เข้าสู่ระบบบ้านอดิศร วันต่อมาเมื่อทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันมานั่งที่ห้องรับแขก จิราพรที่นั่งข้างคนเป็นสามีเอ่ยถามยังว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งนั่งอยู่ข้างลูกชายของตัวเองด้วยรอยยิ้มใจดี"ตอนนี้ท้องสี่เดือนแล้วใช่ไหมจ้ะหนูน้ำตาล" "ใช่ค่ะคุณป้า" เธอตอบออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส"รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย""ยังไม่รู้ค่ะ หมอบอกว่าอัลตร้าซาวด์ดูเพศรอบหน้าค่ะ""อ๋อจ้ะ" สิ้นเสียงของจิราพร อดิศรที่ยังรู้สึกผิดต่อคนเป็นลูกอยู่ก็เอ่ยกับน้ำตาลด้วยแววตารู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยทำด้วยความเอาแต่ความพอใจของตัวเอง โดยไม่แคร์ความรู้สึกของใคร"ลุงต้องขอโทษหนูน้ำตาลด้วยนะที่ตอนนั้นลุง..."อดิศรจะพูดว่าขอโทษที่ไปหาเธอที่คอนโดตอนนั้นแล้วบอกให้เธอเลิกกับพายุแต่น้ำตาลก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนเพราะอยากให้พ่อของเขารู้สึกสบายใจ"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง คุณลุงไม่ได้ผิดอะไร และน้ำตาลก็เข้าใจคุณลุงดีค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาจริงใจ ไม่ได้อะไรกับเรื่องที่ท่านบอกให้เธอเลิกกับเขาเมื่อได้ยินน้ำตาลพูดออกมาแบบนั้น อดิศรก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาพร้อมกับระบายยิ้มด้วยความสบายใจจากนั้นทั้งสี่คนก็ชวนคุยกัน กระทั่งสองชั่วโมง
น้ำตาลที่อยู่ในชุดเดรสสีสวยแต่ไม่เข้ารูปออกจากห้องมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาสวมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนถึงศอก นุ่งกางเกงสแล็คสีเข้ม เซ็ทผมเข้าทรงเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก น้ำตาลที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามออกไป"คุณจะออกไปไหนเหรอคะ" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรก หลังจากสองเดือนมาแล้วที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห้วนกับเขา"พี่อยากไปเจอพ่อกับแม่ของเธอด้วยน่ะ" เมื่อกี้เขาได้ยินคนตัวเล็กคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอว่าจะออกไปทานข้าวกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรอ"งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ""ตอนนี้พ่อกับแม่เธออยู่ที่ไหน""อยู่ที่โรงแรมค่ะ""งั้นเธอก็โทรไปบอกนะว่าเดี๋ยวเราจะไปรับที่นั่น""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว น้ำตาลก็โทรหาคนเป็นแม่ทันทีตู๊ด'ว่าไงลูก''แม่รออยู่ที่โรงแรมนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลจะไปรับค่ะ''ได้ลูก' จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็จบลง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างล่างภัตตาคารในโรงแรมของพายุเมื่อพายุ น้ำตาล ขุนพล กิรณา ลูกแพร์และติณห์นั่งกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่เขาได้โทรมาสั่งไว้ล่วงหน้าก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนครบทุกอย่าง"เชิ
วันต่อมาน้ำตาลที่อยู่ในชุดทำงานเปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เห็นคนตัวสูงกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เธอเดินไปหยิบรองเท้าคัทชูที่อยู่ในตู้ พายุที่หันมาเห็นพอดีจึงออกจากครัวมาหาเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป"ก่อนไปทำงานกินข้าวก่อนสิ""น้ำตาลยังไม่หิว ค่อยไปกินที่ทำงานดีกว่า""งั้นเธอรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ว่าแล้ว หญิงสาวก็พยักหน้าแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา ก่อนที่พายุจะเข้าไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด"เมื่อคืนไหนบอกว่ารถเสียไง" เมื่อเดินมาถึงรถของพายุ น้ำตาลจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้ง พายุสีหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกจับได้ว่าตัวเองโกหก ก่อนจะพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"พี่อยากนอนกับเธอ พี่ก็เลยต้องโกหกว่ารถเสียน่ะ" พูดจบ พายุก็จูงมือคนตัวเล็กแล้วพาไปขึ้นรถ เมื่อปิดประตูให้เธอเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินมาขึ้นรถและขับออกไปจากคอนโดตอนเย็นพายุที่มารอรับน้ำตาลกลับคอนโดเมื่อเห็นร่างบางของน้ำตาลเดินออกจากออฟฟิศมากับเพื่อนร่วมงานจึงก้าวเข้าไปหาเธอทันที แขนหนาเลื่อนไปจับยังมือเรียวของน้ำตาล ก่อนที่น้ำตาลจะหันบอกกับโบว์ที่เดินมาด้วยกัน"ฉันไปแล้วนะโบว์" "แฟนน้ำตา
เมื่อน้ำตาลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องจึงเห็นว่าคนตัวสูงจัดเตรียมอาหารใส่จานวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว พายุที่หันมาเห็นคนตัวเล็กออกมาจากห้องจึงเอ่ยเรียกเธอออกไป"มากินข้าวสิ"หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะอาหารแล้วทำท่าจะถอดแหวนออก พายุที่เห็นจึงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือของเธอไว้"อย่าถอดเลยนะ ใส่ไว้อย่างนั้นแหละ เธอดูสิ แหวนที่เธอเคยสวมให้พี่ในวันหมั้น พี่ไม่เคยถอดมันออกเลยนะ" เขายื่นมือข้างซ้ายให้เธอดูแหวนหมั้นที่เขายังสวมอยู่ ตั้งแต่วันหมั้นจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยถอดออกเลยน้ำตาลมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาที่เขายังสวมไว้ตลอด เธอเคยอยากถามว่าทำไมถึงไม่ถอดแหวนทั้งที่เธอกับเขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว"ใส่ไว้นะ อย่าถอดออก พี่อยากหมั้นเมียเอาไว้ก่อนน่ะ พอแต่งงานพี่จะให้เธอถอดวงนี้ออก และพี่จะสวมแหวนแต่งงานเข้าไปแทน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนโยน"คุณไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณเถอะ""พี่จะไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น พี่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รักเท่านั้น..." เขาจ้องหน้าเธอด้วยแววตามุ่งมั่น แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก่อนจะเอ่ยต่อ"และผู้หญิงคนที่พี่
"ในเมื่อพ่อรู้อย่างนี้แล้ว ผมหวังว่าพ่อคงจะไม่บังคับผมให้ไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นนะครับ""..." อดิศรพูดอะไรไม่ออกเมื่ออยู่ๆก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลาน พลางคิดในใจว่าตอนที่เขาไปพบกับน้ำตาลเมื่อสามเดือนก่อน งั้นก็แสดงว่าเธอคงตั้งท้องแล้วสินะ"ผมอยู่กับน้ำตาลมาหกเดือน แล้วอยู่ๆน้ำตาลก็บอกว่าขอยุติความสัมพันธ์กับผม พอผมถามเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเลิกกับผม แต่น้ำตาลก็ไม่บอก หลังจากนั้นผมก็เลยไม่ไปหาน้ำตาลอีกเลย จนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนพอผมออกจากโรงพยาบาลผมก็เจอกับน้ำตาล..." พายุพูดยังไม่ทันจบ จิราพรก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อรู้ว่าลูกชายต้องไปหาหมอ"แล้วลูกป่วยเป็นอะไรถึงได้ไปหาหมอ""ตั้งแต่น้ำตาลขอยุติความสัมพันธ์กับผม ผมก็เอาแต่คิดมากจนนอนไม่หลับ พอหลายวันเข้าก็ทำให้ปวดหัว วันนั้นผมปวดหัวแทบจะระเบิดก็เลยต้องไปหาหมอครับ""โธ่ลูก...ทำไมถึงไม่โทรมาบอกแม่ล่ะว่าลูกไม่สบาย" จิราพรเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเศร้าสลดเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองไม่สบายแต่ไม่ยอมบอกใคร"ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแม่ แค่นอนหลับไม่เพียงพอก็เลยทำให้ปวดหัวน่ะ""ถึงลูกจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับแม่มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ ทีหลังถ้าเจ
สามเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของน้ำตาลก็ครบสามเดือนแล้ว เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พายุจะมาหาเธอทุกวันตอนเย็น เขาไปรอเธอหน้าบริษัทเพื่อชวนเธอขึ้นรถไปกับเขา แต่เธอก็ปฏิเสธทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเดินไปส่งเธอจนถึงหน้าคอนโดแล้วเดินกลับมาเอารถที่จอดไว้หน้าบริษัทที่เธอทำงานอยู่และกลับคอนโดไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างเล็กของน้ำตาลเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พายุที่หาหมอเสร็จแล้วกำลังจะเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาล เขาจึงหยุดแล้วมองแผ่นหลังสวยที่เดินไปยังแผนกสูตินรีแพทย์พายุที่เห็นอย่างนั้นจึงก้าวตามหญิงสาวไป ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวที่เขานั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน กระทั่งพยาบาลเรียกชื่อของน้ำตาลให้เข้าไปพบแพทย์ในห้องตรวจชายหนุ่มที่ร้อนรุ่มในใจเพราะอยากรู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรถึงได้หาหมอจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในแผนกสูตินรีแพทย์ทันทีด้านน้ำตาล"ตอนนี้อายุครรภ์ของคุณก็ครบสิบสองสัปดาห์แล้ว ซึ่งอวัยวะของทารก..." แกร่กเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าปกติ ก่อนที่คนเป็นหมอจะระบายยิ้มแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณเป็นสามี







