เข้าสู่ระบบถ้าไม่มีก็นอนสนามบินหนึ่งคืนค่อยออกเดินทางรุ่งเช้า หัวอกคนจะไปเอาของหนักร้อยตันมาทับก็รั้งไม่อยู่ จะไปท่าเดียว
“เอากระเป๋านายมา แล้วไปขึ้นรถ”
“อะไร” คันนี้รถเขา ชี้ไปทางรถที่จอดด้านหลังทำไม
“ถึงยังไงก็ต้องทิ้งรถไว้สนามบินไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้คอนโดฯ ดีกว่า มีคนช่วยดูแลให้เยอะแยะ ไปเถอะ ฉันไปส่งนายเอง”
ไอเดียนี้ไม่เลว ปรเมศวร์ไม่อิดออดขนย้ายสัมภาระจากรถสปอร์ตราคาหลักสิบล้านไปไว้ในน้องน้ำพักน้ำแรงรถตรีวิทย์
“ดึกป่านนี้ไม่มีเที่ยวบินแล้วมั้ง ไม่เปลี่ยนใจแน่เหรอ”
ระหว่างทางไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรีวิทย์คอยโน้มน้าว
“กลับคอนโดฯ ตอนนี้ยังทันนะ มีทางให้กลับรถข้างหน้า”
ไม่สำเร็จ วงหน้าเข้มจัดไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว
ตามใจมันแล้วกัน คนอย่างเขาเหรอจะเปลี่ยนใจปรเมศวร์ได้ ต้องกันต์ดนัยนู่น รายนั้นสุขุม หว่านล้อมคนเก่งมากกว่า
ใช้ทางด่วนมาถึงที่หมายในเวลาต่อมา ยังไม่จอดรถด้วยซ้ำแค่ชะลอเนื่องจากการจราจรหนาแน่นมีรถเข้าออกจำนวนมาก ปรเมศวร์กลับถือกระเป๋าลงจากรถเดินลิ่วๆ กลืนหายไปกับฝูงชน
“อย่างนี้ก็ไม่พ้นถูกแม่นายด่าสิวะ!” จะถ่อสังขารมาถึงที่นี่ทำไม ในเมื่อไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าปรเมศวร์ไปไหน
ตรีวิทย์อยากจะบ้าตายกับความเอาแต่ใจของเพื่อนสนิท เครียดไปกันใหญ่ เมื่อมีสายเรียกเข้าจากแพทย์หญิงกาญจนาที่โทรมาถามข่าว
เจ้าของคฤหาสน์ขึ้นบันไดเวียนมาชั้นสอง การประดับตกแต่งหลายอย่างยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่ท่านเคยนอนกับกาญจนา คฤหาสน์ชั้นแรกนายแพทย์สิทธิเดชอาศัยกับสิรีและลูกสาว ลูกชาย ลูกสะใภ้ ชั้นสองยกให้กาญจนาเพื่อไม่ให้ทะเลาะกัน มีห้องนอนใหญ่ที่ท่านเคยเป็นห้องหอ และห้องนอนปรเมศวร์ที่ว่างเปล่ามานับจากวันที่ท่านพาสิรีเข้ามาในบ้าน ลูกชายต่อต้านท่านมาตั้งแต่นั้น นับวันความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกแย่ลงมาแตกหักวันนี้ ประตูห้องนอนกาญจนาปิดสนิท ท่านเปิดเข้าไปมาทันได้ยินเสียงกาญจนาคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับลูกชาย กาญจนาเป็นห่วงลูก ไม่สบายใจจนร้องไห้ให้คนในสายได้ยิน อย่าว่าแต่ภรรยาเลย นายแพทย์สิทธิเดชทะเลาะกับปรเมศวร์หลายครั้ง มีครั้งนี้ที่คิดว่าหนักที่สุด เพราะเหมือนกับว่าปรเมศวร์ไม่เอาพ่อตัวเองอีกแล้ว
“แม่ต้องวางแล้ว ขอบใจตรีมาก ถ้าปลื้มติดต่อมาโทรบอกแม่ด้วยนะ” กาญจนาเหลียวหลังกลับไปทางประตูหน้าห้องพบว่าสามีเข้ามาข้างใน มือข้างที่จับโทรศัพท์มีแรงสั่นโดยไม่ตั้งใจ
“ตรีโทรมาว่ายังไงบ้าง” สถานการณ์ตึงเครียด เจ้าของคฤหาสน์มองออกว่าภรรยาโกรธ แต่แสร้งวางตัวเฉยไปนั่งบนโซฟาสอบถามราวกับไม่ได้สำคัญ สายตาท่านอาลัยอาวรณ์คิดถึงอดีตสมัยที่มีกันและกัน แต่ก็เท่านั้น อดีตผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไข
“คุณควรขออนุญาตฉันก่อนเข้ามา”
“ผมแค่จะมาถามว่าลูกถึงคอนโดฯ หรือยัง”
“ตัดขาดกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ จะสนใจทำไม”
“ลูกต่างหากที่พูดจาไม่ดีกับผม คุณก็ได้ยินไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงมาหาเรื่องผม เพราะคุณนิสัยอย่างนี้ไงคุณนา ผมถึงได้เบื่อคุณจนทนไม่ไหวไปมีเมียน้อย สิรีเอาใจเก่ง ดีกว่าคุณเยอะ”
“ถ้าว่ามันดีมากนักก็ไปหามันสิ มายุ่งกับฉันทำไม! เมื่อก่อนฉันนิสัยดีมีเมตตายิ่งกว่านางฟ้า แต่คุณก็ยังนอกใจฉันไปมีเมียน้อย เป็นเพราะคุณสันดานต่ำสืบพันธุ์ไม่เลือกคนต่างหาก! เลิกสักทีเถอะ คอยแต่จะโทษคนอื่นไปเรื่อยโดยไม่เคยโทษตัวเอง!”
“ต่อให้ผมจะมีคนอื่นแต่ผมก็ให้เกียรติคุณ ดูแลคุณกับลูกให้มีชีวิตสุขสบาย อย่ามาต่อว่าผมด้วยคำนั้น!”
ตบขา ดีดตัวลุกขึ้นมาชี้หน้าภรรยาท่าทางขึงขัง
“เงินคุณไม่ทำให้ฉันมีความสุข! ฉันเป็นหมอมาทั้งชีวิต หาเลี้ยงตัวเองได้! แต่ที่ฉันทนมาถึงทุกวันนี้เพราะฉันรักลูก! ไม่อยากให้คุณยกลูกที่เกิดจากเมียน้อยมาอยู่เหนือลูกฉัน ฉันเคยคิดว่าตราบใดที่มีฉันปกป้องจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้น แต่มันก็เกิดขึ้นจนได้! คุณหลงสิรีถึงขั้นเอาธีที่เรียนไม่จบมาบริหารโรงพยาบาล อนุญาตให้มันออกคำสั่งลูกฉัน! ทำถึงขนาดนั้น คุณยังมีหน้ามาพูดว่าคุณให้เกียรติฉัน เลี้ยงลูกดีงั้นเหรอ! เลี้ยงดีมาก แต่ดีแค่กับลูกยัยสิรี! กับตาปลื้มที่มีความสามารถ คุณไม่สนใจ!”
กาญจนาหมดความอดทน ตะเบ็งเสียงเผ็ดร้อนชนิดที่ไม่คนพูดก็คนฟังจะต้องอกแตกตายกันไปข้าง
“ใครว่าผมไม่สนใจลูก! ผมรู้ว่าปลื้มเก่ง แต่เขายังอายุไม่เท่าไหร่จะให้เลื่อนขั้นขึ้นมาแซงหน้าหมอคนอื่นได้ยังไง! อย่ามาหาเรื่องใส่ความผมนะคุณนา คุณน่ะ เข้าข้างลูกตัวเองมากไป!”
“ใครกันแน่ที่เข้าข้างลูกตัวเองมากเกินไป คุณไม่ใช่เหรอ!”
“ไม่ใช่ผมแน่นอน คุณต่างหากเข้าข้างลูกตามใจลูกจนเสียคน ตาปลื้มไม่เคยไว้หน้าผมเลย เขากล้าด่าได้แม้กระทั่งพ่อตัวเอง! อกตัญญูไม่รู้คุณคนอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่ลูก ผมไม่สนับสนุนด้วยซ้ำ!”
“ที่คุณทำทุกวันนี้เขาเรียกว่าไม่สนับสนุนมาแต่ไหนแต่ไร ตาปลื้มไม่เคยมีความสุขที่เกิดมาเป็นลูกคุณ!”
ประโยคนั้นจริงมากที่สุดจนสามีไม่สามารถเถียง อย่าคิดว่าการเกิดบนกองเงินกองทองจะทำให้ทุกคนมีความสุข ถ้าเลือกได้ ปรเมศวร์อาจจะเลือกพ่อที่รักเขามากกว่าพ่อที่ให้เงิน ลมหายใจแพทย์หญิงกาญจนาแผ่วลงทุกขณะ เหนื่อยไปทั้งร่างกายและหัวใจ ไม่มีเรี่ยวแรงจะทะเลาะหรือต่อสู้แย่งชิงสมบัติอีกต่อไป
“คำที่ตาปลื้มพูดกับคุณทำให้ฉันตาสว่าง บ้านหลังนี้มันนรกดีๆ นี่เอง ฉันทนอยู่มาได้ยังไงตั้งหลายปีทั้งที่ฉันควรไปตั้งแต่คุณพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน ฉันเหนื่อย อยากมีชีวิตสงบสุข เราหย่ากันเถอะคุณเดช หย่าขาดให้จบๆ ไม่ต้องกลับมาเจอหน้ากันอีก ถ้าไม่มีฉันกับลูกสักคน คุณจะได้อยู่กับคนพวกนั้นอย่างสบายใจ”
“คุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เราอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี”
‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก
“พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ
“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ
ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล







