เข้าสู่ระบบนิ้วโป้งแกร่งของออสตินขยี้ไปยังติ่งใจกลางความเป็นสาวแล้วขยับยัดส่วนใหญ่โตของตัวเองเข้าไป ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหา โดยที่สองมือเล็กปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังของเขา
“เอาออกก่อน...มัน...มันแน่น...หายใจไม่ออก”
“ไม่ได้ชักออกไม่ได้ต้องยัดเข้าเท่านั้น” คนอย่างออสตินไม่มีวันที่จะปรานีเหยื่อเด็ดขาดต่อให้เป็นครั้งแรกก็เถอะ
“แต่...อื้อ...” ริมฝีปากช่างเจรจาอวดเก่งเมื่อตอนต้นถูกปิดพร้อมกับส่งเสียงครางในลำคอ โดยที่ร่างใหญ่ยังคงแช่ค้างอยู่อย่างนั้นแล้วค่อย ๆ ขยับเข้าที่ละนิดแล้วก็ถอนออกมาและย้ำถี่ ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนตัวใหญ่อึดอัดแค่ไหน แต่หากเขาชักออกตอนนี้ที่พยายามมาทั้งหมดจะสูญเปล่า
เสียงที่ร้องงึมงำในลำคอเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานอย่างต้องการ ความรู้สึกของข้าวหอมยามนี้เหมือนถูกความต้องการและความเจ็บปวดกัดกินร่างกายจนเมื่อความเป็นชายของเขาเสียบเข้าลึกจนสุดโคนโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวก็รู้สึกอยากให้เขาขยับจนผลักใบหน้าที่กำลังโน้มมาจูบออก
“ฮึก...ขยับ...เร็วเข้า...อื้อ...ทรมานช่วยหน่อย”
คนตัวใหญ่พยักหน้ารับทันที ยิ่งได้ยินเสียงเร่งเร้าเขาก็ยิ่งเร่าร้อนยิ่งคนตัวเล็กดิ้นพร่านยิ่งทำให้อยากขยับแรง ๆ
ข้าวหอมรู้สึกคล้ายกำลังถูกเหวี่ยงขึ้นและลงตามแรงเคลื่อนขยับเข้าหา ความร้อนในกายสาวทำให้เธอรู้สึกทรมานจนอยากปลดปล่อย สองขาโอบรัดสะโพกแกร่งเอาไว้ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดออกจากร่างกายของเธอ
“อื้อ...ช่วยหน่อย”
“ให้พี่ช่วยอะไรครับคนสวย” เสียงแหบพร่าครางแผ่ว ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยที่ฉ่ำไปด้วยอารมณ์สวาท ริมฝีปากของคนตัวเล็กเม้มเข้าหากันแน่น แล้วเธอก็กัดริมฝีปากล่างอย่างยั่วยวน เสียงลมหายใจของทั้งสองคนสูดเข้าออกถี่รัวจนร่างเล็กที่มีหน้าอกอวบใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงเสียจนละสายตาไม่ได้ แล้วต้องโน้มใบหน้าเขาไปดูดดึงเต้าอวบอย่างย่ามใจ
เสียงดูดกินเต้าตึงของข้าวหอมมูมมาม แต่คนตัวเล็กกลับไม่รู้สึกเจ็บทั้งอยากให้เขาทำแรงขึ้นอีก จึงเร่งเขาด้วยเสียงกระเส่า “ดูดแรง ๆ ...อื้อ...เอาแรงอีก”
ไม่เพียงแค่เสียงที่เร่งให้เขาทำแรง ๆ สองมือของเธอก็ยังจิกเข้าที่แผ่นหลัง แต่ทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่รู้สึกระคายผิวแม้แต่น้อย แต่กลับยิ่งสร้างอารมณ์กำหนัดให้ทะยานพุ่งขึ้นอีก จนร่างใหญ่ถอดลำกายออกแล้วกระแทกเข้าไปใหม่ให้หนักหน่วงและแนบสนิทมิดด้ามกว่าเดิม
ใบหน้าสวยยามนี้ชื้นด้วยเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบใบหน้า พอ ๆ กับน้ำหวานที่ไหลออกมาเคลือบส่วนที่แข็งขืนจนมีความมันวาว และนั่นทำให้การกระหน่ำกระแทกกระทั้นยิ่งสนุกขึ้นอีก เพราะมันลื่นขึ้นจากตอนแรกที่คับแน่นแทบผ่านไปไม่ได้
กลิ่นคาวของเลือดพรหมจรรย์เคล้ากับกลิ่นน้ำหวาน คละคลุ้งเต็มห้องเชือดของออสติน แต่มันกลับทำให้รู้สึกหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งมองใบหน้าเล็กที่ส่ายหน้าไปมาบนที่นอนกับสองมือที่เลื่อนจากจิกแผ่นหลังของเขาไปขยุ้มที่เตียงนอนแทนยิ่งรู้สึกว่าเซ็กส์คืนนี้ของเขามันช่างเร้าใจเสียจริง
เมื่อเสียงครวญครางเริ่มดังถี่รัว พร้อมกับใบหน้าที่เชิดขึ้นทำให้เขาต้องเร่งเร้าส่งเธอให้ถึงสวรรค์ในครั้งแรก แต่ทว่าเขายังไม่แตกจึงต้องเร่งตามไปติด ๆ เมื่อน้ำแรกของเขาผ่านไปถุงยางอันใหม่ก็ถูกสวมเข้าแทนที่อันเก่า ก่อนจะจับร่างเล็กนอนคว่ำแล้วโก้งโค้งให้เขาสอดเสียบเข้าไปด้านหลัง เสียงครางไม่ได้ศัพท์ของคนอวดดีไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันฟินแค่ไหน
เมื่อเขาขยับด้านหลังจนเมื่อยก็เปลี่ยนเป็นจับขาเรียวขึ้นพาดบ่า แล้วก็ขยับบั้นเอวถี่รัวโดยไม่ฟังเสียงร้องขอชีวิตจากอีกคนเลยสักนิด
เขาไม่รู้ว่าเธอเสร็จสมไปกี่ครั้ง แต่รู้ว่าเขาเพิ่งเสร็จไปสามครั้งและนั่นจะให้เธอพักยกก่อน เมื่อร่างกายใหญ่ถอดถอนลำท่อนของตัวเองออก พร้อมกับริมฝีปากที่ฝังเข้าตรงหน้าอกทำรอยคิสมาร์กเอาไว้ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเกลียดการทำอะไรแบบนี้ที่สุด แต่ครั้งนี้เขากลับอยากทำอะไรแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
‘ฉันคือเจ้าของเธอ’ เสียงในหัวของคนตัวใหญ่ดังขึ้น โดยที่ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
ร่างกายเล็กหอบเหมือนไปวิ่งมาราธอนยี่สิบกิโล แต่ใบหน้ากลับเปื้อนด้วยรอยยิ้มแม้ว่าจะเจ็บปวดตรงกลางกายมากก็ตาม พร้อมกับนิยามที่ให้กับครั้งแรกว่า
“พี่ออสติน...!” ร่างของเธอโดนจับให้นั่งตักเขาโดยที่สองแขนของเขากักตัวเธอเอาไว้แล้วเกยคางมนกับหัวไหล่ของเธออ่านเอกสารและเซ็นต่อไป “อยู่นิ่ง ๆ” “ทำงานก็ปล่อยข้าวหอมสิคะ” “ชอบทำท่านี้” คำว่าชอบทำท่านี้ของเขาทำให้เธอหวิวทีเดียว นึกถึงวันที่ทำหน้ากระจกเขากดเข้าข้างหลังจากนั้นก็จับเธอยกขึ้นสองขาชี้เป็นตัววีแล้วภาพของเขาที่กำลังมุดเข้ามาในตัวเธอเด่นชัดเสียจนเธอขมิบตอดแรงและรัวนัก ยามนึกถึงวันนั้นทีไรใจเธอก็เต้นระรัวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที ลมหายใจที่รินรดต้นคอของเธอทำให้เธออุ่นวาบไปทั้งอก แล้วไม่พอแค่นั้นมือหนาอีกข้างที่ว่างลูบขาเธอไปมาพาลให้รู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก “พี่ออสติน...ถามอะไรหน่อยสิ” เธอกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงครางแล้วพูดกับเขาให้คิดถึงเรื่องอื่นแทน “ถามมาสิ” เขาตอบแต่ก็ไม่หยุดจากการลูบ ๆ คลำ ๆ เนื้อตัวเมียของตนเอง “แฟนเก่าพี่เคยมาหาที่นี่ไหม” มือที่กำลังคลึงต้นขาของเธอชะงักแล้วก็เอาลงจากขาพร้อมกับเสียงตะกุกตะกัก ทำให้ข้าวหอมรู้สึกว่าเขาต้องกำลังปิดบังเธอแน่ ๆ “ปะ...เปล่า” “กี่ครั้งบอกมานะ”
หลังอาหารมื้อเย็นที่คุณมาลินีทำต้อนรับลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าลูกชายตัวดีง้อสำเร็จก็ถึงเวลานั่งคุยกันสักที ครั้งก่อนไปหาหนูข้าวหอมที่บ้านยังไม่ได้คุยอะไรกันมากเพราะว่ากำลังทะเลาะกับลูกชายอยู่ คราวนี้สบโอกาสเห็นคลิปที่เป็นไวรัลของเจ้าลูกชายตัวดีจึงถามเรื่องแต่งงาน “หลังเรียนจบแต่งงานเลยไหม แม่จะได้เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า ชอบจัดงานที่ไหน โรงแรม ริมทะเล หรือในสวน” ข้าวหอมยิ้มเขินเธอเพิ่งอยู่ปีสาม อีกสองปีกว่าจะเรียนจบมันก็ยังไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ คุณแม่ของเขารีบร้อนจริง ๆ “แม่ครับ น้องเรียนแล้วยังต้องฝึกงานอีกนะครับ” “ดีสิ ฝึกที่บริษัทเราเดี๋ยวให้ผู้จัดการทั่วไปหาตำแหน่งฝึกให้ อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ” มาลินีไม่ท้อถามต่อว่าที่ลูกสะใภ้ที่เจ้าลูกชายจะเป็นจะตายเมื่อตอนทะเลาะกัน “ต้องฝึกเลขาของผมสิ จะฝึกตำแหน่งอื่นได้ยังไง” ข้าวหอมอมยิ้ม เขาไม่คิดจะให้เธอห่างเขาเลยหรือไง จึงแหย่เขาเล่น “คุณแม่คะ แผนกไหนผู้ชายเยอะ ๆ บ้างคะ ข้าวหอมอยากอยู่ตำแหน่งนั้น” พูดจบได้ยินเสียงขบฟันแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง หันมองแต่คุณแม่ที่กำลังคิดอย่างหนัก
ข้าวฟ่างโกรธจนเส้นเลือดขึ้นไปถึงดวงตา ทำให้น้ำตาคลอหน่วย เธอเป็นคนที่สวยมาก ๆ แต่เธอโดนผู้ชายปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยได้อย่างไร “ฉันจะคอยดูว่าจะไปรอดได้สักกี่น้ำ” ข้าวฟ่างพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอให้มีคนนินทาเธอต่อได้อีก ในรถออสตินมองคนด้านข้างที่ยิ้มไม่หุบ ไม่รู้ดีใจอะไรนักหนาจนต้องถาม “ชอบเหรอที่พี่ทำแบบนั้น” “ชอบค่ะ ทำกับข้าวหอมคนเดียวนะ” ข้าวหอมโน้นใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเขาทีหนึ่งแล้วก็ถูไถกับแขนล่ำ ๆ ของเขา จนอีกคนเอามือที่จับพวงมาลัยมาลูบหัวเธอเบา ๆ “ก็จะทำแค่แฟนเท่านั้นแหละ คนอื่นไม่ทำหรอก” “ทำกับคนอื่นก็มีเรื่องน่ะสิ” ข้าวหอมแกล้งโกรธเขา รู้แล้วคนเนิร์ด ๆ อย่างพี่ออสตินคนนี้น่ารักที่สุดในโลก ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นคนที่จริงใจกับเธอ และรักเธอจริง ๆ “ค้าบ กลัวแล้วค้าบ วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านแม่ผมนะ” ต่อให้เกือบจะได้ขอแต่งงานไปแล้ว แต่ว่าเจ้าตัวก็ยังไม่รับนัดไปกินข้าวที่บ้านสักทีจนเขาที่อยากจะพาไปจะแย่รอไม่ไหว หากเป็นเมื่อก่อนผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาอยากให้ไปเปิดตัวที่บ้านจะตายไป แต่ไม่มีใครได้สิทธิ์
เปิดเรียนวันแรกข้าวหอมก็มีสารถีรับส่งเป็นคนที่ประกาศออกโซเชียลว่าเธอเป็นคนที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย เมื่อมาถึงตึกคณะวิทยาลลินกับอบเชยก็ยืนหน้าบูดอยู่แล้วพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหา “เพิ่งเสด็จรู้ไหมว่าคู่กรณีรออยู่” ลลินมาถึงก็รีบบอกทันที เธอหมั่นไส้ยายข้าวฟ่างอะไรนั่นมาก มั่นหน้าขนาดมานั่งรอเพื่อนเธอที่ตึกคณะดูก็รู้ว่าต้องการมาหาเรื่อง “ใครคู่กรณี ฉันยังไม่ได้ไปเหยียบหางใครเลยนะ” ข้าวหอมพูดติดตลก แต่เดาในใจว่าน่าจะบรรดาแฟนคลับของพี่ออสติน ขณะที่เธอกำลังล้วงเอามือถือจะส่งข้อความบอกเขา แต่กลับหาไม่เจอจนเธอคิดว่าน่าจะลืมไว้ที่รถแต่ด้วยเดินมาใต้ตึกแล้วขี้เกียจเดินกลับ จึงยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรหาเขาเพื่อจะให้เอามือถือมาให้ “ข้าวฟ่าง อดีตพี่ออสตินผัวแกสิ มารอตั้งแต่เช้าล่ะ” อบเชยบอกเพื่อนให้รู้ตัว เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ “ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขานะ จะมาดักฉันทำไม” ข้าวหอมไม่อยากเข้าไปยุ่ง เธอคิดแค่ปัจจุบันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า “แต่ยายนั่นมีแน่ ฉันได้ข่าวว่านางพยายามตามหาพี่ออสตินนะ แต่ว่าเขาไม่รับสายเลยแล้วบล็อกด้วยมั้ง ก
“ถึงเราไม่ได้ใช้จมูกเดียวกันแต่ผมใช้หัวใจดวงเดียวกับคุณนะ ขาดคุณก็เหมือนขาดใจผมตายแน่ ๆ” ข้าวหอมมองอย่างหมั่นไส้แล้วก็สะบัดตัวเข้าไปแต่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในห้องคืออะไรทำเอาเธอตกตะลึง ดอกกุหลาบสีขาวเรียงอยู่เต็มห้องพร้อมกับรูปถ่ายที่เคยถ่ายด้วยกันติดกับปลายริบบิ้นมีลูกโป่งลอยอยู่บนเพดานห้อง และแต่ละรูปนั้นเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายโดยที่เธอไม่รู้ตัวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตอนเราคบกัน เมื่อเดินเข้ามาในห้องเสียงเพลงที่เธอชอบก็ดังขึ้น โดยด้านหลังมีเสียงปิดประตูพร้อมกับโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเรื่องราวระหว่างเรา และเสียงที่ร้องเป็นเสียงของเขา ภาพที่เธองอแงแล้วกอดเขาแน่นเขาก็ถ่ายไว้ ภาพที่เธอเมาจนหมดสภาพก็ยังมีเขา ภาพที่กินมาม่าด้วยกัน ภาพที่หอมแก้ม ภาพที่เขากำลังสอบถามเภสัชกรเรื่องยาคุม พร้อมแคปชั่น คนแรกและคนเดียวที่ซื้อยาคุมให้ ภาพกินข้าวบ้านแฟนครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าพะโล้เป็นของโปรดเธอ ภาพนั่งเข้ามุมพร้อมกับแคปชันเสือหงอยตอนเธอโกรธ ภาพนี้ทำให้เธอหัวเราะทั้งน้ำตา มันใช่มาก ๆ แต่เมื่อหันมามองก็เห็นอีกคนกำลังนั่งคุกเข่าแล้วชูกล
ตลอดปิดเทอมของข้าวหอม ออสตินไปเฝ้าอยู่ที่บ้านข้าวหอมทุกวันจนกลายเป็นแขกอีกคน ทั้งไปนั่งคุยกับคุณพ่อของข้าวหอม เข้าครัวทำอาหารกับคุณแม่ของเธอแต่อีกคนก็ไม่ค่อยคุยกับเขา ยกเว้นจะโผล่ไปคอมเมนต์ในโพสต์ ทำให้เขาโพสต์วันละสามที่โพสต์ เพราะอย่างน้อยเธอก็เหลือที่ให้เขาและเธอได้ตอบโต้กัน “เหนื่อยไหมลูก” พิสิษถามว่าที่ลูกเขย เพราะเข้าใจหัวอกคนที่รักกันดี ตอนที่ง้อแม่ของข้าวหอมเขาก็เหนื่อยเช่นกัน “ไม่เหนื่อยหรอกครับ ขอแค่เขาให้อภัยผมยอมทำทุกอย่าง” นับวันเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าข้าวหอมคือคนที่เขาไม่อยากให้ห่างกาย และรู้สึกปวดใจหากต้องเลิกกันจริง ๆ ตอนนี้เขามีช่วยงานในบริษัทของแม่ แต่ก็ไม่ลืมจะแวะมาหาเธอทุกวัน “ข้าวหอมเป็นคนไม่ค่อยโกรธใครง่ายนักนะ แต่ว่าถ้าโกรธคือนาน เหมือนแม่เขา” พสิษกลัวว่าคนง้อจะหมดแรงเสียก่อน ง้อนาน ๆ แบบนี้แล้วลูกสาวก็ไม่ใจอ่อน “ผมรู้ว่าผมผิด ข้าวหอมโกรธก็สมควรแล้วครับ อย่างน้อยเธอก็ทำให้รู้ว่าเธอยังรักผม หากเธอเมินและเฉยชากับสิ่งที่ผมทำ นั่นแสดงว่าเธอไม่รัก” ออสตินพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้พยายามง้อเธอให้สำเร







