Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 88 — อ้อมแขนที่ไม่ต้องฝืนเข้มแข็ง

Share

บทที่ 88 — อ้อมแขนที่ไม่ต้องฝืนเข้มแข็ง

last update publish date: 2026-10-24 00:11:32

ผู้คุมเห็นรอยนูนใต้ผิวหนังของชายชุดม่วงก่อนมันจะเลื่อนพ้นข้อมือ

เขาถอยทันที

“แขนเจ้าเป็นอะไร!”

ชายชุดม่วงคว้ามือเขา

เสียงกระดูกลั่นดังกรอบ ผู้คุมกัดฟัน ใช้กระบี่ในมืออีกข้างฟันสวน คนร้ายเบี่ยงตัวหลบแล้วดึงเขาเข้าหา

รอยแผลตรงนิ้วปริออก

เส้นสีคล้ำพุ่งจากแผลเข้าหาข้อมือผู้คุม!

แสงสีเงินอมฟ้าตัดผ่านช่องประตูในจังหวะนั้น

เส้นคล้ำขาดกลางอากาศ

โม่หลิงยวนคว้าคอเสื้อผู้คุมดึงออกมา ก่อนใช้ฝ่ามือผลักเขาไปยังศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“พาออกไป ปิดประตูเรือนข้างเคียง!”

ชายชุดม่วงถอยหนึ่งก้าว

รอยยิ้มสุภาพที่เคยใช้ต่อหน้าคนทั้งสนามหายไปแล้ว

“เร็วดี”

หลิงยวนไม่ตอบ

กระบี่ในมือฟันตรงเข้าหาแขนข้างที่มีรอยคล้ำ

ชายผู้นั้นกระแทกโต๊ะขึ้นขวาง ไม้แตกกระจาย คมกระบี่ตัดผ่านกลางโต๊ะแล้วเฉือนแขนเสื้อสีม่วงขาดถึงข้อศอก

ใต้ผ้ามีเส้นดำคดอยู่ตามท่อนแขน

มันเคลื่อนไหว

หลิงยวนเห็นชัดว่าบางช่วงสวนทางกับการเต้นของเส้นเลือด

ชายชุดม่วงพลิกฝ่ามือ

ปราณสีคล้ำพุ่งออกจากแผล กวาดเศษไม้ทั้งหมดเข้าใส่ประตู

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นตั้ง

ม่านสีเงินอมฟ้ากางรับ เศษไม้กระแทกแล้วตกลง ขณะที่เจ้าของเรือนรับรองพุ่งเข้าหาหน้าต่างอีกฝั่ง

ม่านผนึกสว่างขึ้นขวางไว้ก่อน

เจ้าสำนักชิงเสวียนยืนอยู่ด้านนอก

“เจ้าจะออกทางใด”

ชายชุดม่วงหยุดกึก

หลิงยวนก้าวผ่านเศษโต๊ะเข้ามา

คราวนี้ไม่มีผู้ชมให้ใช้กำบัง ไม่มีศิษย์ที่ไม่รู้เรื่องยืนอยู่ในระยะมือ และทางออกทั้งสองด้านถูกปิดแล้ว

ชายผู้นั้นก้มมองแขนตนเอง

ก่อนยกนิ้วแทงลงในรอยแผล

⸻

เสียงกระแทกดังมาถึงห้องรักษา

เยว่ซีลุกขึ้นครึ่งตัว

ความเจ็บตรงหัวไหล่ทำให้นางหยุด แต่สายตายังจับอยู่ที่หน้าต่าง

แสงสีเงินอมฟ้าพาดผ่านเหนือหลังคาเรือนรับรอง

นางจำปราณของหลิงยวนได้

เสี่ยวถังเดินมาหยุดข้างเก้าอี้ทันที

“ผู้คุมยังอยู่ครบ ไม่มีใครเรียกให้ย้าย”

เยว่ซีมองไปที่ประตู

ศิษย์หอวินัยสองคนยืนประจำตำแหน่ง คนหนึ่งกำลังรับคำสั่งจากผู้ส่งข่าว ก่อนหันมายืนยันกับเสิ่นซูเหอว่าให้คนบาดเจ็บอยู่ภายใน

นางจึงค่อย ๆ นั่งลง

อาจารย์ฉินกดผ้าประคบลงบนหน้าผากจ้าวเฉิง

ชายหนุ่มร้องทันที

“เบาหน่อยขอรับ!”

“ตอนเอาหัวกระแทกเขา เหตุใดไม่คิดเบา ๆ”

“ตอนนั้นไม่มีเวลาต่อรอง”

อาจารย์ฉินส่งผ้าให้เขากดเอง แล้วลุกไปตรวจผู้คุมที่บาดเจ็บแขน

จ้าวเฉิงเหลือบมองเยว่ซี

นางยังมองหน้าต่างอยู่

เขาจึงขยับเก้าอี้ให้พ้นทางเดิน แล้วใช้เท้าดันเก้าอี้ว่างไปข้างนาง

“นั่งตรงนี้เห็นประตูชัดกว่า”

เยว่ซีหันมา

เขายกผ้าประคบบังหน้าผาก

“อย่ามองก้อนนี้นาน ข้าเริ่มสงสัยว่ามันใหญ่ขึ้นเพราะคนมอง”

นางยิ้มได้เล็กน้อย

แต่เสียงกระแทกครั้งต่อมาทำให้มือบนตักกำแน่นอีกครั้ง

⸻

เงาดำกระแทกเพดานจนกระเบื้องหลุดร่วง

ชายชุดม่วงยืนอยู่กลางห้อง แขนขวาบวมผิดรูป เส้นสีคล้ำแยกตัวขึ้นมาจากแผล พันรอบแขนแล้วเหยียดออกคล้ายแส้

มันฟาดใส่หลิงยวน

กระบี่สีเงินอมฟ้ารับไว้

เสียงแหลมบาดหูดังจากจุดปะทะ

หลิงยวนบิดคมกระบี่ ตัดปลายเงาขาด มันตกลงบนพื้นแล้วดิ้นเข้าหาเศษเลือดข้างโต๊ะ

แสงผนึกจากประตูหน้าตรึงมันไว้ทันที

เยี่ยจื้อหยวนก้าวเข้ามา

“อย่าให้ชิ้นที่ขาดสัมผัสเลือด”

เจ้าสำนักยกมือปิดผนึกรอบพื้นห้องอีกชั้น ส่วนหลิงยวนเลื่อนสายตากลับไปยังคนตรงหน้า

ชายชุดม่วงกำลังกัดฟัน

เหงื่อไหลลงตามขมับ ใบหน้าซีดจนริมฝีปากแทบไร้สี

เขาพยายามยกแขน แต่แขนข้างนั้นกลับกระตุกสวนคำสั่ง

หลิงยวนก้าวเข้าประชิด

เงาดำสะบัดขวาง

เขาเอียงตัวพ้นแนวฟาด กระบี่ตัดลงตรงข้อพับแขนเสื้อ เปิดให้เห็นรอยนูนที่กำลังเลื่อนขึ้นไปหาหัวไหล่

สองนิ้วของหลิงยวนกดลงเหนือรอยนั้น

อักขระสีเงินสว่างขึ้น

ชายชุดม่วงร้องลั่น

เงาดำบิดตัวอย่างรุนแรง แล้วหันกลับฟาดเข้าหาใบหน้าเจ้าของร่างเอง!

หลิงยวนใช้ฝักกระบี่ขวางไว้ ปลายเงากระแทกฝักจนเกิดรอยดำยาว

เขากระชากชายผู้นั้นคุกเข่าลง

“ท่านเยี่ย!”

แผ่นผนึกสามแผ่นปักลงรอบแขนที่ถูกตรึง

เยี่ยจื้อหยวนกดฝ่ามือเหนือพื้น แสงจากแผ่นผนึกโยงเข้าหากัน บังคับเงาซึ่งพยายามหนีกลับเข้าสู่รอยแผล

มันต้านอยู่ชั่วขณะ

หลิงยวนจึงส่งปราณลงเพิ่ม

แสงสีเงินอมฟ้าบีบแคบเข้าทีละชั้น จนเส้นคล้ำหดกลับไปอยู่ใต้ผิวหนังทั้งหมด

ชายชุดม่วงทรุดลง

หลิงยวนยังไม่ถอนมือ

เขาผนึกตั้งแต่ข้อมือขึ้นไปถึงหัวไหล่ ก่อนกดจุดเดินปราณทั่วร่างอีกครั้ง

ในที่สุด ห้องก็เงียบ

เหลือเพียงเสียงหอบของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่กลางเศษไม้

เยี่ยจื้อหยวนก้มมองรอยดำบนฝักกระบี่

“มันเริ่มกินปราณของเขาเองแล้ว”

ชายชุดม่วงเงยหน้าขึ้นทันที

“เอามันออก”

ไม่มีรอยยิ้มเหลืออยู่เลย

“เอาออกจากแขนข้า!”

หลิงยวนมองเขา

“เจ้ารู้ว่ามันทำอะไรได้ ก่อนจะนำมาใช้กับผู้อื่นหรือไม่”

อีกฝ่ายเม้มปาก

แต่สายตาที่หลบลงก็ตอบเพียงพอแล้ว

⸻

หลิงยวนกลับถึงห้องรักษาตอนฟ้าเริ่มคล้อย

เสียงฝีเท้าที่หน้าประตูทำให้เยว่ซีเงยหน้าทันที

เขายังเดินได้ตามปกติ เสื้อผ้ามีฝุ่นติดอยู่เล็กน้อย กระบี่ถูกเก็บเข้าฝักแล้ว

นางมองมือเขาก่อน

หลิงยวนยื่นให้ดูโดยไม่ต้องรอถาม

“ไม่มีแผล”

เยว่ซีลุกขึ้น

คราวนี้นางไม่ทันนึกถึงไหล่ที่เจ็บ ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่ามีใครอยู่ในห้อง

นางเดินเข้าไปกอดเขา

หลิงยวนชะงักเพียงนิดเดียว ก่อนรับตัวนางไว้ มือข้างหนึ่งประคองหลัง อีกข้างวางเหนือท้ายทอยอย่างระมัดระวัง

ใบหน้าของเยว่ซีซุกอยู่ตรงอกเขา

นางได้ยินหัวใจเขาเต้น

เสียงนั้นชัดกว่าทุกเสียงที่ดังอยู่ในห้อง

“เมื่อครู่ข้านั่งรอแล้ว…” นางพูดได้เพียงเท่านั้น

คำที่เหลือติดอยู่ในลำคอ

หลิงยวนลูบหลังนางเบา ๆ

“ข้ากลับมาแล้ว”

เยว่ซีกำผ้าตรงเอวเขา

“ข้าเห็นท่านไปต่อสู้มาหลายครั้ง แต่วันนี้ข้ากลับกลัว”

“วันนี้เจ้าผ่านเรื่องมามาก”

เขาไม่ได้บอกให้นางหยุดกลัว

เพียงกระชับแขนขึ้นอีกเล็กน้อย ให้นางยืนพิงได้โดยไม่ต้องฝืนหัวไหล่

ตรงปลายระเบียง จ้าวเฉิงหยุดอยู่พร้อมผ้าประคบสะอาดสองผืน

เขามองมือของเยว่ซีที่เกาะชายเสื้อหลิงยวน

เมื่อครู่ระหว่างต่อสู้ นางจับแขนเขาแน่นเพราะต้องดึงตัวขึ้นจากพื้น

แต่ตอนนี้ไม่มีใครกำลังลากนางไปไหน

นางเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเอง

จ้าวเฉิงค่อย ๆ ลดมือที่ถือผ้าลง

เสี่ยวถังเดินมาหยุดข้างเขา มองเข้าไปในห้อง ก่อนแตะข้อศอกเขาเบา ๆ

“ช่วยข้าเอาผ้าไปให้ศิษย์พี่ที่บาดเจ็บหน่อย”

เขาพยักหน้า

“ได้”

เสียงยังเป็นปกติ

เพียงแต่ตอนหันกลับ เขาต้องก้มมองพื้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนก้าวต่อ

⸻

เยว่ซีเพิ่งนึกได้ว่าประตูยังเปิดอยู่เมื่อเสียงคนคุยกันหน้าห้องเงียบลง

นางค่อย ๆ เงยหน้า

หลิงยวนก้มมองอยู่พอดี

“เจ็บไหล่หรือ”

“ไม่ใช่”

นางเหลือบมองประตู

เขามองตาม แล้วหันกลับมา

“จะนั่งหรือไม่”

คำถามธรรมดาทำให้นางยิ่งหน้าอุ่น

เมื่อครู่นางลุกจากเก้าอี้มากอดเขาเอง ตอนนี้จึงไม่รู้จะถอนมืออย่างไรให้ดูเหมือนไม่ได้เพิ่งทำให้คนทั้งห้องต้องหลบออกไป

หลิงยวนช่วยแก้ปัญหาด้วยการประคองนางกลับไปนั่ง

แต่เยว่ซียังจับแขนเสื้อเขาอยู่

เขาจึงลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างกัน

“แบบนี้พอหรือยัง”

นางพยักหน้า

หลิงยวนมองมือที่จับผ้าเขา แล้วเลิกคิ้วนิดหนึ่ง

“ครั้งนี้ไม่มีปมให้แกะ”

เยว่ซีเงยขวับ

เขาจำเรื่องสายรัดข้อมือเมื่อวานได้

นางปล่อยมือทันที

หลิงยวนกลับหงายฝ่ามือวางรอบนเก้าอี้ระหว่างทั้งสอง

เยว่ซีมองอยู่อึดใจ ก่อนค่อย ๆ วางมือข้างที่เจ็บน้อยกว่าลงไป

เขารับไว้เบา ๆ

“คนที่ใช้จานถูกจับแล้วหรือ” นางถาม

“ทั้งเจ้าของจาน คนสั่ง และคนที่ดักจับเจ้า อยู่ในการควบคุมแล้ว”

“แล้วเสียงเมื่อครู่?”

หลิงยวนบอกสิ่งที่เกิดขึ้นสั้น ๆ รวมถึงของอันตรายที่ซ่อนอยู่ในแขนชายชุดม่วง เขาไม่เล่ารายละเอียดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

เยว่ซีฟังจนจบ

“ถ้าข้าวางมือลงบนจานเมื่อวาน…”

นิ้วของเขากระชับขึ้นน้อย ๆ

นางหยุดพูดเอง

เพราะรู้แล้วว่าคนที่นั่งข้างกันคงคิดถึงเรื่องนั้นไปก่อนนางหลายครั้ง

“ผู้อาวุโสสวี่ห้ามไว้” นางกล่าวใหม่ “แล้วข้าก็ปฏิเสธ”

หลิงยวนพยักหน้า

นางเลื่อนสายตามองปมผ้าที่ข้อมือเขา

มันยังอยู่ แต่ขอบเปื้อนฝุ่นจนสีหม่นลง

“ของที่ข้าผูกให้สกปรกหมดแล้ว”

“ซักได้”

“ท่านตอบเหมือนข้ากำลังต่อว่า”

“เจ้าจะต่อว่าหรือ”

เยว่ซีมองใบหน้าเขา ก่อนส่ายหน้าช้า ๆ

“วันนี้ข้าจะไม่ต่อว่าท่าน”

หลิงยวนยิ้ม

เป็นรอยยิ้มเล็กน้อยที่ทำให้นางเพิ่งรู้สึกว่า วันอันยาวนานนี้อาจจบลงได้จริง ๆ

⸻

อวี้หนิงมาถึงพร้อมกระบี่ของเยว่ซี

คราบเลือดบนด้ามถูกเช็ดออกแล้ว นางวางมันไว้ข้างโต๊ะ แต่ไม่ยอมส่งเข้ามือเจ้าของ

“อาจารย์ฉินบอกว่าห้ามลองจับซ้ำ”

เยว่ซีมองอาวุธของตน

“ข้ายังไม่ได้พูดเลย”

“สายตาเจ้าพูดแล้ว”

หลิงยวนรับกระบี่มาเก็บไว้ด้านข้าง

เยว่ซีจึงได้แต่มองทั้งสองคนอย่างหมดทางต่อรอง

“ขอบคุณที่จับคนถือกล่องไว้” นางบอกอวี้หนิง “ถ้าเขาทำลายจานสำเร็จ คงหาหลักฐานยากกว่านี้”

“เขาเลือกหนีผิดทางเอง”

อวี้หนิงกล่าวเรียบ ๆ แต่สายตาเลื่อนมองมือของหลิงยวนซึ่งยังรองมือเยว่ซีอยู่

นางหยุดไปนิดเดียว ก่อนหันไปทางประตู

“ข้าจะกลับเรือนพักผู้เข้าแข่งขัน หากมีอะไรคืบหน้า ให้คนไปบอกด้วย”

“การประลองของเจ้าล่ะ”

“ยังพักอยู่ ทุกคนถูกสั่งให้อยู่ในเขตสำนักจนตรวจเสร็จ”

เยว่ซีพยักหน้า

อวี้หนิงเดินออกไป แล้วเกือบชนจ้าวเฉิงที่เพิ่งกลับมา

เขาหลบให้พร้อมยกผ้าประคบขึ้นเหนือศีรษะ

นางเห็นรอยบวมเต็มตา

“เหตุใดไม่ใช้กระบี่”

จ้าวเฉิงหลับตาลงช้า ๆ

“วันนี้พวกเจ้าจะถามเรื่องเดียวกันทุกคนเลยหรือ”

เสียงหัวเราะของเยว่ซีดังออกมาจากในห้อง

ครั้งนี้ไม่สะดุดด้วยความเจ็บ

จ้าวเฉิงลืมตา หันไปมองนาง ก่อนยิ้มตามแล้วเดินเข้าไป

⸻

ยามเย็น ผู้อาวุโสสวี่นำเศษผ้าอาคมกับหลักทองแดงจากทางเดินมาวางเรียงบนโต๊ะ

เจ้าสำนักยืนดูอยู่กับเยี่ยจื้อหยวน

“ของพวกนี้ถูกนำเข้ามาปะปนกับอุปกรณ์ตั้งสนาม” ผู้อาวุโสสวี่กล่าว “มีตรารับของถูกต้อง แต่คนตรวจรับไม่ได้เปิดผ้าทุกม้วน”

เจ้าสำนักรับบัญชีไปอ่าน

“ข้าสั่งควบคุมผู้เกี่ยวข้องแล้ว”

“ยังมีสิ่งที่ต้องตรวจอีกอย่าง”

เยี่ยจื้อหยวนวางคำให้การของชายเสื้อคลุมสีน้ำตาลลงข้างบัญชี

“เขาเคยใช้จานนี้กับศิษย์สำนักอื่น ก่อนจะมาชักชวนเยว่ซี”

เจ้าสำนักเงยหน้าทันที

“กี่คน”

“เขาบอกสาม แต่ต้องให้ผู้เข้ารับการตรวจยืนยันเอง”

ผู้อาวุโสสวี่หยุดมือ

ในคำให้การไม่ได้มีเพียงเรื่องจาน

ผู้เข้ารับการตรวจบางคนได้รับยาเพื่อช่วยฟื้นปราณกลับไปด้วย

เจ้าสำนักเรียกศิษย์หน้าประตูทันที

“นำรายชื่อไปให้เรือนรักษา ห้ามผู้ใดกินยาจากแขกต่างสำนักเพิ่ม และไปตามคนเหล่านี้มาตรวจเดี๋ยวนี้”

ศิษย์รับบัญชีแล้ววิ่งออกไป

เยี่ยจื้อหยวนมองหลอดแก้วที่ผนึกอยู่กลางโต๊ะ

ตลอดช่วงบ่าย สิ่งข้างในไม่ขยับอีก

แต่ความนิ่งของมันไม่ได้ทำให้เขาวางใจ

“ข้าจะไปเรือนรักษา” เขากล่าว

⸻

อวี้หนิงเพิ่งเดินผ่านลานหน้าเรือนพักผู้เข้าแข่งขัน ก็ได้ยินเสียงกระบี่หนักตกพื้น

เคร้ง!

ชายที่ควรเป็นคู่ต่อสู้รอบต่อไปของนางยืนอยู่ข้างเสา มือข้างหนึ่งกุมข้อมืออีกข้างแน่น

เขาก้มลงจะเก็บกระบี่

แต่เข่าทรุดเสียก่อน

อวี้หนิงรีบเข้าไป

“บาดเจ็บจากการประลองหรือ”

ชายผู้นั้นส่ายหน้า เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงตามขมับ

“แขนเกร็ง…ตั้งแต่เมื่อครู่”

นางย่อตัวห่างออกไปเล็กน้อย ไม่แตะเขาโดยพลการ

“ส่งมือมา ข้าจะเรียกผู้รักษา”

เขาพยายามคลายนิ้ว

นิ้วกลับกำแน่นขึ้น

อวี้หนิงหันไปเรียกศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด ให้รีบตามคนจากเรือนรักษา ก่อนมองกลับมายังแขนของชายตรงหน้า

ใต้ข้อมือมีเส้นคล้ำทอดอยู่เส้นหนึ่ง

มันขยับสวนขึ้นไปทางข้อศอก

อวี้หนิงจำสีหน้าของคนถือกล่องเมื่อตอนกลางวันได้

นางค่อย ๆ ลุกขึ้น

“วันนี้เจ้าไปให้ผู้ใดตรวจปราณมาหรือไม่”

ชายผู้นั้นเงยหน้า ดวงตาเริ่มพร่า

“คนที่มีจาน…เขาบอกว่าข้าใช้ปราณหนักเกินไป”

เสียงฝีเท้าผู้ส่งข่าวดังมาจากปลายทางเดิน

“ทุกคนหยุดกินยาจากภายนอก! ผู้ที่มีชื่อในบัญชีต้อง—”

คำประกาศขาดหาย

ชายตรงหน้าอวี้หนิงกระตุกอย่างรุนแรง

มือที่กำแน่นคลายออกในที่สุด

ใต้ฝ่ามือมีรอยแตกเล็ก ๆ

หยดสีดำตกลงบนพื้นหิน

อวี้หนิงชักกระบี่ทันที แล้วตะโกนสุดเสียง

“ถอยออกจากลาน!”

หยดสีดำนั้นยืดตัว

ก่อนพุ่งเข้าหาเท้าศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status