LOGINเวลาต่อมาติ้ดๆๆๆ!!!“อื้อออ~~”เสียงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดังขึ้นใกล้ๆหู..ช่วยปลุกเธอให้ตื่นจากฝันร้ายที่กำลังจะถูกความดำมืดกลืนกิน เปลือกตาทั้งสองข้างขยับยุกยิกก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นเมื่อความอ่อนล้าที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย..ทำเธอเสมือนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีก ใบหน้าหวานที่ซีดเผือกค่อยๆกลับมามีสีสันก่อนเสียงหวานจะครางเบาๆในลำคอระหง ต่อสู้กับเปลือกตาที่หนักอึ้งจนกระทั่งสามารถดึงตัวเองกลับมายังโลกปัจจุบันได้ แสงไฟที่สว่างจ้าทำเฌอแตมต้องใช้เวลาปรับสายตาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนมองไปยังถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่บนเสาเหนือศีรษะ ริมฝีปากบางที่แห้งผากบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอนั้นสูญเสียเลือดไปมากแค่ไหน ภาพใบหน้าของคนที่รับเลือดจากเธอไปทำเฌอแตมรู้สึกเคืองโกรธจนน้ำตาถึงกับร่วง เพราะวินาทีที่ชีวิตเธอเกือบจะสูญสลายนั้น..พวกเขากลับไม่แม้จะเห็นค่าหรือหันมาสนใจเธอเลยด้วยซ้ำ!“ฟื้นแล้วหรอคะ”ในช่วงเวลาที่เธอกำลังดิ่งไปกับความคิดมากมายที่วุ่นวายอยู่ภายในหัวนั้น พลันน้ำเสียงไถ่ถามที่ดังขึ้นอย่างเป็นห่วงใยเป็นใยก็สามารถดึงเธอกลับมายังปัจจุบัน..และเริ่มเรียบเรียงสถานการณ์ตอนนี้ได้จนครบถ้วนสมบูรณ์ “เป็นเพ
เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น..มันเป็นอะไรที่เธอไม่สามารถประคับประคองสติสัมปชัญญะได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะหลังจากที่เธอบอกพวกเขาออกไปแบบนั้น..เธอก็ถูกบรรดาหมอและพยาบาลที่แทบจะยกเธอขึ้นเสลี่ยง พาตัวเข้ามาในห้องปลอดเชื้อเพื่อทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำร่างกายให้สะอาดที่สุด จนเธอถึงกับมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างมาก นึกอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้..เพื่อที่เธอจะได้เลือกเป็นคนใจร้ายไม่พาตัวเองเข้ามาอยู่ในความวุ่นวายนี้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้น..แต่เอาเข้าจริงเธอคงไม่สามารถทนใจดำ มองคนตายต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตัวเองช่วยเหลือเขาได้หรอก“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรานะ”ในขณะที่เธอถูกพาตัวออกมาจากห้องปลอดเชื้อ เสียงขอบคุณจากบรรดาหมอและพยาบาลนับสิบก็พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ..เสมือนคนที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดในตอนนี้มีอิทธิพลมากล้น แต่ก็คงจะไม่เกินจริงถ้าหากบุคคลระดับนั้นจะเลือกใช้บริการโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะที่นี่การันตีเรื่องความพร้อมและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน..จนทุกคนต่างยกให้เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของโลก“ไม่เป็นไรค่ะ..แค่บริจาคเลือดเอง”แม้ภายในใจจ
“อยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”และก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักชื่อของพี่สาวพยาบาลตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยู่ในภวังค์ความคิดได้ไม่นาน..หลังเสียงของพี่เอื้องดาวเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับสะกิดให้เธอได้สติ เพราะสายตาของชายฉกรรจ์มากมายที่มองมายังพวกเธอเป็นจุดเดียว..แทบจะไม่ต่างจากกระบอกปืนมัจจุราชนับร้อยที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของเธอออกจากร่างทันทีที่ลั่นไก ‘บ้าไปแล้ว!!..สาบานได้ไหมว่าเธออยู่โรงพยาบาลไม่ใช่ดงมาเฟีย!’“งั้นก็รีบเอาไปให้คุณหมอด่วน!..”คนที่ตามมาทวงเอกสารสำคัญพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ทำเอาเฌอแตมรีบดึงสายตาจากปลายกระบอกปืนนั้นแล้วเตรียมตัวรอรับสัญญาณจากพี่สาว ที่เธอดันหลวมตัวเข้ามาอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่ได้คายไม่ออกนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ‘T^Tงื้อออ~~~ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอขอทำเมินไม่สนใจ..แล้วไปเตรดเตร่ซื้อลูกชิ้นปิ้งนายกอไปฝากมารดาเสียจะดีกว่า!’“ค่ะๆๆ”และแล้วเสียงที่เธอรอคอยก็มาถึง..เฌอแตมรู้สึกเสมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะสิ้นคำพูดนั้น..เธอและพี่เอื้องดาวก็รีบสับขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพี่พยาบาลที่เข้ามาช่วยชีวิตอย่างไม่เสียเวลาคิดให้ยุ่งยาก เพราะการหนีจากกลุ่มชายหน้าโหดพวกนี้..ย่อมเป็นตัวเล
ตึกๆๆๆเพียงก้าวขาเดินผ่านประตูเข้ามาในตึกใหญ่ที่ว่า..เธอก็เหมือนจะหายใจไม่สะดวกขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความรู้สึกหนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกดำราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในขั้วโลกเหนือ ทำเฌอแตมแทบจะเตลิดวิ่งหนีออกไปจากตัวตึกยกเลิกการช่วยเหลือเสียนาทีนี้ ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ออกอาการเลิ่กลักหลังเห็นชายปริศนาชุดดำเดินกันให้ควักอยู่ทั่วตึกใหญ่ หัวใจดวงเล็กที่อยู่ภายใต้หน้าอกข้างซ้ายแทบจะหยุดเต้น..เมื่อหนึ่งในนั้นตวัดสายตาดุร้ายมองมาที่เธออย่างเอาเรื่อง“ก้มหน้าเข้าไว้”เหงื่อบริเวณขมับบางผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด..และก่อนที่เธอจะหัวใจวายตายก่อนได้เริ่มฝึกภาคปฏิบัตินั้น จู่ๆเสียงของพี่สาวพยาบาลที่เดินนำหน้าเธอเล็กน้อยก็เอ่ยขึ้น..เรียกสติสัมปชัญญะของเธอให้กลับเข้าร่าง ก่อนเฌอแตมจะรีบก้มหน้าชิดอกทำตามคำแนะนำของพี่พยาบาลสาวอย่างว่านอนสอนง่าย และเร่งสับขาเดินผ่านพวกเขาเหล่านั้นไปยังลิฟต์สำหรับบุคลากรภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ทันทีกึกกกก!!!“จะไปไหน..!!”แต่โล่งใจได้เพียงไม่กี่วิเท่านั้นเธอก็เหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากไปร่าง มือไม้ทั้งสองเย็นเยียบอย่างไม่ทราบสาเหตุ..หลังชายชุดดำที่ก่อนหน้านี้มองเธออย่างกับจะก
“ทุกคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ”บอดี้การ์ดชุดดำรายงานตามข้อมูลล่าสุดที่ได้รับต่อผู้เป็นนาย..พลางตวัดขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผู้เป็นนายเข้าไปในลิฟต์ โดยที่มีสายตางุนงงปนสงสัยของร่างบาง..มองตามหลังไปจนกระทั่งทั้งสองหายลับเข้าไปในลิฟต์“_~_ทำไมเหมือนอยู่ในพื้นที่อันตรายนะ”บุคคลที่สวมใส่ชุดดำให้ความรู้สึกหวาดหวั่นจนทำเฌอแตมเหงื่อแตกพลั่กๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกที่ยังคงกระจายตัวอยู่รอบๆ..ไม่วายที่เธอจะพูดไปตามความรู้สึกที่ได้รับในตอนนี้ น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงลำคอระหงอย่างยากลำบาก ก่อนเธอจะส่ายศีรษะเพื่อตั้งสติ แล้วหมุนตัวออกเดินไปยังตึกที่คุณหมอบอก..เพื่อไปรายงานตัวสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติของตัวเองทันทีครึ่งชั่วโมงต่อมาแกร๊กกก!!!เฌอแตมค่อยๆปิดบานประตูห้องที่เธอพึ่งจะเข้าไปรายงานตัวอย่างเบามือที่สุด นั่นเพราะสังเกตจากการชักประวัติและข้อมูลเบื้องต้นที่ละเอียดยิบยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานี เธอก็พอจะเดาได้ว่าแพทย์หญิงที่ต้องดูแลนักศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติรุ่นเธอนั้นระเบียบจัดและเคี่ยวมากแค่ไหน ‘เดาได้เลยว่าตลอดเวลาสองปีนี้เธอจะต้องกลายเป็นผีปอบไร้ที่อยู่อย่างแน่นอน!’พรึบพรับๆๆๆ!!!และในขณะที
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวรกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อนหรือยังไงกัน ถึงทำให้การเดินทางมายังโรงพยาบาลที่เธอต้องเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติสองปีเต็ม..ถึงได้ยากเย็นแสนเข็นแบบนี้ ซึ่งแม้ว่าเธอจะขับมอเตอร์ไซค์มาแต่กลับรู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาด..เพราะระหว่างการเดินทางมาที่นี่เธอพบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามจนเธอแทบจะท้อ! แต่เพราะหน้าของมารดาลอยเข้ามาในหัว..เธอถึงได้อดทนสู้ฝ่าฟันขวางหนามมากมาย จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลสุดหรูอันดับหนึ่งของโลกได้โดยสวัสดิภาพ“เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเนี่ยย~~”เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ..พร้อมกับทำการบิดกุญแจดับเครื่องรถจักรยานยนต์สีชมพูของตัวเองอย่างชำนาญ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะบิดคันเร่งเกือบมิดไมล์..ถูกหวีอย่างลวกๆ รวมไปถึงการแต่งกายของตัวเองที่ต้องเนี้ยบตามคำสั่งของอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและตรงเวลาเป็นที่สุด“นี่ถ้าไม่ได้ไอ้พู่คงมาไม่ทันแน่ๆ”หลังดูนาฬิกาบนข้อมือแล้วเฌอแตมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เสียงหวานใสสมกับเป็นนักรีวิวครีมชื่อดังส่งเสียงเจื้อยแจ้วน่าฟัง พลางลูบเบาะรถจักรยานยนต์คันสีชมพูลูกรักของตัวเอง







