ลมหายใจเริ่มแรง
คู่ต่อสู้ยังยืนมั่นคง
“เขาไม่ปล่อยให้นางตั้งเถาได้เลย” เสี่ยวถังพูดเบา ๆ
อวี้หนิงมองเศษเถาบนพื้น
“แต่เยว่ซีก็ยังไม่เลิกใช้”
จ้าวเฉิงไม่พูด
เขากำลังมองตำแหน่งที่เยว่ซีถอยผ่าน
นางวนกลับมาใกล้ที่เดิมเป็นครั้งที่สองแล้ว
⸻
เยว่ซียกกระบี่ขึ้น
ชายเสื้อเขียวมองเถาที่ขึ้นอยู่ต่ำ ๆ ข้างเท้านาง ก่อนเปลี่ยนเป็นส่งแรงลมจากระยะห่าง
เขาไม่จำเป็นต้องเข้ามาทุกครั้ง
ลมสายแรกปะทะกระบี่จนแขนนางสั่น
สายที่สองบีบให้ขยับหลบ
นางยกเถาขึ้นกัน เถาถูกตัดขาดอีกครั้ง แต่ช่วยเบี่ยงแรงลมออกจากไหล่ได้ส่วนหนึ่ง
ผู้ชมเริ่มเห็นว่าฝ่ายใดกำลังได้เปรียบ
เยว่ซีเสียแรงปลูกเถา
อีกฝ่ายเพียงเลือกตัดตรงส่วนที่ขวางทาง แล้วบังคับให้นางเคลื่อนตาม
นางรู้สึกถึงปราณที่ค่อย ๆ ลดลง
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อ คนที่ต้องหยุดก่อนย่อมเป็นนาง
เยว่ซีจึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไป
กระบี่แทงตรงไปยังแขนขวา
ชายเสื้อเขียวปัดออกแล้วถอย
หนึ่งก้าว
นางตามด้วยการฟันเฉียง
เขาถอยอีก
สองก้าว
เยว่ซีหยุดเท้า
กระบี่ที่ควรแทงตามครั้งที่สามเปลี่ยนเป็นตั้งรับข้างลำตัว
ชายเสื้อเขียวหมุนสวนเข้ามาพอดี!
เสียงโลหะกระแทกกันดังลั่น
เยว่ซีรับได้ แต่แรงลมที่ส่งตามคมมาทำให้แขนเกือบพับ นางรีบก้าวตามแรงแทนการฝืนต้าน
ทั้งสองหมุนผ่านกัน
ชายเสื้อเขียวถอนกระบี่กลับอย่างรวดเร็ว
ปลายคมเกี่ยวผ่านเถาต่ำเส้นหนึ่งที่เยว่ซีเคยทิ้งไว้
เขาฟันตัดมันโดยแทบไม่ต้องมอง
เถาขาด
แต่เยว่ซีเห็นแล้ว
ตอนเปลี่ยนจากรุกเป็นถอน เขาจะลดปลายกระบี่ลงต่ำเพื่อหมุนกลับเข้าด้านใน
นางต้องการเพียงจังหวะนั้น
⸻
ชายเสื้อเขียวเริ่มระวังพื้นมากขึ้น
เถาที่ถูกตัดไม่ได้หายไปทั้งหมด ส่วนที่ยังติดรากเหลือเป็นแนวสั้นบ้างยาวบ้างตามทางที่ทั้งสองเคลื่อนผ่าน
เขาไม่ลงเท้าใกล้มันอีก
เยว่ซีจึงไม่ไล่พันข้อเท้า
นางใช้ปราณดึงเถาสองเส้นมาขวางทางระดับเอว
ชายเสื้อเขียวส่งลมตัด
เถาขาดตามคาด
เยว่ซีใช้จังหวะที่ใบไม้กระจายเข้าประชิด แทงกระบี่ตรงไปยังหัวไหล่
อีกฝ่ายยกกระบี่รับแล้วสวนกลับ
นางถูกบีบให้ถอย
หนึ่งก้าว
สองก้าว
ส้นเท้าชนเศษเถาของตนเอง
เยว่ซีเสียหลักเล็กน้อย
ชายเสื้อเขียวเห็นช่อง กระบี่ของเขาพุ่งเข้ามาทันที!
นางบิดตัวหลบสุดแรง ปลายคมกรีดชายเสื้อข้างเอว ก่อนนางจะใช้กระบี่ดันอาวุธเขาออกด้านข้าง
แรงปะทะทำให้ทั้งสองห่างกันไม่ถึงช่วงแขน
เยว่ซีได้ยินลมหายใจของเขา
ชายเสื้อเขียวเริ่มถอนกระบี่
นางไม่ยอมให้ถอนง่าย ๆ
เยว่ซีก้าวตาม กดกระบี่ตนไล่คมของเขาลงต่ำ บังคับให้ปลายอาวุธผ่านแนวเถาสั้นที่อยู่ข้างพื้น
เขาพลิกข้อมือจะฟันตัด
เถาสองเส้นกลับขยับจากคนละด้าน!
เส้นหนึ่งถูกคมตัดขาด
อีกเส้นเลื้อยเกี่ยวกระบังมือกระบี่ของเขา แล้วพันกลับเข้าหาราก
แขนของชายเสื้อเขียวสะดุดเพียงเสี้ยวอึดใจ
เยว่ซีแทงสวนทันที
เขาปล่อยมือจากกระบี่โดยไม่ลังเล!
แรงลมระเบิดออกจากฝ่ามือ ผลักเยว่ซีถอยไปสองก้าว ขณะเดียวกันเขาก็หมุนหลบปลายคมไปได้
เสียงผู้ชมดังลั่น
กระบี่ของชายเสื้อเขียวค้างอยู่ในวงเถา
แต่เขายังไม่แพ้
⸻
ลมสายต่อมาพุ่งลงตรงโคนเถา
เยว่ซีต้องเลือกระหว่างเก็บอาวุธอีกฝ่ายไว้กับป้องกันตัวเอง
นางปล่อยกระบี่เขาทันที แล้วดึงเถาขึ้นขวางแรงลมที่พุ่งตามมา
เส้นไม้แตกกระจาย
ชายเสื้อเขียวพุ่งเข้าหาอาวุธของตน
เยว่ซีเองก็เคลื่อนพร้อมกัน
นางไม่ได้วิ่งไล่เขา
นางเข้าขวางทางกระบี่
ปลายคมของนางกดลงบนใบกระบี่ที่ตกอยู่กับพื้น ก่อนใช้เท้าเขี่ยมันออกไปด้านข้าง
ชายเสื้อเขียวต้องเปลี่ยนทิศ
มือซ้ายเขายกขึ้น ลมพุ่งเข้าหาลำตัวนางอีกครั้ง
เยว่ซีย่อตัวรับแรงด้วยไหล่ที่เอียงหลบ กระบี่ในมือยกขวางหน้าอก
นางยังถูกผลักจนรองเท้าครูดพื้น
แต่ครั้งนี้ส้นเท้าไม่ได้ลอยหลุด
เถาสั้นเส้นหนึ่งขดอยู่ด้านหลังรองเท้า ยึดกับรากใต้ดิน ช่วยให้นางหยุดไถลได้ก่อนออกจากระยะโจมตี
ชายเสื้อเขียวชะงัก
เยว่ซีใช้แรงส่งจากขาหลังพุ่งกลับไป
กระบี่แรกของนางบังคับให้เขาถอนมือจากการเรียกลม
กระบี่ถัดมาตัดทางไปหาอาวุธ
ชายหนุ่มหลบได้ทั้งสองครั้ง แต่หลังเท้าของเขาเข้าใกล้เส้นขาวแล้ว
เขาเหลือบมองพื้นเพียงนิดเดียว
เยว่ซีไม่รอให้เขาเลือกทางใหม่
นางแทงตรง พร้อมส่งเถาเส้นสุดท้ายขึ้นขวางด้านข้าง
ชายเสื้อเขียวจะกระโดดข้ามก็เสี่ยงถูกคมที่รออยู่
จะถอยก็ออกนอกลาน
เขาจึงยกฝ่ามือขึ้น ส่งลมปะทะกระบี่ของนางเต็มแรง
เยว่ซีรู้สึกเหมือนแขนทั้งข้างถูกผลักย้อน
นางไม่ฝืน
ข้อมือคลาย ปล่อยปลายกระบี่เบนตามลม ก่อนก้าวหมุนเข้าด้านนอกแขนเขา
คมกระบี่เลื่อนผ่านไหล่
แล้วหยุดข้างลำคอ
เสื้อเขียวสะบัดตามแรงลมที่ยังไม่ทันสลาย
“หยุด!”
เสียงผู้ตัดสินดังขึ้น
เยว่ซีค้างอยู่ในท่านั้น หอบจนหน้าอกร้อนผ่าว
ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย
แต่ยังอยู่ในตำแหน่งที่นางตั้งใจ
ชายเสื้อเขียวค่อย ๆ ลดมือลง
“ข้ายอมแพ้”
⸻
เสียงประกาศชื่อหลินเยว่ซีดังไปทั่วลาน
นางถอนกระบี่ทันที ก่อนถอยออกหนึ่งก้าว
เขามองเถาที่ขดอยู่หลังรองเท้านาง แล้วมองกระบี่ของตนซึ่งตกอยู่ห่างไป
“ข้านึกว่าเจ้าจะพันขาข้าอีก”
เยว่ซีผ่อนลมหายใจ
“ท่านระวังอยู่แล้ว ข้าคงจับไม่ทัน”
“จึงเปลี่ยนมาจับกระบี่”
นางพยักหน้า
ชายผู้นั้นเดินไปเก็บอาวุธ เมื่อกลับมา เขาก็หัวเราะเบา ๆ
“ข้าบอกเจ้าเองว่าเวลาเปลี่ยนปราณ เจ้าจะเหลือเพียงกระบี่ แต่พอกระบี่หลุดมือ ข้ากลับเป็นฝ่ายที่เหลือแต่ปราณ”
เขาประสานมือคำนับ
“วันนี้ข้าได้บทเรียนแล้ว”
เยว่ซีคำนับตอบ
ตอนก้มลง นางเพิ่งรู้ว่าขาทั้งสองข้างล้าเพียงใด
ชายเสื้อเขียวมองแขนที่มีเลือดซึมของนาง
“แผลลึกหรือไม่”
เยว่ซีลองขยับข้อศอก
“คงถูกอาจารย์ฉินดุได้ไม่เกินหนึ่งประโยค”
เขาหลุดหัวเราะ
นางเองก็ยิ้ม ก่อนเดินลงจากลาน
คราวนี้นางไม่ต้องมองหาว่าเพื่อนอยู่ที่ใด
เสียงเสี่ยวถังดังมาถึงก่อนแล้ว
⸻
“เจ้าจับกระบี่เขาได้จริง ๆ!”
เสี่ยวถังยกมือทั้งสองขึ้น เยว่ซีจึงแตะฝ่ามือเพื่อนเบา ๆ โดยไม่ยกแขนข้างเจ็บสูงนัก
จ้าวเฉิงรับกระบี่ไปช่วยถือ
“เมื่อครู่เจ้าทำให้ข้าเกือบลุกไปเก็บกระบี่เขาให้”
“เจ้าจะช่วยฝ่ายใดกันแน่”
“ข้าเคยเสียกระบี่ จึงสงสารเป็นพิเศษ”
อวี้หนิงมองรอยเลือดเหนือข้อศอก
“ชนะแล้วก็ไปทำแผล อย่ายืนเล่าจนเลือดแห้งติดเสื้อ”
เยว่ซีหันไปหาหลิงยวน
เขายืนรออยู่ใกล้ ๆ มือข้างหนึ่งถือฝักกระบี่ของนาง
นางเดินไปหยุดตรงหน้า แล้วยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้น
หลิงยวนมองอย่างสงสัย
“อะไร”
“เสี่ยวถังยังรู้เลย”
เขาเหลือบมองเพื่อนของนาง ก่อนยกมือขึ้นแตะฝ่ามือเยว่ซี
เสียงเบากว่าตอนประลองมาก
แต่รอยยิ้มของนางกลับกว้างกว่าเดิม
จ้าวเฉิงหันหน้าหนีไปหัวเราะ
“วันหน้าพวกเราคงได้เห็นศิษย์พี่กระโดดเชียร์ข้างลาน”
หลิงยวนรับกระบี่คืนจากเขา
“แขนเจ้าหายดีแล้วหรือ”
“ยังขอรับ ข้ายังต้องพักอีกมาก”
เยว่ซีหัวเราะจนแผลที่แขนตึงขึ้น
นางรีบหยุด ก่อนถูกเสิ่นซูเหอซึ่งเดินมาถึงพอดีจับพาไปทำแผล
⸻
บนศาลารับรอง ชายชุดม่วงปิดสมุดที่ผู้ติดตามส่งให้
“ยังเห็นเพียงสองสายเหมือนเดิมขอรับ” ผู้ติดตามรายงาน
ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบทันที
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เถาขาดบนลาน
หญิงสาวใช้พลังไม่มากพอจะกดคู่ต่อสู้ให้แพ้ตรง ๆ แต่ใช้สิ่งที่เหลือจากการโจมตีครั้งก่อนกลับมาสร้างโอกาสครั้งใหม่ได้
นางกำลังเรียนรู้เร็วขึ้น
แขกสูงวัยซึ่งนั่งอยู่โต๊ะข้างกันเอ่ยขึ้น
“เด็กสกุลหลินผู้นี้แก้สถานการณ์เก่งนัก”
ชายชุดม่วงยิ้มรับ
“ผู้สอนก็คงทุ่มเทไม่น้อย”
“ผู้สอนดีเพียงใด หากคนขึ้นลานคิดเองไม่ได้ ก็จบตั้งแต่กระบี่แรกแล้ว”
แขกสูงวัยหัวเราะ ก่อนหันกลับไปดูคู่ถัดไป
ชายชุดม่วงลูบขอบสมุดช้า ๆ
เมื่อผู้ติดตามก้มลง เขาจึงกล่าวเสียงเบา
“บันทึกวิธีที่นางใช้ไว้ด้วย อย่าจดเพียงว่ามีพลังอะไร”
⸻
เยว่ซีออกจากเรือนรักษาพร้อมผ้าพันแขนบาง ๆ
แผลไม่ลึก แต่วันนี้เสิ่นซูเหอห้ามนางลองกระบี่เพิ่ม
นางกำลังจะบอกหลิงยวนว่าตนไม่ได้คิดฝึกต่ออยู่แล้ว เมื่อศิษย์หอวินัยคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ศิษย์พี่โม่ เจ้าสำนักให้เชิญไปห้องสอบสวนขอรับ”
หลิงยวนรับกระดาษที่อีกฝ่ายส่งมา
เยว่ซีเห็นรอยหมึกเป็นภาพมือข้างหนึ่ง
นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง
“เรื่องเถียนลู่หรือเจ้าคะ”
หลิงยวนพยักหน้า
“เผยเหวินซูระบุตัวคนได้แล้ว รายละเอียดบางส่วนตรงกับคำให้การที่เขาให้ไว้ก่อนหน้านี้”
เยว่ซีมองกระดาษอีกครั้ง
“คนผู้นั้นยังทำงานให้พวกที่เหลือของเซี่ยจิ้งเหิงอยู่หรือ”
“กำลังตรวจ”
หลิงยวนพับกระดาษ
“เจ้าไปกินข้าวกับยายก่อน ข้าจะตามไปเมื่อเสร็จ”
นางพยักหน้า ไม่รั้งเขาไว้
แต่ก่อนหลิงยวนจะเดินออกไป ศิษย์หอวินัยก็กล่าวเพิ่ม
“เผยเหวินซูขอให้รีบตรวจโรงยาที่เถียนลู่บอกด้วยขอรับ เขาว่าคนผู้นั้นไม่เคยแจกยาเพียงอย่างเดียว”
หลิงยวนหยุด
“เขาทำอะไรอีก”
“ทุกครั้งที่ส่งยา เขาจะจดว่าผู้รับทนได้กี่วัน”
เยว่ซีรู้สึกเย็นขึ้นมาตามหลัง
ชายที่นอนอยู่ในเรือนรักษาเกือบถูกสิ่งในร่างฆ่าตายตอนถูกจับ
หากมีคนกำลังนับวันอยู่ก่อนแล้ว—
นางมองหลิงยวน
เขาหันไปสั่งศิษย์ทันที
“แจ้งคนที่ไปโรงยาให้ค้นหาผู้ป่วยที่ถูกย้ายออกก่อน อย่ารอพบคนแจกยา”
เสียงรับคำดังขึ้น
หลิงยวนเดินเร็วไปตามระเบียง
เยว่ซียืนอยู่ใต้ชายคา ฟังเสียงระฆังจากลานประลองดังมาอีกครั้ง
เมื่อครู่ทุกคนยังนับกันว่านางรับได้กี่กระบี่ก่อนจะชนะ
แต่อีกแห่งหนึ่ง มีคนกำลังนับว่าผู้ที่กลืนยาลงไปจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน