หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

แชร์

บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 13:02:37

“เจ็บหรือไม่”

อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง

“ไม่ขอรับ”

“ออกแรงต้านมือข้า”

จ้าวเฉิงทำตาม

คราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้

“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”

จ้าวเฉิงรับป้ายมา

“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”

อาจารย์ฉินเก็บสมุด

“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”

“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”

เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจ

หลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา

“ทันคู่ที่สามแน่นอน”

จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่

เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน

“กินก่อน”

“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”

“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”

เขาคว้าห่อไว้ทันที

“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”

เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้าง

เมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้ว

สายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่

“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”

จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำตามโดยไม่ถาม

กระบี่ออกจากฝักอย่างคล่องแคล่ว ทว่าตอนพลิกข้อมือกลับ ปลายคมเบนไปเล็กน้อยจนเขาต้องปรับมืออีกครั้ง

หลิงยวนเห็น แต่ไม่ได้ขอให้ทำซ้ำ

“วันนี้อย่าใช้ระยะที่ต้องอาศัยมือเร็วเท่าเดิม”

จ้าวเฉิงก้มมองด้ามกระบี่

“ข้าคิดไว้แล้วขอรับ”

“เช่นนั้นเชื่อตามที่เจ้าคิด อย่าเปลี่ยนเพียงเพราะเห็นช่องที่เคยเข้าได้”

คำเตือนนั้นทำให้ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนเขาจะยกห่ออาหารขึ้นกัด

“ศิษย์พี่กล่าวเช่นนี้ ข้าคงอ้างภายหลังไม่ได้แล้วว่าลืมคิด”

หลิงยวนมองเขา

“เจ้าจะขึ้นลาน ไม่ได้ขึ้นไปหาข้ออ้าง”

จ้าวเฉิงกลืนอาหารแล้วพยักหน้า

คราวนี้ไม่มีคำล้อตามมา

⸻

คู่ต่อสู้ของจ้าวเฉิงมาถึงก่อนเขา

ชายหนุ่มในชุดสีครามยืนอยู่ข้างบันไดลานประลอง กระบี่ฝักเรียบห้อยตรงเอว เมื่อเห็นจ้าวเฉิง เขาก็ก้าวออกมาจากกลุ่มศิษย์ร่วมสำนัก

“นึกว่าจะไม่ได้พบเจ้าเสียแล้ว”

จ้าวเฉิงมองมืออีกฝ่าย

ตรงโคนนิ้วมีรอยด้านหนาขึ้นกว่าปีก่อนมาก

“ข้าเองก็เกือบคิดเช่นนั้น”

ชายชุดครามเหลือบมองแขนที่เพิ่งหายของเขา

“ตรวจผ่านแล้ว?”

จ้าวเฉิงยกป้ายให้ดู

“เจ้าคงไม่คิดจะอ่อนข้อ”

“ข้ารอโอกาสแก้มือมาตั้งปี”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าจ้าวเฉิง

“ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเสียแรงโกรธเจ้า”

อีกฝ่ายหัวเราะ ก่อนกลับไปตรวจสายรัดข้อมือของตน

เยว่ซีมองตามแล้วถามเบา ๆ

“เขารอมาทั้งปีจริงหรือ”

“ครั้งก่อนข้าชนะเขาในกระบี่สุดท้าย” จ้าวเฉิงตอบ “ตอนลงจากลานยังหัวเราะใส่เขาอีก”

“เจ้าพูดว่าอะไร”

เขาเงียบไปนิดหนึ่ง

เสี่ยวถังหรี่ตา

“คงไม่น่าฟังนัก”

“ข้าบอกว่า หากเขาขยับเร็วขึ้นอีกนิด ข้าอาจต้องคิดมากกว่านี้”

เยว่ซีมองเขาอย่างหมดคำพูด

จ้าวเฉิงยกมือแตะปลายจมูก

“ข้าในปีก่อนพูดมากไปหน่อย”

“ปีนี้ก็ยังไม่ต่างกัน”

เขาหัวเราะ แต่เมื่อเสียงประกาศเรียกผู้ประลองดังขึ้น รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางลง

จ้าวเฉิงส่งฝักกระบี่ให้เสี่ยวถัง แล้วหันไปหาเยว่ซี

“หากข้าชนะ อย่าลืมชมให้ดังหน่อย”

นางสบตาเขา

“เจ้าตั้งใจสู้ก่อนเถิด”

เขาพยักหน้า แล้วก้าวขึ้นบันไดไป

⸻

ผู้ตัดสินตรวจอาวุธทั้งสองฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย

จ้าวเฉิงยืนตรงตำแหน่ง มองคู่ต่อสู้ซึ่งลดปลายกระบี่ลงข้างเข่า

ท่าตั้งต้นเปลี่ยนไปแล้ว

ปีก่อนชายผู้นี้ชอบยกคมสูง เปิดช่วงเอวไว้ให้ล่อโจมตี แต่วันนี้ข้อศอกกลับแนบลำตัว เท้าหน้าเบาจนพร้อมเปลี่ยนทิศได้ทุกเมื่อ

จ้าวเฉิงขยับนิ้วบนด้ามกระบี่

เสียงระฆังดังขึ้น

ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน!

กระบี่แรกของจ้าวเฉิงแทงตรงไปยังหัวไหล่ คู่ต่อสู้ปัดออกแล้วสวนเข้าหาช่วงเอว เขาถอยเท้าหนี ก่อนตวัดคมกลับจากด้านล่าง

เสียงกระบี่กระทบกันดังติดกันสามครั้ง

ชายชุดครามถอยหนึ่งก้าว

จ้าวเฉิงไม่ตาม

เขาหมุนกระบี่กลับมาตั้งรับ รักษาระยะห่างไว้มากกว่าที่เคยใช้

คู่ต่อสู้มองออกทันที

อีกฝ่ายก้าวเข้ามา ฟันกดจากด้านบนแล้วเปลี่ยนเป็นแทงสั้น บังคับให้จ้าวเฉิงรับติดกันโดยไม่มีเวลาคืนแขนเต็มระยะ

จ้าวเฉิงเลื่อนเท้าเฉียงออก

ปลายกระบี่ของเขาครูดผ่านแขนเสื้อสีคราม

ผ้าขาดเป็นรอยยาว แต่ยังไม่ถึงเนื้อ

เสียงฮือดังขึ้นรอบลาน

“เกือบแล้ว!” เสี่ยวถังเผลอพูด

เยว่ซีไม่ได้ตอบ

นางเห็นจ้าวเฉิงเปลี่ยนตำแหน่งมือบนด้ามกระบี่ทันทีที่แยกออกมา

เขาไม่ได้เจ็บ

แต่แรงที่คิดว่าจะส่งถึงปลายคมกลับไปไม่ครบ

บนลาน ชายชุดครามไม่ก้มมองรอยขาดด้วยซ้ำ เขาพุ่งเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้ฟันสั้นลงกว่าเดิม ติดตามจ้าวเฉิงทุกครั้งที่อีกฝ่ายถอย

จ้าวเฉิงรับกระบี่หนึ่ง ปัดอีกหนึ่ง ก่อนย่อเข่าหลบคมที่กวาดผ่านระดับอก

เขาเห็นช่องใต้แขน

ช่องเดียวกับที่เคยใช้เอาชนะเมื่อปีก่อน

ข้อมือขยับไปก่อนความคิด

กระบี่แทงสวนออกทันที!

ทว่าคู่ต่อสู้ถอนศอกกลับเร็วกว่าครั้งนั้น

เคร้ง!

แรงปัดกระแทกด้านข้างกระบี่จนแขนจ้าวเฉิงเปิดออก ปลายคมสีเงินพุ่งเข้าหาอกเขา

เยว่ซีลุกขึ้นครึ่งตัว

จ้าวเฉิงบิดไหล่หลบพร้อมถีบเท้าถอย

ชายเสื้อด้านหน้าถูกกรีดขาด

เขาหลุดออกจากระยะได้อย่างเฉียดฉิว

เสียงผู้ชมดังขึ้นอีกครั้ง แต่จ้าวเฉิงแทบไม่ได้ยิน

คำเตือนของหลิงยวนกลับมาชัดเจน

อย่าเปลี่ยนเพียงเพราะเห็นช่องที่เคยเข้าได้

เขาผ่อนลมหายใจยาว

คู่ต่อสู้ยกกระบี่ขึ้น

“ครั้งนี้เจ้าเข้าช้า”

จ้าวเฉิงกระชับด้าม

“เช่นนั้นข้าคงต้องเปลี่ยนวิธี”

⸻

กระบี่ต่อมาของจ้าวเฉิงหนักขึ้น

เขาเลิกไล่แทงผ่านช่องเล็ก เปลี่ยนเป็นก้าวเท้าส่งแรงไปพร้อมคม บังคับให้ชายชุดครามยกกระบี่รับเต็มมือ

เสียงกระแทกดังจนผู้ชมแถวหน้าได้ยินชัด

คู่ต่อสู้ถอย

จ้าวเฉิงตามเพียงครึ่งก้าว แล้วหยุด

คมกระบี่สวนผ่านด้านหน้าเขาไปโดยไม่ถึงตัว

ทันทีที่อีกฝ่ายฟันพลาด จ้าวเฉิงจึงเข้าโจมตี

ปลายกระบี่พุ่งเฉียงไปยังไหล่ขวา ก่อนลดลงตัดทางถอย

ชายชุดครามต้องหมุนตัวหนี

จ้าวเฉิงได้กลางลานคืนมาแล้ว

เสี่ยวถังจับแขนเยว่ซีแน่น

คราวนี้นางไม่พูด กลัวแม้แต่เสียงของตนจะทำให้คนบนลานเสียจังหวะ

จ้าวเฉิงรุกต่ออีกสามกระบี่

คู่ต่อสู้รับได้ทั้งหมด แต่ถอยจนเหลือระยะไม่มากก่อนถึงเส้นขาว

เหงื่อไหลลงข้างขมับของจ้าวเฉิง

ช่วงแขนเริ่มหนัก

หลายวันที่เขานั่งดูคนอื่นฝึก ไม่มีสิ่งใดทดแทนแรงที่ต้องใช้เมื่อต่อสู้อย่างต่อเนื่องได้

เขาจึงต้องจบก่อนจะหมดแรง

จ้าวเฉิงฟันลงจากด้านขวา บีบให้อีกฝ่ายรับสูง แล้วก้าวเข้าทางซ้ายเพื่อโจมตีช่วงเอว

ชายชุดครามถอยตาม

อีกเพียงก้าวเดียวจะออกนอกลาน

จ้าวเฉิงเร่งเท้า

แต่ทันใดนั้น คู่ต่อสู้กลับหยุดถอย

ปลายเท้าที่ควรเลื่อนหนีปักลงกับพื้น กระบี่ซึ่งยกตั้งรับพลิกเอียง ปล่อยให้แรงฟันของจ้าวเฉิงไหลผ่านข้างตัว

ชายชุดครามหมุนออกด้านนอก

จ้าวเฉิงรู้ทันทีว่าตนถูกล่อ

เขาดึงกระบี่กลับพร้อมหมุนตาม

มือช้าไปเพียงนิดเดียว

คมของอีกฝ่ายผ่านแนวป้องกันมาแล้ว!

จ้าวเฉิงยอมทิ้งกระบี่ให้ต่ำลง ใช้แรงทั้งแขนยกโคนคมรับการโจมตี ก่อนกระแทกไหล่เข้าหาคู่ต่อสู้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายแทงต่อได้ถนัด

ทั้งสองแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว

ปลายรองเท้าของจ้าวเฉิงหยุดห่างเส้นขาวไม่ถึงคืบ

เขากลับเป็นฝ่ายถูกต้อนเสียเอง

ชายชุดครามไม่ได้รีบปิดฉาก

อีกฝ่ายเดินเข้ามาทีละก้าว ปลายกระบี่นิ่งอยู่ระดับอก

จ้าวเฉิงมองพื้นที่ข้างตัว

ทางซ้ายแคบเกินไป

ทางขวายังออกได้ แต่ต้องผ่านคมที่รออยู่

เขายกกระบี่ขึ้น ก่อนพุ่งตรงไปด้านหน้า

เสียงผู้ชมดังลั่น

ชายชุดครามฟันขวาง จ้าวเฉิงลดตัวหลบแล้วแทงสวนจากมุมต่ำ

ครั้งนี้ปลายคมของเขาเข้าถึงเสื้ออีกฝ่ายก่อน

เขาเห็นผ้าขยับ

อีกนิดเดียว—

แต่แขนที่ยกต่อเนื่องมานานกลับเหยียดช้ากว่าจังหวะเท้า

คู่ต่อสู้เบี่ยงอกหนีได้ทัน พร้อมใช้กระบี่กดคมของเขาลง

จ้าวเฉิงพยายามถอนมือ

แรงหมดตรงนั้นพอดี

กระบี่ของชายชุดครามเลื่อนขึ้น หยุดอยู่หน้าอกเขาอย่างมั่นคง

“หยุด!”

เสียงผู้ตัดสินตัดผ่านเสียงรอบลาน

จ้าวเฉิงนิ่งค้าง

ปลายกระบี่ของตนยังห่างเอวคู่ต่อสู้ไม่ถึงฝ่ามือ

แต่เขาไปต่อไม่ได้แล้ว

⸻

เมื่อผู้ตัดสินประกาศผล จ้าวเฉิงจึงค่อยลดแขนลง

ชายชุดครามถอนกระบี่ทันที

“แขนเจ้าเป็นอย่างไร”

จ้าวเฉิงลองกำมือ

ไม่มีความเจ็บแปลบ

มีเพียงอาการล้าและเหงื่อเต็มฝ่ามือ

“ยังอยู่ครบ”

อีกฝ่ายมองเขาครู่หนึ่ง

“หากเจ้าฝึกมาเต็มที่—”

“วันนี้เจ้าชนะ”

จ้าวเฉิงเงยหน้าขึ้น

คำพูดนั้นฝืดอยู่ในคอเล็กน้อย แต่เขาพูดจนจบ

“กระบี่ที่ล่อข้าไปริมลาน ข้าไม่เคยเห็นเจ้าทำมาก่อน”

ชายชุดครามพยักหน้า

“ข้าฝึกไว้รับคนที่ชอบบอกให้ข้าเร็วขึ้นอีกนิด”

จ้าวเฉิงชะงัก

แล้วหัวเราะออกมาทั้งที่ยังหอบ

“เช่นนั้นปากข้าคงมีส่วนช่วยเจ้าไม่น้อย”

“มากทีเดียว”

ทั้งสองประสานมือคำนับ

ตอนเดินลงจากลาน จ้าวเฉิงได้ยินเสียงปรบมือ แต่เขายังไม่อยากเงยหน้าไปมองใคร

เขาจำการโจมตีสุดท้ายได้ทุกส่วน

รู้ว่าควรวางเท้าตรงไหน ควรหมุนข้อมืออย่างไร และควรถอนกระบี่เมื่อใด

ร่างกายของเขากลับตามไม่ทัน

นั่นทำให้ความพ่ายแพ้ครั้งนี้กลืนยากกว่าที่คิด

⸻

เยว่ซียืนรออยู่ตรงบันได

นางไม่ได้รีบพูด

เสี่ยวถังส่งฝักให้เขา ส่วนหลิงยวนรับกระบี่ไปตรวจรอยบิ่นก่อนคืนมา

จ้าวเฉิงเก็บกระบี่เข้าฝัก

“เหตุใดเงียบกันหมด ข้าเพียงแพ้ มิได้ถูกไล่ออกจากสำนัก”

เสี่ยวถังอ้าปาก แต่เยว่ซีพูดก่อน

“เพราะข้าเสียดาย”

เขาหันมองนาง

“กระบี่สุดท้าย ข้านึกว่าเจ้าจะถึงก่อน”

จ้าวเฉิงก้มมองมือของตน แล้วหัวเราะเบา ๆ

“ข้าก็นึกเช่นนั้น”

ไม่มีใครบอกว่าไม่เป็นไร

มันเป็น

เขาอยากชนะ เตรียมใจมาสู้ และยังเสียดายโอกาสที่พลาดไป

เยว่ซียื่นกระบอกน้ำให้

จ้าวเฉิงรับมาดื่มหลายอึก ก่อนหันไปหาหลิงยวน

“ข้าทำตามที่ศิษย์พี่เตือนไม่ได้ทั้งหมด”

“เจ้าปรับได้หลังพลาดครั้งแรก”

“แต่สุดท้ายก็แพ้”

“ใช่”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาเงยหน้า

หลิงยวนกล่าวต่อ

“เขาฝึกจนรับกระบี่ที่เคยแพ้ได้ ส่วนเจ้าต้องเรียกจังหวะของตนกลับมา วันนี้เห็นชัดแล้วว่าต้องฝึกตรงไหน”

จ้าวเฉิงมองลานที่ผู้ประลองคู่ถัดไปกำลังขึ้นไปยืน

สักพักจึงพยักหน้า

“หลังจบงาน ข้าจะขอประลองกับเขาใหม่”

“รอให้ฝึกได้เต็มที่ก่อน”

“คราวนี้ข้าจะไม่พูดล่วงหน้าว่าชนะง่าย”

เสี่ยวถังถอนหายใจ

“ในที่สุดก็มีประโยชน์อยู่บ้าง”

จ้าวเฉิงหันไปมองทันที

นางยกฝักกระบี่ของตนบังรอยยิ้ม

เยว่ซีหัวเราะออกมาเป็นคนแรก

เสียงนั้นทำให้จ้าวเฉิงคลายมือจากกระบอกน้ำทีละนิ้ว

อย่างน้อยตอนลงจากลาน เขาก็ยังมีที่ให้นั่งข้างคนกลุ่มนี้

⸻

อาจารย์ฉินตรวจแขนซ้ำแล้วให้พักจากการใช้กระบี่ในวันนี้

เมื่อกลับมาถึงที่นั่ง จ้าวเฉิงพบว่ากระบอกน้ำของเยว่ซีอยู่บนม้านั่งข้างตัว ขณะที่นางกำลังยื่นมือให้หลิงยวนดูรอยแดงบนฝ่ามือ

“ข้ากำมือแรงไปหน่อย”

“ตอนเขาเกือบออกนอกลาน?”

นางพยักหน้า

จ้าวเฉิงได้ยินชัด

เขาก้มเปิดฝากระบอกน้ำ แล้วปิดกลับโดยยังไม่ได้ดื่ม

นางลุ้นให้เขาจริง ๆ

เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขาดีใจได้มากจนน่าตำหนิตนเอง

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นหลิงยวนใช้นิ้วคลายมือนางอย่างเบามือ และเยว่ซีปล่อยให้เขาทำอย่างคุ้นเคย

จ้าวเฉิงขยับตัวไปนั่งอีกด้าน ให้ที่ว่างข้างนางเหลือพอสำหรับคนที่นางรอ

ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดิม

“เยว่ซี ข้ามีเรื่องขอ”

นางหันมา

“เรื่องใด”

“วันหน้าหากมีผู้ใดถาม ข้าแพ้หลังสู้ไปนานมาก”

เสี่ยวถังขมวดคิ้ว

“ก็สู้ไปนานจริง ๆ”

“แต่ขอให้เล่านานกว่านั้นอีกหน่อย”

เยว่ซีพยายามกลั้นยิ้ม

“จะให้ข้าเล่าว่าเจ้าสู้ตั้งแต่เช้าจนมืดหรือ”

“ไม่ต้องถึงเพียงนั้น ประเดี๋ยวคนฟังหิวตาม”

หลิงยวนส่งกระบอกน้ำคืนให้เยว่ซีแล้วนั่งลง

“ถ้าเจ้ามีแรงเล่าเองมากถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ต้องรบกวนนาง”

จ้าวเฉิงถอนหายใจ

“ศิษย์พี่ไม่เปิดโอกาสให้คนแพ้เลย”

คราวนี้แม้แต่หลิงยวนก็มีรอยยิ้ม

⸻

เสียงเรียกผู้ประลองจากลานอาคมดังขึ้นขณะทุกคนกำลังลุกไปหาอาหาร

เสี่ยวถังหยุดทันที

ชื่อของนางอยู่ในคู่ถัดไป

เยว่ซีรับห่อสัมภาระจากมือเพื่อน

“ไปเถิด พวกข้าจะตามไป”

เสี่ยวถังพยักหน้า แต่เดินไปได้เพียงสองก้าวก็หันกลับ

“เมื่อครู่ข้ายังลุ้นจ้าวเฉิงอยู่เลย”

“ตอนนี้เปลี่ยนให้ข้าลุ้นเจ้าบ้าง” เขาตอบ

นางสูดลมหายใจ ก่อนรีบไปลงชื่อกับผู้ดูแล

ลานอาคมมีแท่นหินเตี้ยสองฝั่ง แต่ละฝั่งวางตะเกียงไว้หนึ่งดวง ผู้ประลองต้องป้องกันเปลวไฟของตน พร้อมส่งปราณผ่านวงอาคมไปดับตะเกียงของอีกฝ่าย

เสี่ยวถังคุกเข่าลงจัดแผ่นอาคม

มือของนางสั่นเล็กน้อยตอนวางแผ่นแรก

จากข้างลาน เยว่ซีเห็นแล้วอยากเรียก แต่เสียงผู้ตัดสินเริ่มอธิบายกติกาเสียก่อน

นางจึงเงียบ รอจนเสี่ยวถังเงยหน้ามองมา

เยว่ซียกมือขึ้น แตะนิ้วลงกลางฝ่ามือตนเองหนึ่งครั้ง

ท่าทางเดียวกับวันที่ทั้งสองฝึกส่งแสงผ่านฉากไม้

เสี่ยวถังจำได้

นางยิ้ม แล้วก้มลงตรวจแผ่นอาคมอีกครั้งอย่างช้าลง

ฝ่ายตรงข้ามเป็นหญิงสาวที่จัดวงเสร็จเรียบร้อยแล้ว แผ่นไม้ทั้งหกวางห่างกันสม่ำเสมอ ดูเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งใดให้สังเกต

เสียงระฆังดังขึ้น

เสี่ยวถังปล่อยปราณเข้าสู่ฐาน

แสงสีขาวแล่นไปตามร่องอย่างรวดเร็ว

แต่ทันทีที่มันผ่านกลางลาน แผ่นอาคมของคู่ต่อสู้กลับหมุนพร้อมกันสองชิ้น

ทางเดินที่เสี่ยวถังเตรียมไว้หายไป

แสงของนางวกกลับ!

เปลวไฟบนตะเกียงข้างตัวเอนวูบ

เสี่ยวถังรีบยกมือเข้าหาแผ่นควบคุม ทว่าหยุดไว้ก่อนปลายนิ้วจะสัมผัส

เยว่ซีเห็นจุดเล็กใต้ขีดสามขีดบนแผ่นฝั่งตรงข้าม

ทางรับกลับ

หากเสี่ยวถังเลื่อนแผ่นตามความเคยชิน ปราณของนางเองจะพุ่งตรงเข้าหาตะเกียง

เปลวไฟสั่นอีกครั้ง

คราวนี้เสี่ยวถังถอนแผ่นที่อยู่ใกล้มือออกทั้งชิ้น

แสงขาวดับพรึ่บไปครึ่งวง

คนข้างลานร้องด้วยความตกใจ

แต่ตะเกียงของนางยังติดอยู่

เสี่ยวถังเงยหน้ามองคู่ต่อสู้ ก่อนวางแผ่นที่ถอนออกลงในตำแหน่งใหม่

นางเสียทางบุกแรกไปแล้ว

ทว่ารอบนี้ นางจะไม่ยอมเดินตามทางที่อีกฝ่ายเลือกให้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 77 — คนที่อยู่ข้างลาน

    เสียงกระบี่สั้นถูกชักออกจากฝักทำให้ผู้ชมแถวหน้าเงียบลงชายร่างสูงบนลานถือกระบี่ยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกลับคมกระบี่สั้นให้แนบไปตามท่อนแขน เขาลองขยับเท้าสองครั้ง ก่อนมองโม่หลิงยวนซึ่งเพิ่งหยุดยืนตรงตำแหน่งของตน“ได้ยินชื่อศิษย์พี่โม่มานาน วันนี้ขอรับคำชี้แนะ”หลิงยวนประสานมือ“เชิญ”หลินเยว่ซีขยับนั่งตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนอยู่บนลานเอง นางยังมีสิ่งที่ต้องคิด มีคมกระบี่ให้มอง มีทางให้เลือก แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้กลับทำได้เพียงมองคนที่ตนเป็นห่วงยืนอยู่กลางวงอาคมจ้าวเฉิงนั่งลงข้างเสี่ยวถังแล้วเอ่ยเบา ๆ“เจ้ากำลังจะบีบป้ายผ่านรอบหัก”เยว่ซีก้มมองมือนางคลายนิ้วทันที“ข้าไม่ได้กลัวเขาแพ้”“ข้ายังไม่ได้ถามเลย”เสี่ยวถังหันไปตีแขนข้างที่ไม่เคยบาดเจ็บของจ้าวเฉิงเบา ๆ“ดูการประลองเถิด”บนลาน ผู้ตัดสินยกมือขึ้นแสงอาคมรอบขอบสนามสว่างเป็นเส้นบาง“เริ่มได้!”คู่ต่อสู้ของหลิงยวนพุ่งเข้าหาทันทีกระบี่ยาวฟันเฉียงจากไหล่ลงเอว ขณะที่กระบี่สั้นซึ่งซ่อนอยู่ข้างแขนกลับแทงออกจากมุมต่ำแทบพร้อมกันเสียงโลหะกระทบกันดังเพียงครั้งเดียวหลิงยวนเบี่ยงกระบี่ยาวออก แล้วถอยเท้าข้างหนึ่งให้ปลายกระบี่สั้นผ่านหน้าอกไปห่า

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status