Início / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 84 — สายตานอกลานประลอง

Compartilhar

บทที่ 84 — สายตานอกลานประลอง

last update Data de publicação: 2026-10-23 23:00:21

จ้าวเฉิงเพิ่งกล่าวว่า “คราวนี้ข้าจะไม่ถอย” ได้ไม่ทันขาดคำ กระบี่ไม้ก็แตะลงตรงกลางอกเขา

เขาก้มมองปลายกระบี่ ก่อนเงยหน้ามองโม่หลิงยวน

“ข้ายังพูดไม่จบ”

“ตอนประลองไม่มีผู้ใดรอเจ้าพูดจบ”

เสียงหัวเราะดังจากขั้นบันได

หลินเยว่ซีรีบยกสมุดขึ้นบังหน้า แต่จ้าวเฉิงเห็นแล้ว

“จดให้ครบด้วยว่าข้าเสียเปรียบเพราะกำลังสนทนา”

เสี่ยวถังชะโงกมองสมุดในมือเพื่อน

“นางเขียนว่า ‘อย่าพูดมากก่อนฟัน’”

“เยว่ซี!”

นางหัวเราะจนต้องลดสมุดลง

หลิงยวนถอยกลับไปยืนตำแหน่งเดิม ปลายกระบี่ไม้ชี้พื้น วันนี้เขาตั้งใจแสดงจังหวะเข้าประชิดที่เยว่ซีสงสัยจากการประลองเมื่อวาน จ้าวเฉิงซึ่งขอร่วมดูจึงถูกเรียกมาถือกระบี่อีกเล่ม

“คราวนี้ข้าจะช้าลง” หลิงยวนบอก “เจ้าฟันตามปกติ ไม่ต้องส่งปราณ”

จ้าวเฉิงตั้งท่าใหม่

กระบี่ไม้ฟันเฉียงลงจากหัวไหล่ หลิงยวนก้าวเข้าไปในจังหวะที่แขนอีกฝ่ายกำลังเหยียด พลิกข้อมือรับใกล้โคนกระบี่ แล้วเบี่ยงตัวออกจากแนวฟัน

การเคลื่อนไหวหยุดค้างตรงนั้น

ปลายกระบี่ของจ้าวเฉิงเลยผ่านข้างเอวเขา ขณะที่กระบี่ของเขาจ่ออยู่ใต้แขนจ้าวเฉิงแล้ว

เยว่ซีเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ

“ท่านไม่ได้รอรับคม แต่เข้าไปก่อนที่เขาจะเหยียดแขนสุด”

“ถ้ารอจนสุด แรงจะมากกว่านี้”

“ถ้าเขาเปลี่ยนเป็นแทงล่ะ?”

จ้าวเฉิงพลิกข้อมือตามคำถามทันที

หลิงยวนลดศอกเพียงเล็กน้อย กระบี่ไม้ก็กดแขนเขาไว้จนเปลี่ยนทิศไม่ได้

เยว่ซีมองจังหวะนั้น แล้วก้มดูเท้าอีกฝ่าย

“ต้องปิดทางหมุนด้วย”

หลิงยวนพยักหน้า

“ลองดู”

นางรับกระบี่ไม้มาแทนเขา

ครั้งแรกเยว่ซีเข้าเร็วเกินไป จ้าวเฉิงถอนแขนทันแล้วเปลี่ยนเป็นแทงตรง ปลายกระบี่หยุดห่างอกนางหนึ่งคืบ

ครั้งที่สองนางเข้าถึง แต่ยืนตรงหน้าเขาเกินไป จ้าวเฉิงหมุนส้นเท้า ใช้ไหล่เบียดเบา ๆ จนนางเสียหลัก

เยว่ซีถอยมาตั้งท่าใหม่โดยไม่พูดอะไร

จ้าวเฉิงเลิกคิ้ว

“ไม่ด่าข้าสักคำหรือ?”

“เจ้าทำถูก ข้าจะด่าทำไม”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง

ครั้งที่สาม เยว่ซีมองหัวไหล่แทนปลายอาวุธ

เมื่อจ้าวเฉิงฟันลง นางก้าวเฉียงเข้าไป กระบี่ไม้กระทบกันดังปัก เท้าหน้าปิดทางหมุนเขาไว้พอดี

จ้าวเฉิงยกศอกเตรียมแก้

เยว่ซีหยุดกระบี่ก่อนปลายจะถึงชายโครงเขา

ทั้งสองค้างอยู่เช่นนั้น

“ได้แล้วหรือ?” เสี่ยวถังลุกขึ้นจากขั้นบันได

หลิงยวนเดินมาดูตำแหน่ง

“ครั้งนี้ใช้ได้ แต่คู่ต่อสู้ยังใช้แขนอีกข้างได้ อย่าหยุดคิดเพียงเพราะกระบี่เข้าเป้าแล้ว”

เยว่ซีเหลือบมองมือซ้ายของจ้าวเฉิง ซึ่งยังยกค้างอยู่ข้างไหล่นางจริง ๆ

นางถอนกระบี่แล้วผ่อนลมหายใจ

“อย่างน้อยคราวนี้ข้าก็ไม่ล้ม”

“ข้าก็ยังไม่ถูกแทง” จ้าวเฉิงกล่าว “นับว่าทุกคนพอใจ”

เขารับกระบี่ไม้ไปเก็บ ก่อนหันกลับมามองนาง

“เมื่อครู่เจ้าเข้ามาเร็วกว่าที่ข้าคิด”

เยว่ซียิ้มกว้าง

จ้าวเฉิงเห็นแล้วรีบเสริม

“แต่ยังช้ากว่าข้าอยู่ดี”

นางยื่นมือจะเอากระบี่คืนทันที เขาจึงหัวเราะแล้วเดินหนีไปทางชั้นวางอาวุธ

⸻

เสียงโลหะกระแทกดังมาจากลานใหญ่ก่อนพวกเขาจะเดินถึง

บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักกำลังไล่ต้อนคู่ต่อสู้ไปทางขอบสนาม แขนเสื้อถูกพับเหนือข้อศอก เผยกล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นทุกครั้งเมื่อเหวี่ยงอาวุธ

คู่ต่อสู้ไม่ยอมรับแรงตรง ๆ เขาเบี่ยงตัวหลบแล้วแทงสวนจากด้านข้าง

กระบี่หนักพลันเปลี่ยนแนว

เจ้าของมันไม่หมุนตามทั้งตัว เพียงใช้มืออีกข้างดันด้ามให้คมตวัดกลับสั้น ๆ ปัดกระบี่ที่แทงมาจนหลุดแนว

จากนั้นเขากระแทกเท้าลง

หินเบื้องหน้าคู่ต่อสู้ยกตัวขึ้นเป็นสัน

ชายผู้นั้นกระโดดหลบ

ทันทีที่เท้าพ้นพื้น กระบี่หนักก็ฟันขวางเข้ามา

เคร้ง!

ร่างของผู้รับกระบี่ปลิวออกนอกเส้นขาว ม่านป้องกันสว่างขึ้นรับไว้ ก่อนศิษย์ประจำสนามจะเข้าช่วยพยุง

“จบการประลอง!”

เหยียนอวี้หนิงยืนกอดอกอยู่ข้างทางขึ้นลาน ดวงตายังจับอยู่ที่ตำแหน่งซึ่งผู้ชนะลงเท้า

เยว่ซีเดินไปหยุดข้างนาง

“คู่ต่อสู้รอบหน้าของเจ้าหรือ?”

อวี้หนิงพยักหน้า

“ข้าคิดว่าเขาใช้แรงจากกระบี่เป็นหลัก”

“แต่เขาบังคับให้อีกฝ่ายกระโดดก่อน”

“แล้วค่อยฟันตอนหลบไม่ได้”

ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนหันกลับไปดูรอยแตกบนลาน

อวี้หนิงย่อตัวลง หยิบกิ่งไม้ข้างทางมาขีดดินเป็นเส้นสั้น

“ถ้าข้าตั้งกำแพงตรงนี้ เขาทุบได้”

เยว่ซีนั่งยองข้างนาง

“ถ้าไม่ตั้งตรงหน้าเล่า?”

อวี้หนิงเงยหน้าขึ้น

เยว่ซีชี้ปลายเส้น

“ตอนเจ้าสู้กับข้า เจ้าไม่ได้ขวางทุกทาง เจ้าปล่อยให้ข้าคิดว่ามีทางเดิน”

อวี้หนิงมองภาพบนดินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลากเส้นเฉียงเพิ่ม

“ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า…”

นางหยุด แล้วขีดทิ้งเอง

“ไม่ได้ ถ้าเขาเห็นก่อน เขาจะเปลี่ยนข้าง”

“เช่นนั้นต้องดูว่าเขาเปลี่ยนข้างตอนไหน”

จ้าวเฉิงเดินมาถึงพอดี เห็นสองคนก้มหน้าขีดดินก็ชะโงกมอง

“พวกเจ้ากำลังหาวิธีล้มคนที่ตัวใหญ่กว่าข้าสองเท้าอยู่หรือ?”

อวี้หนิงยื่นกิ่งไม้ให้

“อยากช่วยหรือไม่?”

“อยากสิ”

“ยืนให้ข้าดูจังหวะลงเท้า”

จ้าวเฉิงมองกิ่งไม้ในมือ แล้วมองหลิงยวนซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง

“เหตุใดวันนี้ข้าต้องเป็นคู่ต่อสู้ให้ทุกคน?”

“เพราะเจ้าว่าง” เสี่ยวถังตอบ

เยว่ซีหลุดหัวเราะ

อวี้หนิงเองก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนลุกขึ้นดูจังหวะเท้าของจ้าวเฉิงอย่างจริงจัง

นางยังไม่พบวิธีชนะ

แต่อย่างน้อยก็เลิกคิดว่าจะต้องรับกระบี่หนักนั้นตรง ๆ แล้ว

⸻

ระหว่างพักสนาม ผู้อาวุโสสวี่นำศิษย์เข้าตรวจเสาหินริมลาน

ม่านป้องกันลดแสงลง เหลือแนวโปร่งบางเหนือเส้นขาว ผู้ชมถูกขอให้ถอยหลังราวกั้นจนกว่าจะตรวจเสร็จ

เยว่ซีสังเกตว่าเสาหินด้านที่รับร่างผู้แพ้ยังสว่างอยู่ ขณะที่ต้นอื่นดับไปแล้ว

“ต้นนั้นเสียหรือเจ้าคะ?”

ผู้อาวุโสสวี่หันมองตาม

“ยังไม่เสีย มันเพิ่งรับแรงมากกว่าส่วนอื่น ต้องรอให้ปราณส่วนเกินระบายออก”

เขาชี้แถบหินขาวเหนือฐาน

“ดูแถบนี้ ตอนรับแรงจะสว่างขึ้น จากนั้นค่อยดับ หากสว่างค้างหรือกระพริบผิดจังหวะ ผู้คุมสนามต้องตรวจ”

เสี่ยวถังขยับเข้ามาข้างเยว่ซี

“ถ้ารับแรงพร้อมกันหลายด้านเล่าเจ้าคะ?”

“ฐานจะจ่ายปราณเพิ่ม แต่มีขีดจำกัด ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คุมประจำแต่ละด้าน”

เยว่ซีมองจากเสาหินไปยังผู้คุมสนาม

เมื่อวานนางมัวดูคมกระบี่จนแทบไม่สนใจคนเหล่านี้เลย

หลิงยวนเดินไปคุยกับหัวหน้าผู้คุมเรื่องกำลังดูแลรอบถัดไป ส่วนผู้อาวุโสสวี่ก้มตรวจฐานต่อ

ขณะนั้น เสียงหนึ่งดังจากด้านหลัง

“แม่นางหลินสนใจอาคมด้วยหรือ?”

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลหยุดอยู่ห่างออกไปสองก้าว ตรงเอวมีป้ายแขกของสำนัก ข้างตัวเป็นศิษย์หนุ่มถือกล่องไม้แบน

เยว่ซีจำได้ว่าเขานั่งอยู่แถวเดียวกับชายชุดม่วง

“ข้าเพิ่งเริ่มเรียนเจ้าค่ะ”

“ข้าเห็นการประลองของเจ้าแล้ว เปลี่ยนปราณสองสายได้เช่นนั้น น่าเสียดายที่ยังติดขัดอยู่”

เขาพยักหน้าให้ศิษย์เปิดกล่อง

ด้านในเป็นจานโลหะสลักร่องวงกลม มีหินใสฝังกลางจาน

“ของชิ้นนี้ช่วยตรวจว่าปราณติดขัดตรงไหน หากรู้จุด เจ้าจะก้าวหน้าได้เร็วขึ้น”

เยว่ซีมองของในกล่อง แต่ไม่ยื่นมือ

“ใช้อย่างไรเจ้าคะ?”

“วางฝ่ามือ ส่งปราณไม้แล้วตามด้วยปราณน้ำ ข้าจะดูให้”

ผู้อาวุโสสวี่วางเครื่องมือลง

“อุปกรณ์ที่จะใช้กับศิษย์ต้องผ่านการตรวจก่อน”

ชายผู้นั้นยิ้ม

“ข้าเพียงอยากช่วย ไม่ได้คิดรับนางเป็นศิษย์เสียหน่อย”

“เช่นนั้นฝากของไว้ตรวจได้” ผู้อาวุโสสวี่ตอบ

รอยยิ้มของอีกฝ่ายค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาเยว่ซี

“เจ้าเองคงอยากรู้ว่าตนไปได้ไกลเพียงใด การแพ้ครั้งนี้อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเลย หากมีผู้ชี้แนะถูกทาง”

คำว่าแพ้ทำให้เยว่ซีเผลอกำมือ

นางยังจำความรู้สึกตอนส้นเท้าข้ามเส้นได้ ความเสียดายไม่ได้หายไปเพียงเพราะผ่านมาหนึ่งคืน

แต่คนตรงหน้ากำลังใช้ความเสียดายนั้นเร่งให้นางตัดสินใจ

เยว่ซีคลายนิ้วแล้วคารวะ

“ข้าแพ้เพราะไม่ทันดูตำแหน่งตนเองเจ้าค่ะ ต่อให้ส่งปราณเร็วขึ้น ก็อาจก้าวออกนอกลานอยู่ดี”

ชายผู้นั้นหรี่ตาเล็กน้อย

“เจ้าไม่อยากลอง?”

“ยังไม่ลองเจ้าค่ะ”

หลิงยวนเดินกลับมาหยุดข้างนางพอดี

เขามองกล่องไม้ แล้วกล่าวเพียงว่า

“ผู้ดูแลรับของตรวจอยู่ตรงประตูด้านตะวันออก”

ชายวัยกลางคนปิดกล่อง

“ข้ายังต้องใช้กับศิษย์ของข้า เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน”

เขาคารวะแล้วเดินจากไป

เสี่ยวถังรอจนอีกฝ่ายพ้นระยะจึงพูด

“พูดเสียเหมือนถ้าเจ้าไม่ยอม จะไม่มีวันเก่งขึ้น”

เยว่ซีมองมือตนเอง

“ข้าเกือบยื่นมือไปแล้ว”

หลิงยวนพยักหน้ารับ

ผู้อาวุโสสวี่เรียกศิษย์มาจดเหตุการณ์ ส่วนหลิงยวนให้คนตรวจชื่อแขกกับรายการอุปกรณ์ที่แจ้งไว้ตอนเข้าสำนัก

เยว่ซีไม่ได้รู้สึกว่าตนชนะใคร

แต่นางดีใจที่ไม่ต้องใช้พลังพิสูจน์อะไรตามคำพูดของคนแปลกหน้า

⸻

ก่อนการประลองช่วงบ่าย เยว่ซีพบหลิงยวนอยู่ข้างชั้นวางอาวุธใต้ชายคา

เขากำลังเปลี่ยนสายรัดข้อมือเส้นเก่าซึ่งขอบผ้าเริ่มลุ่ย มือซ้ายดึงปลายสายผ่านห่วง ขณะที่มือขวาต้องค้างไว้

เยว่ซีเดินเข้าไปยื่นมือ

“ข้าช่วย”

เขาส่งปลายสายให้อย่างว่าง่าย

นางพันผ้าทับชายแขนเสื้อ ปรับให้แนบพอดี ก่อนสอดปลายกลับเข้าใต้รอยพับ

“แน่นไปหรือไม่?”

“กำลังดี”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น แล้วพบว่าเขาไม่ได้มองข้อมือ

เขามองนางอยู่

นิ้วที่กำลังผูกปมชะงัก

“ท่านดูด้วยสิ หากข้าผูกผิด พรุ่งนี้กระบี่อาจหลุดมือ”

“ปมนี้ไม่ทำให้กระบี่หลุด”

“ท่านมั่นใจขนาดนั้น?”

“เจ้าผูกชายแขนเสื้อข้าติดกับแขนเสื้อเจ้าอยู่”

เยว่ซีก้มพรวด

ปลายสายอีกด้านลอดเข้าไปเกี่ยวห่วงเล็กบนข้อมือนางจริง ๆ

นางรีบแกะออก ขณะที่มุมปากหลิงยวนยกขึ้น

“เห็นตั้งแต่เมื่อใด?”

“ก่อนเจ้าถามว่าแน่นหรือไม่”

“แล้วเหตุใดไม่บอก!”

“เจ้าดูตั้งใจมาก”

นางดึงปลายผ้าแรงขึ้นเล็กน้อยเป็นการตอบโต้ เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้เพื่อให้นางแกะสะดวก

เยว่ซีก้มหน้าผูกใหม่ คราวนี้ระวังทุกทบ

นางใช้นิ้วกดปมให้แบน

“แต่ข้าก็ดีใจที่ท่านเดินกลับมา”

หลิงยวนเงียบไปครู่หนึ่ง

เมื่อเยว่ซีเงยหน้า เขาก็ยกมือข้างที่นางเพิ่งผูกเสร็จขึ้นจับมือนางไว้

“ข้าจะอยู่ใกล้พอให้เจ้าเรียก”

นางมองมือทั้งสอง ก่อนยิ้มออกมา

“เช่นนั้นพรุ่งนี้อย่าให้คนบนลานเรียกท่านไปไกลนัก”

“ข้าต้องขึ้นประลอง”

“ข้าหมายถึงอย่าให้เขาฟันท่านปลิว”

เสียงหัวเราะหลุดจากปลายชายคา

จ้าวเฉิงยืนถือแผ่นรายชื่อคู่ประลองอยู่กับเสี่ยวถัง

“ประโยคให้กำลังใจของเจ้าน่าประทับใจจริง ๆ”

เยว่ซีรีบถอนมือ แต่หลิงยวนปล่อยช้ากว่านางอยู่เล็กน้อย

จ้าวเฉิงเห็นการเคลื่อนไหวนั้น

เขาก้มคลี่แผ่นกระดาษ ก่อนยกขึ้นบังสีหน้าตนเอง

“มาดูคู่สุดท้ายเถิด ผู้ชนะจะพบศิษย์พี่โม่รอบหน้า”

เสี่ยวถังชะโงกมองข้อมือหลิงยวน

“ปมสวยดี”

เยว่ซีหันไปมองเพื่อนทันที

เสี่ยวถังทำหน้าซื่อ ก่อนเดินหนีตามจ้าวเฉิงไปอย่างรวดเร็ว

⸻

ผู้เข้าแข่งขันฝั่งเหนือใช้กระบี่เรียวยาว

ฝั่งใต้ใช้กระบี่สั้นกว่าปกติหนึ่งช่วงมือ ชายผู้นั้นผูกแขนเสื้อแนบข้อมือ ไม่มีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว

สัญญาณเริ่มดังขึ้น

เขาพุ่งเข้าประชิดทันที

กระบี่แรกแทงข้อมือ กระบี่ที่สองตวัดขึ้นใต้ศอก บังคับให้คู่ต่อสู้ยกแขนสูง ก่อนกระบี่ที่สามจะพุ่งเข้าหาชายโครง

เสียงโลหะปะทะถี่ติดกัน

ผู้ถือกระบี่ยาวถอยสองก้าว แต่ยังไม่เสียหลัก เขาหมุนตัวฟันกว้างเพื่อชิงระยะคืน

ชายกระบี่สั้นก้มหลบแล้วตามเข้าไปอีก

เยว่ซีเผลอกำราวกั้น

เมื่อวานนางเพิ่งดูหลิงยวนเข้าประชิด แต่คนผู้นี้กลับทำให้เห็นอีกแบบหนึ่ง เขาไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้เหยียดแขนเต็มที่เลย

จ้าวเฉิงหยุดพูดเล่นแล้ว

บนลาน กระบี่ยาวพลันเปลี่ยนแนวจากฟันเป็นแทง

ชายกระบี่สั้นเบี่ยงไหล่หลบไม่พ้นทั้งหมด คมเฉือนแขนเสื้อจนขาด เลือดซึมเป็นเส้นบาง

ทว่าเท้าของเขายังเดินหน้า

กระบี่สั้นกดอาวุธคู่ต่อสู้ลง ด้ามกระแทกเข้ามือที่จับกระบี่อย่างแม่นยำ

อาวุธหลุดตกพื้น

ปลายกระบี่สั้นหยุดตรงอกผู้แพ้

เสียงประกาศผลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบชั่วอึดใจ ก่อนผู้ชมจะปรบมือพร้อมกัน

ชายผู้นั้นเก็บกระบี่แล้วคารวะ เขารอให้คู่ต่อสู้หยิบอาวุธขึ้นก่อนจึงถอยลงจากลาน

เยว่ซีหันไปหาหลิงยวน

“เขายอมให้แขนถูกเฉือน”

“เขาประเมินว่าหลบส่วนสำคัญพ้นแล้ว จึงเลือกเข้าต่อ”

“ถ้าประเมินผิด…”

“แขนข้างนั้นอาจใช้กระบี่ไม่ได้อีก”

หลิงยวนมองชายผู้ชนะซึ่งกำลังกดผ้าลงบนแผล

“กล้า และรู้ระยะอาวุธของตนดีมาก”

รายชื่อรอบถัดไปถูกนำขึ้นแขวน

ชื่อของโม่หลิงยวนอยู่ตรงข้ามผู้ใช้กระบี่สั้น

เยว่ซีอ่านแล้วหันกลับมามองเขา

“พรุ่งนี้ข้าคงไม่ได้ดูเท้าท่านอย่างเดียวแล้ว”

“ดูให้ทันก็พอ”

“ท่านห้ามเอาที่ข้ากังวลไปล้อ”

หลิงยวนยกข้อมือให้นางดู

ปมผ้าที่นางผูกยังเรียบร้อย

“ข้าจะรักษาของที่เจ้าผูกไว้ให้ดี”

เยว่ซีเม้มปาก แต่รอยยิ้มก็หลุดออกมาอยู่ดี

⸻

บนที่นั่งแขก ชายชุดม่วงรับฟังรายงานเรื่องเยว่ซีปฏิเสธการทดสอบปราณจนจบ

“นางไม่แตะจานเลยหรือ?”

“ไม่ขอรับ ผู้อาวุโสสวี่อยู่ตรงนั้นด้วย จากนั้นโม่หลิงยวนก็กลับมา”

ชายชุดม่วงเหลือบมองด้านล่าง

เยว่ซีกำลังเดินไปกับคนกลุ่มเดิม เสี่ยวถังพูดบางอย่างจนจ้าวเฉิงโวยวาย ส่วนโม่หลิงยวนเดินอยู่ข้างนางโดยไม่ห่างเกินหนึ่งช่วงแขน

“พรุ่งนี้อย่าเข้าใกล้นาง”

ผู้ติดตามชะงัก

“แล้วของที่เตรียมไว้…”

“ใช้เพียงหนึ่งเล่มก่อน”

ชายชุดม่วงมองเสาหินริมสนาม ผู้คุมกำลังตรวจแถบหินขาว ขณะที่กรรมการเดินลงจากลานไปพร้อมผู้บาดเจ็บ

“อย่าเล็งคน ให้แตะขอบอาคมตอนกระบี่ปะทะกัน”

ผู้ติดตามก้มหน้า

“ต้องการให้สนามขัดข้องหรือขอรับ?”

“ข้าต้องการดูว่าใครจะสังเกต ใครจะลงมือ และโม่หลิงยวนจะหยุดสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่”

ใต้แขนเสื้อ ผู้ติดตามเปิดกล่องเล็กออกเพียงนิด

เข็มเงินสั้นสามเล่มวางเรียงอยู่ในร่องไม้

ชายชุดม่วงใช้ปลายนิ้วกดฝากล่องปิด ก่อนผู้ตรวจทางเดินจะหันมาทางนี้

เบื้องล่าง เยว่ซีหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองสนามอีกครั้ง

นางกำลังจดจำตำแหน่งที่จะยืนดูหลิงยวนในวันพรุ่งนี้

โดยไม่รู้ว่ามีคนกำลังเลือกตำแหน่งเดียวกันอยู่.

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 88 — อ้อมแขนที่ไม่ต้องฝืนเข้มแข็ง

    ผู้คุมเห็นรอยนูนใต้ผิวหนังของชายชุดม่วงก่อนมันจะเลื่อนพ้นข้อมือเขาถอยทันที“แขนเจ้าเป็นอะไร!”ชายชุดม่วงคว้ามือเขาเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ ผู้คุมกัดฟัน ใช้กระบี่ในมืออีกข้างฟันสวน คนร้ายเบี่ยงตัวหลบแล้วดึงเขาเข้าหารอยแผลตรงนิ้วปริออกเส้นสีคล้ำพุ่งจากแผลเข้าหาข้อมือผู้คุม!แสงสีเงินอมฟ้าตัดผ่านช่องประตูในจังหวะนั้นเส้นคล้ำขาดกลางอากาศโม่หลิงยวนคว้าคอเสื้อผู้คุมดึงออกมา ก่อนใช้ฝ่ามือผลักเขาไปยังศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง“พาออกไป ปิดประตูเรือนข้างเคียง!”ชายชุดม่วงถอยหนึ่งก้าวรอยยิ้มสุภาพที่เคยใช้ต่อหน้าคนทั้งสนามหายไปแล้ว“เร็วดี”หลิงยวนไม่ตอบกระบี่ในมือฟันตรงเข้าหาแขนข้างที่มีรอยคล้ำชายผู้นั้นกระแทกโต๊ะขึ้นขวาง ไม้แตกกระจาย คมกระบี่ตัดผ่านกลางโต๊ะแล้วเฉือนแขนเสื้อสีม่วงขาดถึงข้อศอกใต้ผ้ามีเส้นดำคดอยู่ตามท่อนแขนมันเคลื่อนไหวหลิงยวนเห็นชัดว่าบางช่วงสวนทางกับการเต้นของเส้นเลือดชายชุดม่วงพลิกฝ่ามือปราณสีคล้ำพุ่งออกจากแผล กวาดเศษไม้ทั้งหมดเข้าใส่ประตูหลิงยวนยกกระบี่ขึ้นตั้งม่านสีเงินอมฟ้ากางรับ เศษไม้กระแทกแล้วตกลง ขณะที่เจ้าของเรือนรับรองพุ่งเข้าหาหน้าต่างอีกฝั่งม่านผนึกสว่าง

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status