بيت / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

مشاركة

บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

last update تاريخ النشر: 2026-10-24 00:20:45

หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้า

เขาเสียหลักหงายหลัง

เหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้น

แผ่นหินพลิกขึ้น

สิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่น

เสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน

“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”

อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนัก

เขายังคุกเข่าอยู่

มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น

“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”

อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น

“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”

ชายผู้นั้นหอบหายใจ

เขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือ

นิ้วของเขาคว้าด้ามไว้

อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าว

ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง

“หลบ!”

กระบี่หนักฟาดลงมา!

นางกระโดดออกด้านข้าง

พื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าว

เสียงร้องดังจากในเรือน

มีคนยังออกมาไม่หมด

อวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนตะโกนใส่ผู้ที่ยืนชะงักอยู่ตรงธรณีประตู

“ออกทางด้านหลัง! อย่ามายืนดู!”

ชายกระบี่หนักใช้มือซ้ายจับแขนขวาไว้

แต่แขนข้างนั้นยังค่อย ๆ ยกอาวุธขึ้น

เส้นสีคล้ำลามถึงลำคอแล้ว

“ข้าหยุดมันไม่ได้”

เสียงเขาสั่น

อวี้หนิงยกกระบี่ตั้งรับ

“มองข้าไว้ หากรู้ว่ามันจะฟันทางใด บอกข้า”

เขากัดฟัน พยักหน้าอย่างยากเย็น

ทันใดนั้นส้นเท้าก็กระแทกพื้น

“ข้างล่าง!”

นางขยับก่อนสันหินจะพุ่งขึ้นใต้เท้าเพียงเสี้ยวลมหายใจ

กระบี่หนักกวาดตามมาจากด้านขวา

คราวนี้อวี้หนิงไม่กระโดด

นางย่อตัวต่ำจนเข่าเกือบแตะพื้น ปล่อยให้คมกระบี่ผ่านเหนือศีรษะ แล้วแทงปลายกระบี่ลงตรงข้างส้นเท้าของเขา

หินยุบลงครึ่งคืบ

เท้าที่ควรรับน้ำหนักมั่นคงพลันเอียง

ร่างใหญ่เสียหลัก กระบี่หนักฟันเลยแนวไปกระแทกกำแพง

อวี้หนิงถอยออกมาทันที

เมื่อวานนางกับเยว่ซียังขีดดินหาวิธีทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า

วันนี้นางได้ใช้มันแล้ว

แต่คนตรงหน้าไม่ได้กำลังพยายามเอาชนะนาง

เขากำลังพยายามไม่ฆ่านาง

⸻

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเหนือเรือนพัก

โม่หลิงยวนลุกจากเก้าอี้ทันที

หลินเยว่ซีถอนมือออกจากมือเขาเอง แม้ความอุ่นยังค้างอยู่ตรงปลายนิ้ว

“ไปเถิด”

เขามองนางเพียงครู่เดียว ก่อนหันไปทางเสิ่นซูเหอ

“หากต้องเคลื่อนย้าย ใช้ทางไปหอรักษาด้านใน ข้าจะให้คนคุมตลอดทาง”

เสิ่นซูเหอพยักหน้า

หลิงยวนออกจากห้องพร้อมผู้ส่งข่าว

คราวนี้เยว่ซีไม่ได้เดินตามไปถึงประตู

นางหันไปมองผู้บาดเจ็บบนเตียงแทน

อาจารย์ฉินกำลังพันแขนให้ศิษย์หอวินัย ส่วนผู้คุมที่ถูกชายชุดม่วงบีบข้อมือนั่งรอตรวจอยู่ข้างผนัง ทุกคนต้องย้ายหากเหตุลุกลามมาถึงเรือนนี้

“อาจารย์เสิ่น ข้าช่วยอะไรได้บ้าง”

เสิ่นซูเหอมองมือที่พันแผลของนาง

“ช่วยเรียกชื่อคนให้ครบ อย่ายกของ”

เยว่ซีรับสมุดด้วยมือข้างที่เจ็บน้อยกว่า

เสี่ยวถังขยับเข้ามาช่วยเปิดหน้าให้ ส่วนจ้าวเฉิงเดินไปตรวจทางด้านนอกกับผู้คุม

เยว่ซีไล่ชื่อทีละคน

การได้ทำอะไรสักอย่างช่วยให้นางหยุดฟังทุกเสียงที่ดังจากระยะไกล

แต่เมื่อเสียงกระแทกครั้งใหญ่สั่นมาถึงหน้าต่าง พู่กันในมือนางก็หยุดอยู่เหนือกระดาษ

เสี่ยวถังวางนิ้วลงข้างบรรทัดถัดไป

“คนนี้อยู่เตียงริมประตู”

เยว่ซีสูดลมหายใจ แล้วเรียกชื่อต่อ

⸻

กระบี่ของอวี้หนิงถูกกระแทกจนปลายบิ่น

นางถอยสามก้าวก่อนตั้งหลักได้

ชายตรงหน้าพยายามยกมือซ้ายกดแขนขวาลงอีกครั้ง เล็บจิกเนื้อจนเลือดไหล แต่กลับทำให้เส้นคล้ำใต้ผิวขยับเร็วขึ้น

“อย่าจิกแผล!” นางร้อง

ช้าไปแล้ว

เงาสีดำสะบัดออกจากฝ่ามือ พันรอบด้ามกระบี่หนักแล้วเลื้อยขึ้นตามคม

อวี้หนิงยกกำแพงหิน

กระบี่ฟาดลง

กำแพงแตกในครั้งเดียว!

แรงปะทะเหวี่ยงนางถอยไปชนราวระเบียง ความเจ็บแล่นผ่านแผ่นหลังจนลมหายใจสะดุด

ชายผู้นั้นก้าวตาม

ดวงตาเขายังมีสติ

นั่นทำให้ภาพตรงหน้ายิ่งน่ากลัว

“หนีไป…”

เขาพูดลอดไรฟัน ขณะที่สองมือยกกระบี่เหนือศีรษะ

อวี้หนิงก้มมองเท้าเขา

นางยกหินใต้ส้นอีกครั้ง

แต่คราวนี้เส้นดำแทงลงพื้น ยึดขาข้างนั้นไว้แน่น

กระบี่หนักฟันลงตรงหน้านาง

แสงสีเงินอมฟ้าพุ่งเข้ามารับ!

เสียงปะทะก้องจนหน้าต่างทั้งแถบสั่น

หลิงยวนยืนอยู่ระหว่างคนทั้งสอง กระบี่ของเขารับอาวุธหนักไว้เหนือไหล่ ขณะมือซ้ายผลักอวี้หนิงออกจากแนวโจมตี

“ถอยไปคุมประตู”

นางขยับทันที

หลิงยวนเบี่ยงคมกระบี่ลงด้านข้าง แล้วก้าวเข้าหาข้อมือคู่ต่อสู้

ชายผู้นั้นพยายามคลายนิ้ว

นิ้วไม่ขยับ

“ตัดมือข้า!”

หลิงยวนใช้ฝักกระบี่กระแทกใต้ข้อมือก่อนอาวุธจะถูกยกขึ้นอีก

“มองหน้าข้า”

อีกฝ่ายหอบหนัก

“มันจะ—”

“ข้ารับอยู่”

คำตอบสั้นทำให้ชายผู้นั้นหยุดดิ้นไปชั่วขณะ

หลิงยวนกดปราณลงตรงท่อนแขน เส้นคล้ำหดกลับจากด้ามกระบี่ แต่ส่วนที่พันนิ้วยังรัดแน่น

เขาเหลือบมองมือซ้ายซึ่งยังขยับได้

“มือซ้ายเจ้าควบคุมได้หรือไม่”

“ได้…”

“จับข้อมือขวาไว้ ไม่ต้องฝืนดึง”

ชายผู้นั้นทำตาม

หลิงยวนพลิกกระบี่ของตน กดสันอาวุธหนักลงกับพื้น แล้วส่งแสงผนึกผ่านช่องระหว่างนิ้วทีละเส้น

เสียงแหลมดังจากมือที่กำแน่น

นิ้วแรกคลายออก

ตามด้วยนิ้วที่สอง

เยี่ยจื้อหยวนมาถึงพร้อมแผ่นผนึก เขาตรึงเงาดำที่พุ่งออกจากแผลไว้กับพื้น ขณะที่เจ้าสำนักปิดทางด้านนอกไม่ให้มันเลื้อยถึงผู้คน

ในที่สุดกระบี่หนักก็หลุดจากมือ

หลิงยวนเตะอาวุธออกห่าง แล้วประคองชายผู้นั้นคุกเข่าลง

ฝ่ามือที่เคยฟาดหินแตกสั่นอย่างรุนแรง

“ข้าฟันโดนใครหรือไม่”

อวี้หนิงมองรอบลาน

ศิษย์ที่นางช่วยไว้ยืนอยู่หลังประตู คนในเรือนออกทางด้านหลังครบแล้ว มีเพียงแผลถลอกจากการหนีและรอยช้ำของนาง

“ไม่มีใครถูกกระบี่เจ้า”

ชายผู้นั้นหลับตาลง

ลมหายใจขาดเป็นห้วง ก่อนเขาจะยอมปล่อยน้ำหนักตัวลงบนแขนหลิงยวน

⸻

เมื่ออาคมกักพื้นที่ขึ้นครบ ผู้อาวุโสสวี่จึงเข้าตรวจแผ่นหินที่อวี้หนิงประกบไว้

ด้านในยังมีเสียงขูด

เขาใช้แผ่นผนึกหุ้มหินทั้งสองชั้น ก่อนยกใส่หีบโดยไม่เปิดดูตรงนั้น

เยี่ยจื้อหยวนตรวจแขนของผู้ใช้กระบี่หนักแล้วหันไปหาผู้ส่งข่าว

“อีกสองคนพบหรือยัง”

“พบหญิงผู้หนึ่งที่เรือนทิศใต้ขอรับ นางยังไม่กินยาที่ได้รับมา ผู้รักษาอยู่กับนางแล้ว ส่วนอีกคน…”

เสียงผู้ส่งข่าวชะงักเมื่อศิษย์อีกคนวิ่งเข้ามา

“คนสุดท้ายอยู่ศาลาตรวจด้านตะวันออกขอรับ ผู้อาวุโสประจำสำนักเขากำลังตรวจชีพจร”

หลิงยวนเงยหน้าทันที

“ส่งข่าวให้หยุดถ่ายปราณเข้าไป”

ผู้ส่งข่าวหันวิ่งกลับ

เจ้าสำนักเรียกผู้อาวุโสสองคนให้ตามไปช่วย แล้วหันมากำชับเรื่องผู้บาดเจ็บ

“คนผู้นี้รักษาที่นี่ก่อน แยกจากผู้บาดเจ็บทั่วไป อย่าเคลื่อนย้ายจนกว่าท่านเยี่ยจะอนุญาต”

ชายกระบี่หนักลืมตาขึ้น

“ข้าไม่ได้รู้ว่ายานั่น…”

“ข้าทราบ” เจ้าสำนักตอบ “เจ้าต้องอยู่ให้พวกเราช่วย”

หลิงยวนส่งตัวเขาให้ผู้รักษาซึ่งเตรียมแคร่มาถึงแล้ว จากนั้นเดินไปหาอวี้หนิง

นางกำลังใช้ผ้าพันรอยแตกบนด้ามกระบี่

“เจ็บที่ใด”

“หลังเจ้าค่ะ กระแทกราว แต่ยังเดินได้”

เขาเหลือบมองปลายกระบี่ที่บิ่น

“ไปให้ผู้รักษาตรวจ อย่าฝืนลงมืออีก”

อวี้หนิงพยักหน้า

หลิงยวนหยุดก่อนเดินพ้นไป

“วันนี้เจ้าช่วยคนไว้หลายคน”

มือที่พันด้ามกระบี่ชะงัก

นางเงยหน้า แต่เขากำลังหันไปฟังรายงานจากผู้คุมแล้ว

อวี้หนิงก้มลงเก็บปลายผ้า

ความเจ็บที่หลังยังอยู่

ทว่าคราวนี้นางยืนตรงขึ้นได้อีกเล็กน้อย

⸻

คำสั่งย้ายผู้บาดเจ็บมาถึงห้องรักษาชั่วคราวก่อนฟ้ามืด

หอรักษาด้านในมีพื้นที่มากกว่าและมีกำแพงอาคมถาวร เสิ่นซูเหอจึงให้คนเคลื่อนเตียงออกทีละหลัง โดยมีผู้คุมประกบหัวท้าย

เยว่ซีถือบัญชีอยู่ข้างประตู

นางเรียกชื่อ ตรวจจำนวน แล้วขีดเครื่องหมายเมื่อผู้บาดเจ็บผ่านออกไป

เสี่ยวถังช่วยผูกห่อยากับปลายแคร่แต่ละหลัง ไม่ให้ยาของผู้ใดสลับกัน

จ้าวเฉิงกลับมาจากทางเดิน

“ทางโล่งแล้ว ไม่มีรถเข็น”

เยว่ซีเงยหน้ามองเขา

เขายักไหล่เบา ๆ

“ข้าดูใต้ผ้าทุกผืนด้วย”

นางไม่หัวเราะกับประโยคนั้น

เพียงพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ขอบใจ”

เขายกมือเกาหลังคอแล้วเดินไปช่วยเปิดประตูให้แคร่หลังสุดท้าย

ยายหวังรออยู่ในหอรักษาด้านใน เมื่อเห็นเยว่ซีเดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมของหลิงยวนและมือที่พันแผล หญิงชราก็ลุกขึ้นทันที

“มานี่”

เยว่ซีเข้าไปหาอย่างว่าง่าย

ยายหวังจับปลายคางนางให้หันซ้ายขวา ดูแผลที่แก้มแล้วเลื่อนสายตาลงไปยังข้อมือ

นางไม่ได้ถามว่าทำไมจึงเกิดเรื่องอีก

ไม่ได้พูดว่าควรอยู่แต่ในห้อง

เพียงดึงเสื้อคลุมให้ปิดไหล่ แล้วลูบเส้นผมที่หลุดลงข้างแก้มไปไว้หลังหู

“นั่งก่อน เดินมาถึงแล้วก็พักขาเสียบ้าง”

เยว่ซีจับมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ครู่หนึ่ง

ความอุ่นที่คุ้นเคยทำให้ลำคอตีบขึ้นอีกครั้ง

“ยายอยู่ที่นี่นานแล้วหรือ”

“ตั้งแต่คนมาบอกว่าจะย้ายผู้บาดเจ็บ ข้าช่วยจัดที่ไว้”

ด้านหลังมีเสียงเรียกขอผ้าสะอาด

ยายหวังหันไป แต่เยว่ซียังไม่ปล่อยมือ

หญิงชราจึงมองกลับมา

นางค่อย ๆ คลายนิ้ว

“ข้านั่งตรงนี้นะ”

“ยายก็อยู่แถวนี้”

คำตอบนั้นเพียงพอแล้ว

⸻

ข่าวจากศาลาตรวจด้านตะวันออกมาถึงพร้อมเสียงระฆังเตือนครั้งใหม่

ผู้บาดเจ็บบนเตียงเงยหน้าพร้อมกัน

ผู้ส่งข่าวหยุดอยู่ด้านนอก ไม่วิ่งพรวดเข้ามาในหอ

“ขออาจารย์ฉินไปช่วย คนรับยารายสุดท้ายมีอาการแล้ว ผู้อาวุโสที่ตรวจเขาบาดเจ็บ!”

อาจารย์ฉินหยิบหีบยา

เสิ่นซูเหอเรียกผู้ช่วยสองคนตามไป ก่อนหันสั่งคนที่เหลือให้ปิดประตูด้านตะวันออกและใช้ทางเข้าฝั่งเหนือเพียงทางเดียว

เยว่ซีมองผ่านช่องหน้าต่าง

แสงอาคมสว่างขึ้นเป็นแนวหลังคา

คราวนี้ไม่ได้มีเพียงสีเงินอมฟ้าของหลิงยวน

มีปราณจากผู้อาวุโสหลายคนกำลังปะทะกันอยู่ตรงลานระหว่างเรือน

นางลุกไปหาผู้คุมที่ประตู

“ทางตะวันออกอยู่ใกล้เรือนพักแขกใช่หรือไม่”

“ใช่ แต่เจ้าสำนักสั่งให้คนออกจากบริเวณนั้นแล้ว”

เขาพูดจบ เสียงไม้แตกก็ดังขึ้นไกล ๆ

คนกลุ่มหนึ่งปรากฏตรงหัวมุมทางเดิน วิ่งตามศิษย์ชิงเสวียนที่กำลังนำออกจากเขตอันตราย มีทั้งแขกสูงวัย ผู้ติดตาม และศิษย์เด็ก

ผู้คุมเปิดประตูรั้วชั้นนอกให้

เยว่ซีถอยหลบทางทันที

เสิ่นซูเหอส่งคนไปแยกผู้บาดเจ็บกับคนที่เพียงหนีมา ไม่ให้ทุกคนเบียดเข้าในหอพร้อมกัน

เสียงถามหาญาติ เสียงเรียกชื่อ และเสียงหอบดังปนกัน

เยว่ซีเห็นเด็กชายคนหนึ่งยืนตัวแข็งอยู่ข้างเสารั้ว มือกำป้ายประจำตัวแน่นเหมือนกลัวทำหาย

นางเดินเข้าไปใกล้โดยอยู่ภายในแนวผู้คุม

“มากับใคร”

เด็กชี้ไปทางฝูงชน

“ศิษย์พี่…ข้าไม่เห็นแล้ว”

เสี่ยวถังตามมาหยุดข้างนาง

“ข้าจะช่วยเรียก เจ้ายืนกับเยว่ซีตรงนี้ก่อน”

เด็กพยักหน้า

ทันใดนั้นเสียงกระแทกหนักก็ดังจากทางด้านตะวันออก

กำแพงเรือนหลังหนึ่งพังลง

ฝุ่นพุ่งขึ้นเหนือหลังคา

แล้วร่างคนก็กระเด็นออกมาบนทางเดิน!

ผู้คุมยกกระบี่พร้อมกัน

ชายที่ล้มลงพยายามยันตัวลุก เสื้อบริเวณอกฉีกขาด เผยแสงผนึกซึ่งกะพริบไม่สม่ำเสมอ

ด้านหลังเขา หลิงยวนตามมาถึงพร้อมเจ้าสำนัก

“ทุกคนเข้าหลังรั้ว!” เสียงเขาดังชัด

เยว่ซีคว้ามือเด็กชายทันที

ชายกลางทางเดินเงยหน้าขึ้น

เส้นสีคล้ำใต้ผิวลามจากคอถึงกราม ดวงตาเบิกกว้าง แต่เขายังพยายามยกมือปิดปากตนเอง

เลือดซึมผ่านนิ้ว

สิ่งที่อยู่ใต้แสงผนึกกลางอกกระแทกออกมาอีกครั้ง

เจ้าสำนักยกม่านอาคมขวางระหว่างเขากับผู้คน

หลิงยวนเข้าถึงตัว กดฝ่ามือลงบนผนึกที่ร้าว

“อย่าส่งปราณออก ข้าจะกดมันไว้!”

ชายผู้นั้นส่ายหน้าอย่างรุนแรง

เสียงที่เล็ดลอดผ่านนิ้วแทบไม่เป็นคำ

“ข้า…ไม่ได้ส่ง…”

แผ่นหินใต้ฝ่าเท้าสั่น

เส้นสีดำเล็ก ๆ ซึ่งไหลมาตามรอยแตกจากกำแพงที่พัง เคลื่อนย้อนเข้าหาตัวเขาทีละเส้น

เยี่ยจื้อหยวนซึ่งตามมาด้านหลังหยุดมองพื้น

“หลิงยวน ตัดเส้นที่พื้น!”

คมสีเงินอมฟ้าฟันลงทันที

เส้นดำขาดออกจากกัน

แต่ส่วนที่เข้าถึงตัวชายผู้นั้นไปแล้วกลับรวมตัวอยู่ใต้กระดูกอก

ร่างเขาแอ่นขึ้น

ม่านป้องกันด้านหน้าสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกจนคนหลังรั้วถอยกรูด

เยว่ซีดึงเด็กเข้าหาตัว เสี่ยวถังยกแขนขวางคนที่เบียดมาจากด้านหลัง ไม่ให้ชนจนทั้งสองล้ม

เหนือพื้นทางเดิน เงาสีคล้ำค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากร่างผู้เคราะห์ร้าย

คราวนี้มันไม่กระจายหนีไปตามซอกหิน

มันมีแขน

และมือข้างหนึ่งกำอยู่รอบคอของชายที่มันเพิ่งใช้ร่าง.

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status