Home / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 3/2 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

Share

บทที่ 3/2 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-27 05:54:29

“พี่ปลื้มอาจมีธุระ อย่ารบกวนพี่เขาเลย”

“รบกวนอะไรกัน พี่ชายแท้ๆ พูดเหมือนคนอื่นคนไกลไปได้”

“จ๋อมกับรักพูดถูก พี่ว่าจ๋าควรถามความสมัครใจของปลื้ม ปลื้มอาจคิดว่าจ๋าไม่อยากให้เขาอยู่กินข้าวด้วยก็ได้”

สายฝนไม่พอใจที่สุชาดาพูดแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เจอปรเมศวร์ สุชาดากลัวพี่ชายขึ้นสมองปิดปากเงียบไม่กล้าชวน ขัดใจสายฝน ไม่รอให้สุชาดาพูด ออกปากชวนปรเมศวร์ด้วยตัวเอง

“ว่ายังไงปลื้ม อยากอยู่กินข้าวด้วยกันหรือเปล่า น้องจ๋ารับบัตรคิวร้านอาหารญี่ปุ่นมาแล้ว ช่วงเที่ยงไปรอคิวใหม่กว่าจะได้กินบ่ายโมงพอดี ฝนกับน้องๆ ต้องรีบกลับโรงพยาบาล พวกเราไม่ได้อยู่คุยกับปลื้มนานนัก พอกินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไป” 

สายฝนโน้มน้าวตรงจุด ปรเมศวร์เตรียมปฏิเสธแต่เปลี่ยนใจ กินเสร็จแล้วแยกย้ายถือเป็นข้อเสนอที่ไม่แย่ อดทนฟังเสียงผู้หญิงคุยกัน ดีกว่าต้องรอคิวใหม่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่คนมหาศาล

ร้านอาหารคิวยาวถึงจะกดบัตรคิวไว้แล้วแต่จำเป็นต้องยืนรอ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เพื่อนสนิทสุชาดาต่างดาหน้าเข้ามาคุยกับปรเมศวร์ อยากจะโปรยเสน่ห์ใส่ไม่สนใจว่าเขาจะอายุมากกว่า

“ทั้งที่พวกเราเพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก แต่พี่ปลื้มกลับจะเลี้ยงข้าวพวกเรา ขอบคุณนะคะ นอกจากจะหล่อแล้วยังใจดีมากๆ”

“ยัยจ๋าแสบ! ไม่เคยเล่าให้พวกเราฟังว่ามีพี่ชายหน้าตาดีสองคน ว่าพี่ธีหล่อแล้ว พี่ปลื้มหล่อกว่าเยอะ เหมือนพระเอกซีรีส์เลยค่ะ”

“พี่ปลื้มกับพี่ฝนเรียนรุ่นเดียวกัน หมายความว่าเป็นหมอด้วยใช่ไหม เรียนเฉพาะทางด้านไหนเล่าให้พวกเราฟังได้ไหมคะ”

“มารยาทนิดนึงนะจ๊ะ ปลื้มไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้”

สายฝนเลิกทำตาขวางกลับมาวางตัวสบายๆ เมื่อมั่นใจว่าปรเมศวร์ไม่สนใจเด็กกลุ่มนี้ ปลายหางตายังไม่แล มองออกว่าเขารำคาญไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาตีสนิท นิสัยไม่ต่างจากวัยเรียน

“แหม! ก็พวกเราอยากรู้นี่คะ เพิ่งเคยเจอพี่ชายจ๋าครั้งแรก” หนึ่งในนั้นเถียง แสดงความเป็นปรปักษ์ชัดเจนว่าไม่ชอบสายฝน

“ปลื้มทำงานที่กรุงเทพฯ จ้ะ เรียนจบเฉพาะทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญกว่านั้น ปลื้มเป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน.... พี่มั่นใจว่าทุกคนรู้จัก”

สายฝนโอ้อวดว่ารู้จักมักจี่ปรเมศวร์ในระดับหนึ่ง ไม่สังเกตปรเมศวร์ขมวดคิ้ว ไม่ชอบให้คนอื่นเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดคุยเล่น

“จริงเหรอคะพี่ฝน โรงพยาบาลนั้นมีสาขาที่เชียงใหม่ด้วย สุดยอด! ยัยจ๋าเป็นน้องสาว อย่างนี้ก็เป็นทายาทด้วยใช่ไหม”

สามสาวตกตะลึงกับข้อมูลใหม่ สุชาดาไม่เคยโอ้อวด ทำตัวจน แถมยังงก รถไม่มีขับ คอนโดฯ เกรดธรรมดาไม่มีใครรู้ว่ารวย

“ฉันเป็นแค่น้องสาวต่างแม่ ไม่ใช่ทายาทอย่างที่เข้าใจ พี่ปลื้มต่างหากล่ะตัวจริง ห้ามเอาไปพูดต่อเชียวนะ” อ้อมแอ้มตอบ ไม่กล้าสู้หน้า สุชาดาไม่เหมือนพี่ๆ ไม่ต้องการแย่งชิงทรัพย์สมบัติที่ควรจะเป็นของปรเมศวร์ แค่ที่คุณพ่อเคยให้ก็มากล้นจนเกรงใจปรเมศวร์

“ไม่เห็นเป็นไร ถึงยังไงก็พ่อเดียวกัน ใช่ไหมคะพี่ปลื้ม” กระพือขนตางอนยาวโปรยเสน่ห์ให้พี่ชายเพื่อนสนิท แต่แล้วสาวๆ กลับต้องหน้าชาเป็นแถบเมื่อเขาหันหลังให้และแยกตัวเดินออกไป

“พี่ปลื้ม! โกรธเพื่อนจ๋าเหรอคะ จ๋าขอโทษ”

สุชาดาตามมาง้อ เธอแคร์ความรู้สึกเขา ไม่ต้องการให้คำพูดหรือการกระทำของเพื่อนทำให้ปรเมศวร์ไม่พอใจ

“เปล่า แค่จะมาซื้อเคสโทรศัพท์” เขาแก้ตัว เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงร้านขายเคสโทรศัพท์ หยิบมั่วๆ สองชิ้นมาเป็นข้ออ้าง

“โธ่... ใครจะเชื่อ เพื่อนจ๋าหน้าเหวอทุกคน”

“ก็ดี จะได้รู้จักคิดให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ตีสนิทคนอื่นไปเรื่อย ทุกคนไม่ได้ยินดี พี่คนหนึ่งที่ไม่ชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้า”

“จ๋าผิดเองที่ตามใจเพื่อน ไม่น่ารั้งพี่ปลื้มอยู่กินข้าวด้วยกัน”

“ช่างเถอะ รอมาถึงขนาดนี้ รออีกหน่อยคงไม่เป็นไร”

“พี่ปลื้มจะกลับไปที่ร้านกับจ๋าเหรอคะ”

“ใช่สิ” ทำหน้าตกใจทำไม เลิกคิ้วสูงขณะจ้องน้องสาว

“จ๋านึกว่าพี่ปลื้มจะเปลี่ยนใจกลับ”

“ไม่ขนาดนั้น แค่อึดอัด ไม่ชอบให้คนไม่สนิทมาเข้าใกล้ จะต้องเป็นคนที่พี่อนุญาตเท่านั้น ถึงมีสิทธิ์เข้ามาในโลกส่วนตัว”

“โลกส่วนตัวพี่ปลื้มค่าตั๋วแพงเกินไป น่าจะไม่มีใครจ่ายไหวยกเว้นพี่ปลื้มจะเป็นคนออกตั๋วให้เอง เท่าที่จ๋าเห็น มีแค่น้องวาคนเดียว คนพิเศษที่สุดในชีวิต ที่พี่ปลื้มยอมทำให้ทุกอย่าง”

ช่างเปรียบ แต่ชีวิตเขาไม่ใช่สนามกีฬาจะเอาตั๋วไปทำไม

ปรเมศวร์หยิบเคสโทรศัพท์สองชิ้นไปจ่ายเงิน กลับมายืนที่เดิม แบ่งหนึ่งชิ้นสีชมพูนมให้น้องสาว

“สายตาคนนอก พี่เข้าถึงยากมากเหรอ”

มนุษย์ทั่วไปมักจะวิจารณ์ลักษณะนิสัยคนอื่นคล่องแคล่ว ยกเว้นนิสัยตัวเองที่ไม่เคยย้อนกลับมามอง

“จ๋าพูดได้เหรอคะ” มีรอยยิ้มเหือดแห้งเหมือนคนขาดน้ำกลางทะเลทราย พูดคุยกันปกติยังหวุดหวิดจะโดนด่าใครจะกล้าพูดความจริง ในเมื่อพี่ชายดุมากขนาดนี้

“ถ้าไม่ให้ตอบแล้วจะถามทำไม ไม่เอาใช่ไหมจะได้เก็บ”

“พี่ปลื้มซื้อให้จ๋าเหรอ เอาสิคะ ขอบคุณนะคะ”

“ไม่เป็นไร มันหนึ่งแถมหนึ่ง” หน้าหล่อพยักพเยิดไปทางป้ายโปรโมชั่น น้องสาวมองตามหน้าแตกยับเยิน แต่เอาเถอะ จะของฟรีหรือของแถมถ้าปรเมศวร์ยกให้เธอเต็มใจรับทั้งหมด

“พี่ปลื้มค่อนข้างถือตัวไม่ยอมสนิทกับใครง่ายๆ ดูอย่างจ๋าสิ ถึงจะเป็นน้องสาว แต่จ๋าไม่เคยมีโอกาสกินข้าวนอกบ้านกับพี่ปลื้ม ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าได้”

คนฟังคิดตาม ไม่เคยกินข้าวนอกบ้านด้วยกันจริงนั่นแหละ

สุชาดาออกอาการเห่อเคสใหม่ ถอดเคสเก่าใส่กระเป๋าเปลี่ยนใช้อันใหม่ อดทนรอถึงตอนเย็นไม่ไหวต้องส่งไลน์ไปอวดคุณพ่อว่าพบปรเมศวร์ เขาเลี้ยงข้าวและซื้อของให้ ท่านจะต้องแปลกใจ มีอย่างที่ไหนปรเมศวร์จะมาคลุกคลีกับลูกสาวคนที่เขาเกลียด

“พี่ปลื้มเพิ่งมาถึงเหรอคะ น้องวากับญาไม่มีใครพูดถึงพี่ปลื้ม บอกแค่ว่าพี่ปลื้มจะมาเชียงใหม่ช่วงงานแต่งพี่กันต์”

“ว่าจะมางานแต่งทีเดียว แต่รอไม่ไหวเลยมาก่อน ถึงตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดึก เลยนอนโรงแรม เพิ่งโทรบอกลูกว่าจะไปหา”

“จ๋านึกภาพออก หลานคงจะวิ่งดีใจรอบบ้านทำญาปวดหัว”

“ไม่รู้ว่าดีใจจะได้เจอพี่ หรือได้กินของชอบมากกว่า ถึงได้บอกพี่ให้ซื้อเทมปุระไปฝาก” กุ้งทอดกรอบ หนูวาชอบกินกับมายองเนสพูดเสียงใสว่าอร้อยอร่อย สัปดาห์ก่อนญาตาวีซื้อกุ้งสดไปลองทอด ลูกบ่นว่าไม่อร่อยเท่าร้าน เธอได้ยินงอนลูกที่ลูกฟ้องเขา บ่นกลับว่าจะไม่ทำให้กินอีก แม่กับลูกงอนกันไปงอนกันมา เขามองทั้งสองคนผ่านโทรศัพท์ได้แต่แอบยิ้ม ในสายตามีความเอ็นดู คนถึงชอบพูดกันว่ามีเมียเด็กเหมือนมีลูกสาวเพิ่ม เสือยิ้มยากพอจะยิ้มได้เวลาคุยเรื่องครอบครัว

“มิน่า พี่ปลื้มถึงยอมกินข้าวกับเพื่อนจ๋า” จับไต๋พี่ชาย ที่เขาเลี้ยงข้าว เพราะตั้งใจจะสั่งอาหารไปฝากลูกสาวอยู่แล้วนี่เอง

“พี่ปุบปับมา ไม่มีของฝากให้ลูก จะไปมือเปล่าก็ไม่ชิน ถึงได้บอกว่ารอนานขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องรอจนกว่าจะได้อาหาร”

“เข้าใจแล้วค่ะ” ตงิดใจคำว่า ปุบปับมา ใครบางคนรู้เรื่องจะดีใจหรือเสียใจกันนะ เมื่อรักษาแผลสดในใจยังไม่หายขาด แต่คนทำให้เกิดรอยแผลย้อนกลับมาอีกครั้ง ไม่ได้เจอกับตัวยังรู้สึกเจ็บแทน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 20 เส้นทางสู่อนาคต

    ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 19 เด็กขี้แยแต่ก็รักนะ

    “ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 18 รอยยิ้มที่แสนเศร้า

    ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 17 แต่งงานกันนะ

    ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 16 ฉีกหน้าลูกสะใภ้

    ‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 9/3 จุดจบคือแยกทาง

    “อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ แกอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ จะเครียดเปล่าๆ ฟังจากที่แกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พี่ปลื้มทะเลาะทุกคนหนักมากขนาดนั้นน่าจะหลบไปเลียแผลใจเงียบๆ รอสภาพจิตใจดีขึ้น เขาโอเค เขาก็กลับมาเอง ให้เวลาเขาอีกนิดเถอะนะ”“ตอนนี้จะสองทุ่มครึ่งแล้วนะจ๋า ฉันโทรหาเขาตั้งแต่บ่ายเขาไม่

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะข

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/1 คิดถึงสุดหัวใจ

    ‘หย่ากันแล้วจะลงเอยกันได้ยังไง จบไม่แฮปปี้ ขอเท!’‘นางเอกโง่ แทนที่จะบอกพระเอกว่าตัวเองท้อง’‘พล็อตน้ำเน่า! อ่านมาร้อยเรื่องเขียนเหมือนกันหมด’ลงตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่สี่ตอนแรกคอมเมนต์มาเป็นร้อย อย่าว่าแต่นักอ่านที่สงสัยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ญาตาวีเขียนบางส่วนอิงมาจากชีวิตจริงตัวเอง ไม่รู้เช่นกัน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status