Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 83 — คมกระบี่ใต้แสงเงิน

Share

บทที่ 83 — คมกระบี่ใต้แสงเงิน

last update Tanggal publikasi: 2026-10-23 17:49:08

รอยร้าวแล่นออกจากปลายรองเท้าของชายกลางลาน

กระบี่เล่มกว้างฟันลงพร้อมแรงปราณที่กดอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำ

โม่หลิงยวนก้าวเฉียงออก

คมกระบี่เฉียดชายเสื้อขาวก่อนกระแทกพื้น ฝุ่นพุ่งขึ้นเป็นแนว ทว่าเจ้าของกระบี่กลับพลิกข้อมือทันที ใช้แรงจากการฟันกวาดย้อนเข้าหาช่วงเอว

เขาไม่ได้ช้าอย่างที่รูปร่างอาวุธทำให้คิด

หลิงยวนชักกระบี่ออกจากฝัก

ประกายสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงวูบเดียว

เคร้ง!

กระบี่ทั้งสองกระทบกันกลางอากาศ

ฝุ่นที่ลอยอยู่ถูกแรงปะทะผลักออกเป็นวง กระแทกม่านอาคมรอบลานจนเกิดระลอกแสง

หลินเยว่ซีขยับนั่งตรง

นางตั้งใจว่าจะมองเท้าของเขา

แต่ตอนนี้แทบมองมือไม่ทันแล้ว

ชายผู้ถือกระบี่หนักก้าวตาม แรงปราณแผ่แนบคมจนกระบี่ดูหนาขึ้นอีกชั้น ทุกครั้งที่ฟัน เขาใช้ทั้งไหล่ เอว และแรงส่งจากขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะหยุดให้สวนง่าย ๆ

หลิงยวนรับกระบี่หนึ่งครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเบี่ยงอีกสองครั้ง

เท้าของเขาเลื่อนผ่านรอยร้าวบนพื้น

ไม่เหยียบซ้ำตำแหน่งเดิมเลย

“เขากำลังบีบศิษย์พี่โม่ให้ถอย” เสี่ยวถังกระซิบ

จ้าวเฉิงมองลานโดยไม่กะพริบตา

“ดูปลายกระบี่อีกฝ่าย”

เยว่ซีทำตาม

แม้ชายผู้นั้นจะเป็นฝ่ายรุก แต่ทุกครั้งหลังปะทะ ปลายกระบี่ของเขาจะเบนออกห่างตัวหลิงยวนมากขึ้นเล็กน้อย

เขาต้องใช้แรงดึงมันกลับมากกว่าเดิม

และหลิงยวนกำลังทำให้ระยะนั้นเพิ่มขึ้นทีละกระบี่

⸻

ชายถือกระบี่หนักมองออกในกระบี่ถัดมา

เขาหยุดไล่ตามทันที ถอนอาวุธกลับมาแนบลำตัว แล้วเปลี่ยนจากการฟันกว้างเป็นแทงตรง

หลิงยวนเอียงคมรับ

แรงปราณระเบิดออกจากปลายกระบี่คู่ต่อสู้ในจังหวะที่อาวุธสัมผัสกัน!

เสียงกระแทกดังสนั่น

ชายเสื้อขาวถอยไปหนึ่งก้าว

เสียงฮือดังจากรอบลาน

เยว่ซีจับขอบม้านั่งแน่น ก่อนเห็นว่าหลิงยวนยังยืนมั่นคง มือที่ถือกระบี่ไม่ได้ลดลง

คู่ต่อสู้ผ่อนลมหายใจ

“ข้าฝึกกระบี่นี้มาเพื่อรับคนที่ชอบเบี่ยงแรง”

หลิงยวนมองอาวุธของเขา

“ซ่อนแรงไว้ตรงปลายได้ดี”

“แต่ยังไม่พอ?”

“เจ้าจะลองอีกครั้งก็ได้”

ชายผู้นั้นยิ้ม

คราวนี้เขาจับด้ามกระบี่ด้วยสองมือ

แสงปราณที่เคยแผ่ออกกว้างหดแนบคมจนเกือบมองไม่เห็น ฝุ่นรอบเท้าหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ ก่อนถูกกดราบลงกับพื้น

ผู้ตัดสินขยับตำแหน่ง

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นระดับอก

ไม่มีผู้ใดพูดอีก

คู่ต่อสู้พุ่งเข้ามา!

กระบี่แรกฟันเฉียง

หลิงยวนรับด้วยคมที่เอียงเพียงนิดเดียว แรงที่ซ่อนอยู่ปะทุออก แต่เขาเลื่อนเท้าตามแรงทันที ไม่เปิดโอกาสให้มันกระแทกแขนเต็ม ๆ

กระบี่ที่สองตามมาติดกัน

เขาหมุนตัวผ่านปลายคม

ชายถือกระบี่หนักใช้ขาหลังส่งแรง ฟันกระบี่ที่สามลงตรงช่องที่หลิงยวนต้องลงเท้า

เยว่ซีลุกขึ้นยืน

ตรงนั้นมีรอยร้าวลึกจากการโจมตีแรก

หากหลิงยวนลงน้ำหนัก—

แสงสีเงินอมฟ้าสว่างขึ้น

หลิงยวนไม่ได้ลงเท้าในช่องนั้น

เขาก้าวเข้าไปด้านในวงกระบี่ของคู่ต่อสู้แทน

ใกล้เกินกว่าที่อาวุธเล่มกว้างจะใช้แรงฟันได้เต็มที่

ชายผู้นั้นรีบดึงข้อศอกกลับ เปลี่ยนเป็นกระแทกด้ามเข้าหาอก

หลิงยวนเอียงไหล่หลบ

กระบี่ของเขาเลื่อนเข้ารับใต้โคนคมอีกฝ่าย แล้วส่งแรงยกขึ้น

อาวุธทั้งสองเสียดสีกันเป็นเสียงแหลม

คู่ต่อสู้กัดฟันกดลง

ปราณที่อัดอยู่ในกระบี่หนักระเบิดออกอีกครั้ง!

ม่านอาคมริมลานสว่างวาบ

แต่กระบี่ของหลิงยวนไม่หลุดจากตำแหน่ง

แสงสีเงินอมฟ้ารวมเป็นแนวแคบตลอดคม มือของเขานิ่งราวกับแรงกระแทกเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านมาถึง

บนศาลารับรอง แขกหลายคนลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หลิงยวนหมุนข้อมือ

กระบี่หนักถูกยกเบนออก

เขาก้าวผ่านแขนคู่ต่อสู้ไปครึ่งก้าว ก่อนหมุนปลายคมกลับมาหยุดตรงสีข้าง

ห่างจากเนื้อผ้าเพียงปลายนิ้ว

ชายผู้นั้นค้างอยู่ในท่ากดกระบี่

ถ้ายังฝืนฟันต่อ เขาจะต้องเปิดลำตัวให้คมที่รออยู่

“หยุด!”

เสียงผู้ตัดสินดังขึ้น

หลิงยวนถอนกระบี่ทันที

คู่ต่อสู้ลดอาวุธช้า ๆ แล้วหันกลับมามองเขา

⸻

รอบลานเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนเสียงปรบมือจะดังขึ้นพร้อมคำประกาศผล

“โม่หลิงยวนผ่านเข้าสู่รอบถัดไป!”

ชายถือกระบี่หนักมองมือของตน

แรงที่เขาอัดไว้ยังทำให้ข้อมือสั่น แต่คนตรงหน้ากลับเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างสงบ

“ตอนข้าปล่อยแรงครั้งสุดท้าย ท่านรับไว้ตรง ๆ”

หลิงยวนพยักหน้า

“เหตุใดจึงไม่เบี่ยงเหมือนก่อน”

“ระยะประชิด ข้าเบี่ยงผิดทางเจ้าจะเสียหลักลงบนคมของตนเอง”

ชายผู้นั้นมองรอยร้าวใต้เท้า แล้วก้มมองกระบี่

หากแรงถูกส่งย้อนในมุมที่ตนกำลังกดจริง ๆ อาวุธคงฟันลงใกล้ขาอย่างยากจะหยุด

เขาประสานมือคำนับ

“ขอบคุณที่ยั้งมือ”

หลิงยวนคำนับตอบ

“กระบี่ของเจ้าดี”

อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ

“วันนี้ข้าเชื่อคำชมได้ยากอยู่สักหน่อย”

เขายกกระบี่ขึ้นพาดแขน แล้วเดินลงจากลานโดยยังหันกลับไปมองตำแหน่งสุดท้ายอีกครั้ง

เยว่ซีค่อย ๆ นั่งลง

เพิ่งรู้ว่าตนยืนค้างมาตั้งแต่เมื่อใด

จ้าวเฉิงเหลือบมองนาง

“ดูเท้าทันหรือไม่”

นางส่ายหน้าอย่างซื่อตรง

“ตอนหลังข้ามองแต่กระบี่”

“ยังดี ข้านึกว่าเจ้าจะมองแต่หน้า”

เยว่ซีหันขวับ

จ้าวเฉิงยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มทันที

⸻

ก่อนหลิงยวนจะเดินมาถึงกลุ่มของตน ศิษย์จากต่างสำนักสองคนก็เข้ามาขอคารวะ

คนหนึ่งถามถึงจังหวะรับกระบี่ อีกคนขอประลองหลังจบงาน

เขาตอบสั้น ๆ ตามสมควร ก่อนขอตัวเมื่อผู้ดูแลเข้ามาแจ้งกำหนดรอบถัดไป

เยว่ซียืนรออยู่ปลายทางเดิน

นางไม่ได้ยกมือขึ้นแตะฝ่ามือเขาเหมือนครั้งก่อน

แต่ยื่นมือออกมาตรง ๆ

“ขอดู”

หลิงยวนมองมือนาง ก่อนวางมือข้างที่ถือกระบี่ลงไป

เยว่ซีพลิกดูฝ่ามือกับข้อมือ

ไม่มีรอยแตก ไม่มีเลือด มีเพียงรอยแดงจาง ๆ จากการกำด้าม

“รับแรงถึงเพียงนั้นไม่เจ็บหรือเจ้าคะ”

“ไม่เจ็บ”

นางเงยหน้ามองเหมือนจะตรวจว่าควรเชื่อเพียงใด

หลิงยวนจึงขยับนิ้วให้ดู

“เจ้าจะให้ข้ายกกระบี่อีกครั้งหรือไม่”

“ไม่ต้องแล้ว”

เยว่ซีปล่อยมือ แต่เขากลับเกี่ยวปลายนิ้วนางไว้ครู่หนึ่ง

“เมื่อครู่ดูเท้าข้าหรือเปล่า”

นางเม้มปาก

“ท่านขยับเร็วเกินไป”

“เช่นนั้นไว้ข้าทำให้ดูช้า ๆ”

จ้าวเฉิงซึ่งเดินตามมาหยุดทันที

“ข้าขอดูด้วยได้หรือไม่”

หลิงยวนหันไปหา

“ได้”

ชายหนุ่มยิ้มออกมา

แต่คำต่อมาทำให้รอยยิ้มค้าง

“เจ้ามายืนฝั่งตรงข้าม”

เสี่ยวถังหลุดหัวเราะ

จ้าวเฉิงมองเยว่ซีอย่างกล่าวโทษ

“เหตุใดเจ้าได้ดู ส่วนข้าต้องถือกระบี่รับ”

เยว่ซียักคิ้วให้

“เพราะเจ้าขอก่อนข้าจะถามจบ”

เสียงหัวเราะดังตามทั้งกลุ่มไปจนถึงทางแยก

อวี้หนิงเดินอยู่ด้านหลัง ได้ยินทุกคำ แต่คราวนี้นางไม่ได้เฝ้ามองมือที่เพิ่งปล่อยจากกัน

นางกำลังทบทวนจังหวะที่หลิงยวนก้าวเข้าประชิด

รอบถัดไปของตน คู่ต่อสู้ใช้กระบี่หนักเช่นกัน

⸻

ผู้อาวุโสสวี่รอเยว่ซีอยู่ที่ศาลาเล็กใกล้เรือนพัก

บนโต๊ะมีตำราของหลินจิ้งเหยียนกับสมุดฝึกที่นางฝากไว้ก่อนวันประลอง

“ข้าได้ยินว่าเจ้าตกรอบแล้ว”

เยว่ซีหยุดอยู่ตรงบันได

“ข่าวเดินเร็วกว่าข้าอีกเจ้าค่ะ”

“มีคนมาเล่าละเอียดจนข้าแทบเห็นเจ้าเดินออกนอกเส้นเอง”

จ้าวเฉิงเงยหน้ามองฟ้าทันที

เยว่ซีหันไปหาเขา

“เจ้า?”

“ข้าเล่าด้วยว่าเจ้าบุกได้ดีมาก”

“แล้วเรื่องเดินออกนอกเส้นเล่านานหรือไม่”

“พอให้เข้าใจเหตุการณ์”

เสี่ยวถังหัวเราะแล้วดึงจ้าวเฉิงไปช่วยยกถาดน้ำจากเรือนด้านข้าง ทิ้งเยว่ซีกับหลิงยวนไว้ในศาลา

ผู้อาวุโสสวี่เปิดสมุดฝึกของนาง

“ตรงนี้เจ้าเขียนว่าเปลี่ยนปราณไม่ทัน”

เยว่ซีนั่งลง

“ตอนแรกข้าคิดเช่นนั้น แต่หลังประลองข้ารู้แล้วว่าต้องแก้ตั้งแต่ตำแหน่งที่ยืน”

“ดี ข้าจะได้ไม่ต้องขีดฆ่าให้”

เขาส่งพู่กันมา

เยว่ซีรับไปแก้ข้อความด้วยตนเอง

ตอนวางสมุดกลับ นางเห็นกระดาษแผ่นเล็กคั่นอยู่ในตำราบิดา

บนกระดาษมีภาพทางเดินรอบสระน้ำ วาดเส้นลูกศรอ้อมไปด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านถูกเขียนกากบาททับ

ลายเส้นหยาบกว่าแผนผังอื่นมาก

“นี่แผนที่ใดหรือเจ้าคะ”

ผู้อาวุโสสวี่ก้มมอง ก่อนหัวเราะออกมา

“ทางเดินหลังเรือนเจ้าเอง”

“เหตุใดท่านพ่อขีดฆ่าตรงนี้”

“หินลื่น เจ้าตกน้ำตรงนั้นครั้งหนึ่ง”

ปลายนิ้วเยว่ซีหยุดบนภาพ

ความเย็นบางอย่างแตะขึ้นมาตรงข้อเท้า

นางเห็นน้ำสีเขียวเข้ม เห็นรองเท้าเล็กข้างหนึ่งลอยพลิกอยู่ใกล้ใบบัว

แล้วมีมือใหญ่คว้าต้นแขนนางไว้

ภาพนั้นสั้นมาก

แต่เสียงกลับชัด

“รองเท้าปล่อยมันไปก่อน พ่อจะดึงเจ้าขึ้นแล้ว”

เยว่ซีกะพริบตา

กลิ่นกระดาษเก่ากลับมาแทนกลิ่นน้ำ

นางยังนั่งอยู่ในศาลา มือหนึ่งวางบนตำรา อีกมือจับขอบโต๊ะไว้โดยไม่รู้ตัว

หลิงยวนโน้มเข้ามา

“เยว่ซี?”

“ข้าจำได้…”

นางพูดเบา ๆ

“ข้าพยายามเอื้อมไปคว้ารองเท้า ท่านพ่อบอกให้ปล่อยก่อน”

ผู้อาวุโสสวี่เงียบลง

เยว่ซีเงยหน้า

“ท่านอยู่ที่นั่นด้วยหรือเจ้าคะ”

“อยู่ ข้าเป็นคนใช้ไม้เขี่ยรองเท้าให้เจ้าเอง”

ความทรงจำอีกชิ้นจึงเข้าที่

นางไม่ได้จำได้เพราะมีใครเล่าเรื่องรองเท้ามาก่อน

เยว่ซีก้มมองลายเส้นบนกระดาษอีกครั้ง

“แล้วท่านพ่อดุข้าหรือไม่”

“ดุสิ เจ้าร้องไห้เพราะรองเท้าหาย แต่บิดาเจ้าใจหายเพราะเกือบดึงไม่ทัน”

นางลูบขอบกระดาษอย่างระมัดระวัง

ใต้ภาพมีหมึกจาง ๆ เพิ่มไว้อีกบรรทัด

เปลี่ยนหินทางเดินก่อนฝนครั้งหน้า

เยว่ซีอ่านอยู่สองรอบ

ครั้งนี้สิ่งที่นางเห็นคือบิดาที่เปียกไปทั้งแขน เพราะต้องก้มลงคว้านางจากสระ

นางยิ้มทั้งที่ขอบตาร้อนขึ้นเล็กน้อย

⸻

เมื่อคนอื่นออกจากศาลาไปแล้ว เยว่ซียังนั่งดูภาพทางเดินอยู่

หลิงยวนอยู่ข้างนาง ไม่เร่งให้เก็บตำรา

“วันนี้ข้าแพ้ แต่กลับจำเรื่องท่านพ่อได้เพิ่ม”

นางเอ่ยขึ้นในที่สุด

“หากข้าผ่านรอบ คงมัวแต่คิดเรื่องคู่ต่อสู้จนไม่ได้เปิดดู”

“เจ้าจะได้เปิดในวันอื่น”

เยว่ซีพยักหน้า

นางไม่ได้อยากบอกว่าความพ่ายแพ้เป็นเรื่องดี

เพียงรู้สึกว่าโลกไม่ได้หยุดอยู่ตรงเส้นขาวบนลานประลองอย่างที่คิดตอนก้าวพ้นมันออกมา

นางสอดกระดาษกลับเข้าไปในตำรา

“ท่านเคยเห็นทางเดินนี้หรือไม่”

“เคย”

“ตอนนั้นเปลี่ยนหินแล้วหรือ”

หลิงยวนมองภาพ

“เปลี่ยนแล้ว ขอบสระด้านนั้นมีราวไม้เพิ่มด้วย”

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ

“ท่านพ่อคงไม่ไว้ใจข้า”

“เขาคงไม่อยากต้องเลือกระหว่างคว้าเจ้ากับคว้ารองเท้าอีก”

นางหันมองเขา

หลิงยวนมีรอยยิ้มอยู่ตรงมุมปาก

เยว่ซีจึงใช้ตำราที่ปิดแล้วแตะแขนเขาเบา ๆ

“เรื่องเช่นนี้ก็ยังเอามาล้อข้าได้”

“เจ้าถามเอง”

นางกำลังจะตอบ เสียงฝีเท้าของศิษย์หอวินัยก็ดังขึ้นนอกศาลา

หลิงยวนหันไป

อีกฝ่ายคำนับ ก่อนรายงานด้วยน้ำเสียงต่ำ

“พบคลังตามข้อมูลแล้วขอรับ”

รอยยิ้มของเขาจางลง

“ได้อะไรบ้าง”

“ยาที่ตรงกับของหูเซิ่ง และหีบเอกสารซึ่งผู้ดูแลกำลังจะขนออก”

เยว่ซีวางตำราลงบนตัก

ศิษย์ผู้นั้นกล่าวต่อ

“มีจดหมายสอบถามเรื่องยาเก่าของมู่เฉิงเจ๋อด้วยขอรับ เจ้าสำนักให้เชิญท่านไปตรวจ”

⸻

ภายในห้องประชุมเล็ก หีบที่ยึดมาได้วางอยู่กลางโต๊ะ

เจ้าสำนักชิงเสวียนยืนอยู่ข้างเยี่ยจื้อหยวน ส่วนผู้อาวุโสสวี่มาถึงก่อนแล้วและกำลังตรวจขวดที่นำมาเทียบ

หลิงยวนเปิดจดหมายตามที่เจ้าสำนักชี้

ไม่มีชื่อผู้เขียน

มีเพียงคำถามเกี่ยวกับตำรับยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยใช้กับเด็กสกุลหลิน และวิธีแยกพลังต่างสายออกจากร่างผู้รับยา

เยว่ซีได้รับอนุญาตให้นั่งอยู่ด้านข้าง เพราะข้อความเกี่ยวข้องกับนางโดยตรง

นางอ่านสำเนาที่ส่งมาให้จนจบ

ปลายนิ้วเย็นลง

พวกเขาไม่ได้ถามว่านางควบคุมพลังได้หรือไม่

พวกเขาถามว่าจะเอามันออกมาได้อย่างไร

“จดหมายส่งเมื่อใด” หลิงยวนถาม

“ก่อนเริ่มงานประลองสามวัน” เจ้าสำนักตอบ “ผู้ดูแลคลังรับรองวันที่ แต่ยังต้องเทียบกับบันทึกคนส่ง”

“ตอบกลับหรือยัง”

“มีร่างคำตอบอยู่”

กระดาษอีกแผ่นถูกเลื่อนมา

ข้อความระบุว่าข้อมูลที่เหลือไม่ครบ วิธีใช้ยาหลายส่วนอยู่กับมู่เฉิงเจ๋อ และไม่มีผู้ใดในคลังยืนยันได้ว่าทำกับเยว่ซีในปัจจุบันแล้วจะได้ผลเหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก

ท้ายกระดาษมีประโยคหนึ่งขีดเส้นใต้ไว้

หากต้องการคำตอบแน่นอน ต้องให้ผู้ปรุงยาเดิมเป็นคนตรวจ

เยว่ซีอ่านแล้วเงยหน้าขึ้น

“พวกเขาอยากพบมู่เฉิงเจ๋ออีก”

หลิงยวนพยักหน้า

“ครั้งก่อนใช้หานจิ้นเข้ามาถาม ครั้งนี้พยายามหาคำตอบจากที่อื่น”

เจ้าสำนักหันไปสั่งหัวหน้าหอวินัย

“ตรวจคำร้องขอพบนักโทษทั้งหมดอีกครั้ง รวมถึงผู้ที่อ้างว่ามารักษาหรือส่งยา ข้าไม่อนุญาตให้ผู้ใดตรวจตัวมู่เฉิงเจ๋อจากคำแนะนำของแขกภายนอก”

หัวหน้าหอวินัยรับคำ

เยี่ยจื้อหยวนวางจดหมายลง

“คนเขียนยังไม่รู้ว่าพลังในตัวนางเป็นอย่างไรแน่ จึงกำลังลองหาทางจากสิ่งที่เคยทำได้ในอดีต”

เยว่ซีมองมือของตน

เมื่อช่วงบ่าย นางใช้พลังทั้งหมดที่ควบคุมได้แล้วก็ยังแพ้อวี้หนิง

คนเหล่านี้กลับยังต้องการมันมากพอจะตามหาเครื่องมือจากผู้ที่ถูกตัดสินโทษไปแล้ว

“ข้าตกรอบแล้ว” นางพูด “พวกเขาคงไม่ได้เห็นข้าประลองเพิ่ม”

ห้องเงียบลงเล็กน้อย

หลิงยวนหันมาสบตานาง

เขาเข้าใจว่านางกำลังคิดอะไร

“หากมีผู้ใดเข้ามาขอให้เจ้าสาธิตพลัง ไม่ว่าจะอ้างเหตุใด ให้บอกพวกเรา”

เยว่ซีพยักหน้า

คราวนี้นางไม่คิดว่าการตกรอบจะทำให้คนที่เฝ้ามองหมดความสนใจง่าย ๆ แล้ว

⸻

เรือนรับรองแขกเงียบลงหลังยามค่ำ

ชายชุดม่วงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ขณะที่ผู้ติดตามวางกระดาษบันทึกการประลองของเยว่ซีทั้งสามรอบลงบนโต๊ะ

“นางแพ้แล้วขอรับ”

“ข้าเห็น”

“หากรอดูต่อ ก็คงไม่มีอะไรเพิ่ม”

ชายชุดม่วงหันกลับมา

“นางแพ้คนที่คุมพื้นลานได้ดีกว่า แต่ระหว่างถูกบีบ นางยังใช้เพียงพลังที่เคยแสดง”

เขาหยิบกระดาษแผ่นบนขึ้นมา

มีบันทึกเรื่องเถาไม้ น้ำ และช่วงเวลาที่ต้องเว้นระหว่างเปลี่ยนปราณ

ไม่มีสิ่งใดยืนยันข่าวลือที่ทำให้เขามาชิงเสวียนด้วยตนเอง

ผู้ติดตามรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างลังเล

“หรือข่าวเก่าเกี่ยวกับเด็กสกุลหลินจะเกินจริง”

ชายชุดม่วงวางกระดาษลง

“คนที่รู้มากที่สุดยังอยู่ในคุก”

“เราเข้าไปไม่ได้แล้ว”

เขาไม่ได้ตอบ

สายตาเลื่อนไปยังบันทึกขอบกระดาษ ซึ่งกล่าวถึงคนที่มักอยู่ใกล้เยว่ซีข้างลาน

ผู้ติดตามก้มมองตาม

ชายชุดม่วงใช้มือปิดข้อความส่วนนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ตอนนี้อย่าทำสิ่งใด”

น้ำเสียงเรียบ แต่หนักพอให้อีกฝ่ายก้มหน้าทันที

“ข้ายังไม่ต้องการให้โม่หลิงยวนรู้ว่าเรากำลังรออะไร”

ด้านนอก หน้าต่างเรือนพักทยอยดับแสงทีละบาน

ส่วนกระดาษที่บันทึกชื่อคนใกล้ตัวเยว่ซี ถูกเก็บแยกออกจากบันทึกการประลองอย่างเงียบงัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 83 — คมกระบี่ใต้แสงเงิน

    รอยร้าวแล่นออกจากปลายรองเท้าของชายกลางลานกระบี่เล่มกว้างฟันลงพร้อมแรงปราณที่กดอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำโม่หลิงยวนก้าวเฉียงออกคมกระบี่เฉียดชายเสื้อขาวก่อนกระแทกพื้น ฝุ่นพุ่งขึ้นเป็นแนว ทว่าเจ้าของกระบี่กลับพลิกข้อมือทันที ใช้แรงจากการฟันกวาดย้อนเข้าหาช่วงเอวเขาไม่ได้ช้าอย่างที่รูปร่างอาวุธทำให้คิดหลิงยวนชักกระบี่ออกจากฝักประกายสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงวูบเดียวเคร้ง!กระบี่ทั้งสองกระทบกันกลางอากาศฝุ่นที่ลอยอยู่ถูกแรงปะทะผลักออกเป็นวง กระแทกม่านอาคมรอบลานจนเกิดระลอกแสงหลินเยว่ซีขยับนั่งตรงนางตั้งใจว่าจะมองเท้าของเขาแต่ตอนนี้แทบมองมือไม่ทันแล้วชายผู้ถือกระบี่หนักก้าวตาม แรงปราณแผ่แนบคมจนกระบี่ดูหนาขึ้นอีกชั้น ทุกครั้งที่ฟัน เขาใช้ทั้งไหล่ เอว และแรงส่งจากขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะหยุดให้สวนง่าย ๆหลิงยวนรับกระบี่หนึ่งครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเบี่ยงอีกสองครั้งเท้าของเขาเลื่อนผ่านรอยร้าวบนพื้นไม่เหยียบซ้ำตำแหน่งเดิมเลย“เขากำลังบีบศิษย์พี่โม่ให้ถอย” เสี่ยวถังกระซิบจ้าวเฉิงมองลานโดยไม่กะพริบตา“ดูปลายกระบี่อีกฝ่าย”เยว่ซีทำตามแม้ชายผู้นั้นจะเป็นฝ่ายรุก แต่ทุกครั้งหลังปะทะ ปลายกระบี่ข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 82 — กระบี่ของคนที่รู้จักกัน

    “วันนี้ข้าไม่ช่วยเจ้าคิดวิธีรับปราณดิน” เหยียนอวี้หนิงกล่าวขณะวางกระบอกน้ำลงบนโต๊ะตรวจอาวุธ หลินเยว่ซีเงยหน้าจากการรัดปลายแขนเสื้อ “ข้าก็ยังไม่ได้ถาม” “เมื่อครู่เจ้ามองมือข้า” “สายรัดเจ้าหลวม” อวี้หนิงก้มลงดู ปมตรงข้อมือคลายจริง ๆ นางจึงดึงมันให้แน่นขึ้น ก่อนเหลือบมองเยว่ซีอย่างระแวง “เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้ามัวแต่กังวลเรื่องอื่น” เยว่ซีหัวเราะ “หากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าคงรอให้เจ้าเดินขึ้นลานก่อน” ผู้ดูแลกระแอมเบา ๆ แล้วเลื่อนถาดอาวุธคืนให้ทั้งสอง “ตรวจเรียบร้อย รอฟังเรียกชื่อ อวี้หนิงรับกระบี่ขึ้นมา รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสายตาจริงจังที่เยว่ซีคุ้นเคยจากลานฝึก วันนี้ไม่มีใครจะเคาะกระบี่ไม้แล้วบอกให้เริ่มใหม่ ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว ⸻ การประลองของทั้งสองถูกจัดในช่วงบ่ายของวันถัดมา เยว่ซีได้พักเต็มคืน แผลเหนือข้อศอกปิดดีและผ่านการตรวจแล้ว แต่ก่อนปล่อยให้นางมา อาจารย์ฉินยังย้ำว่าหากแผลเปิดต้องให้ผู้รักษาดูทันทีหลังจบ นางรับคำโดยไม่ต่อรอง ใต้ชายคาข้างลาน เสี่ยวถังถือฝักกระบี่รออยู่ ส่วนจ้าวเฉิงพิงเสา มองผู้ชมที่เริ่มเข้ามาจับจองที่นั่ง “วันนี้ข้าลำบาก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status