Masukเพราะความเข้าใจผิด จึงทำให้เขาเกลียดเธอ แต่พอความจริงปรากฎ เขากลับเปลี่ยนความรู้สึก
Lihat lebih banyak「今夜、あなたの夫は初恋の人との記念日を祝っている。真実を知りたければ、グランド・オーロラ・ホテルのメインボールルームへ来なさい」
ローズマリーの心臓が激しく脈打った。その怪しげなメッセージを読んでいる彼女の指先は、小刻みに震えていた。 「まさか……ただの悪質な冗作よね」と彼女は小さく呟いた。しかし、無視しようとすればするほど、好奇心という名の棘が彼女の心を締め付けた。 彼女は慌ただしくコートを掴み、バッグを握りしめると、メッセージに書かれたホテルへと急いだ。小雨が街路を濡らし、街灯の光が霧の向こうでぼんやりと浮かんでいた。 グランド・オーロラ・ホテルのボールルームは、クリスタルグラスが触れ合う音と、客たちの笑い声に満ちていた。優雅なオーケストラの調べが会場を包み込み、ワインの香りと高級な香水の匂いが漂っていた。 ローズマリーの視線が会場中をさまよった。 そして……彼女は彼を見た。 夫の――エイドリアンだった。 彼は上品な黒のスーツに身を包み、堂々と立ち、温かい笑みを浮かべていた。彼の前には真っ赤なドレスを着た若い女性が立ち、今夜のためにこの夜が用意されたかのように、その顔を輝かせていた。 そして、エイドリアンの手元には……。 黒いベルベットの箱が、ゆっくりと開かれていた。 「君へ捧げるよ、愛しい人」マイクを通したエイドリアンの声が、会場に鮮明に響き渡った。「このダイヤモンドのネックレスは、僕の初恋の証だ。時がどれだけ流れようと、決して色あせることのない愛の証として」 会場中に拍手が響き渡った。歓声と笑い声が空気を満たした。 ローズマリーは凍りついた。 目の前の光景を前に、足が大理石の床に張り付いたように動かない。 ダイヤモンドのネックレス? 初恋の証? 彼女は唾を飲み込み、胸の中で沸き起こる怒りを必死に抑え込んだ。そして、力強い足取りで人混みをかき分けた。 「エイドリアン!」 ローズマリーの声が鋭く響き、オーケストラの演奏がピタリと止まった。すべての視線が彼女に集まった。 エイドリアンは振り返り、その笑みを消した。 「ローズマリー?」 赤いドレスの女が、驚いた顔で彼女を見つめた。客たちはひそひそと囁き始め、中には笑いをこらえる者もいた。 ローズマリーはさらに歩み寄り、怒りに満ちた瞳で彼を睨んだ。 「これはどういう意味なの、エイドリアン? みんなの前で他の女性にダイヤモンドを贈るなんて。一体何の記念日を祝っているつもり?」 エイドリアンは深く溜息をついた。彼は箱をその女性の手に握らせると、一歩前に出た。 「ローズマリー……君がここに来るべきじゃなかった」 「来るべきじゃなかったですって?!」ローズマリーは震える声を抑えようとした。「私はあなたの妻よ! なぜ夫が公の場で他の女に愛をひけらかしているのか、知る権利があるわ!」 客たちの囁き声がさらに大きくなった。中にはスマホを取り出し、このスキャンダルを録画し始める者もいた。 赤いドレスの女が、冷ややかに微笑んだ。 「多分、私が彼の初恋の人で、あなたは……ただ後から現れた存在に過ぎないからよ」 「黙って!」 ローズマリーは鋭く彼女を射抜いた。 「私はあなたと話しているんじゃない。夫と話しているの」 エイドリアンの顔が強張った。 「もういい、ローズマリー。君はただ自分自身の価値を下げているだけだ」 ローズマリーはさらに距離を詰めた。怒りで声が震えていた。 「ここで恥をかいているのはあなたよ、エイドリアン! 聖なる誓いを裏切るような夫がね!」 会場のあちこちから驚きの吐息が漏れた。嘲笑う者もいれば、緊張した面持ちで見守る者もいた。 突然、エイドリアンが司会者からマイクを奪い取った。彼の顔は強張っていたが、その声は大きく響き渡った。 「わかった。真実が聞きたいのなら、ここで、全員の前で言ってやろう」 ローズマリーの目が大きく見開かれた。 「今夜をもって」エイドリアンは冷たく告げた。「僕たちは離婚だ、ローズマリー」 ローズマリーの世界は、その瞬間に崩れ去った。 心臓が止まったかと思った。 会場のいたるところから笑い声が漏れた。 「あ……今、何て言ったの?」 震える声は、かろうじて聞き取れるほど小さかった。 エイドリアンの視線は揺るぎなかった。 「聞き間違いじゃない。離婚だ。今から君は、僕の人生の一部ではない」 「エイドリアン!」ローズマリーは絶望的に叫んだ。「どうしてそんなことを、みんなの前で言えるの? 私があなたのためにしてきたことのすべてを忘れたの?」 赤いドレスの女が、勝者であるかのようにエイドリアンの腕に自分の腕を絡めた。 「すべては終わりよ、ローズマリー。あなたは過去の人。今のエイドリアンが選んだのは私」 ローズマリーはよろめき、倒れそうになった。バッグを握りしめる手には力が入っていた。 「これ……これは狂ってる」 瞳に涙が溢れた。 「本当に、みんなの前で私に恥をかかせるのね」 人混みの中の一人の男が、クスクスと笑った。 「かわいそうに。妻がゴミのように捨てられてやがる」 嘲笑が続いた。何人かの女性は口元を覆いながら忍び笑いを漏らした。 ローズマリーの顔は屈辱で赤く染まった。 全身が震え、怒りと失意の間で心が引き裂かれそうだった。 「私を裏切るだけじゃ足りないの、エイドリアン? 私をみんなの前で侮辱しなければ気が済まないの?!」 エイドリアンは冷たく顔を背けた。 「帰れ、ローズマリー。騒ぎを起こすな」 「騒ぎ?」ローズマリーはエイドリアンの胸元に触れるほど近づいた。「騒ぎを起こしたのはあなたでしょう! 背中から私を刺し、世界の面前で私のプライドを剥ぎ取ったのはあなたよ!」 赤いドレスの女が小さく笑った。 「ああ、ローズマリー。知っておくべきだったわね。初恋は、いつだって勝者なのよ」 ローズマリーは鋭く彼女の方を向いた。 「初恋? 真実の愛は、他人の家庭を破壊したりなんてしないわ!」 会場が再びざわめいた。 エイドリアンは手を上げ、まるでドラマを終わらせるかのように、オーケストラに演奏の再開を促した。 しかし、ローズマリーがそれを制止した。 「いいえ、エイドリアン。そんなに簡単に終わらせはしないわ」 彼女の声は震えていたが、決意に満ちていた。 「あなたが一体どんな人間なのか、みんなに教えてあげる。卑怯者で、裏切り者で、結婚の誓いの尊さを知らない最低の男だってことをね」 エイドリアンは彼女を睨みつけ、会場の全員に届くような冷徹な声で言い放った。 「君はもう僕の妻じゃない、ローズマリー」 頬を涙が伝った。 「すべてがこんなに簡単に終わると思わないで、エイドリアン。今夜、私に恥をかかせたことを、必ず後悔させてやる」 ローズマリーは背を向け、ボールルームを後にした。嘲笑する客たち、そしてただ冷ややかに見つめる客たちの間をすり抜けて。 彼女の背後では、女の笑い声と音楽が、彼女のプライドの残骸を飲み込んでいった。 ローズマリーは足を引きずりながらボールルームを出た。 しかし、その瞳からは熱が消え、冷酷な決意が宿っていた。 涙が一粒こぼれ落ちそうになったが、彼女は心の中で荒れ狂う嵐の中で、小さく唇を噛み締めて呟いた。 「このドラマ、あなたの思い通りにはさせないわ、エイドリアン」สามเดือนต่อมา จันทร์หอมท้องได้เดือนกว่าแล้ว เธอแพ้ท้องหนักมากจนไปทำงานไม่ไหว ผู้กองขุนเขาจึงให้เธอออกจากงานมาอยู่บ้าน ตอนแรกจันทร์หอมไม่ยอม แต่ท่านนายก อบต.ก็เห็นด้วยเธอจึงต้องยอม "ไม่ต้องกลัวพี่จะเลี้ยงไม่ไหวหรอกนะน้อง"ผู้กองขุนเขาพูดกับเธออย่างอารมณ์ดีพร้อมกับขยี้หัวเธอไปด้วย เมื่อเห็นเธอทำหน้ากังวล เพราะไม่ได้ไปทำงาน"ถึงเงินเดือนพี่จะน้อย แต่สมบัติพ่อพี่ก็พอมีอยู่"ผู้กองหนุ่มไม่ได้พูดเกินจริง เพราะท่านนายก อบต.มีที่นาให้คนเช่าหลายร้อยไร่ แล้วก็มีกิจการบ้านเช่าที่อยู่ในตัวเมืองด้วย "ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยค่ะ จันทร์ไม่ได้กลัวว่าคุณจะเลี้ยงไม่ไหว แต่จันทร์ไม่อยากอยู่เฉย ๆ หากเกิดวันใดคุณเบื่อจันทร์กับลูกขึ้นมาแล้วไล่เราไป อย่างน้อยถ้ามีงานทำเราสองคนแม่ลูกก็จะได้ไม่อดตายไงคะ""โธ่..จันทร์หอม ไปเอาความคิดมาจากไหน ไม่มีทางที่ฉันจะเบื่อเธอกับลูก อย่าคิดแบบนี้อีกนะ"เมื่อเขาพูดจบเธอก็โผเข้าไปซุกในอ้อมกอดเขา ซุกซบใบหน้ากับอกแกร่ง "คุณพูดจริงนะ""ยิ่งกว่าจริง ด้วยเกียรติของชายชาติทหาร"ท่านนายก อบต.มองภาพนั้นอย่างมีความสุข หันไปทาง ป้านภา ที่กำลังจะตามสองหนุ่มสาวไปทานข
และแล้วก็มาถึงวันแต่งงานระหว่างผู้กองขุนเขาและจันทร์หอม งานแต่งถูกจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิง ขบวนขันหมากจะยกมาในเวลาเก้านาฬิกาตรง ซึ่งขบวนจะตั้งอยู่ที่บ้านญาติผู้ใหญ่ของจันทร์หอมที่ถัดไปจากบ้านเธอประมาณสามร้อยเมตร เมื่อได้ฤกษ์แล้วขบวนขันหมากก็เคลื่อนขบวนมา นำโดยท่านนายก อบต.ที่ถือพานสินสอด ตามด้วยผู้กองขุนเขาเจ้าบ่าว และแน่นอนเพื่อนเจ้าบ่าวก็คือผู้กองแทนไท นอกจากนั้นก็มีบรรดาญาติผู้ใหญ่ที่ถือของที่เป็นมงคลต่าง ๆ อาทิเช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย พานดอกไม้ เทียนแพ เป็นต้นเมื่อมาถึงหน้าบ้านเจ้าสาวแล้วก็ต้องมีการกั้นประตูเงินประตูทอง โดยด่านแรกก็คือ ต้อม กับ แทน ถือเข็มขัดเงินกั้นไว้ ท่านนายก อบต.จึงควักแบงค์สีเทาให้คนละใบ ต้อมกับแทนก็ยอมให้ผ่านแต่โดยดี ด่านที่สองเป็นญาติผู้น้องของจันทร์หอมสองคนถือเข็มขัดทองกั้นไว้ ท่านนายก อบต.ก็ควักแบงค์สีเทาออกมาสองใบส่งให้คนละใบ ประตูก็รีบให้ผ่านโดยไว ก่อนจะข้ามธรณีประตูบ้านเข้าไปตุ๊ต๊ะก็มาล้างเท้าให้พี่เขย เป็นอันเสร็จกระบวนการแห่ขันหมาก จันทร์หอมเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวคือวริษาก็นั่งรออยู่ที่พาขวัญแล้ว โดยมีหมอทำขวัญคนเดิมที่เคยทำพิธีสู่ขวัญให้ผู้กองขุนเขา
"คุณพูดจริง เหรอคะ ผู้กอง"จันทร์หอมพึมพำเหมือนคนละเมอ ผู้กองขุนเขาพยักหน้าพร้อมกับโน้มตัวลงมาจูบที่หน้าผากของเธอ แล้วก็แนบหน้าผากของเขาไว้กับหน้าผากของเธอด้วย"แต่วันนั้นจันทร์เห็นคุณกับคุณชะบาไปด้วยกัน แล้วก่อนหน้านี้คุณชะบาก็มาหาจันทร์ มาขอคุณคืน""แล้วเธอว่าไงล่ะ จันทร์หอม""ก็..บอกให้เธอไปคุยกับคุณเอง""อืม..เธอก็เลยเข้าใจผิดคิดว่า.. ฉันกับชะบาจะกลับมาคืนดีกันงั้นสิ"พูดจบผู้กองขุนเขาก็จูงมือเธอไปนั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน "สงสัยต้องคุยกันอีกยาว"ผู้กองขุนเขาพึมพำ เมื่อทั้งสองนั่งลงที่ม้าหินอ่อนแล้ว ผู้กองขุนเขาก็จับมือจันทร์หอมมากุมไว้ "เรื่องวันนั้น ที่ชะบาไปกับฉันก็เนื่องมาจากฉันรู้จากไอ้แทนไทว่า(แทนไทรู้มาจากวริษาอีกที) ชะบามาหาเธอ ฉันก็คิดว่า คงต้องจัดการอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ชะบามาก่อกวน หรือพูดอะไรให้เธอเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจ จนไปกินเหล้าเมาเหมือนวันนั้นอีก แต่เราไม่ได้ไปตามลำพังนะ ไอ้แทนไทมันก็ไปด้วย ไม่เชื่อถามมันดูก็ได้"ผู้กองหนุ่มอธิบายเสียยืดยาวแล้วก็หาพยานบุคคลมายืนยันด้วย"หรือที่เธอปวดหัวไมเกรนเป็นเพราะคิดมากเรื่องนี้เหรอจันทร์หอม ฉันขอโทษนะ ความจริงฉันน่าจะรีบ
เมื่อมาถึงห้องนอนของจันทร์หอมผู้กองขุนเขาก็โยนเธอลงบนเตียง แล้วก็โน้มตัวเองลงมานอนทาบทับเธอไว้ นอกจากตัวเขาจะทับเธอแล้ว มือข้างหนึ่งของเขายังรวบแขนทั้งสองของเธอไว้เหนือหัวด้วย ส่วนอีกข้างเขายันกับที่นอนไว้เพื่อผ่อนแรงไม่ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาที่ตัวของเธอ จันทร์หอมพยายามขยับตัวแต่ก็ขยับไม่ได้ ถึงเขาจะไม่ทิ้งแรงทั้งหมดทับมาที่เธอก็ตาม แต่ถ้าเทียบขนาดตัวกันแล้ว จันทร์หอมก็คือลูกแกะน้อยในอุ้งมือราชสีห์นั่นเอง เมื่อเห็นว่าสู้แรงเขาไม่ได้จันทร์หอมก็คิดที่จะเจรจา"ดะ เดี๋ยวค่ะ ผู้กอง คุณจะทำอะไรน่ะ""จะทำอะไร ถามได้ จะทำอะไรน่ะเหรอก็จัดการเธอน่ะสิ จะตอกย้ำให้เธอรู้ว่าเธอเป็นของฉัน""ฮึ้ย..ไม่นะ คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะผู้กอง""ทำไมจะทำไม่ได้"พูดพร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าลงตรงซอกคอของเธอ "ฮื้อ..มันก็ไม่ดี ไม่งามน่ะสิ คุณจะยกเลิกการแต่งงานอยู่แล้ว เพราะฉนั้นคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้"จันทร์หอมพูดพร้อมกับพยายามดิ้นรนเผื่อจะหลุดจากปราการของผู้กองตัวใหญ่ออกมาได้"อ้อ..แสดงว่าถ้า ฉันไม่ยกเลิกงานแต่งก็ทำแบบนี้ได้ใช่ไหมล่ะ"พูดจบก็หอมแก้มเธอข้างซ้ายแล้วก็ข้างขวา "อีกอย่างฉันก็ไม่เคยพูดว่าจะยกเลิกงานแต่ง มี
ขุนเขานอนหงายใช้แขนต่างหมอนรองท้ายทอยนอนดูดวงดาวบนท้องฟ้า อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เพราะเวลาดึกสงัดแบบนี้น้ำค้างเริ่มลง ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงด้วย เขามาปฏิบัติภาระกิจที่นี่เป็นวันที่สาม"เหงาชะมัด คิดถึงเมีย"ทั้ง ๆ ที่เขากำลังจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี่อยู่แล้ว แต่ต้องห่างบ้านห่างคนที่กำลังจะแต่
"พี่... จันทร์ "วริษาเสียงดังมาแต่ไกล พร้อมวิ่งกระหืดกระหอบมาหาจันทร์หอมที่ลานจอดรถที่ศูนย์ อบต."หนูขอเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะพี่จันทร์ "จันทร์หอมกลอกตา ทำไมข่าวรวดเร็วอย่างนี้นะ"รู้เรื่องจากไหนน่ะ "แทนที่จะตอบรับวริษา จันทร์หอมกลับเอ่ยถามวริษาแทน จะไม่ให้เธอสงสัยได้อย่างไรในเมื่อเรื่องที่ผู้กองขุน
"เป็นไปตามแผน"ท่านนายก อบต.กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"อ้าวไอ้เสือ วันนี้ทำไมอยู่บ้านได้ ไม่มีงานเหรอ"ท่านนายก อบต. เอ่ยถามลูกชายในเช้าวันหยุดเช่นนี้ เพราะปกติแล้วขุนเขา นาน ๆถึงจะกลับมาบ้านที ด้วยภาระกิจของเขาที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายและเป็นความลับ "ช่วงนี้ผมไม่มีภาระกิจ ครับพ
จันทร์หอมลากผู้กองขุนเขาออกมาจากร้าน พร้อมกับถาม ซึ่งเขาก็ยอมตามมาโดยดี"มีอะไรคะผู้กอง เดี๋ยวแฟนคุณก็เข้าใจผิดหรอก "เธอหมายถึงแม่ค้าส้มตำคนสวย"เธอหึง ""จะหึงทำไม ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"จันทร์หอมตอบเขาไป ขุนเขาเข้าประชิดตัวเธอ "แน่ใจ๊ .. แล้ววันนั้นล่ะมันเกิดอะไรขึ้น""ก็บอกแล้วไง





