ホーム / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

共有

บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

last update 公開日: 2026-10-24 00:38:50

จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำ

เส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับ

อีกด้านยังเลื้อยต่อ

มันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!

นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถัง

เงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว

“เข้าห้อง!”

เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับ

เยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้ง

ผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวาง

แสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสา

จ้าวเฉิงฟันลงทันที

คราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึก

เสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝา

แล้วเงียบลง

“ถอยจากบันไดให้หมด!”

ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียง

เยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่น

เส้นดำถูกจับแล้ว

แต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น

⸻

หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึก

อักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา

“รับช่วงด้านนี้”

เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันที

หลิงยวนพุ่งไปยังหอรักษา

เขาลงถึงระเบียงในจังหวะที่ผู้อาวุโสสวี่ยกกล่องผนึกขึ้นตรวจ เยว่ซีก้าวออกจากประตูครึ่งก้าว ก่อนหยุดตามสายตาที่เขาส่งมา

“มันแตะเจ้าหรือไม่”

“โดนเสา ข้าหลบทัน”

หลิงยวนตรวจชายเสื้อคลุมซึ่งมีรอยดำติดอยู่ แล้วตัดผ้าส่วนนั้นออก เก็บใส่กล่องอีกใบ

เยี่ยจื้อหยวนตามมาถึง

เขามองตำแหน่งตั้งแต่ประตูรั้วถึงบันได ก่อนหันไปถามจ้าวเฉิง

“มันผ่านคนอื่นมาอย่างไร”

“ไม่หยุดเลยขอรับ” จ้าวเฉิงตอบ “ข้าขวางไว้ มันก็อ้อม พอนางขึ้นบันได มันตามขึ้นมา”

เยว่ซีมองออกไปยังลาน

นางจำได้ว่ามีคนอยู่ระหว่างตนกับเส้นดำนั้นหลายคน

มันผ่านทุกคนมา

คำถามหนึ่งดังจากด้านหลัง

“เพราะเลือดของนางหรือ”

บุรุษสูงวัยจากสำนักภายนอกยืนอยู่ข้างเสา สายตาหยุดตรงผ้าพันแผลของเยว่ซี

หลิงยวนหันไปมอง

เยี่ยจื้อหยวนเป็นฝ่ายตอบ

“ผู้บาดเจ็บคนอื่นก็มีเลือด ตอนนี้เรารู้เพียงว่ามันเลือกตามนาง ยังไม่ควรสรุปเกินสิ่งที่เห็น”

“แต่หากมันตามนางจริง หอรักษานี้ก็—”

“จึงต้องกักมันให้ได้”

หลิงยวนพูดแทรก

น้ำเสียงไม่ได้ดัง ทว่าทำให้คนที่อยู่ใกล้เงียบลง

เยว่ซีมองใบหน้าผู้ที่ถาม

เขาไม่ได้แสดงความรังเกียจนาง มือข้างหนึ่งยังประคองศิษย์ซึ่งพันแผลที่ศีรษะอยู่ ความกังวลของเขามีคนเจ็บเป็นเหตุ

นางเข้าใจ

แต่เมื่อก้มเห็นมือของตนเอง ความเย็นก็ยังแล่นขึ้นมาถึงอก

หลิงยวนขยับมายืนบังสายตาจากด้านหลังให้

“มองข้า”

เยว่ซีเงยหน้า

“คนที่นำมันเข้ามาถูกจับแล้ว” เขากล่าว “เจ้าช่วยคนอยู่ที่นี่ อย่าเอาความผิดของพวกมันมาเป็นของตน”

นางสูดลมหายใจช้า ๆ

ก่อนพยักหน้า

⸻

เสียงระเบิดดังจากวงผนึกด้านนอก

แสงสีเงินเหนือกำแพงวูบลงหนึ่งชั้น ก่อนเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสจะเสริมกลับขึ้นมา

ผู้ส่งข่าววิ่งขึ้นบันได

“พื้นใต้ค่ายกลเริ่มทรุดขอรับ! ทางระบายน้ำใต้ทางเดินแตก มันพยายามลงไปด้านล่าง!”

ผู้อาวุโสสวี่สบถเบา ๆ

เขามองฐานหอรักษาที่เพิ่งเสียหาย แล้วหันไปทางเจ้าสำนักซึ่งยืนอยู่นอกแนวรั้ว

“ตรงนี้ตั้งวงปิดไม่ได้ ใต้พื้นมีท่อถึงเรือนอื่น!”

เจ้าสำนักกวาดตามองบริเวณรอบตัว

ด้านหนึ่งเป็นหอรักษาที่เต็มไปด้วยคน อีกด้านเป็นเรือนพักและซากกำแพง ทางเดินแคบจนผู้อาวุโสต้องยืนกระจายคนละมุม

“ลานตะวันออก” เขาสั่ง “ใช้ฐานสนามประลอง ลานนั้นยังไม่เสียหาย”

ผู้อาวุโสสวี่พยักหน้าทันที

“ข้าจะไปเปิดวงกัก ไม่ใช้ม่านรับแรงแบบประลอง”

เขาเรียกศิษย์สองคนให้ยกหีบเครื่องมือ แล้วรีบออกไปทางระเบียงฝั่งตะวันตกซึ่งยังปลอดภัย

หลิงยวนหันไปหาเยี่ยจื้อหยวน

“พามันไปทั้งวงได้หรือไม่”

“ได้ แต่ต้องกดส่วนที่แตกออกทุกครั้ง อย่าให้มันสัมผัสคนระหว่างทาง”

“ข้าคุมด้านหน้า”

เจ้าสำนักรับคำจากอีกฝั่ง

“ข้าปิดด้านหลัง”

คำสั่งเคลื่อนผู้คนดังต่อเนื่อง ผู้คุมเริ่มเปิดทางจากหอรักษาไปยังลานตะวันออก ขณะที่ศิษย์อาวุโสเข้าประจำทุกหัวมุม

เยว่ซีมองเส้นทางนั้น

จากระเบียงฝั่งนี้ไปลานประลองมีทางเดินขนานกันอยู่สองสาย สายหนึ่งเปิดโล่ง อีกสายอยู่หลังกำแพงเตี้ย เชื่อมถึงเรือนเก็บอุปกรณ์

“แล้วพวกข้าอยู่ที่นี่หรือ” นางถาม

หลิงยวนมองฐานเสาที่แตกร้าว

“ย้ายไปเรือนด้านหลังลานตะวันออก ที่นั่นแยกจากสนามด้วยกำแพงอีกชั้น ผู้คุมจะนำไปก่อน”

เยว่ซีพยักหน้า แล้วหันกลับเข้าห้อง

นางไม่ขอออกไปล่อมัน

ไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ใดช่วยนางยากขึ้นอีก

สิ่งที่นางทำได้ตอนนี้คือเดินตามทางให้เร็ว และไม่ปล่อยให้คนข้างหลังหลงเหลือ

⸻

เสิ่นซูเหอจัดคนออกเป็นกลุ่มเล็ก

ผู้บาดเจ็บที่เดินได้ไปก่อน ตามด้วยแคร่ ส่วนคนเจ็บหนักอยู่กับอาจารย์ฉินในห้องด้านในซึ่งผู้คุมเสริมอาคมไว้แล้ว จะเคลื่อนย้ายเมื่อเส้นทางว่าง

ยายหวังช่วยจับห่อยาให้แน่นกับแคร่หลังหนึ่ง ก่อนมาหาเยว่ซี

“เดินไหวหรือไม่”

“ไหวเจ้าค่ะ”

หญิงชรามองใบหน้านาง แล้วหันไปกำชับเสี่ยวถัง

“หากนางหน้าซีด ให้เรียกคนช่วย อย่าฝืนกันเอง”

เสี่ยวถังพยักหน้ารับ

เยว่ซีกำลังจะตอบว่าไม่ได้ซีดถึงเพียงนั้น จ้าวเฉิงก็ยื่นกระจกโลหะเล็กที่หยิบจากโต๊ะรักษามาตรงหน้า

นางเห็นริมฝีปากตนเองแล้วเงียบ

เขาเก็บกระจก

“ดี วันนี้ข้าไม่ต้องเถียง”

เยว่ซีมองรอยบวมบนหน้าผากเขา

“เจ้าเองก็อย่าเอาหัวไปชนอะไรอีก”

“ข้าเริ่มเสียดายที่ช่วยคนแล้วถูกจดจำอยู่เรื่องเดียว”

เสี่ยวถังหลุดหัวเราะสั้น ๆ

เสียงนั้นทำให้ยายหวังคลายสีหน้าลงเล็กน้อย ก่อนเดินไปกับผู้ช่วยของเสิ่นซูเหอด้านหน้า

เยว่ซีมองตามจนเห็นยายผ่านประตูระเบียงอย่างปลอดภัย

จากนั้นจึงก้าวตามเสี่ยวถังไป

จ้าวเฉิงเดินปิดท้าย กระบี่อยู่ในมือแทนฝัก

⸻

ม่านผนึกเริ่มเคลื่อน

หลิงยวนถอยไปตามทางเดินทีละก้าว ปลายกระบี่ตรึงร่างมารซึ่งถูกบีบอยู่กลางแสง ขณะที่เจ้าสำนักผลักวงจากด้านหลัง

ทุกครั้งที่เงาดำแทงลงพื้น เยี่ยจื้อหยวนจะปักแผ่นผนึกตัดทางไว้

รอยดำไหม้ทอดเป็นช่วง ๆ บนแผ่นหิน

มันไม่ยอมไปตามทางง่าย ๆ

แขนข้างหนึ่งกระแทกด้านซ้าย อีกข้างแยกเป็นเส้นเล็กพุ่งเข้าหากำแพงขวา ผู้อาวุโสที่ประกบอยู่ใช้ปราณกดกลับอย่างต่อเนื่อง

หลิงยวนฟันส่วนที่ยื่นออกมาขาด แล้วเผาสลายก่อนมันตกถึงพื้น

ร่างมารเล็กลงอีก

แต่เมื่อถึงทางแยก มันกลับหยุดดิ้น

ใบหน้าที่มีเพียงรอยแยกหันช้า ๆ ไปทางกำแพงเตี้ย

อีกฟากหนึ่งมีเสียงฝีเท้าของกลุ่มเยว่ซี

หลิงยวนขยับเข้าบังทันที

เงามารกระแทกม่านตรงหน้าเขาเต็มแรง!

แสงสีเงินอมฟ้าสั่นสะเทือน

เขารับไว้โดยไม่ถอย ก่อนกดกระบี่สวนเข้าไปจนแขนของมันแตกสลาย

“เดินต่อ!” เขาสั่งผู้คุมอีกฟากกำแพง “ห้ามหยุด!”

เสียงฝีเท้าเร่งขึ้น

เยว่ซีได้ยินเสียงนั้นชัด

นางรู้ว่าเขากำลังอยู่ห่างออกไปเพียงกำแพงกั้น แต่ไม่หันกลับไปมอง

เสี่ยวถังจับข้อศอกนางไว้

ทั้งสองเดินต่อพร้อมกัน

⸻

ลานตะวันออกเปลี่ยนไปจากเมื่อเช้า

ธงประลองถูกปลดออกแล้ว ราวกั้นด้านหนึ่งถูกย้ายเพื่อเปิดทางให้วงผนึกผ่านเข้าไป ผู้อาวุโสสวี่กำลังวางแผ่นโลหะลงตรงจุดเชื่อมฐานสนาม

แสงจากเสาหินทั้งสี่ต้นขึ้นพร้อมกัน

ไม่ได้โค้งคลุมเฉพาะลานเหมือนม่านป้องกันผู้ชม แต่ทอดลงใต้พื้นจนเห็นร่องอักขระสว่างเป็นวงซ้อน

ผู้คุมสนามคนหนึ่งหอบวิ่งเข้ามา

“ด้านใต้พร้อมแล้วขอรับ”

“ด้านเหนือ?”

“พร้อม!”

ผู้อาวุโสสวี่ยกแขนขึ้นส่งสัญญาณ

หลิงยวนพาร่างมารผ่านขอบลาน

ทันทีที่มันเข้าถึงกึ่งกลาง เสาหินทั้งสี่ก็สว่างวาบ แนวผนึกใต้พื้นยกตัวขึ้นปิดรอบมัน

เสียงกระแทกดังสนั่น

เงามารพุ่งขึ้นด้านบน แต่พบม่านของเจ้าสำนักกดลงมา

มันแทงแขนลงพื้น

อักขระใต้เท้าสะท้อนแสงกลับทันที

คราวนี้ไม่มีร่องให้ลอด

หลิงยวนก้าวตามเข้าไปในวง

เยี่ยจื้อหยวนยกมือห้ามศิษย์ทุกคนไม่ให้เข้าใกล้ ก่อนประจำตำแหน่งข้างผู้อาวุโสสวี่

“ตรึงฐานไว้ เขาจะทำลายมันจากข้างใน”

⸻

กลุ่มเยว่ซีมาถึงเรือนเก็บอุปกรณ์ซึ่งถูกเปิดใช้เป็นที่พักชั่วคราว

กำแพงด้านหนึ่งกั้นจากสนาม ประตูอีกด้านเปิดออกสู่ทางขึ้นหอรักษาชั้นใน ผู้บาดเจ็บกำลังทยอยผ่านต่อไป ไม่ได้หยุดรวมกันทั้งหมด

ยายหวังอยู่กับเสิ่นซูเหอข้างแคร่ด้านหน้า

เยว่ซีเห็นแล้วจึงหยุดหอบอยู่ริมประตู

เสี่ยวถังประคองนางนั่งบนม้านั่งเตี้ย

“พักสักครู่ ผู้คุมยังรอคนกลุ่มหลังอยู่”

จ้าวเฉิงเดินไปดูทางกับศิษย์อีกคน ก่อนกลับมายืนข้างประตู

นอกกำแพง เสียงกระบี่ดังขึ้น

ตามด้วยแสงสีเงินอมฟ้าซึ่งสาดผ่านช่องลมเป็นแนวยาว

ฝุ่นบนขื่อร่วงลงมา

เด็กอาเซิงสะดุ้งจนปล่อยป้ายในมือ แต่คราวนี้ศิษย์พี่ของเขารับไว้ทัน

เยว่ซีเห็นทั้งสองแล้วนึกถึงสนามเมื่อเช้า

เสียงคนปรบมือ

ชื่อผู้ชนะ

หลิงยวนยกข้อมือที่นางผูกสายรัดให้ดู

ผ่านไปไม่ถึงวัน ลานประลองกลับกลายเป็นที่กักมาร ส่วนผู้ที่เคยส่งเสียงเชียร์ต้องนั่งฟังว่าแต่ละเสียงกระแทกจะเข้ามาใกล้อีกเพียงใด

นางก้มมองมือที่พันแผล

ความร้อนบางอย่างแล่นผ่านกลางฝ่ามือ

เยว่ซีชะงัก

มันไม่ใช่ความแสบจากแผล

เป็นแรงสะเทือนลึกอยู่ใต้เส้นปราณ ราวกับมีผู้เคาะจากอีกฟากของประตูที่ปิดสนิท

นางรีบผ่อนลมหายใจตามวิธีที่หลิงยวนสอน ไม่ส่งปราณตามความรู้สึกนั้น

ความร้อนลดลง

เสี่ยวถังสังเกตเห็น

“เจ็บอีกหรือ”

“เมื่อครู่ปราณสะดุด”

“เรียกอาจารย์เสิ่นไหม”

เยว่ซีพยักหน้า

เสี่ยวถังจึงเรียกผู้ช่วยที่อยู่ใกล้ให้ไปแจ้ง แล้วนั่งอยู่ข้างนางต่อ ไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

⸻

กลางลาน หลิงยวนยกกระบี่ขึ้น

เส้นแสงสีเงินอมฟ้าทอดจากคมลงสู่พื้น ล้อมเงามารไว้ในระยะเพียงไม่กี่ก้าว

มันกระแทกเข้าหาเขาอีกครั้ง

คราวนี้เขาเดินสวน

กระบี่แรกตัดแขนที่พุ่งมา

กระบี่ที่สองผ่ากลางลำตัว

ก่อนส่วนที่แตกออกจะทันแยกหนี กระบี่ที่สามก็ปักลงตรงจุดที่เส้นดำทั้งหมดมาบรรจบกัน

แสงสว่างพุ่งขึ้นจากพื้น!

เสียงกรีดร้องแหลมดังจนผู้คุมรอบลานต้องกัดฟันทน

ร่างคล้ำบิดเกลียวรอบกระบี่ ส่วนที่อยู่ด้านนอกเริ่มสลายทีละชั้น

เยี่ยจื้อหยวนเพ่งมองกลางร่าง

มีสิ่งแข็งชิ้นหนึ่งปรากฏอยู่ในนั้น

บางและโค้ง ขนาดไม่ถึงข้อนิ้ว สีคล้ำจนเกือบกลืนไปกับเงา

“ตรงใต้คมกระบี่!” เขาร้อง

หลิงยวนเห็นแล้ว

เขากดปราณลง บังคับเงารอบชิ้นส่วนนั้นแยกออก

ทันใดนั้นรอยสลักบนผิวมันก็สว่างเป็นสีแดง

เสาหินทั้งสี่สั่นพร้อมกัน

ผู้อาวุโสสวี่ก้มมองแผ่นควบคุม

แสงที่ควรไหลเข้าหาวงกักกลับถูกดึงเร็วขึ้นอย่างผิดปกติ

“มันกำลังดึงปราณจากฐาน!”

เขาตัดทางจ่ายด้านหนึ่งทันที ส่วนเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสรับแรงแทน ไม่ปล่อยให้วงเปิด

หลิงยวนบิดกระบี่หมายตัดสิ่งที่อยู่กลางร่าง

เงามารกลับอัดตัวลงบนชิ้นส่วนนั้นทั้งหมด

ความมืดหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว

เล็กจนเหลือเพียงก้อนดำใต้คมกระบี่

เยี่ยจื้อหยวนหน้าเปลี่ยนสี

“มันจะระเบิด!”

หลิงยวนกางม่านปราณครอบลงทันที

เจ้าสำนักส่งแสงเสริมจากอีกด้าน

เสียงระเบิดดังขึ้นกลางลาน

พื้นสนามยุบลงเป็นหลุม เศษหินปะทะม่านจนเกิดเสียงรัวราวฝนกระหน่ำ ร่างของหลิงยวนยังยืนอยู่ตรงกลาง กระบี่ปักตรึงส่วนแข็งนั้นไว้ไม่ให้กระเด็นออก

ม่านชั้นนอกสะเทือนแต่ไม่แตก

ผู้คนหลังกำแพงก้มตัวลงพร้อมกัน

เงียบไปชั่วลมหายใจ

แล้วเยี่ยจื้อหยวนก็เห็นแสงแดงสองจุด

ชิ้นส่วนใต้กระบี่ร้าวแล้ว

รอยสลักครึ่งหนึ่งยังอยู่ตรงนั้น

อีกครึ่งหายไปพร้อมเศษหินที่พุ่งเข้าขอบม่านด้านตะวันตก

“ตรวจด้านตะวันตก!”

ผู้อาวุโสสวี่หมุนตัวทันที

⸻

ในเรือนพักชั่วคราว เยว่ซีได้ยินเสียงบางสิ่งกระทบหลังคา

กระเบื้องแผ่นหนึ่งร้าว

ผู้คุมรีบพาทุกคนออกห่างจากใต้ขื่อ จ้าวเฉิงยกกระบี่ขึ้นบังหน้าเสี่ยวถังกับเยว่ซี ขณะที่ฝุ่นร่วงลงมาตามช่องไม้

ไม่มีเงามารขนาดใหญ่ตามเข้ามา

มีเพียงเศษหินเล็ก ๆ หล่นกระจาย

ศิษย์คนหนึ่งกำลังจะใช้เท้าเขี่ยออกจากทาง แต่จ้าวเฉิงยกมือห้าม

“อย่าแตะ รอผู้คุมตรวจ”

เยว่ซีลุกขึ้นตามคำสั่งเคลื่อนย้าย

นางมองผ่านประตูไปยังแคร่หลังหนึ่งที่ติดขอบธรณี ผู้ช่วยสองคนพยายามยกให้พ้น โดยมีหญิงชรานอนเกาะข้างแคร่ด้วยความหวาดกลัว

“ข้าช่วยบอกทางให้”

เยว่ซีเดินไปหยุดห่างจากปลายแคร่ ไม่ใช้มือยกตามคำสั่งของเสิ่นซูเหอ

เสี่ยวถังตามมาติด ๆ

บนขื่อด้านหลัง เศษสีคล้ำชิ้นหนึ่งติดอยู่ระหว่างไม้กับกระเบื้อง

รอยแดงบนผิวมันค่อย ๆ สว่างขึ้น

ข้างนอก หลิงยวนถอนกระบี่จากชิ้นส่วนครึ่งแรกที่ถูกทำลาย แล้วหันตรงมาทางเรือนพักทันที

เขารู้สึกถึงปราณที่เคลื่อนไหวอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในสนามแล้ว.

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status