Home / แฟนตาซี / พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ / บทที่ 46 ลายเซ็นของราชินีผู้ตาย

Share

บทที่ 46 ลายเซ็นของราชินีผู้ตาย

last update publish date: 2026-10-24 09:50:27

กระดาษเก่าในมือวาเลเรียนสั่นไหว ทั้งที่ภายในห้องใต้ดินไม่มีลมแม้แต่น้อย

เขาจ้องชื่อที่อยู่ใต้ตราประทับของราชวงศ์จันทรา ก่อนจะพลิกเอกสารกลับไปด้านหน้าอีกครั้ง ราวกับหวังว่าการอ่านซ้ำจะทำให้ข้อความเปลี่ยนไป

ผู้ลงนาม: ลูนาเรีย

เจ็ดปีก่อนคืนที่นางถูกบันทึกว่าเสียชีวิต

วาเลเรียนรู้จักลายมือนี้ดีเกินกว่าจะปฏิเสธได้ เขาเคยเห็นมันบนคำสั่งราชสำนัก เห็นบนจดหมายที่ส่งไปยังผู้เฝ้าประตู และเห็นบนเอกสารที่ใช้กำหนดชะตาของผู้คนหลายพันชีวิต

แต่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

ลายเซ็นเหมือนกันทุกประการ ทว่าตราประทับที่อยู่ข้างชื่อกลับเป็นตราของราชวงศ์จันทราในยุคก่อนการล่มสลายเกือบหนึ่งพันปี

ตรานี้ไม่ควรปรากฏอยู่บนเอกสารของลูนาเรีย

เว้นเสียแต่ว่า...

“เจ้ารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปได้” วาเลเรียนกล่าวกับความมืด “เจ้ารู้ว่าชื่อของนางปรากฏอยู่ในทะเบียนที่เก่าแก่กว่าตัวนางเอง”

เสียงจากหลังผนึกตอบกลับอย่างเชื่องช้า

“ข้ารู้เพียงว่าสิ่งที่พวกเจ้าบันทึกไว้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

“ข้าไม่ได้ต้องการปริศนา ข้าต้องการคำตอบ”

“คำตอบไม่เคยเป็นของเจ้า วาเลเรียน เจ้าเพียงคิดว่าหากรวบรวมความลับได้มากพอ เจ้าจะกลายเป็นเจ้าของมัน”

วาเลเรียนกำกระดาษแน่น

“ข้าต้องการพลังที่อยู่หลังประตู ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของอดีต”

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงกลัวชื่อของเด็กหญิงคนหนึ่ง?”

ความเงียบตกลงระหว่างพวกเขา

วาเลเรียนค่อย ๆ คลายมือ ก่อนพับเอกสารเก็บไว้ในเสื้อคลุม

เขาจะไม่เสียเวลาโต้เถียงกับสิ่งที่สามารถอ่านความคิดผ่านความทรงจำได้อีก

หากโรสลินกำลังเริ่มระลึกถึงบางสิ่ง เขาต้องไปถึงตัวนางก่อนที่นางจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นใคร

ไม่ใช่เพราะนางเป็นทายาทแห่งราชวงศ์จันทรา

แต่เพราะนางอาจเป็นคนเดียวที่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของพันธสัญญาโบราณได้

และหากเป็นเช่นนั้นจริง ต่อให้ต้องทำลายผนึกทุกแห่ง เขาก็จะทำ

รุ่งเช้า ณ ปราสาทแบล็กธอร์น

โรสลินตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกเหมือนเพิ่งหลุดออกจากความฝันที่ยาวนาน

นางจำได้ว่าตัวเองอยู่ในซากเมืองหลวง จำได้ว่าพบชื่อของตนบนบัญชีผู้ถูกลบ และจำเสียงของผู้หญิงที่เรียกนางว่า ทายาทของข้า

แต่สิ่งที่ทำให้นางนอนไม่หลับตลอดคืนกลับเป็นภาพสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากกลับถึงปราสาท

ในความฝัน นางยืนอยู่ในห้องสีขาว มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าเหมือนนางทุกประการ ต่างกันเพียงเส้นผมที่ยาวกว่าและดวงตาสีเงินซึ่งดูเก่าแก่เกินกว่าจะเป็นของมนุษย์

ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เรียกนางว่าลูก

นางพูดเพียงว่า

เจ้ามีสิทธิ์เลือกว่าจะเป็นใคร แต่เจ้าต้องรู้ก่อนว่ามีใครเลือกให้เจ้ามาก่อนแล้ว

จากนั้นห้องสีขาวก็แตกออกเป็นเศษกระจก

โรสลินยกมือแตะหน้าผากตัวเอง

“ฝันอีกแล้วหรือ?”

เสียงอาเดรียนดังขึ้นจากข้างหน้าต่าง

เขายืนอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย แสงเช้าทำให้ใบหน้าที่มักเย็นชาดูอ่อนโยนลง แต่ดวงตาสีแดงยังคงจับจ้องนางด้วยความเป็นห่วง

“ท่านอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร?”

“ไม่นาน ข้าได้ยินเจ้าขยับตัว”

“ข้าพูดอะไรหรือเปล่า?”

“เจ้าเรียกชื่อใครบางคน แต่ข้าได้ยินไม่ชัด”

โรสลินนิ่งไป

นางไม่แน่ใจว่าควรเล่าเรื่องความฝันหรือไม่ เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังแยกไม่ออกว่ามันเป็นเพียงผลจากความเครียด หรือมีใครบางคนพยายามส่งความทรงจำเข้ามาในจิตใจ

อาเดรียนเดินเข้ามาใกล้ แต่หยุดอยู่ห่างจากเตียงพอให้นางเลือกได้ว่าจะให้เขาเข้ามาหรือไม่

“ถ้าเจ้ายังไม่พร้อมพูด เราไม่จำเป็นต้องพูดตอนนี้”

โรสลินมองเขา ก่อนยื่นมือออกไป

อาเดรียนจับมือนางอย่างระมัดระวัง

“ข้าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในความฝัน” นางกล่าวในที่สุด “นางมีใบหน้าเหมือนข้า แต่ดวงตาเป็นสีเงิน นางบอกว่ามีคนเลือกให้ข้าเป็นบางอย่างก่อนที่ข้าจะได้เลือกเอง”

“เจ้าคิดว่านางเป็นใคร?”

“ข้าไม่รู้ แต่ข้าคิดว่านางอาจเป็นผู้หญิงที่อยู่หลังผนึก”

อาเดรียนขมวดคิ้ว

“ถ้าเป็นเช่นนั้น เราต้องระวังมากขึ้น ความฝันอาจเป็นช่องทางที่สิ่งนั้นใช้เข้าถึงเจ้า”

“ข้าไม่ได้รู้สึกว่ามันกำลังควบคุมข้า”

“นั่นไม่ได้แปลว่ามันไม่พยายาม”

“ข้ารู้” โรสลินบีบมือเขา “แต่ข้าก็ไม่ต้องการปฏิเสธทุกสิ่งที่เห็น เพียงเพราะกลัวว่ามันจะเป็นกับดัก เราต้องเรียนรู้ที่จะแยกความจริงออกจากสิ่งที่ถูกใช้หลอกเรา”

อาเดรียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้น เราจะหาหลักฐาน ไม่ใช่ปล่อยให้ความฝันตัดสินแทนเรา”

นางยิ้มบาง ๆ

“ดูเหมือนท่านจะเรียนรู้จากข้าได้บ้างแล้ว”

“อย่าเพิ่งได้ใจไปนัก ข้ายังมีอายุยืนกว่าเจ้าอีกหลายศตวรรษ”

“แต่ข้าไม่เคยเห็นคนอายุพันกว่าปีที่ดื้อเท่าท่าน”

“และข้าก็ไม่เคยเห็นใครกล้าด่าราชาแวมไพร์ตั้งแต่เช้าตรู่เท่าเจ้า”

เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกจากโรสลิน ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจตั้งแต่ตื่นนอนคลายลงเล็กน้อย

อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ นางยังเป็นตัวเอง

ไม่ใช่ชื่อในบัญชี ไม่ใช่ทายาทที่ใครกำหนด และไม่ใช่คำตอบของปริศนาเก่าแก่

นางเป็นโรสลิน วินเทอร์ ผู้หญิงที่ยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะเดินไปทางไหน

และนางตั้งใจจะรักษาสิทธิ์นั้นไว้

ห้องเก็บบันทึกหลวงตั้งอยู่ใต้หอคอยตะวันตกของปราสาทเก่า ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของราชองครักษ์แวมไพร์

เมื่อโรสลินและอาเดรียนเดินทางมาถึง เซราฟีนกับเอเวอเร็ตต์กำลังรออยู่หน้าประตูเหล็ก ส่วนเซเวอรินยืนอยู่ด้านในโดยมีทหารสองนายคอยเฝ้า

เขายอมมาที่นี่หลังจากโรสลินยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เขาเดินทางตามลำพังอีก

“ข้าคิดว่าพวกท่านคงไม่อยากเสียเวลาฟังคำอธิบายยืดยาว” เซเวอรินกล่าว “ห้องนี้เก็บทะเบียนสามประเภท ได้แก่ ทะเบียนการเกิด ทะเบียนการตาย และทะเบียนการเปลี่ยนชื่อของราชวงศ์จันทรา”

“ทะเบียนการเปลี่ยนชื่อ?” โรสลินถาม

“ชื่อของราชวงศ์ไม่ใช่สิ่งที่คงอยู่ตลอดกาล ในอดีต ผู้ครอบครองนามสามารถมอบชื่อใหม่ให้ผู้สืบทอดได้ แต่การเปลี่ยนชื่อมีเงื่อนไข หากชื่อเดิมถูกลบออกจากทะเบียนอย่างสมบูรณ์ คนที่ใช้ชื่อนั้นอาจสูญเสียสิทธิ์ในการดำรงอยู่ตามกฎของผนึก”

“แล้วชื่อของข้าถูกเปลี่ยนหรือไม่?”

เซเวอรินไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบกุญแจสีเงินออกมาไขประตูห้องด้านใน

“เราจะรู้เมื่อเห็นทะเบียน”

ภายในห้องมีชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน กล่องเก็บเอกสารจำนวนมากถูกจัดเรียงตามยุคสมัย แต่ชั้นที่ควรเก็บทะเบียนของราชวงศ์จันทรากลับว่างเปล่าเกือบทั้งหมด

เหลือเพียงกล่องไม้สีดำสามใบ

เอเวอเร็ตต์เปิดกล่องแรกอย่างระมัดระวัง ภายในมีทะเบียนการเกิดของสมาชิกหลายรุ่น ทว่าหน้ากระดาษช่วงท้ายถูกฉีกออกไป

กล่องที่สองบรรจุทะเบียนการตายของราชวงศ์

ส่วนกล่องที่สามมีตราประทับสีเงิน พร้อมข้อความบนฝาปิดว่า

ทะเบียนที่ห้ามเปิดเผยต่อผู้ครอบครองนาม

เซราฟีนมองกล่องนั้นอย่างไม่ไว้วางใจ

“เหตุใดจึงต้องแยกทะเบียนนี้ออกจากบันทึกอื่น?”

“เพราะมันบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ควรเกิดขึ้น” เซเวอรินตอบ

“นั่นไม่ใช่คำอธิบาย”

“มันเป็นคำเตือน”

โรสลินก้าวเข้ามาใกล้

“เปิดกล่อง”

เซเวอรินมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางมือบนตราประทับ

แต่แทนที่กล่องจะเปิดออก ตราสีเงินกลับส่องแสงและปรากฏข้อความขึ้นเหนือฝาไม้

ผู้ขอเปิดต้องระบุชื่อที่ตนใช้ดำรงอยู่ในปัจจุบัน

โรสลินมองข้อความนั้น

“โรสลิน วินเทอร์”

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เอเวอเร็ตต์ลองระบุชื่อตัวเอง แต่ตราประทับกลับไม่ตอบสนอง

เซเวอรินเอ่ยชื่อของเขา และแสงสีเงินก็หรี่ลงทันที

“กล่องนี้ไม่ได้เปิดให้ผู้เฝ้าประตูหรือผู้แบกรับชื่อ” เขากล่าว “มันต้องการผู้ที่ชื่อถูกเปลี่ยนแปลง”

ทุกคนหันมามองโรสลิน

นางไม่ชอบข้อสรุปนั้น แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้หลีกเลี่ยงมัน

โรสลินวางมือลงบนฝาไม้

“ข้าคือโรสลิน วินเทอร์ แต่ข้าไม่ยอมรับว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ใครมีสิทธิ์กำหนดชะตาของข้า”

แสงสีเงินสว่างวาบ

เสียงกลไกดังขึ้นจากด้านใน ก่อนฝากล่องจะเปิดออกช้า ๆ

ข้างในมีสมุดทะเบียนเล่มบางปกสีขาว และซองจดหมายที่ถูกปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีดำ

บนปกสมุดไม่มีชื่อผู้เขียน

มีเพียงข้อความหนึ่งบรรทัด

บันทึกการแก้ไขตัวตนของผู้สืบทอด

โรสลินหยิบสมุดขึ้นมาเปิด

หน้าแรกเป็นข้อความที่เขียนด้วยอักษรโบราณ แต่จี้หินสีขาวกลับส่องแสงทำให้ตัวอักษรแปลเป็นภาษาที่นางเข้าใจได้

ในกรณีที่ผู้สืบทอดถูกลบก่อนถือกำเนิด ให้บันทึกชื่อที่ใช้ดำรงอยู่ใหม่ และปิดผนึกชื่อเดิมไว้จนกว่าผู้สืบทอดจะมีเจตจำนงเป็นของตนเอง

โรสลินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นลง

“นี่หมายความว่าอะไร?”

เอเวอเร็ตต์รับสมุดไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนพลิกไปยังหน้าถัดไป

“มันเป็นขั้นตอนการแก้ไขทะเบียน ไม่ใช่บันทึกการเกิด”

“แล้วชื่อเดิมของข้าอยู่ที่ไหน?”

เซเวอรินชี้ไปยังหน้าสุดท้าย

ตรงนั้นมีข้อความเพียงสามบรรทัด

ชื่อก่อนการแก้ไข: ถูกปิดผนึก

ผู้รับรอง: ลูนาเรีย

ผู้มีอำนาจแก้ไข: ผู้ให้กำเนิดราชวงศ์จันทรา

โรสลินยืนนิ่ง

ลายเซ็นของลูนาเรียปรากฏอยู่ด้านล่างข้อความนั้น และเมื่อเทียบกับสำเนาเอกสารที่วาเลเรียนพบ ลายมือทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป

บนหน้าสุดท้ายของสมุดทะเบียน มีรอยหมึกสีแดงจาง ๆ อยู่ใต้ลายเซ็น ราวกับมีข้อความอีกชุดหนึ่งถูกลบออกไปอย่างเร่งรีบ

เอเวอเร็ตต์นำแว่นขยายออกมาตรวจสอบ

“มีตัวอักษรซ่อนอยู่ใต้หมึก”

“อ่านได้หรือไม่?” อาเดรียนถาม

“ยังไม่ได้ ต้องใช้แสงเฉพาะชนิด”

โรสลินมองข้อความที่ยังอ่านไม่ออก

“ถ้าเราเปิดเผยชื่อเดิมของข้า จะเกิดอะไรขึ้น?”

เซเวอรินตอบอย่างระมัดระวัง

“เราอาจรู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงถูกลบก่อนถือกำเนิด แต่หากชื่อเดิมยังเชื่อมโยงกับผนึก การเปิดเผยอาจทำให้บางสิ่งรับรู้ตำแหน่งของเจ้าได้ชัดเจนขึ้น”

“เช่นผู้หญิงที่อยู่หลังผนึก?”

“หรือสิ่งที่ใช้เสียงของนาง”

โรสลินปิดสมุดลง

“เราจะยังไม่เปิดเผยชื่อเดิม จนกว่าจะรู้ว่ามันจะทำอะไรกับข้า”

อาเดรียนพยักหน้า

“เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง”

“และเราจะต้องหาต้นฉบับของทะเบียนการเกิด รวมถึงเอกสารที่ยืนยันการตายของลูนาเรีย หากนางลงนามในเอกสารเจ็ดปีก่อนคืนที่ถูกบันทึกว่าเสียชีวิต เราต้องรู้ว่าลายเซ็นนั้นถูกเขียนขึ้นเมื่อไรจริง ๆ”

เอเวอเร็ตต์ยกซองจดหมายสีดำขึ้น

“บางทีคำตอบอาจอยู่ในนี้”

แต่ก่อนที่เขาจะทันเปิดผนึก เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก

เซราฟีนชักดาบทันที

ทหารนายหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“ฝ่าบาท! มีผู้บุกรุกในเขตหอคอยตะวันตก!”

“ใคร?” อาเดรียนถาม

“เราไม่ทราบขอรับ คนของเราพบเพียงร่องรอยเลือดสีดำบนพื้น และตราประทับที่ถูกทำลาย”

อาเดรียนหันไปหาโรสลิน

นางรู้ทันทีว่าใครเป็นคนทำ

วาเลเรียนรู้แล้วว่าพวกเขาพบทะเบียนการแก้ไขตัวตน และเขาอาจกำลังตามหาสิ่งเดียวกัน

“เซราฟีน พาคนไปปิดทางออกทั้งหมด” อาเดรียนสั่ง “อย่าให้ใครเข้าใกล้ห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต”

“รับทราบ ฝ่าบาท”

เซราฟีนออกไปทันที

โรสลินหันกลับมามองสมุดทะเบียนในมือเอเวอเร็ตต์ ก่อนตัดสินใจหยิบซองจดหมายสีดำขึ้นมา

“เราไม่มีเวลารอแล้ว เปิดมัน”

“โรสลิน—” อาเดรียนเริ่ม

“ข้ารู้ว่ามันอาจเป็นกับดัก แต่ถ้าวาเลเรียนตามหามันเหมือนกัน แสดงว่าในนี้มีสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้เรารู้”

นางสบตาเขา

“ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาเลือกว่าข้าควรรับรู้ความจริงเมื่อไร”

อาเดรียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้น เราจะเปิดด้วยกัน”

โรสลินกดนิ้วลงบนขี้ผึ้งสีดำ

ผนึกแตกออก

ภายในซองมีเอกสารเพียงแผ่นเดียว เป็นคำสั่งที่เขียนด้วยลายมือของลูนาเรีย

ไม่มีวันที่ระบุชัดเจน มีเพียงข้อความว่า

หากผู้สืบทอดเริ่มระลึกถึงชื่อเดิม ให้ส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่มีชื่อ อย่าให้ผู้เฝ้าประตูพบตัวนาง และอย่าให้บิดาของนางได้ยินเสียงเรียกจากอีกฟากของผนึก

ด้านล่างมีข้อความอีกบรรทัดหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนด้วยหมึกสีแดง

เพราะหากเขาจำเสียงของนางได้ เขาจะเปิดผนึกด้วยมือตัวเอง

โรสลินอ่านประโยคนั้นซ้ำ

“บิดาของข้า...”

นางยังไม่ทันพูดจบ ตัวอักษรบนกระดาษก็เริ่มเลือนหาย

ไม่ใช่เพราะถูกเผา

แต่ราวกับมีใครกำลังลบมันออกจากความทรงจำของโลก

โรสลินรีบกดจี้หินสีขาวลงบนเอกสาร

แสงจันทร์พุ่งออกมาจากจี้ ล้อมกระดาษไว้ก่อนที่ข้อความทั้งหมดจะหายไป

ครู่หนึ่ง ทุกอย่างกลับสงบนิ่ง

แต่บนกระดาษที่เหลืออยู่ มีประโยคใหม่ปรากฏขึ้น ซึ่งไม่ได้เขียนด้วยลายมือของลูนาเรีย

อย่าตามหาบิดาของเจ้าในที่ที่เขาถูกขัง

จงตามหาสถานที่ที่เขาถูกลบออกไป

โรสลินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าการค้นหาบิดาของตนอาจไม่ใช่การตามหาคนที่ถูกขังอยู่ใต้เมืองหลวง

บางทีสิ่งที่ถูกขังอยู่ที่นั่นอาจเป็นเพียงความทรงจำของเขา

ส่วนตัวจริงของเขาอาจถูกลบออกจากโลกไปนานแล้ว

และหากเป็นเช่นนั้น สถานที่ที่ไม่มีชื่อซึ่งเซเวอรินกล่าวถึง อาจไม่ใช่ผนึกอีกแห่งหนึ่ง

มันอาจเป็นสถานที่เดียวที่ยังมีหลักฐานว่าบิดาของนางเคยมีตัวตน

เสียงระฆังเตือนดังขึ้นอีกครั้งจากทางเดินด้านนอก

อาเดรียนหันไปทางประตู ก่อนกลับมามองโรสลิน

“เราต้องไปแล้ว”

นางพยักหน้า แต่ยังคงถือเอกสารไว้แน่น

“ก่อนออกจากที่นี่ ข้าต้องการให้ท่านช่วยข้าสัญญาอย่างหนึ่ง”

“ว่ามา”

“หากวันหนึ่งข้าพบว่าชื่อเดิมของข้าเป็นสิ่งที่สามารถทำลายผนึกทั้งหมดได้ อย่าตัดสินใจลบมันออกจากโลกเพื่อปกป้องข้า”

อาเดรียนมองนางนิ่ง

“ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น”

“แม้ว่ามันจะทำให้ข้าตกอยู่ในอันตราย?”

“ข้าจะหาทางช่วยเจ้า แต่ข้าจะไม่ทำลายตัวตนของเจ้าเพียงเพราะข้ากลัวว่าจะสูญเสียเจ้า”

โรสลินหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง

“ดี เพราะข้าก็จะไม่ยอมให้ท่านถูกลบเพื่อช่วยข้าเช่นกัน”

ทั้งคู่จับมือกันแน่น

พวกเขายังไม่รู้ว่าบิดาของโรสลินเป็นใคร ไม่รู้ว่าลูนาเรียเป็นผู้เขียนเอกสารเหล่านั้นจริงหรือไม่ และไม่รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่หลังผนึกกำลังพูดความจริงหรือกำลังใช้ความจริงบางส่วนล่อลวงพวกเขา

แต่ตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายใหม่แล้ว

สถานที่ที่ไม่มีชื่อ

สถานที่ซึ่งอาจเก็บความจริงเกี่ยวกับชายผู้ถูกลบออกจากโลก

และที่ไหนสักแห่งในความมืด วาเลเรียนกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน

เพราะเขาเองก็เพิ่งได้รับข้อความจากผู้หญิงหลังผนึก

จงนำผู้สืบทอดมายังสถานที่ที่ไม่มีชื่อ

ก่อนที่นางจะจำได้ว่าใครเป็นคนให้กำเนิดนางจริง ๆ

วาเลเรียนอ่านข้อความนั้น ก่อนยิ้มอย่างเย็นชา

“สายเกินไปแล้ว”

เขาหยิบเอกสารอีกแผ่นขึ้นมา

บนกระดาษนั้นมีชื่อของโรสลิน พร้อมลายเซ็นของลูนาเรีย และตราประทับเดียวกับที่ปรากฏในทะเบียนต้องห้าม

แต่ใต้ชื่อของโรสลินมีข้อความซึ่งไม่มีอยู่ในเอกสารของราชสำนัก

ผู้สืบทอดคนที่สอง

วาเลเรียนค่อย ๆ พับกระดาษเก็บ

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ต้องหาคนแรกให้พบเสียก่อน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 55 เมื่อจันทราเลือกหัวใจ

    รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

    “ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 53 หัวใจที่ไม่ยอมตาย

    “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 52 หัวใจของผู้ถูกลบ

    เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

    “ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

    เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status