หน้าหลัก / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

แชร์

บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-09 01:44:18

ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจ

ญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้

ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธอมวลท้องอยากจะพะอืดพะอมอาเจียนออกมา มีแค่เสียงขณะโก่งคอ แต่ญาตาวีปิดปากไว้ทันวักน้ำมาล้างปากให้สะอาด

ก๊อก ก๊อก! ไม่มีผ้า ออกไปเปิดประตูด้วยสภาพใบหน้าเปียกๆ ไม่กล้าชวนคุย แค่เบี่ยงตัวหลบ เผื่อเขาจะอยากเข้าไปใช้ห้องน้ำ แต่เขาพูดขัดขึ้นมา “เข้าไปอาบน้ำซะสิ พี่มีเสื้อผ้าอยู่ในรถจะลงไปหยิบมาให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ญาอาบน้ำจากบ้านมาแล้ว พี่ปลื้มกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยแวะมาใหม่ ลูกน่าจะหลับสนิทไม่ตื่นจนถึงเช้า”

“พี่ไม่ได้จองโรงแรมไว้ ตั้งใจว่าระหว่างที่อยู่ที่นี่จะขอค้างบ้านญา อยากได้ยาไหม ไม่สบายหรือเปล่า สีหน้าญาตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดี”

“ญาไม่ได้เป็นอะไร” เอียงตัวหลบไม่ให้เขาเอื้อมมือมาแตะต้อง ปรเมศวร์ดูเหมือนจะชะงักไปชั่วคราว เขาเม้มปากเงียบมองเธอนิ่งๆ ญาตาวีไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เธอโกรธ และไม่อยากไม่คุยกับเขา

“พี่ขอโทษ... ที่ไม่ได้ไปหาญากับลูกตามสัญญา”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ปลื้มพูดกับลูกคนเดียวก็พอแล้ว”

ดูเหมือนคำว่า ไม่เป็นไร จะกลายเป็นคำพูดติดปากญาตาวี เธอยังยืนชิดขอบประตูห้องน้ำ ออกไปไม่ได้ ถูกร่างกายสูงใหญ่ขวางทาง

“มีแค่ลูกคนเดียวเหรอที่รอให้พี่ไปหา...” เธอไม่ได้รอเขาเหรอ?

“มีอีกคนค่ะ” คำตอบสั้นๆ ทำให้ปรเมศวร์กลับมามีรอยยิ้ม เขาไม่เคยยิ้มให้เธอกว้างเท่านี้มาก่อน ใจพองโตที่เธอยังคงรักและรอเขา

“พี่กลแวะมา แต่ไม่เห็นพี่ปลื้ม พี่กลก็เลยกลับไปก่อน”

หมายถึงกลวัชรเองหรอกเหรอ ปรเมศวร์นอยด์ไม่น้อยที่ยิ้มเก้อ

“ถอยออกไปอีกนิดได้ไหมคะ ญาเหนื่อย อยากจะนอนพัก”

ญาตาวีไม่ได้โกหก เธอทำงานและเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งวัน ตกเย็นลูกป่วย มาถึงโรงพยาบาลยังต้องออกสนามรบสู้กับบิดาปรเมศวร์ ถ้าใจเธอไม่แข็งมากพอป่านนี้คงจะเข่าอ่อนทรุดล้มลงไปกองบนพื้นและหลับไปทั้งอย่างนี้ แต่เธอไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าเขา อยากทำให้เขาเห็นว่าเธออยู่ได้

“อาบน้ำล้างตัวสักหน่อยเถอะนะ เผื่อจะช่วยให้หลับสบายมากขึ้น พี่จะลงไปเอาเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวมาให้ จะแวะซื้อยาแล้วก็หาอะไรอุ่นๆ มาให้รองท้อง...” อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

“อาบน้ำเสร็จแล้วค่อยคุยกัน” เขาสรุป ดึงมือปิดประตู

‘มารับแม่แกที่สนามบิน ไฟล์ท 23.40’

ลงไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า และเดินไปซื้ออาหารร้อนจากร้านสะดวกซื้อกลับมานั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้จับเกือบสิบชั่วโมงเพราะลืมไว้ในรถ เขากลอกตาใส่การแจ้งเตือนแรกที่เด้งเข้ามา

บ้าอำนาจไม่เลิก เขาปัดข้อความทิ้งไม่สนใจจะตอบกลับ

‘ไม่ตอบข้อความกูเกิน 24 ชั่วโมง กูแจ้งตำรวจนะโว้ย!’

เลื่อนอ่านข้อความอื่นๆ คนไข้ที่เขาดูแลประจำรู้ข่าวการลาออกส่งข้อความมาถาม ต่อมา มีข้อความดรามาปนติดตลกจากเพื่อนเขาถึงอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เขาเป็นมนุษย์โลกส่วนตัวสูง เก็บตัว เพื่อนน้อย ทั้งชีวิตมีเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่องแค่ตรีวิทย์กับกันต์ดนัยสองคน นอกนั้นเรียกว่าเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมโลก เขาหายไปเกือบหนึ่งวัน นอกจากมารดา ป้านวล ก็มีเจ้าสองคนนี้ที่คอยเป็นห่วง เสียงในห้องน้ำเงียบหายไปนานเพิ่งนึกได้ว่าต้องเอาเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวส่งให้หญิงสาว เขารีบควานหาก่อนเคาะประตูเรียก เธอยื่นมือข้างเดียวออกมารับเสื้อผ้าจากเขาทีละชิ้น หายกลับเข้าไปข้างในไม่ถึงห้านาทีก้าวออกมาในสภาพเสื้อผ้าผู้ชายตัวใหญ่หลวมโคร่ง ดวงตาคู่มีเสน่ห์บนกรอบหน้าอ่อนเยาว์จ้องมาที่เขา สบตาไม่เท่าไหร่ก็ผินใบหน้าไปทางอื่น เดินขาแข็งตัวแข็งไปนั่งหลบมุมห้องไม่พูดจากับเขา

“มีน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล สลัดผัก กราโนล่า ไข่ต้ม”

“ไม่หิวค่ะ พี่ปลื้มกินตามสบาย” ตัดบท ทั้งที่ยังนั่งหันหลังให้เขาตามเดิม ปรเมศวร์แอบถอนหายใจ เขาคิดในใจว่าไม่กินก็ไม่ต้องกินทั้งคู่นี่แหละ เก็บอาหารทั้งหมดใส่ในตู้เย็นก่อนมาคว้าท่อนแขนให้ลุกขึ้น

“ถ้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วก็ลงไปข้างล่างกับพี่” ญาตาวีค้อนขวับ พยายามจะดึงแขนตัวเองกลับคืน เธอดื้อ สายตามุ่งมั่นว่าจะไม่ไป

“ญาไม่อยากไป ดึกมากแล้ว จะปล่อยลูกไว้คนเดียวได้ยังไงคะ”

“พยาบาลหน้าห้องมี ฝากให้ช่วยดูลูกแค่สิบนาทีไม่เป็นไร มากับพี่เถอะน่า ไม่ไว้ใจหรือยังไง ถึงกลัวว่าพี่จะพาไปทำเรื่องไม่ดี”

เธอลังเล แต่ยอมยืนขึ้น พร้อมกับดึงแขนกลับไป

ปรเมศวร์อารมณ์ดีผิดหูผิดตา ชอบให้เธอดื้อมากกว่าอะไรๆ ก็แล้วแต่พี่ปลื้ม เขากดลิฟต์ลงชั้นสอง นำทางหญิงสาวไปยังห้องพักฟื้นกึ่งห้องไอซียู ที่กว้างขวางและพิเศษตรงที่เชื่อมต่อกับห้องพักแพทย์ หมอฝีมือดีแนวหน้าในโรงพยาบาลชุดเดียวกับทีมผ่าตัดยังคงอยู่ในนั้น เฝ้าติดตามอาการลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ปรเมศวร์จับไหล่อดีตภรรยาสาวให้หยุดหน้าประตูไม่ให้เข้าไปใกล้คนเจ็บ ด้านญาตาวีหญิงสาวแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่าผู้หญิงที่นอนหลับไม่ได้สติบนเตียงคนป่วย มีสายและอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางจะใช่เพื่อนสนิทคนเดียวในชีวิต

“จ๋าเหรอคะ”

ดวงตาเคล้าคลอน้ำใสเบิกออกกว้างเมื่อเขาตอบ ใช่

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมจ๋าถึงเป็นแบบนี้”

“ยัยจ๋าถูกมอเตอร์ไซค์พุ่งชนตอนข้ามถนนกลับโรงพยาบาล เราบังเอิญเจอกันในห้างฯ ตอนพี่เข้าไปซื้อกุ้งเทมปุระให้ลูก เพื่อนยัยจ๋าใช้เครื่องยัยจ๋าโทรตาม ตอนนั้นเพิ่งแยกทางกันยังขับรถไปไม่ถึงบ้านญา พี่ต้องรีบวนกลับมาดูน้อง แล้วสถานการณ์ก็ยุ่งวุ่นวายจนพี่ลืมญากับลูกไปเลย”

“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status