Share

บทที่ 22

last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 17:07:58

“ของขวัญ เราลงแข่งว่ายน้ำในงานกีฬาเฟรชชี่ด้วย” คิรันบอกฉันขณะที่เดินขึ้นไปยังห้องเลคเชอร์คณะด้วยกัน

“จริงเหรอ?” นึกไม่ถึงเลยว่าคิรันจะลงแข่งว่ายน้ำ ดูไม่ออกเลยว่าถนัดทางด้านกีฬาด้วย เพราะเขาดูสุขุมเรียบร้อยมาก

“ใช่ เธอจะไปเชียร์ไหม?” เขาว่าพลางส่งสายตาคาดหวัง แล้วเรื่องแบบนี้คนอย่างของขวัญจะพลาดได้ยังไงล่ะ

“ได้สิ เดี๋ยวฉันจะชวนพวกเพื่อน ๆ ไปด้วยนะ แล้วก็เขียนป้ายเชียร์นายหใหญ่ ๆ เลย แบบว่า...เดินอยู่หน้าปากซอยก็ยังเห็นงี้ไปเลย”

“เว่อร์แล้ว” คิรันหลุดขำเมื่อเห็นฉันกางมือกะขนาดป้าย

“เอ้า นี่ฉันพูดจริงนะ”

เราสองคนพูดคุยกันพร้อมเสียงหัวเราะ ก่อนจะแยกย้ายกันไปนั่งที่ของตัวเองในห้องเลคเชอร์ แต่ในระหว่างที่กำลังรอคลาสเรียนในช่วงบ่ายเริ่มนั้น

“ของขวัญ…” เสียงใครคนหนึ่งเรียกฉันขึ้นทำให้ฉันต้องหันไปมองยังต้นเสียง และจากที่อารมณ์ดี ๆ อยู่นั้น ที่ก็ต้องรู้สึกบูดบึ้งไปทันที เพราะไม่คิดว่าคนที่เข้ามาทักทายจะเป็นคนที่วางยาฉันในคืนวันนั้น

“นายยังมีหน้ามาหาฉันอีกเหรอ...เบน”

“ทำไมของขวัญต้องบล็อคไลน์เราล่ะ คงโกรธที่จู่ ๆ เราหนีไปในคืนนั้นเหรอ ขอโทษนะ”

“นายวางยาฉัน รู้มั้ยว่าคืนนั้นฉันต้องเจออะไรบ้าง!”

“เธอว่าไงนะ?!”

“นาย...ใส่ยาอะไรลงไปในแก้วฉัน?! ฉันอุตส่าห์ไว้ใจคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่นายก็…”

“ของขวัญ...เราไม่ได้วางยาเธอนะ เธอก็รู้ว่าเรา...เป็นเกย์”

“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร โต๊ะนั้นก็มีแค่พวกเรา”

“ตอนที่พวกเธอไปเข้าห้องน้ำกัน พี่เราเรียกให้ไปช่วยเคลียร์บัญชีข้างบน เราถึงคิดว่าเธอโกรธที่เราทิ้งเธอไปไง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย ไม่เชื่อของขวัญลองไปถามพี่โฮปได้นะ เป็นเพื่อนกับพี่ชายของเซนโตะไง แล้วเดี๋ยวเราขอพี่เป็นหนึ่งให้เอากล้องวงจรปิดวันนั้นให้ดูก็ได้นะ หรือจะให้เราไปสาบายที่ไหนก็ได้ แต่เราไม่ได้เป็นคนวางยาเธอจริง ๆ”

“อือ….เอาเถอะ ช่างมัน เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ฉันไม่อยากรื้อฟื้นแล้วล่ะ”

ถ้าเบนไม่ได้ทำจริง ๆ แล้ววันนั้นใครเป็นคนทำล่ะ แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรด้วย นอกจากนี้ยังไม่มีมครทราบเรือ่งนี้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นฉันก็ควรจะปล่อยผ่านไปแล้วระตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมแทน แต่บอกตามตรง ความเชื่อใจของฉันที่มีต่อเพื่อนคนนี้มันสั่นคลอนไปหมดแล้วน่ะสิ ฉันมันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ ต่อให้ให้เขายืนกรานว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับผู้หญิง แต่ฉันก็ยังกลัวอยู่ดีว่าหากอยู่กับเขาแล้วมันจะเกิดเรื่องแบบเดิมซ้ำขึ้นอีก

“แบบนี้คือหายโกรธเราแล้วใช่ป่าว งั้นเรานั่งด้วยคนได้มั้ย”

“คือ...” จะบอกยังไงดีคือฉันไม่ได้โกรธอะไรเบนจามินแล้วก็จริง แต่ฉันก็ไม่อยากยุ่งอะไรกับเขาอีก ฉันไม่ได้รู้สึกไว้ใจเขาแล้วอ่ะ ไม่รู้ว่าคิดแง่ลบไปหรือเปล่านะ แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ต้องการยุ่งกับใครแล้วเพราะว่าตอนนี้...

“ของขวัญ...” เสียงสวรรค์ก็ดังช่วยชีวิตฉันจนได้ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไอ้เซนโตะที่เพิ่งมาถึงในช่วงบ่ายนี้เอง

“เอาไว้ค่อยคุยกันนะเบน...”

“สัญญากับเราก่อนว่าจะอันบล็อกไลน์เรา”

“โอเคฉันสัญญา”

“งั้นฉันไปก่อนนะ” ฉันโบกมือลาเบนแล้ววิ่งตรงไปหาเซนโตะทันที “มึงไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ”

“เอาจริงกูก็คิดอยู่นะ” ดูพูดเข้า นี่ถ้าคุณอา มาซาชิ ได้ยินคงโดนบ่นหูชาแน่ อย่างว่า...พ่อของพี่เซจิกับเซนโตะค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องการเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะกับลูกชายคนโต เฮ้อ...แต่เขาจะรู้ไหมนะว่าลูกชายคนเล็กโดดเรียนบ่อยขนาดนี้

หลังจากเลิกเรียนในช่วงบ่าย ฉันพร้อมกับกลุ่มเพื่อนก็เดินตรงมาที่ลานคณะ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นพี่เซจิที่ยืนอยู่ตรงหลังเสา ว่าแต่...ทำไมต้องหลังเสาด้วยล่ะ

“เออ มึง กูนัดแพทไว้ เดี๋ยวมึง...หาทางกลับห้องเอาเองแล้วกันนะ”

“แพท? แพทไหน?”

“แฟนกูไง… เดี๋ยววันเสาร์นี้กูจะพามาแนะนำกับมึง”

“สวยมั้ยอ่ะ ถ้าสวยไม่ได้ครึ่งของกู กูไม่ให้ผ่านนะ” ฉันหยอกล้อมันเล่นราวกับว่ามองไม่เห็นพี่เซจิที่ตอนนี้ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

“ระดับกูครับ จะไม่สวยได้ไง”

ฉันเบะปากใส่มันอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะเหลือบมองไปทางพี่เซจิอีกครั้ง และใช่ค่ะ เขายังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน

“งั้น...กูไปละ” เซนโตะตบบ่าฉันก่อนจะเดินออกไป ไอนี่...มีสาวแล้วทิ้งเพื่อนเชียวนะ แต่ฉันก็พอเข้าใจได้แหละ เพราะถ้าฉํนมีผู้ชายก็พร้อมจะทิ้งเพื่อนเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ

แต่สิ่งที่ร่างบางไม่ทราบเลยก็คือ หลังจากที่เซนโตะเดินออกมาจากคณะ รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อของเขา อันที่จริงเขาเห็นตั้งนานแล้วว่าพี่ชายของตัวเองยืนแอบอยู่ตรงหลังเสา สูงอย่างกับ...ขนาดนั้น จะหลบพ้นสายตาของเขาไปได้ยังไงกัน และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงมารับเพื่อนของเขานั่นแหละ

เมื่อเห็นแบบนั้น เขาจึงรีบบ่ายเบี่ยงเพื่อให้ของขวัญหาทางกลับเองด้วยความรู้งาน (ให้พี่ตัวเองเดินเกมต่อ)... อันที่จริง ช่วงนี้เขาพอจะทราบข่าวมาบ้างแล้ว ว่าพี่ชายตัวดีของตัวเองไม่ค่อยไปสังสรรค์ในผับบาร์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาจึงคิดว่าเซจิอาจมีสาวในใจแน่นอน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเพื่อนสนิทของเขาที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กคนนี้

แต่ก็เอาเถอะ...

“รอดูไปสักระยะก่อนแล้วกัน ไว้ทำยัยของขวัญเสียใจเมื่อไหร่ มึงโดนดีแน่” เซนโตะกล่าวพึมพำกับตัวเองระหว่างที่มุ่งหน้าตรงไปที่รถ ถึงจะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่หากมาทำให้เพื่อนของเขาเสียใจก็ไม่มีข้อยกเว้นให้หรอก

“ของขวัญ...” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะพบว่าเป็นคิรันที่เดินเข้ามาทักทาย

“ว่าไงคิรัน”

“เย็นนี้เธอว่างหรือเปล่า ฉันว่า-”

“ของขวัญ...” คิรันยังไม่ทันจะพูดจบประโยค พี่เซจิก็โผล่ออกมาจากหลังเสาแล้วโบกมือให้ฉันด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ น่ารักจังเลย ฉันหวั่นไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับความน่ารักของเขา ให้ตายสิ ใช้ไม่ได้เลยนะของขวัญ เก็บอาการหน่อย เก็บอาการ!

แต่เมื่อสายตาของเขาเหลือบมองมาเห็นคิรัน สีหน้าก็ดูบึ้งตึงขึ้นมาทันที นี่ขอร้องล่ะ...อย่ามาตีกันตอนนี้นะ เพราะบริเวณนี้เป็นจุดผ่านที่จะเดินไปยังลานจอดรถ คนจึงพลุกพล่านมาก

“คิรัน วันนี้ฉันไม่ว่างน่ะ ต้องรีบกลับ เจอกันพรุ่งนี้นะ” ฉันรีบตัดบทและบอกลาคิรันก่อนจะเดินตรงไปหาพี่เซจิ และเมื่อเห็นว่าคิรันยอมกลับไป สีหน้าของเขาก็ดูจะกลับมาเป็นปกติแล้ว

เฮ้อ...โล่งอก...แต่ฉันว่าเขากันท่าผู้ชายให้ออกห่างจากฉันยิ่งกว่าตอนที่เซนโตะมาคุมเองซะอีกนะ แบบนี้มันไม่ออกนอกหน้าเกินไปหน่อยเหรอ -_-

ฉันก้าวเข้าไปหาพี่เซจิด้วยท่าทีเก้กังไม่แพ้กัน เพราะนอกจากเซนโตะแล้ว บอกตามตรงว่าฉันไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมารอรับเลย แต่จะว่าไป...พี่เซจิมารับฉันแบบนี้จะไม่ตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นหรอกเหรอ? เพราะทุกคนในคณะล้วนรู้จักพี่เขากันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบของพวกสาว ๆ อีกต่างหาก

“กลับกันเลยไหม” พี่เซจิถามพลางยกมือขึ้นเกาหลังศีรษะตัวเอง ไม่รู้ว่าทำแบบนี้เพื่อแก้ความเก้อเพราะเขารู้สึกเขินหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าอิของขวัญนี่แหละจะเขินเอง จนต้องพยายามปรายสายตาไปทาอื่นแทนการมองท่าทางสุดเท่ห์ของเขา

“ค่ะ”

“แล้วนี่เธอจะ...ไปแวะกินข้าวก่อนไหม” พี่เซจิยังคงเป็นฝ่ายตั้งคำถาม เป็นคนช่างถามแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ก็ดีค่ะ”

จากนั้นเราก็แวะทานมื้อเย็นด้วยกัน จะว่าไป...ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าช่วงนี้ตัวเองได้มีโอกาสมาทานข้าวกับพี่เซจิอยู่บ่อยครั้งเลย ไม่รู้ว่าแบบนี้จะเรียกว่าเรื่องบังเอิญได้หรือเปล่า แต่ฉันก็แอบภาวนาให้เป็นเรื่องที่เขาตั้งใจทำเพื่อฉันอยู่หรอกนะ

“ของที่ห้องเธอหมดหรือยัง อยากไปซื้ออะไรหรือเปล่า” พี่เซจิถามขึ้นหลังจากพวกเราเดินออกจากร้านอาหาร ฉันจึงลองคิอว่าตอนนี้ของในห้องมีอะไรหมดหรือเปล่า นึกเท่าไหร่ก็ยังนึกไม่ออก แต่สุดท้ายฉันก็พยักหน้าบอกเขาว่าจะไปซื้อ เพราะไหน ๆ พี่เซจิก็มีรถยนต์ เป็นโอกาสที่จะซื้อของไปตุนในห้องเอาไว้เยอะ ๆ

@ห้างC

“เธอเดินเลือกของไปเถอะ เดี๋ยวพี่ช่วยเข็นให้” มือหนาของพี่เซจิเอื้อมมาจับรถเข็นพลางโบกมือเป็นการบ่งบอกให้ฉํนไปเลือกของได้เลย เดี๋ยวเขาจะเดินตามอยู่ข้างหลังเอง

เฮ้อ...ดูแลดีจนอยากได้มาเป็นสามีเลยค่ะ แต่ติดตรงที่ว่าเป็นไปไม่ได้เนี่ยะสิ

เห้ย! อีกแล้วนะของขวัญ! ดึงสติหน่อย!

“ไม่เอาเหรอ?” พี่เซจิทักขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันยืนเหม่อมองอยู่ตรงโซนนมกล้วยอยู่นานสองนาน

“อ๋อ...น้องกำลังคิดอยู่ว่าที่ห้องหมดหรือยังค่ะ” เปล่าหรอก จริง ๆ ฉันกำลังเพ้อถึงเรื่องเขาอยู่ต่างหาก โชคดีที่ยังมีสติคิดเรื่องโต้ตอบขึ้นมาได้ทัน

“จะคิดทำไม ก็ซื้อไปนั่นแหละ กินนมเยอะ ๆ จะได้สูงขึ้นมาอีกหน่อย” ว่าพลางหันหน้ามองทางอื่นอย่างลอยหน้าลอยตา

“นี่พี่ว่าน้องเตี้ยเหรอ”

“เปล่าสักหน่อย” พี่เซจิลอยหน้าลอยตาก่อนจะรีบเข็นรถนำหน้าฉันไปเหมือนหนีความผิด

ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่นะ ฉันจะกระโดดตบหัวสักป๊าบ!

อันที่จริงของขวัญไม่ได้เตี้ยเลย หากเทียบกับผู้หญิงทั่วไป แต่สำหรับเซจิที่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร จึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะดูตัวเล็กตัวน้อยสำหรับเขาอยู่แล้ว

และนี่ถือเป็นความเอ็นดูอย่างหนึ่งที่เขามีให้...

“ทั้งหมดหนึ่งพันสองร้อยสี่สิบเจ็ดบาทค่ะ” เมื่อเลือกซื้อของเสร็จ พี่เซจิก็เข็นรถไปยังจุดชำระเงิน แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ควักเงินออกจากกระเป๋า เขาก็ยื่นบัตรเครดิตไปให้พนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“น้องจ่ายเองได้นะ” ฉันมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อสิ่งของพวกนี้เป็นของฉัน แล้วทำไมเขาจะต้องมาจ่ายให้ด้วย

“ไม่เป็นไร” ว่าพลางหยิบของใส่ถุงแล้วถือให้ฉันอย่างเสร็จสรรพ

“ขอบคุณค่ะ...”

แล้วเมื่อไหร่คุณเขาจะหยุดทำให้ฉันอยากได้สักที ในเมื่อตัวเองเป็นคนที่ฉันไม่สามารถครอบครองได้ T^T

“เซจิ?”  ระหว่างเดินกลับไปยังลานจอดรถ ก็ดูเหมือนจะมีคนรู้จักพี่เซจิเรียกขึ้น แต่มันเป็นเสียงผู้หญิงที่ฉันรู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนก็ไม่รู้ นอกจากนี้มันยังทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกอีกต่างหาก ไม่เอาสิของขวัญ...ใจเย็นเข้าไว้

ทั้งพี่เซจิและฉันต่างหันมองไปยังต้นเสียงก่อนจะพบเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีดวงหน้าสวยคม ส่วนสูงของเธออยู่ตรงบริเวณไหล่ของพี่เซจิพอดี ทำเอาฉันที่ยืนอยู่ระหว่างพวกเขาดูเป็นหลุมขึ้นมาเลย T^T และเมื่อพบเข้ากับเจ้าของใบหน้าสวย พี่เซจิก็ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความไม่พอใจทันที

“มีอะไร?”

“แค่ทักทายเฉย ๆ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่ด้วยล่ะ” เธอยกยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะปรายตามองมาที่ฉันซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากพี่เซจินัก “แฟนใหม่เหรอ?”

ดูจากสายตาของเจ้าหล่อนแล้วไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ฉันจึงรีบอ้าปากเตรียมตัวจะปฏิเสธ

“ไม่-/ไม่เกี่ยวกับเธอ” พี่เซจิพูดแทรกขึ้นก่อนที่ฉันจะทันได้แก้ต่าง

“คงจะไม่ใช่สินะ ดูแล้วเธอไม่ใช่เสป็คเซจิเลยสักนิด” เจ้าหล่อนส่งสายตาเย้ยหยันมาทางฉัน ก่อนจะเดินตรงเข้ามาคล้องแขนพี่เซจิ ทำเอาฉันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถูกชนจนเซไปข้างหลังเลยทีเดียว “เซจิ เราก็ขอโทษเรื่องวันนั้นไปแล้ว เราไม่ได้ตั้งใจ แล้วนายจะหลบหน้ากันไปจนถึงเมื่อไหร่”

“....” พี่เซจินิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่สีหน้าดูเรียบเฉยมาก

“ให้โอกาสเราอีกครั้งเถอะเซจิ สัญญาว่าครั้งนี้เราจะปรับปรุงตัว จะเป็นแฟนที่ดี”

อ๋อ...แฟนเก่าของพี่เซจิสินะ ถึงจะเป็นแฟนเก่าก็เถอะ แต่มาเจอแบบนี้ก็เจ็บเหมือนกันนะ ผู้หญิงคนนี้เองเหรอที่มีสิทธิ์ครอบครองพี่เซจิได้ มันทำให้ฉันรู้สึกแพ้จนหมดหนทางยังไงก็ไม่รู้

เมื่อรู้สึกแบบนี้ ฉันจึงคิดได้ว่าควรพาตัวเองออกจากสถานการณ์ตรงหน้าเพื่อไม่ให้รู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิม “พี่เซจิ ถ้าอย่างนั้นน้องขอตัวก่อนนะ” ฉันรีบบอกลาแล้วเดินออกมาจากทั้งสองโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหรือหยิบของที่ซื้อมาออกมาจากมือของเขาเลย

‘ฉันไม่อยากได้ของพวกนั้นสักหน่อย สิ่งที่ฉันต้องการ...ต่อให้เรียกร้องมากมายแค่ไหนก็ไม่เคยได้มันมาครองครองเลยสักครั้ง และคงจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป...’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 24

    เพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในห้าง ฉันกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งมีโอกาสได้ชาร์จ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยะของขวัญที่ตัดสินใจให้คิรันมาส่ง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากแน่เลย“ยังไงเนี่ยะเรา ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลับมานอนที่บ้าน” หลังจากลงมานั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า แม่ของฉันก็เปิดประเด็นขึ้นทันที เพราะช่

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 23

    ฉันเดินอย่างล่องลอยไปทั่วห้างหลังจากปลีกวิเวกออกมาจากสองคนนั้น ในสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนต่อดี ครั้นจะกลับคอนโดก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว“ของขวัญ...”“เอ๊ะ คิรัน นายมาได้ไงเนี่ยะ” ฉันทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขามาปรากฎอยู่ตรงหน้าพอดี“มาซื้อของน่ะ แล้วของขวัญมาทำ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 21

    @Seiji Talkผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเย

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 20

    ก๊อก ก๊อกฉันลืมตาขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียเพราะได้ยินเสียงเหมือนกับว่าใครมาเคาะประตู หรือว่าเป็นเสียงจากความฝันกันนะ ฉันรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักนิด เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็กลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนานมาว่าแต่...ทำไมฉันรู้สึกว่าที่นอนมันแคบแปลก ๆ ล่ะ -_-“พี่เซจิ!” เมื่อพลิกตัวหันไปอีกด้านของเตียงก็พบว่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status