بيت / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 85 — เข็มที่ไม่ได้เล็งคน

مشاركة

บทที่ 85 — เข็มที่ไม่ได้เล็งคน

last update تاريخ النشر: 2026-10-23 23:38:11

กระบี่สั้นพุ่งเฉียดลำคอโม่หลิงยวนไปเพียงครึ่งชุ่น

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบลาน

หลินเยว่ซีเผลอกำราวกั้นแน่น ทว่าคนบนสนามกลับไม่ถอยแม้แต่น้อย เขาเอียงตัวหลบคมกระบี่ พลิกข้อมือปัดอาวุธของอีกฝ่ายออก แล้วก้าวประชิดเข้าไปในระยะที่ผู้ชมหลายคนเห็นว่าใกล้เกินกว่าจะออกกระบี่ได้

คู่ต่อสู้ยกศอกสวนทันที

หลิงยวนยกท่อนแขนขึ้นรับ

แรงปะทะดังปึก ก่อนกระบี่ทั้งสองจะขัดกันอยู่ตรงระดับอก

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นยิ้มเป็นครั้งแรก

“ท่านชอบเข้ามาในระยะนี้สินะ”

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเปิดทาง”

สิ้นคำ หลิงยวนกดปลายกระบี่ลง

คู่ต่อสู้ถอนเท้าอย่างรวดเร็ว คมกระบี่สีเงินกรีดผ่านตำแหน่งที่ข้อมือของเขาเพิ่งอยู่ ชายผู้นั้นถอยพ้นคมกระบี่แล้วพุ่งกลับเข้ามาทันที ไม่เปิดโอกาสให้ระยะห่างขยายออก

จ้าวเฉิงซึ่งยืนอยู่ข้างเยว่ซีหยุดเคาะนิ้วกับราวกั้น

“เขาไม่ยอมให้ศิษย์พี่ตั้งระยะเลย”

เยว่ซีไม่ได้ตอบ

สายตาของนางไล่ตามกระบี่สั้นจากข้อมือไปยังใต้ศอก ก่อนวกลงไปยังชายโครง ทุกครั้งที่หลิงยวนดูเหมือนจะมีช่องโจมตี อีกฝ่ายจะขยับเข้ามาครึ่งก้าว บีบให้เขาต้องเปลี่ยนมุมกระบี่ใหม่

บนสนามไม่มีใครพูดอีก

เหลือเพียงเสียงคมกระบี่ปะทะกันถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

แถบหินสีขาวริมลานสว่างวาบ เมื่อปราณจากการปะทะกระทบม่านป้องกัน

เยว่ซีเหลือบมองตามโดยไม่ตั้งใจ

แสงนั้นดับลงตามปกติ

นางหันกลับไปทันเห็นหลิงยวนก้าวถอยเป็นครั้งแรก

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นไล่ตามทันที

คราวนี้เขาไม่ได้แทงใส่ข้อมือ แต่เหยียดอาวุธตรงเข้ากลางอก!

เยว่ซีขยับตัวไปข้างหน้า

ในเวลาเดียวกัน บางสิ่งสะท้อนแสงอยู่เหนือราวกั้นอีกฟากหนึ่ง

มันเล็กเสียจนแทบมองเป็นเพียงฝุ่นผง

สิ่งนั้นพุ่งต่ำผ่านแขนเสื้อของผู้ชม ก่อนหายเข้าไปตรงฐานเสาหินด้านตะวันตก

แถบหินสีขาวต้นนั้นสว่างขึ้น

แต่กระบี่บนสนามยังไม่ได้ปะทะกัน

เยว่ซีหันขวับ

“เสี่ยวถัง ดูเสาต้นนั้น!”

เพื่อนหันมองตาม

แสงบนแถบหินดับลงแล้ว

บนสนามเกิดเสียงเคร้งกังวาน หลิงยวนเบี่ยงกระบี่ที่พุ่งตรงเข้ากลางอก ขณะเดียวกันก็ใช้ฝักกระบี่ในมือซ้ายขวางศอกของคู่ต่อสู้ ไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายเข้าประชิดซ้ำ

เสียงผู้ชมดังขึ้นอีกระลอก

ทว่าเยว่ซีกลับจับจ้องอยู่เพียงฐานเสาหิน

ตรงรอยต่อระหว่างหินสองก้อน มีปลายสีเงินโผล่ออกมาเล็กน้อย

“มีบางอย่างปักอยู่”

จ้าวเฉิงก้มมองตามแนวสายตาของนาง สีหน้าซึ่งเดิมจริงจังกับการประลองพลันเปลี่ยนไป

“อย่าแตะ”

เยว่ซีพยักหน้า ก่อนหมุนตัวไปหาผู้คุมสนามซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว

“ข้าจะไปแจ้งผู้คุม”

เสี่ยวถังตามนางไปทันที ส่วนจ้าวเฉิงยังคงเฝ้ามองตำแหน่งเดิม ป้องกันไม่ให้ผู้ชมที่เบียดเสียดกันเข้ามาบังจนหาไม่พบ

เยว่ซีเพิ่งเดินพ้นกลุ่มคนแรก บุรุษในชุดผู้ช่วยสนามก็ยกแขนขึ้นขวางทาง

“ทางนี้ปิดอยู่ แม่นางกลับไปยืนหลังราวก่อน”

นางหยุดฝีเท้า

“ฐานเสาฝั่งตะวันตกมีสิ่งแปลกปลอมปักอยู่ ให้ผู้คุมมาตรวจสอบด้วย”

“ข้าจะรายงานให้”

ชายผู้นั้นหันไปมองสนาม แล้วผายมือให้นางกลับไป

เยว่ซียังคงยืนนิ่ง

“มันทำให้แถบหินสว่างขึ้นก่อนจะมีแรงกระทบ”

“การประลองรอบนี้ใช้ปราณมาก แสงคลาดจังหวะบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”

เสี่ยวถังขมวดคิ้ว

“เมื่อวานผู้อาวุโสสวี่บอกว่า หากแสงผิดจังหวะต้องตรวจสอบ”

ชายผู้นั้นเหลือบมองเสี่ยวถัง

เพียงชั่วครู่เดียว

แต่เยว่ซีเห็นแววรำคาญวาบขึ้นในดวงตาเขา ก่อนจะถูกกลบด้วยสีหน้าสงบนิ่งดังเดิม

“ข้ารับเรื่องไว้แล้ว พวกเจ้าถอยไป อย่าขวางทางผู้เข้าแข่งขัน”

ด้านหลังเขา ผู้คุมสนามตัวจริงกำลังเดินมาตรวจแนวราวกั้น

เยว่ซีจึงยกมือเรียกทันที

“ท่านผู้คุม!”

มือของชายตรงหน้าคว้าข้อมือนางไว้

แรงบีบรัดนั้นแน่นเกินกว่าจะเป็นเพียงการห้ามทางธรรมดา

เยว่ซีก้มมองมือข้างนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ปล่อย”

“ข้าบอกแล้วว่าจะ—”

“นางบอกให้ปล่อย”

เสี่ยวถังเข้าประกบข้างเพื่อน มือคว้าแขนชายผู้นั้นไว้

เมื่อเห็นผู้คุมสนามหันมา ชายคนนั้นจึงยอมคลายมือ

เยว่ซีไม่เสียเวลาซักถาม นางก้าวพ้นตัวเขาแล้วชี้ไปยังฐานเสาทันที

“มีเข็มปักอยู่ตรงรอยต่อ ข้าเห็นมันพุ่งมาจากฝั่งผู้ชม!”

ผู้คุมสนามเปลี่ยนสีหน้า

เขาส่งสัญญาณให้คนอีกฝั่ง ก่อนรีบเข้าไปตรวจสอบโดยไม่แตะต้องสิ่งที่ปักอยู่

ทันใดนั้น แถบหินสีขาวก็สว่างขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้แสงไม่ดับลง

⸻

กระบี่สั้นฟันเฉียงผ่านอากาศ

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นรับ เสียงปะทะกังวานจนกลบเสียงเรียกจากข้างสนาม ทว่าเขายังเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คุม

เห็นเยว่ซีถอยออกจากเสาหินพร้อมเสี่ยวถัง

และเห็นแสงสีขาวกำลังไล่สูงขึ้นไปตามแนวม่านป้องกัน

หลิงยวนเปลี่ยนทิศทางเท้า

คู่ต่อสู้จับจังหวะนั้นได้ เขาพุ่งตามทันที หมายเข้าจู่โจมด้านที่หลิงยวนเพิ่งเปิดช่อง

แต่คราวนี้หลิงยวนไม่ถอยต่อ

กระบี่สีเงินอมฟ้ากดลงบนกระบี่สั้นตรงโคน คมทั้งสองเสียดสีกันจนเกิดประกาย ชายผู้นั้นพยายามหมุนข้อมือหนี ทว่าฝักกระบี่ในมือซ้ายของหลิงยวนขวางทางไว้ก่อนแล้ว

เท้าหน้าของเขาถูกบังคับให้เปลี่ยนตำแหน่ง

เพียงครึ่งก้าวนั้น ระยะที่เขาควบคุมมาตลอดก็พลันสูญสิ้น

หลิงยวนพลิกคมกระบี่ขึ้น

ปลายกระบี่หยุดนิ่งอยู่ใต้คาง

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นชะงัก ลมหายใจยังหอบหนัก ขณะที่มือซึ่งเตรียมสวนกลับค้างอยู่กลางอากาศ

เขามองกระบี่ตรงหน้า ก่อนค่อย ๆ คลายนิ้วออกจากด้าม

“ข้ายอมแพ้”

“โม่หลิงยวนชนะ!”

เสียงประกาศดังขึ้นแทบพร้อมกับเสียงตะโกนของผู้คุมสนาม

“ถอยออกจากราวด้านตะวันตก!”

หลิงยวนเก็บกระบี่แล้วหันไปทันที

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นมองตาม เขาไม่ถามสิ่งใด เพียงก้าวลงจากลานไปยังฝั่งที่ผู้คุมเปิดทางไว้

แสงบนเสาหินกลายเป็นสีขาวจัด

ตรงฐานมีเสียงลั่นเบา ๆ ดังขึ้น

จ้าวเฉิงถอยออกมาตามคำสั่งแล้ว แต่ศิษย์เด็กคนหนึ่งกลับทำป้ายประจำตัวหล่นใกล้ราวกั้น เขาก้มลงเก็บโดยไม่ทันเห็นรอยร้าวที่ลามมาถึงหินใต้มือ

“อย่าก้ม!”

จ้าวเฉิงคว้าคอเสื้อเด็กแล้วกระชากให้ถอยออกมา

แผ่นหินตรงนั้นแตกผาง!

เศษหินพุ่งขึ้นกระแทกม่านป้องกันจากด้านนอก แสงซึ่งควรดูดซับแรงกลับสะท้อนออกมาเป็นเส้นคม

เยว่ซีชักกระบี่

แต่แสงสีเงินอมฟ้าพุ่งมาถึงก่อน

หลิงยวนฟันกระบี่ลงระหว่างเสาหินกับผู้ชม ตัดกระแสปราณที่สะท้อนย้อนออกมา ก่อนยกฝ่ามือกางม่านป้องกันขวางเศษหินที่เหลือ

เสียงกรีดร้องดังขึ้นด้านหลัง

“ออกทางบันไดเหนือ!” ผู้คุมตะโกน “อย่าวิ่งชนกัน!”

เสี่ยวถังประคองหญิงผู้หนึ่งซึ่งสะดุดชายกระโปรง เยว่ซีช่วยรับเด็กจากมือนางแล้วส่งต่อให้ศิษย์หอวินัยที่เข้ามาถึง

เหนือไหล่ของผู้คน เยว่ซีเห็นบุรุษในชุดผู้ช่วยสนามกำลังเดินสวนกระแสฝูงชน

เขาไม่ได้เข้าไปช่วยผู้คุม

กำลังมุ่งหน้าไปยังบันไดลงจากที่นั่งแขก

และที่ข้อมือมีรอยแดงจากนิ้วของเสี่ยวถัง

“จ้าวเฉิง!”

นางชี้ทันที

“คนเมื่อครู่! เขาขวางไม่ให้ข้าแจ้งผู้คุม!”

ชายผู้นั้นได้ยิน

เขาหันกลับมา

สายตาสบเข้ากับเยว่ซีผ่านช่องว่างระหว่างผู้ชม

จากนั้นเขากระชากป้ายที่เอวทิ้ง แล้วออกวิ่ง

⸻

จ้าวเฉิงพุ่งออกไปก่อนป้ายไม้จะตกถึงพื้น

“หอวินัย! คนชุดเทา!”

ชายผู้นั้นผลักเก้าอี้ขวางทาง จ้าวเฉิงกระโดดข้ามไป ทว่าในทันทีที่เท้าลงพื้น คมมีดสั้นก็แทงย้อนมาจากด้านข้าง

เขาเบี่ยงตัวหลบ

ปลายมีดเฉือนชายแขนเสื้อจนขาด

จ้าวเฉิงใช้ฝักกระบี่กระแทกข้อมือคนร้าย เสียงกระดูกกระทบไม้ดังทึบ อีกฝ่ายกัดฟัน ถีบเก้าอี้ล้มใส่เขา แล้วพุ่งขึ้นบันไดต่อ

ศิษย์หอวินัยสองคนเข้าปิดทางด้านบน

ชายชุดเทาหยุดชะงัก

เขาคว้าไหล่แขกที่อยู่ใกล้ที่สุด หมายลากมาใช้เป็นโล่กำบัง

แต่กระบี่สั้นเล่มหนึ่งยื่นมาจากด้านข้าง

คมกระบี่กดลงบนหลังมือของเขาพอดี

เจ้าของกระบี่คือชายที่เพิ่งพ่ายแพ้ให้หลิงยวน

“คนดูไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ของเจ้า”

คนร้ายสะบัดมีดเข้าใส่

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นก้มหลบ แล้วกระแทกด้ามอาวุธเข้าที่ข้อศอก จ้าวเฉิงตามมาถึงในจังหวะเดียวกัน ก่อนกวาดขาคนร้ายจากด้านหลัง

ร่างนั้นกระแทกขั้นบันได

มีดหลุดจากมือ

ศิษย์หอวินัยเข้ากดแขนทั้งสองข้างไว้ทันที

จ้าวเฉิงหอบหายใจ พลางใช้ผ้าพันฝักเก็บมีดขึ้นมา

“ขอบคุณ”

ชายผู้ใช้กระบี่สั้นเก็บอาวุธ มองแขนเสื้อที่ขาดของเขาแล้วกล่าวว่า

“เจ้าลงเท้าหลังข้ามเก้าอี้เสียงดังเกินไป เขาจึงได้ยิน”

จ้าวเฉิงเงยหน้ามอง

“วันนี้ข้ายังต้องถูกสอนอีกหรือ”

อีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ

ทันใดนั้น เสียงโลหะชิ้นเล็กก็ดังขึ้นบนขั้นบันได

บางสิ่งหล่นออกจากแขนเสื้อของคนร้ายตอนผู้คุมพลิกตัวเขา

มันคือกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือ

ฝากล่องเปิดออก

ด้านในมีร่องเรียงกันสามร่อง

หนึ่งร่องว่างเปล่า

อีกสองร่องยังมีเข็มเงินวางอยู่

⸻

ผู้อาวุโสสวี่มาถึงในจังหวะที่หลิงยวนกำลังตรึงกระแสปราณรอบเสาหินไว้

เขาคุกเข่าลง ใช้เครื่องมือสองชิ้นเปิดแผ่นหินข้างฐาน แล้วตัดเส้นปราณที่เชื่อมเข้ากับเข็มออกทีละเส้น

แสงสีขาวจัดค่อย ๆ ลดระดับลง

เสียงลั่นในหินเงียบหายไป

“ถอนมือได้แล้ว”

หลิงยวนเก็บปราณ

ผู้อาวุโสสวี่ใช้คีมคีบเข็มออก ปลายส่วนที่ฝังอยู่มีรอยสลักละเอียดจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เข็มถูกวางลงในกล่องปิดผนึก

“จงใจทำให้ปราณค้างอยู่ตรงนี้” เขาบอกหัวหน้าผู้คุม “หากรับแรงปะทะซ้ำอีกสองสามครั้ง รอยแตกจะลามไปถึงเสาต้นถัดไป”

หลิงยวนมองไปยังแนวที่นั่งผู้ชม

เยว่ซีกำลังช่วยเสี่ยวถังพาศิษย์เด็กออกจากทางแคบ เมื่อส่งเด็กถึงมือผู้ดูแลแล้ว นางจึงหันมาหาเขา

เขาเดินเข้าไปทันที

“บาดเจ็บหรือไม่”

นางส่ายหน้า

หลิงยวนมองข้อมือที่นางเพิ่งขยับหลบชายแขนเสื้อ

เขายื่นมือออกไป

เยว่ซีลังเลเพียงเล็กน้อย ก่อนวางมือของนางลงบนมือเขา

รอยนิ้วแดงปรากฏชัดเหนือข้อมือ

สีหน้าของหลิงยวนพลันนิ่งขรึมลง

“คนที่จับเจ้า?”

“ใช่ เขาบอกว่าจะไปแจ้งเอง แต่กลับห้ามข้าเรียกผู้คุม”

เขาใช้นิ้วแตะรอบรอยแดงอย่างแผ่วเบา ตรวจดูว่านางเจ็บถึงกระดูกหรือไม่

เยว่ซีขยับนิ้วให้เขาดู

“ยังจับกระบี่ได้”

หลิงยวนเงยหน้าขึ้นมอง

“ข้ายังไม่ได้ถามเรื่องกระบี่”

นางเงียบไปครู่หนึ่ง

เสียงผู้คนเคลื่อนย้ายดังอยู่รอบตัว แต่เมื่อเขายังคงประคองข้อมือนางไว้ เยว่ซีจึงเพิ่งรู้ว่าฝ่ามือของตนเย็นเฉียบ

“ข้าตกใจนิดหน่อย” นางยอมรับ

นิ้วของหลิงยวนกระชับขึ้นเล็กน้อย

“ข้าเห็นเจ้าเรียกผู้คุมแล้ว”

“ท่านเห็นด้วยหรือ”

เขาพยักหน้า

เยว่ซีมองสายรัดข้อมือที่นางผูกให้เขาเมื่อวาน ปมยังอยู่ดี แม้ขอบผ้าจะมีฝุ่นหินติดอยู่

นางใช้นิ้วปัดฝุ่นออกให้

“อย่างน้อยก็ไม่ได้ฟันท่านกระเด็น”

หลิงยวนหลุดหัวเราะเบา ๆ

เพียงชั่วครู่ ก่อนหันไปหาผู้คุมที่เข้ามารายงาน

จ้าวเฉิงตามมาด้วย แขนเสื้อข้างหนึ่งขาดยาว

เยว่ซีรีบหันไปมอง

“แขนเจ้า—”

เขายกแขนขึ้นหมุนให้ดู

“เสื้อขาด แต่ใจข้ายังอยู่ครบ ข้าไม่เป็นไร”

เสี่ยวถังถอนหายใจแรง

“เจ้ายังมีอารมณ์พูดเล่นอีก”

“ถ้าข้าร้องไห้ เจ้าจะเย็บให้หรือ”

“ข้าจะเอาด้ายเย็บปากเจ้า”

จ้าวเฉิงยกมือขึ้นปิดปากทันที

เยว่ซีหัวเราะออกมาสั้น ๆ ก่อนเสียงนั้นจะจางลงเมื่อเห็นกล่องหลักฐานในมือผู้คุม

เข็มอีกสองเล่มวางอยู่ในนั้น

นางมองมันแล้วรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอย

คนที่จับข้อมือนางไม่ได้บังเอิญยืนอยู่ตรงนั้น

เขารออยู่แล้ว

⸻

เจ้าสำนักสั่งปิดลานตะวันตกทันที

การแข่งขันที่ยังไม่เริ่มถูกระงับ ผู้ชมทยอยออกจากเขตสนาม ส่วนแขกที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุต้องรอตรวจป้ายและให้ปากคำก่อนกลับเรือนรับรอง

หลิงยวนสั่งให้แยกผู้ต้องหาออกจากคนอื่น ตรวจค้นทั้งอาวุธและสิ่งของที่ซุกซ่อนในร่างกายก่อนเริ่มสอบสวน

เมื่อผู้คุมพาชายชุดเทาผ่านทางด้านล่าง เยว่ซีสังเกตเห็นว่าเขากำลังเงยหน้ามองไปยังที่นั่งแขก

ไม่ใช่เพื่อมองหาทางหนี

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใครบางคน

เยว่ซีหันตามทันที

ชายชุดม่วงยืนอยู่ริมบันได

ข้างกายเขาคือบุรุษในเสื้อคลุมสีน้ำตาล ผู้เคยนำจานตรวจปราณมาให้นาง

คนทั้งสองยังไม่ได้ถูกเรียกตรวจ พวกเขายืนรอเช่นเดียวกับแขกคนอื่น ไม่มีใครแสดงท่าทีร้อนรน หรือพยายามเดินออกนอกแถว

เยว่ซีก้าวเข้าไปใกล้หลิงยวน

“คนที่ถูกจับมองไปทางนั้น”

นางพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน

หลิงยวนมองตาม ก่อนเรียกหัวหน้าผู้คุมมากระซิบสั่งการ

บนบันได ชายชุดม่วงหันลงมาพอดี

ครั้งนี้เยว่ซีไม่หลบสายตา

นางเห็นเขามองจากกล่องเข็มในมือผู้คุม ไปยังนักโทษ แล้ววกกลับมาหยุดที่นาง

รอยยิ้มสุภาพปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา

เยว่ซีไม่ได้ยิ้มตอบ

หลิงยวนขยับมายืนข้างนาง

เพียงเท่านั้น ชายชุดม่วงก็ถอนสายตา แล้วส่งป้ายแขกให้ผู้ตรวจอย่างสงบ

“บอกทุกอย่างที่เจ้าเห็นแก่ผู้คุม” หลิงยวนกล่าว “ข้าจะไปดูผู้ต้องหา อย่าแยกจากกลุ่ม”

“ข้าจะอยู่กับเสี่ยวถังและจ้าวเฉิง”

เขาพยักหน้า ก่อนหันไปกำชับศิษย์หอวินัยให้คุ้มกันพวกนางออกจากเขตสนาม

เยว่ซีมองตามจนเขาพ้นประตูด้านข้าง

นางอยากรู้ว่าคนชุดเทาจะยอมพูดหรือไม่

จึงไม่ทันเห็นว่าชายเสื้อคลุมสีน้ำตาลบนบันไดก้มหน้าลง เมื่อผู้ตรวจเดินพ้นไปแล้ว

“เสียเข็มทั้งสามเล่ม” เขาพูดลอดไรฟัน “แล้วคนของเราก็—”

“ข้าเห็นแล้ว”

ชายชุดม่วงยังคงมองไปทางที่เยว่ซีกำลังเดินออกไป

“เด็กนั่นจำท่านได้”

“นางจำเจ้าได้ด้วย”

อีกฝ่ายเงียบไป

เบื้องล่าง เสี่ยวถังดึงชายแขนเสื้อของเยว่ซีให้หลบคนหามเปล จ้าวเฉิงเดินอยู่อีกข้าง ส่วนศิษย์หอวินัยสองคนนำทางไปยังประตูเหนือ

ชายชุดม่วงรอจนผู้ตรวจเรียกแขกคนถัดไป จึงกล่าวโดยแทบไม่ขยับริมฝีปาก

“หากคนของเราปริปาก พวกเขาจะค้นเรือนพัก”

“เช่นนั้นต้องรีบลงเขา”

“พร้อมมือเปล่าหรือ”

ชายเสื้อคลุมสีน้ำตาลไม่ตอบ

ชายชุดม่วงมองเยว่ซีอีกครั้ง

นางเพิ่งหยุดให้เด็กสองคนเดินผ่าน ก่อนตามเพื่อนออกจากลาน

“เตรียมจานตรวจของเจ้าให้พร้อม”

“ท่านจะทำอะไร”

คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าชายชุดม่วงเลือนหายไป

“นางไม่ยอมวางมือลงบนจาน”

เขาหันกลับไปมองผู้ร่วมทาง

“เช่นนั้นก็พานางไปทั้งคน”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status