Share

บทที่ 21

last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 17:07:53

@Seiji Talk

ผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน

“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า

“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเยอะ” มันว่าพลางตักอาหารเข้าปากก่อนจะพูดต่อ “ฝากมึงเอาของขวัญไปส่งด้วยแล้วกัน”

“ก็ให้ของขวัญไปเองดิวะ โตแล้วยังต้องให้รับส่งอยู่อีกเหรอ?”

“อ้าว มึงไม่ว่างเหรอ ถ้างั้นไม่เป็นไร...” มันเงียบไปสักพักเพราะอาหารเต็มปาก แต่ผมก็ยังขมวดคิ้วรอว่ามันจะจัดการปัญหานี้ยังไง

“?”

“เดี๋ยวกูฝากคิรันเข้ามารับเอง”

“เออก็ได้ กูไปส่งเอง จบ ไม่ต้องลำบากคนอื่นเขา” ว่าจบผมก็รีบเดินเข้าไปในห้องก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวและออกมาทานข้าวเช้าเช่นกัน มื้อเช้าค่อนข้างสำคัญ ว่าแต่...ของขวัญจะทานอะไรแล้วหรือยังนะ

เห้ย แล้วทำไมจะต้องไปห่วงยัยเด็กนั่นด้วยล่ะ! ดึงสติหน่อยเซจิ!

 “กูไปละ” น้องชายตัวดีบอกแล้วลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปข้างนอก

“ไหนว่าวันนี้เข้าสาย สรุปยังไง?”

“ก็เข้าสาย กูจะไปหาแฟนก่อน” เซนโตะหยิบกุญแจรถแล้วเดินไปทางประตูห้อง ก่อนที่ผมจะนึกถึงคำพูดของของขวัญที่บอกก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้

“เห้ย นั่นกุญแจรถกูป้ะ” ผมทำทีเป็นกล่าวหาว่ามันแอบหยิบกุญแจรถของผมไปแทนที่จะบอกเรื่องนั้นตรง ๆ

“อะไร นี่ของกู ของมึงอยู่บนโต๊ะนู่นไม่ใช่เหรอวะ” เซนโตะชี้ไปทางโต๊ะข้างโซฟา ก่อนที่สายตาของผมจะสังเกตเห็นกุญแจรถอีกอันวางอยู่บนนั้น

“เออ...พอดีกูลืม...” ผมรีบก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ แล้วไม่พูดถึงเรื่องกุญแจรถอีก แต่แล้วเสียงของเซนโตะก็ลอยเข้ามากระทบหูอย่างแผ่วเบาแบบจับใจความไม่ค่อยได้นัก

“เหอะ ไปลืมเอาไว้ที่ไหนล่ะ”

“อะไรนะ?” เนื่องจากขณะที่เซนโตะพูดมันก้มลงไปใส่รองเท้าด้วย ผมจึงฟังไม่ค่อยถนัดนัก

“เปล่า ไม่มีอะไร กูไปละ” แล้วมันก็เดินออกไปอย่างนั้นเลย ทิ้งให้ผมสงสัยว่าเมื่อสักครู่มันพูดว่าอะไรกันแน่

หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมก็เตรียมของเพื่อออกไปมหาลัย แต่ก็ไม่ลืมที่น้องชายฝากฝังว่าให้พาน้องสาวไปด้วยกัน ว่าแต่...ควรเอาอะไรไปให้เธอทานระหว่างนั่งรถดีไหมนะ เผื่อว่าเธอยังไม่ได้ทานข้าวไง

“ขนมปังกับไส้กรอกเหรอ” ผมพูดกับตัวเองแล้วหยิบขนมปังแผ่นไปปิ้งรวมถึงลงมือทอดไส้กรอกด้วย นี่ลงทุนไปหรือเปล่าเนี่ยะเรา ไม่เพียงเท่านี้ ผมยังหยิบนมกล้วยใส่กระเป๋าไปด้วย ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้หยิบมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั้งที่ผมไม่ดื่มนมกล้วยเสียด้วยซ้ำ

เอาเถอะ...ก็ดูแลน้องไงเซจิ...แค่นี้ไม่ถือว่าเกินหน้าที่หรอก

ก๊อก ก๊อก

ผมมายืนเคาะประตูหน้าห้องของขวัญอีก...แล้ว...ช่วงนี้ยอมรับตามตรงว่ามาเคาะห้องนี้บ่อยเหลือเกิน แต่ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อน้องชายของผมมันฝากมานี่นา

“พี่เซจิ? แล้วเซนโตะล่ะคะ?” ของขวัญกวาดสายตาทั่วบริเวณนอกห้องเพื่อมองหาเพื่อนสนิทของตัวเอง

“มันบอกว่าจะเข้าคณะสายน่ะ”

“อ้าว อย่างนั้นเหรอคะ”

“เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”

“?” ดวงตากลมแป๋วเบิกกว้างท่าทางดูตกใจกับคำพูดของผม หรือว่ามันดูระราบระล้วงเกินอย่างนั้นเหรอ?

“เอ่อ...พอดีเซนโตะมันฝากให้ไปส่งน่ะ” ผมรีบแก้ข่าวทันทีก่อนที่เธอจะตกใจไปมากกว่านี้ ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา ถึงผมจะเต็มใจก็เถอะ

“อ๋อ...” ของขวัญพยักหน้ารับทราบ แต่แล้วก็ยังพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ “แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลำบากพี่เปล่า ๆ”

นั่นไง...ลงเอยที่เกรงใจเราทุกทีเลยสินะ -_- หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงแค่บอกขอบคุณและตามผมไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย แต่กับของขวัญ เธอมักจะมีถ้อยคำที่ทำตัวหลีกเลี่ยงผมอยู่เสมอ

“ไม่ลำบากหรอก วันนี้พี่มีเรียนที่คณะพอดี ไปได้แล้ว” พูดจบผมก็คว้ามือของของขวัญแล้วพาลงไปที่ลานจอดรถ ไม่ให้เธอได้มีโอกาสปฏิเสธอีก

ระหว่างทางในรถ บรรยากาศก็ดูเงียบงันขึ้นมาเสียอย่างนั้น ว่าแต่...ทำไมผมถึงหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้นะ...เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกแบบนี้ครั้งแรกด้วยสิ แบบนี้ต้องทำยังไงกัน

ผมเหลือบมองของขวัญที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมรอยยิ้มสดใสของเธอ ไม่รู้ว่ากำลังดูอะไร หรือคุยกับใครอยู่!?

“เอ่อ...เธอหิวหรือเปล่า?” ผมถามขึ้นขณะที่รถกำลังจอดติดไฟจราจร ก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระเป๋าที่เตรียมใส่กล่องอาหารออกมา

“น้องกินข้าวเช้ามาแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”

“อ๋อ...อย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินเธอบอกแบบนั้น ผมก็รีบวางกระเป๋าที่กำลังจะส่งให้เธอลงทันที แต่แล้วของขวัญก็เอื้อมมาคว้ามันไปเสียอย่างนั้น

“อะไรคะเนี่ยะ?” ของขวัญเปิดกระเป๋าใบนั้นออกดู ก่อนจะพบว่าข้างในมีกล่องที่ใส่ขนมปังปิ้งและไส้กรอกที่ผมลงมือทอดเอง รวมถึงนมกล้วยของโปรดเธอด้วย...

ของขวัญเหลือบมองผมด้วยสายตาแปลกใจ...

“เออ...ก็กลัวเธอหิวไง ก็เลยเตรียมของมาให้กิน เผื่อรถติดน่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นน้องขอเอาไปกินที่มหาลัยนะ”

“ตามใจสิ ก็ของเธอทั้งนั้น” ผมตอบเธอทั้งที่สายตายังมองตรงไปข้างหน้า แต่หางตาก็แอบเห็นสีหน้าของเธอที่ดูยิ้มแย้มสดใสมากกว่าเดิม โล่งอกไปที...

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เมื่อขับรถมาถึงคณะแล้วดูเหมือนว่าลานจอดรถจะเต็มแล้ว ผมจึงต้องวนหาที่จอดจึงบอกให้ของขวัญลงไปที่คณะก่อนได้เลย เพราะใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว

“ตอนเย็นก็เจอกันที่ลานคณะนะ”

“ตอนเย็นเหรอ?” ของขวัญขมวดคิ้วทำท่าทางฉงน

“เซนโตะมันก็คงจะไปหาแฟนอีกนั่นแหละ”

“อ๋อ ค่ะ...ไปก่อนนะพี่เซจิ” เธอโบกมือให้ผมแล้วยิ้มหวานมาให้

จำได้ว่าตัวเองก็เคยได้รับรอยยิ้มจากเธอหลายครั้งแล้ว แต่ทำไม...วันนี้มันดูมีอิทธิพลต่อใจแปลก ๆ แฮะ จนกระทั่งของขวัญปิดประตูรถแล้วเดินเข้าคณะไป ผมจึงเพิ่งสังเกตเห็นเงาที่สะท้อนในกระจกของประตูอีกฝั่ง ทำไมถึงได้ยิ้มล่องลอยแบบนี้ล่ะ พอรู้ตัวผมก็รีบหุบยิ้มทันที

ผมขับรถไปหาที่จอดรอตรงแถวหอสมุดแทน จริง ๆ แล้ววันนี้ผมไม่ได้มีเรียนเช้าหรอก คลาสของผมเริ่มช่วงบ่าย แต่ในเมื่อน้องชายของผมมันไหว้วานให้มาส่งของขวัญ แล้วผมจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ

ดีเหมือนกัน จะได้มานั่งอ่านหนังสือก่อนด้วย...

เมื่อถึงช่วงพักเที่ยง ผมก็เดินไปทานข้าวที่โรงอาหารคณะแพทย์ เมื่อเข้าไปถึง สายตาของผมก็เห็นของขวัญที่กำลังนั่งทานข้าวกับเพื่อน ๆ ด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน แต่สิ่งทีทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด ก้คือคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของขวัญ...

ไอ้คิรันนั่น...

ผมนั่งลงทานอาหารอยู่ตรงโต๊ะที่ห่างจากกลุ่มเพื่อนของของขวัญไม่ไกลมาก ประมาณสามช่วงโต๊ะ แต่ก็นั่งอยู่คนเดียวไม่นาน กลุ่มเพื่อนของผมก็เดินเข้ามานั่งด้วยจนเต็มโต๊ะ

“มาเร็วว่ะ วันนี้” เพื่อนในคณะของผมนั่งลงพร้อมจานข้าว

“กูมีธุระ” ถึงจะตอบเพื่อนแต่สายตาของผมก็ยังจับจ้องไปตรงที่นั่งของของขวัญและคิรัน ที่อีกนิดเดียวก็แทบจะสิงกันอยู่แล้ว ถึงจะห่างประมาณศอกแตะกันแต่ผมก็มองว่าแบบนั้นมันจ้องจะสิงกันชัด ๆ -_-

“มึงมองใครอยู่วะ?” //ตั้งใจถามเซจิแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังเลย

“....” //จ้องแต่ของขวัญ ไม่ได้ฟังสิ่งที่เพื่อนพูดเลย

“น้องของขวัญเหรอวะ?”

“มึงรู้จักด้วยเหรอ?”

“ถามว่ามีใครไม่รู้จักบ้างดีกว่า แค่เพื่อนร่วมรุ่นเราก็พากันชอบไปเกือบครึ่งแล้ว คนอะไรน่ารักเป็นบ้าเลย”

ใคร!? ใครมันช่างกล้านัก!?

ระหว่างที่ผมกำลังรู้สึกขุ่นเคือง กลุ่มโต๊ะของขวัญก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอาจานไปเก็บ แต่ถึงอย่างนั้นไอ้คิรันนั่นก็ยังเดินตามเธออยู่ไม่ห่าง ไม่ว่าจะไปที่ไหน ซื้อน้ำหวานทาน หรือแม้แต่ยืนรอหน้าห้องน้ำ!

มันจะเกินไปแล้ว!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 11

    “วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยัง

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 10

    ก๊อก ก๊อก“ไอ้เซน! อยู่มั้ย!” ฉันเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อนสนิทตอนเวลาเกือบจะตีสอง ด้วยความหิวของตัวเองที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา เป็นเพราะเพิ่งจัดของเสร็จจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย จึงมีความคิดว่าจะชวนเซ็นโตะออกไปทานข้าวข้างนอกด้วยกันแต่เคาะอยู่นานสองนาน ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาเปิดประตูเลยสักนิด จนฉันเก

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 9

    “ของขวัญ อาซื้อของมาฝาก ไม่รู้จะถูกใจหนูหรือเปล่านะ”หลายวันผ่านไป สองแม่ลูกทั้งอาน้ำและเซ็นโตะก็กลับมาถึงบ้าน หลังจากไปเที่ยวต่างประเทศกันมาหลายวัน แต่ก็ไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่อย่างใด ช่วงเย็น อาน้ำจึงมาที่บ้านของฉันและชวนไปทานข้าวที่บ้านของท่าน แต่ก็จะมีแค่แม่ ๆ ของพวกเราเท่านั้น เพราะปกติแล้วพ่อ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 8

    วันต่อมา...“ขอบคุณมากนะมึง... เออเดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้า”เสียงคุยจากนอกห้องนอนปลุกฉันให้ตื่นจากฝันขึ้น ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียพลางมองสำรวจโดยรอบ ห้องสีขาวที่ไม่คุ้นตา แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นห้องของใครฉันจำภาพเหตุการณ์เมื่อคืนได้อย่างแจ่มชัด เพียงแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้น ไม่อยากจะคิดเลย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status