Home / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 2/3 ความสุขที่หายไป

Share

บทที่ 2/3 ความสุขที่หายไป

last update publish date: 2026-02-27 05:52:36

“ไม่ได้ยินที่พ่อสั่งหรือไง กลับไปขอโทษคุณสิรี!”

“อย่าฝันเลยว่าผมจะทำอย่างนั้น พ่อรักเมียพ่อ ผมก็รักแม่ผม ไม่มีทางยอมให้แม่เจ็บช้ำน้ำใจฟรีๆ ผมเกลียดพวกมัน เกลียดที่สุด ผมจะทำทุกทางให้พวกมันร้อนรนจนอยู่ไม่ได้! เหมือนที่พ่อกับพวกมันทำไว้กับผม ทำให้ผมไม่มีความสุขในชีวิต!”

“พวกเขาต่างเป็นน้องของแก ทำไมจะอยู่ด้วยกันไม่ได้!”

“ผมไม่มีทางอยู่ร่วมกับพวกมันเด็ดขาด อย่างที่คุณแม่พูด เห็นจะมีแต่คุณพ่อที่มีความสุขกับสภาพบ้านเน่าๆ เหม็นๆ อย่างนี้!”

“พ่อไม่ยอม! ถ้าปลื้มคิดจะไล่พวกเขาออกจากบ้านตามที่พูด! พ่ออาจพิจารณายกบ้านหลังนี้ให้ตาธี! ยัยจิน หรือยัยจ๋า!”

“เอาเลยสิ ยกให้พวกแม่งไปเลย พวกมันก็ลูกพ่อเหมือนกัน!”

ปรเมศวร์หมดสิ้นความอดทนสะบัดปลายนิ้วท้าทาย

“ไม่ได้! ฉันไม่ยอม คุณจะทำอย่างนั้นไม่ได้! ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตาปลื้มเป็นลูกคนเดียวของฉัน ตาปลื้มควรจะมีสิทธิ์เหนือลูกๆ ที่เกิดจากภรรยาน้อย!”

“ลูกๆ อีกสามคนของผมถูกรับรองด้วยกฎหมาย มีสิทธิ์เท่าเทียมกับตาปลื้มทุกประการ! ผมมีสิทธิ์ยก หรือไม่ยกสมบัติชิ้นไหนให้ใครก็ได้ และตราบใดที่ผมมีสิทธิ์ คุณกับลูกคุณไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่ง ไม่ว่าผมจะสั่งอะไรก็ตาม!”

“ถ้าอย่างนั้นพ่อก็ตัดผมออกจากกองมรดกได้เลย บ้านหลังนี้ โรงพยาบาลนั่นด้วย! ยกให้พวกนั้นไปเลย! ผมไม่อยากได้แล้ว ตัวของพ่อเอง ผมก็ไม่อยากนับว่าเป็นพ่อผมอีกต่อไป!”

“พูดอะไรออกมา! พ่อไม่เคยคิดเลยว่าแกจะกล้าพูดจาเลวๆ แบบนี้กับผู้มีพระคุณที่อุ้มชูชุบเลี้ยงแกมาจนโต!”

“มือคนมากลูกมากเมียไม่เคยทำให้ผมอบอุ่น! ผมเคยคิดว่าตัวเองโชคดีเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่นับวันโตขึ้นมากเท่าไหร่ผมกลับค้นพบความจริงว่าผมไม่เคยมีความสุขที่เกิดมาในบ้านหลังนี้ ต้องทนฟังพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ ไม่รักกันก็หย่าขาดกันสิ จะทนอยู่ไปทำไม ถ้าทนอยู่เพื่อเงิน ใครอยากทนก็ทนไป ผมไม่ทนอีกแล้ว! โรงพยาบาลพ่อเปิดรับหมอคนใหม่ได้เลย ผมจะลาออก!”

“ปลื้ม อย่าพูดอย่างนั้น ขอโทษคุณพ่อสิลูก บอกคุณพ่อว่าปลื้มแค่พลั้งปาก ไม่ได้ตั้งใจพูด”

หัวใจแหลกสลาย สัมผัสได้ว่าลูกชายเอาจริง หน้าเปื้อนน้ำตาส่ายช้าๆ คว้าท่อนแขนลูกชายคว้าได้เพียงสายลม ปรเมศวร์ไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ พร้อมจะจากบ้านหลังนี้โดยไม่หวนกลับมา

“ตรี ช่วยปลื้มด้วย ปลื้มแตกหักกับพ่อประกาศตัดขาดกันแล้วขับรถหนีไปเลย แม่จะตามไปแต่พ่อจับไว้ ฮือๆ”

“แม่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องออกจากบ้าน ดึกแล้วมันอันตราย ผมดูปลื้มให้แม่แล้วจะรีบส่งข่าว”

นั่งไม่ติดเก้าอี้ ทำอะไรอยู่ในเวลานั้นเป็นอันต้องทิ้งทั้งหมด

“ปลื้มเอ๊ย อดทนตั้งนานมาฟิวส์ขาดอะไรเอาวันนี้”

ตรีวิทย์บึ่งรถกลับคอนโดฯ ที่ซื้ออาศัยคนละห้องชุด เขามาทันก่อนปรเมศวร์ขับรถออกไป ไม่มีเวลาถอยรถเข้าช่องจอดติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้อย่างนั้น ก้าวพรวดคว้าท่อนดึงให้ลงจากรถ

“ตรี ปล่อย! อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้!”

“นายจะไปไหน แม่เป็นห่วงนายมากนะ ให้ฉันตามมาดู”

“บอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรือไง!” ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทแต่ริอ่านมาแตะตัวตอนหัวเสีย สาบานได้เขาจะหักแขนมันให้หัก!

“โทษทีนะเพื่อน แต่ฉันปล่อยนายไปไม่ได้ แม่นายขอร้องให้มาดูแล บ้าไปแล้วเหรอ ถึงไปท้าทายพ่อให้ยกสมบัติให้ลูกๆ คุณสิรี โรงพยาบาล บ้าน แล้วไหนจะทรัพย์สมบัติอื่นตั้งเยอะ”

“ไม่ได้ท้า แต่เอาจริง ฉันจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่น”

“ไม่กลับไปได้ยังไง บ้านนายนะปลื้ม!”

“ไม่ใช่อีกต่อไป ฉันตัดขาดกับ ผอ. ของแกแล้ว”

“สายเลือดนะเว้ย ไม่ใช่กระดาษ ตัดขาดง่ายๆ ได้ยังไง ฉันรู้ว่าตอนนี้นายกำลังโกรธ แต่นายต้องใจเย็น ขึ้นห้องเถอะนะ ถ้านายอยากไป พรุ่งนี้ค่อยไป ขืนปล่อยให้ขับรถไปไหนมาไหนเองด้วยอารมณ์อย่างนี้ ประสบอุบัติเหตุมาจะทำยังไง”

“อย่าห้ามเลย ขืนอยู่ที่นี่ฉันคงได้กลายเป็นบ้าสักวัน”

“แล้วคนไข้ล่ะปลื้ม จู่ๆ จะทิ้งไปเลยเหรอ!”

“หมอเฉพาะทางมีถมเถ โอนเคสไปให้พวกเขาสิ จะมาอะไรกับฉันนักหนา ไม่มีฉันสักคนโรงพยาบาลไม่เจ๊งหรอก”

หรือต่อให้เจ๊งก็เจ๊งไปเลย เขาเบื่อที่ต้องทำงานหนักหาเงินให้เมียน้อยพ่อเอาไปถลุงใช้ คนพวกนั้นไม่มีใครทำงานสักคนดีแต่เกาะพ่อกินไปวันๆ ไม่ยุติธรรมกับแม่และเขาที่หาเงินใช้เอง

“ขอร้องล่ะตรี ปล่อยเถอะ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”

มือที่ตรึงแน่นค่อยๆ คลายแรง

“พูดอะไรไป นายจะไม่ใจเย็นลงใช่ไหม”

“ลองมาเป็นฉันนายจะใจเย็นไหวเหรอ ที่ต้องมีชีวิตอยู่ในครอบครัวอย่างนี้ ฉันไม่มีความสุข ไม่เคยสงบสุข พอเถอะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อยากออกจากงาน อยากย้ายไปอยู่ที่อื่น ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ลองดูสักตั้ง เผื่อชีวิตจะนิ่งแล้วมีความสุขมากขึ้น”

เพื่อนสนิทจริงจังเสียจนตรีวิทย์ไม่มีคำคัดค้าน หนักหนากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกทีทะเลาะกันแค่หัวเสียลากเพื่อนๆ ไปดื่มแก้กลุ้มแต่ไม่ถึงขั้นปลงและอยากออกจากกองมรดกแสนล้าน

“ถ้าไม่กลับมา นายจะไปอยู่ที่ไหน”

สถานการณ์จวนตัวจนไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือแค่พูดประชด ภาวนาขอให้เป็นอย่างหลังจะดีมาก

แต่ปรเมศวร์ไม่ให้คำตอบแน่ชัดแก่ตรีวิทย์

“อีกหน่อยนายจะรู้เอง”

“อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ไม่อยากให้ขับรถตอนกลางคืน”

“อย่าห่วงเลย ไม่ได้ขับไปเอง จะไปเครื่องบินต่างหาก เสียเวลาเก็บของกับคุยกับนายตั้งนาน ไม่รู้มีตั๋วหรือเปล่า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status