LOGINเช้านี้ลลิตราได้ของขวัญเซอร์ไพรส์
หญิงสาวกำลังก้าวไปตามทางเดินหิน ที่ทอดยาวจากด้านข้างของคฤหาสน์ ผ่านแนวพุ่มไม้ตัดเรียบ เพียงแค่ไม่ถึงยี่สิบก้าวก็มาถึงบ้านชั้นเดียวหลังกะทัดรัดสีขาวที่สร้างอยู่ด้านหลังคฤหาสน์หลัก
"พวกหนูเรียกบ้านนี้ว่าบ้านฝรั่งค่ะ"
น้ำตาลที่เดินตามมาด้วยเอ่ย คงเพราะมันออกแบบให้เป็นสไตล์อิงลิชคอทเทจ ในอาณาเขตกว่าสี่ไร่ของบ้านรชต มีตั้งแต่เรือนกระจกปลูกต้นไม้ไปจนถึงสนามเทนนิส สนามพัตกอล์ฟ และบ้านรับรองแขกหลังเล็กอีกหลายหลัง
บ้านเล็กหลังนี้ที่พ่อเลี้ยงของเธอเพิ่งให้กุญแจมาก็เป็นหนึ่งในนั้น
"นี่คุณลุงจะให้ฉันอยู่ที่นี่จริง ๆ เหรอเนี่ย!"
"คุณลูกอมชอบหรือไม่ชอบคะ"
"โอ้โห ไม่ชอบได้ยังไงล่ะ บ้านสวยออกขนาดนี้!"
ลลิตราพูดจากใจ น้ำตาลถอนหายใจโล่งอก
"หนูนึกว่าคุณหนูจะน้อยใจที่ไม่ได้อยู่บ้านใหญ่ แต่ต้องมาอยู่ที่นี่คนเดียว"
'คุณหนู' ของน้ำตาลหัวเราะ
"โถ่ ใครจะไปคิดอย่างนั้น ฉันว่าคุณลุงอรรถใส่ใจมากต่างหากล่ะน้ำตาล ท่านคงเข้าใจว่าฉันคงไม่คุ้นชินกับการอยู่บ้านหลังใหญ่ที่ต้องอยู่รวมกันหลายคน..." หนึ่งในนั้นคือลูกชายของเขา "...แถมฉันก็ยังไปขอใช้ครัวทำขนม ไปเกะกะป้าเดือนอีก ก็เลยให้ฉันมาอยู่ที่นี่เสียเลย"
ลลิตราพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรเคยชินกับความหรูหราที่ได้รับในฐานะลูกเลี้ยงของนายอรรถ รชต
แต่การได้ย้ายมาอยู่ในเรือนหลังเล็กที่สะดวก เป็นส่วนตัว และมีห้องครัวกว้างใหญ่ขนาดนี้มันยากที่เธอจะปฏิเสธได้จริง ๆ!
หญิงสาวเดินเข้าห้องนั้นทะลุไปห้องนี้อย่างเบิกบาน แต่สักพักก็หยุดคิดแล้วนั่งจุ้มปุ๊กลงบนเก้าอี้ที่มีเบาะสีเขียวอ่อนสดใส
"ไม่ชอบตรงไหนหรือคะคุณลูกอม"
น้ำตาลถามอย่างไม่แน่ใจ ป้าอ้อมสั่งให้เธอกับน้ำค้างมาช่วยกันทำความสะอาดล่วงหน้าแล้วหนึ่งวัน แถมยังจัดมุมต่าง ๆ อย่างที่คิดว่าสวยน่ารักน่าจะถูกใจคุณลูกอม
ดังนั้นเมื่อเห็นสีหน้าลลิตราม่อยลง ก็เลยอดใจแป้วตามไม่ได้
"ไม่ใช่ไม่ชอบจ้ะ แต่ฉันแค่เป็นห่วงแม่"
"ห่วงคุณลินดาเรื่องอะไรหรือคะ"
น้ำตาลถามอย่างพาซื่อ ลลิตราคิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่จำเป็นต้องปิดบัง
"แม่ฉันต้องกินยาทุกเช้ากับก่อนนอน ปกติฉันเป็นคนดูแล...เพราะถ้าแม่กินไม่ตรงเวลามันจะไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท่าไหร่"
"อ๋อ แค่นั้นเอง หนูช่วยดูให้ก็ได้นะคะเพราะตอนนี้คุณผู้หญิงเรียกหาหนูทุกเช้าอยู่แล้ว"
เด็กสาวบอกอย่างภาคภูมิใจ การได้เป็นคนโปรดของนายถือเป็นความรู้สึกมั่นคงอย่างหนึ่งในหัวใจของลูกจ้างอย่างน้ำตาล
"แม่เลี้ยงหนูที่อยู่ลำพูนต้องกินยาความดันเบาหวานอะไรพวกนี้ทุกวันเหมือนกัน ตอนนั้นหนูก็เป็นคนจัดยาให้แกทุกวัน เรื่องพวกนี้หนูทำได้แน่นอนค่ะ คุณลูกอมไม่ต้องเป็นห่วง"
เมื่อเห็นสีหน้าลลิตรายังไม่ค่อยสบายใจนัก น้ำตาลก็รีบเชียร์ต่อ
"อยู่ที่บ้านฝรั่งนี่ คุณน้ำตาลจะได้ทำงานได้เต็มที่ไงคะ จะได้ไม่ต้องทนฟังอีพี่น้ำค้างมันแซะเรื่อย อย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของครัวอย่างนั้นแหละ" น้ำค้างเอ่ยถึงญาติผู้พี่ที่วัยไล่เลี่ยกัน และลลิตราก็ยิ้มขันออกมาได้
นั่นน่ะสิ แม่ของเธอไม่ใช่ผู้ป่วยหนักเสียเมื่อไหร่ แค่เธอย้ายออกมาอยู่เรือนเล็กนี้ที่ห่างออกมาแค่ไม่กี่สิบเมตร เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง คงไม่ใช่เรื่องน่าวิตกอะไร อีกอย่างแม่ก็รับรู้แล้วด้วย เมื่อเช้าแม่ก็ยังยิ้มและคะยั้นคะยอให้ลูกสาวเดินมาสำรวจบ้าน แสดงว่าแม่ก็ต้องเห็นด้วย
เมื่อตกลงกับตัวเองได้ ลลิตราก็ตบมือเบา ๆ อย่างดีใจ...ได้มีพื้นที่ทำขนมโดยไม่ต้องเกรงใจใคร และไม่ต้องอยู่ใต้หลังคาเดียวกับนายอธิปนั่นด้วย เพราะต้องยอมรับกับตัวเองว่าหลายคืนที่ผ่านมา การที่รู้ว่ามีผู้ชายคนนั้นนอนอยู่ในห้องที่ห่างเธอออกไปแค่นิดเดียว มันทำให้เธอหลับไม่ค่อยจะลง
* * * * *
เวโลร่าจิวเวลรี่
อัปสรที่เป็นเจ้าของร้านออกมาให้บริการลูกค้าวีไอพีของวันนี้ด้วยตัวเอง
"ไม่ได้เจอกันนานเลยคุณสร สบายดีนะครับ"
"สบายดีค่ะคุณอรรถ สรไม่ต้องถามคุณอรรถนะคะเพราะเจอกันทีไรก็หนุ่มขึ้นทุกที"
อรรถหัวเราะ ก่อนหันไปแนะนำลินดา
"นี่ภรรยาผมครับ..."
"คุณลินดา!"
แน่นอนว่าข่าวการแต่งงานใหม่ของเจ้าของสายการบินสยามเจ็ตเป็นที่ทราบกันในวงสังคม แต่ที่อัปสรตื่นเต้นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวจริงของอดีตนางเอกหนังไทยชื่อดังในยุคที่เธอยังเป็นวัยรุ่น
"สรดูหนังที่คุณลินดาเล่นทุกเรื่องเลยนะคะ ยังเสียดายตอนคุณลินดาลาวงการ ตัวจริงคุณลินดาสวยกว่าในจออีก..."
"ดิฉันอายุมากแล้ว..." ลินดาเอ่ยอย่างขัดเขิน คงเพราะไม่ได้ออกไปเจอผู้คนที่ชื่นชมตัวเองมานาน
"อายุเท่าไหร่ก็สวยค่ะ เป็นเกียรติจริง ๆ ที่ได้รับใช้ วันนี้คุณอรรถพาคุณลินดามาเลือกเครื่องเพชรใช่ไหมคะ เดี๋ยวสรจะแนะนำชุดที่สวยที่เหมาะกับคุณลินดาที่สุดให้เลย"
อรรถหัวเราะเบา ๆ นึกชมในใจที่อัปสรขายของเก่ง
"ใช่ครับ ภรรยาผมยังไม่มีเครื่องประดับออกงานดี ๆ สักชุด ฝากคุณสรช่วยแนะนำด้วยนะ"
ที่จริงก่อนมานี่ ลินดาปฏิเสธของมีค่าราคาแพงที่เขาจะให้ แต่อรรถยืนยันว่าเธอควรจะมีเครื่องประดับดี ๆ สักชุดที่เข้ากัน ไว้ใส่ออกงานบ้างตามสมควร
เมื่อครั้งที่เลิกกับจีรานุช นอกจากเงินสดที่เขาให้เธอก้อนใหญ่และค่าเลี้ยงดูรายเดือนตลอดชีพ พวกเครื่องเพชรและของมีค่ายิบย่อยเขาก็มอบให้เธอทั้งหมด ไม่เรียกคืนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว จีรานุชจะเก็บไว้ให้โอมหรือจะเอาไปทำอะไรก็สุดแต่เธอ อรรถถือว่านั่นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเวลานับสิบ ๆ ปีที่เธอเคยดูแลเขามา
อัปสรนำเสนอเครื่องเพชรแวววาวหรูหราแต่ลินดากลับสนใจชุดไข่มุกน้ำจืดที่สวยงามครบชุดทั้งสร้อยคอ แหวน และต่างหู โดยเฉพาะต่างหูที่เป็นมุกเม็ดโตมีเหลือบสีชมพูอ่อน ๆ ดูเรียบง่ายแต่สวยสง่าสมฐานะ
"ใส่กลับบ้านเลยดีไหม ดูคุณจะชอบมันมากจริง ๆ"
อรรถเอ่ยยิ้ม ๆ เพราะเห็นลินดาจับถูต่างหูอยู่นานไม่ยอมใส่ลงกล่องสักที อดีตนางเอกยิ้มเขินและพยักหน้ารับ อัปสรจึงช่วยใส่ต่างหูให้ทั้งสองข้าง เมื่อลินดาส่องกระจก ดวงตาก็เป็นประกายด้วยความสุข
ระหว่างที่อัปสรให้พนักงานนำสินค้าไปห่อใส่กล่องอย่างสวยงาม เธอก็ขออนุญาตถ่ายรูปคู่กับลินดา อดีตนางเอกตอบรับอย่างเต็มใจ พนักงานในร้านจึงมาล้อมรอบอดีตนางเอกหนังไทยอย่างชื่นมื่น
อรรถถอยไปยืนนอกวง ปล่อยให้สาว ๆ ได้ใช้เวลาร่วมกัน เขามองภาพนั้นด้วยแววตาอ่อนโยนระคนเห็นใจ...
มันเป็นวิธีที่อรรถมองลินดากับลลิตราโดยไม่รู้ตัวมาตลอด...สงสาร เห็นใจ
กับลูกสาวอย่างลูกอมยังไม่เท่าไหร่ เพราะเด็กสาวคนนั้นแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าเธอแกร่ง ดูแลแม่ด้วยตัวเองมาได้หลายปี
แต่ลินดา...เธอเปราะบาง จนเขาไม่อาจปล่อยมือจากเธอได้ และเขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลสองแม่ลูกจนวันสุดท้ายของชีวิตพวกเธอ ต่อให้เขาต้องตายวันนี้ ทั้งลินดาและลลิตราก็จะไม่ลำบากเพราะเขาได้ทำประกันชีวิตไว้จำนวนมากโข
ทำไมเขาต้องทำถึงเพียงนี้ บนโลกนี้คงมีเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่รู้
* * * * *
"พรุ่งนี้โชมีบินแต่เช้าเลยค่ะคุณอาร์ต ไฟลต์นี้ต้องค้างที่สิงคโปร์ด้วย กลับอีกทีมะรืนเลย"
แม้จะเป็นการคุยทางโทรศัพท์ แต่น้ำเสียงเสียดายของโชติรสก็ยังชัดเจน
"ขากลับ ให้ผมไปรับที่สนามบินมั้ย"
อธิปถามทีเล่นทีจริง โชติรสหัวเราะกลับมา
"แหม อย่าท้านะคะ ถ้าคุณอาร์ตมาจริง ๆ คงฮือฮาแน่"
"ทำไมล่ะ เขาห้ามไม่ให้พวกคุณมีแฟนงั้นหรือ"
"ก็คุณอาร์ตไม่ใช่แฟนโชนี่คะ..."
โชติรสพูดไว้แค่นั้น แต่ก็รู้กันดีว่าหมายความว่าอะไร
อธิปนึกอยากบอกเธอว่าจะให้เขาคบกับเธอก็ได้นะ เพราะตั้งแต่กลับมาเมืองไทยได้สามเดือน เขาเปลี่ยนคู่นอนไปแล้วหลายคนจนจำชื่อแทบไม่ได้... ถ้าจะให้ลองคบใครเป็นตัวเป็นตนเขาก็ไม่ติด
"เอาไว้...กลับมาแล้วเจอกันนะครับ บาย"
สุดท้ายเขาเลือกพูดแค่นั้น ยังไม่แน่ใจว่าอยากผูกมัดตัวเองกับใคร แม้จะเป็นการผูกมัดแบบหลวม ๆ ชั่วครั้งชั่วคราวก็ตามที
สามทุ่มกว่าอธิปจึงกลับถึงบ้าน พ่อของเขาคงแปลกใจที่ลูกชายกลับบ้านได้ตั้งแต่หัวค่ำ ชายหนุ่มขี้เกียจจะคุยเลยตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปเข้าประตูด้านข้างที่ใกล้กับห้องนอนของเขามากกว่า กำลังจะเปิดประตูก็เหมือนเห็นแสงไฟทางหางตา
"ใครมาวะ"
อธิปพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นภายใน 'บ้านฝรั่ง' สว่างไสว ปกติไฟสนามด้านนอกจะสว่างทุกคืนเพราะมีแผงโซล่าเซล์ที่ตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ แต่วันนี้ดูเหมือนข้างในจะมีคนมาพัก
อธิปกำลังเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เขาเลยเดินไปหาเผื่อว่าอาจเป็นเพื่อนพ่อหรือญาติห่าง ๆ ของเขาสักคน แต่ที่แน่ ๆ ต้องเป็นคนที่เขารู้จัก ไม่อย่างนั้นพ่อคงไม่เปิดบ้านฝรั่งให้พักหรอก
แต่บ้านกลับเงียบ เขาเดินขึ้นไปแล้วก็ยังไม่ได้ยินเสียงใคร ได้ยินแค่เสียงพัดลมครางหึ่งเบา ๆ ดังออกมาจากห้องนั่งเล่นเมื่ออธิปก้าวเข้าไปเขาก็ชะงักกึก ใจเต้นแรง บนเก้าอี้ยาวกลางห้อง คนมอมแมมคนหนึ่งกำลังนอนหลับปุ๋ย ไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีคนเดินเข้ามาถึงในห้องนี้แล้ว...
"หมู่นี้ไม่มีลูกค้าเลยหรือลูก...แม่ไม่เห็นลูกออกไปส่งขนมที่ไหนเลย"ลินดาถาม มื้อเที่ยงวันนี้หล่อนให้แม่บ้านยกถาดขนมจีนกับแกงเขียวหวานไก่หม้อย่อมๆ มานั่งกินกับลูกสาวที่บ้านฝรั่ง น้ำตาลที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็ป้วนเปี้ยนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่แถวนั้นพอให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา"ก็พอมีจ้ะแม่ แต่ลูกแค่อยากพักบ้างน่ะค่ะก็เลยยังไม่ค่อยได้รับทำ ได้แต่ส่งออเดอร์ให้เพื่อนๆ ร้านอื่นไปก่อน""แล้วเราจะไม่เสียโอกาสหรือ ถ้าเขาไม่กลับมาจ้างลูกอีกแล้วล่ะ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วนี่จ๊ะแม่"ลลิตราตอบตามตรงพร้อมรอยยิ้มขบขัน ลินดาร้องอ้อเบาๆ แล้วกินขนมจีนต่อคนเป็นลูกสาวนึกละอายอยู่ในใจ... เธอไม่ได้โกหกแม่ เพียงแต่พูดความจริงไม่หมดก็จะพูดได้อย่างไรว่าที่ช่วงนี้แทบไม่ได้ทำขนมเลยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ อธิปเข้ามาหาเธอทุกคืนและคืนที่แค่นอนกอดกันจนหลับไปเฉยๆ โดยไม่ได้โรมรัมพันตูนั้นก็แทบจะนับนิ้วได้บางวันลลิตราตื่นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว แค่จะลุกไปอาบน้ำยังเหนื่อย นับประสาอะไรกับทำขนมทั้งที่อยากจะโมโห แต่เธอกลับวูบวาบในช่องท้องจนหน้าแดงนี่โชคดีที่สัปดาห์นี้อธิปติดตามบิดาของ
"คุณโชคะ...ท่านประธานคะ..."ผู้ช่วยเอ่ยเรียกซ้ำเบา ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนเป็นเจ้านายตั้งแต่แขกคนสำคัญกลับไป โชติรสก็ดูเหมือนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และสมาธิก็หลุดลอยไปจากงานที่อยู่ตรงหน้า"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน"ผู้ช่วยสองคนพร้อมใจกันถาม โชติรสกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม"เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วยบอกแม่บ้านให้ยกน้ำส้มมาให้ทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"หญิงสาวสั่งเสียงเบาก่อนลุกออกจากห้องประชุมเล็กเธอเข้าไปในใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานของตัวเอง ห้องน้ำปูหินโมเสกสีดำดูหรูหรา และตอนนี้มันยิ่งขับให้ผิวที่ขาวเผือดของเธอยิ่งซีดเหมือนกระดาษ...'...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาสัญญาอะไรกับคุณ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะหย่า...คุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเชื่อถือได้แค่ไหน...'เสียงเอเวลินที่เอ่ยกับเธออย่างเนิบนาบใจเย็นตอนที่อยู่ในห้องรับรองเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังอยู่ข้างหูตอนนั้นโชติรสตัวชา ขาชา ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ใจเต้นแรง พูดอะไรไม่ออก ไม่ต่างกับคนทำผิดร้ายแรงที่โดนจับได้คาหนังคาเขายิ่งเอเวลินยิ้มหวานให้ โชติรสก็ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะรับมือได้เลย'ฉันไม่แคร์หรอก
เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าตอนที่โชติรสเพิ่งเดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้ช่วยที่เธอไว้ใจอีก 2 คนที่เดินตามออกมา แต่ละคนสีหน้าเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากการถูกกองเอกสารหลายพันตันถล่มทับ"สองวันนี้พักให้เต็มที่เลยนะ ขอบใจมากที่อยู่ช่วยฉัน"ประธานฯ สาวหันไปบอกผู้ช่วยทั้งสองคน ก่อนจะให้สั่งให้คนขับรถของบริษัทไปส่งคนทั้งคู่ให้ถึงบ้าน"คุณดูเป็นเจ้านายที่ใจดีกว่าที่ผมคิดนะ"โชติรสสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านข้าง เธอหันขวับ ใจเต้นแรงยิ่งขึ้น แต่สีหน้ากลับบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง""ผมก็มารอพบท่านประธานน่ะสิครับ" ภพธรตอบยิ้ม ๆ โชติรสเชิดหน้าขึ้น"ฉันคงต้องโละทีมรักษาความปลอดภัยออกให้หมด โทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่าม...""ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ แต่ผมแค่อยากเจอคุณจริง ๆ"ภพธรเอ่ยเสียงนุ่ม และก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าว โชติรสเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ล็อบบี้ยังอยู่ครบทุกจุด และเหมือนกำลังมองมาทางนี้ด้วยหางตา...ถ้าหญิงสาวเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่านี้อีกนิด เธอก็รู้ว่าพนักงานกะดึกของเธอจะต้องวิ่งเข้ามาพาตัวภพธรออกไปแน่นอนโชติรสกลืนน้ำลาย สูดลม
"ไม่! ฉันคบกับพี่ต้นแล้ว นายจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด "ใครอีกล่ะ คราวนี้เธอให้ใครมาเล่นละครอีก" "ครั้งนี้ไม่ใช่ คราวก่อนฉันยอมรับว่าฉันโกหกนาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว" "งั้นเหรอ งั้นคราวนี้มันเป็นใครล่ะ" เขาถามอย่างอดทน ทั้งที่อยากกดเธอลงบนเตียงเต็มทีแล้ว ลลิตราขยุ้มคอเสื้อแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าแค่สายตาของเขาก็จะทำให้เสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยล่อนจ้อนได้ "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียน ฉันเคยชอบเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเราเด็กเกินไปเลยไม่ได้คบกัน ฉันเพิ่งกลับไปเจอพี่ต้นที่ตราด...ใช่ฉันเพิ่งไปเที่ยวทะเลที่ตราดมา โรงแรมนั่นเป็นของพี่ต้น และฉันกับเขาก็...ตกลงเป็นแฟนกัน" อธิปหัวเราะพรืดทั้งที่แววตาไม่ขำด้วยสักนิด ก็เธอเล่นบอกเขาเหมือนท่องเตรียมมาแล้ว "เลิกตั้งแง่ใส่กันเถอะนะลูกอม เราทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกัน โชติรสไม่ใช่ปัญหาเลย โชก็อยากถอนหมั้นพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะ..." อธิปหยุดไปเล็กน้อย ถอนหายใจ เขาสัญญากับโชติรสว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ "เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ฉันกับโชยังไม่ถอนหมั้นเพราะมันมีเรื่องธุร
"อาร์ต เมื่อไหร่แม่จะได้รู้จักคู่หมั้นของลูกล่ะ"ออเดรย์ถามขึ้นมาระหว่างที่มือกำลังหั่นสเต๊ก ลลิตราทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น กินอาหารของเธอไปตามปกติแม้จะรู้สึกว่าสายตาของอธิปพุ่งตรงมาที่ตัวเองก็ตามอธิปแทบไม่ชะงักเลยเหมือนกันตอนที่ตอบ"ไม่จำเป็นหรอก เพราะอีกไม่นานผมกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน"คราวนี้นายอรรถเงยหน้ามองทันที แม้แต่ลินดาก็ยังอดหันมาด้วยไม่ได้"หมายความว่ายังไง อาร์ต""ตามนั้นแหละครับ"อธิปตอบ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่าพ่อยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงขยายความ"ยังไม่เป็นทางการหรอกนะครับพ่อ และยังไม่ได้บอกใคร แต่ผมกับโช เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผ่านเรื่องยุ่ง ๆ ไปสักระยะ เราค่อยถอนหมั้นกันเงียบ ๆ""เหตุผล?""เหตุผลก็คือ ผมกับโชไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เราแค่หมั้นกันด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างคลึ่คลาย เราก็จะคืนอิสรภาพให้กัน""ตอนลูกมาขอให้พ่อไปสู่ขอเขา ลูกไม่ได้พูดแบบนี้นี่"อรรถอดตำหนิไม่ได้ อาจเพราะเขาเห็นว่าบนโต๊ะนี้ก็มีแต่คนกันเองจึงเผลอพูดออกมา"ผมทราบ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...เอาเป็นว่าผมกับโชเราคิดตรงกัน ผมไม่ได้ทำร้ายใจเธอ ถ้าพ่อคิดว่าผม
ลลิตรากลับจากตราดพร้อมของฝากเกินสองมือจะถือได้ไหว เมื่อรถแท็กซี่มาจอด คมสันต์ต้องวิ่งลงมาช่วยหิ้วด้วยหลายถุง เธอยอมรับกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่สามารถจับจ่ายอะไรได้มือเติบแบบนี้"ฉันซื้อขนมของกินมาฝาก เดี๋ยวคมสันต์แบ่งไปได้เลยนะจ๊ะ"ลลิตราบอก รปภ. หนุ่มรุ่นน้อง คมสันต์ตะเบ๊ะแข็งขัน"ครับผม ขอบคุณครับ""แม่อยู่บ้านใช่ไหมจ๊ะ"เธอถามทั้งที่ก็รู้ว่าลินดาคงไม่ได้มีธุระที่ไหน แม่ของลลิตราไม่ใช่คนชอบเที่ยว แม้อรรถจะคะยั้นคะยอให้ออกไปใช้เงินบ้างแต่ลินดาก็พอใจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้าน และเดี๋ยวนี้หล่อนกลับมาถักไหมพรมอีกครั้งอย่างที่จิตแพทย์เคยแนะนำ เวลาเดียวที่ลินดาจะออกไปห้างสรรพสินค้าก็คือตอนที่จะไปซื้อไหมพรมเซ็ตใหม่ ๆ นั่นแหละ"ครับผม คุณผู้ชายก็อยู่ครับ""คุณอรรถอยู่บ้านงั้นหรือ"ลลิตราแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่วันหยุด ปกติอรรถยังไม่กลับจากบริษัทเลยไม่ใช่หรือ คมสันต์รีบอธิบายต่อ"ตอนแรกมีแขกมาหาคุณผู้หญิงครับ แล้วสักพักคุณผู้ชายก็รีบกลับมา""แขก? มาหาแม่เหรอ""ครับ มาหาคุณลินดาครับ คุณผู้ชายโทรบอกผมเองว่าให้เข้าไปได้"คมสันต์รีบบอกเพราะกลัวจะโดนตำหนิว่าปล่อยคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยพลการลลิต
"แม่...แม่ไม่เข้าใจ ลูกอมว่ายังไงนะลูก"ลินดาเพิ่งหอบหิ้วถุงของฝากจากยุโรปมาให้ลูกสาวที่บ้านฝรั่ง และกำลังหยิบจับกระเป๋าใบสวยที่คิดว่าลูกสาวจะต้องชอบ แต่เมื่อลลิตราเอ่ยออกมาว่าจะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก มือนั้นก็ชะงักกึก"คือ...ลูกอมคิดว่าถ้าลูกอมออกไปอยู่ที่อื่น น่าจะสะดวกกว่านี้ค่ะแม่""สะดวกอะไร?
อธิปกลับมาค้างที่บ้าน และเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในห้องคนเดียว ไฟที่ปิดมืดในบ้านฝรั่งทำให้เขารู้ว่าลลิตรายังไม่กลับมาเธออาจจะกลับมาตอนที่ลินดากับอรรถกลับจากเที่ยวต่างประเทศแล้วหรือไม่ก็...เธออาจจะไม่ยอมกลับมาอีกเลยแค่คิดถึงความเป็นไปได้ข้อหลัง ชายหนุ่มก็หัวเสีย"หายหัวไปไหนของเธอ อย่าให้เจอตัวนะ
ไม่บอกก็รู้ว่าเธอกำลังหนีหน้าเขา ไม่มีทางที่เรื่องคืนนั้นจะไม่ทำให้เธอรู้สึกอะไรบ้างเลยแล้วเขาล่ะ...เขารู้สึกอย่างไรที่ผ่านมาอธิปหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยความโกรธและการกล่าวโทษคนอื่นมาโดยตลอดแม้แต่คืนนั้นเขาก็ยังโทษเธอ...โทษว่าเป็นความผิดของเธอทั้งที่ลลิตราไม่ได้ทำอะไรเลย เธอแค่ไม่ยอมตามใจเขาเท่านั้
อธิปไม่เคยรู้สึกว่าบ้านหลังใหญ่ของเขาจะเงียบเหงาวังเวงเท่าวันนี้มาก่อน น้องชายก็ยังค้างที่หอพักมหาวิทยาลัย กับโชติรสเขาก็รู้สึกว่ายังไม่พร้อมจะเจอหน้าเธอ และเขาไม่อยากวิ่งตามหาว่าลลิตราหนีไปอยู่บ้านเพื่อนที่ไหน...หวยจึงออกที่บพิตรเหมือนเดิม"กูเป็นเพื่อนหรือเป็นเมียมึงวะไอ้อาร์ต ถามจริง"บพิตรถามเม







