LOGIN“ของขวัญ อาซื้อของมาฝาก ไม่รู้จะถูกใจหนูหรือเปล่านะ”
หลายวันผ่านไป สองแม่ลูกทั้งอาน้ำและเซ็นโตะก็กลับมาถึงบ้าน หลังจากไปเที่ยวต่างประเทศกันมาหลายวัน แต่ก็ไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่อย่างใด ช่วงเย็น อาน้ำจึงมาที่บ้านของฉันและชวนไปทานข้าวที่บ้านของท่าน แต่ก็จะมีแค่แม่ ๆ ของพวกเราเท่านั้น เพราะปกติแล้วพ่อ ๆ ของพวกเรามักจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านสักเท่าไรนัก
“ขอบคุณค่ะอาน้ำ ไปเที่ยวเป็นไงบ้างคะ”
“สนุกดีจ๊ะ เอ้อ! อายินดีด้วยนะเรื่องสอบติดมหาลัย โชคดีจังที่เราได้อยู่คณะเดียวกันหมดเลน ของเซ็นโตะเนี่ยะนะ ตอนแรกคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแผนให้ไปเรียนบริหาร กว่าจะทำได้ก็พยายามเคี่ยวเข็นกันแทบตายเลย”
ดูเหมือนว่าครอบครัวนี้จะเลี้ยงลูกคนเล็กแบบตามใจมากกว่าลูกชายคนโตที่กดดันเขาอย่างหนักหน่วง เฮ้อ ไม่รู้ว่าพี่เซจิต้องผ่านอะไรมาบ้างเนอะ ว่าแต่…ฉันจะไปคิดถึงเขาทำไมกันล่ะ
“ค่ะ”
“ติดมหาลัยแล้วจะเอายังไงต่อล่ะ พราวได้คุยกับของขวัญเรื่องนี้บ้างหรือยัง”
“ฉันก็มารอคุยเรื่องนี้กับครอบครัวแกนั่นแหละ เห็นมหาลัยก็อยู่ตั้งไกลด้วย หรือว่าจะให้ลูก ๆ อยู่คอนโดกันดี”
“อยู่คอนโดก็ดีนะ ฉันน่ะไม่ห่วงเซนโตะหรอก ให้เขาไปอยู่กับเซจิก็ได้ แต่ของขวัญเนี่ยะสิเป็นผู้หญิง”
“โหย…แม่! ให้ผมแยกอยู่กับเซจิไม่ได้หรือไง” หลังจากที่ไอ้ร่างสูงข้าง ๆ ฉันเงียบไปนาน มันก็ทักท้วงขึ้น แถมยังทำหน้าบูดบึ้งเสียด้วย
“จะอยู่แยกกันทำไมล่ะ คอนโดเซจิมีตั้งสองห้องนอน หัดประหยัดซะบ้าง หรือลูกจะเอาแบบนี้ แยกกันอยู่กับเซจิ แต่ไม่ต้องเอารถไปใช้”
“อยู่กับมันก็ได้ครับ” รับปากทันควัน สงสัยกลัวไม่ได้เอารถไปม่อสาวสิท่า
“งั้นก็ให้ของขวัญอยู่คอนโดเดียวกับเซ็นโตะแล้วกันจะได้ช่วยดูแลกันด้วย ดีมั้ยลูก…ของขวัญ”
“ค่ะ… แม่ว่ายังไงหนูก็เอาตามนั้นแหละค่ะ” ฉันตอบกลับไป แต่สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด ถ้าหากอยู่คอนโดเดียวกับเซ็นโตะ ก็หมายความว่าต้องเจอพี่เซจิที่เกลียดขี้หน้าฉันตลอดน่ะสิ
แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ฉันทำตาบอดหูทวนลมไม่สนใจเขาก็ได้อยู่หรอก จริง ๆ นะ
“แม่ครับ ผมกลับแล้วนะ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังลงมาจากบันไดชั้นสอง พี่เซจิ นั่นเอง ไม่ยักรู้ว่าเขากลับบ้านกลับช่องเป็นด้วย คิดว่ามัวยุ่งอยู่กับสาว ๆ เสียอีก
นั่นไง บอกว่าจะไม่สนใจแล้วแท้ ๆ ตั้งสติสิของขวัญ แต่ครั้งนี้ก็ถือว่าฉันใจแข็งใช้ได้อยู่นะ เพราะรอบนี้ฉันไม่แม้แต่ปรายตามองเขาเลยด้วยซ้ำ
“กลับแล้วเหรอลูก ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกันก่อนเหรอจ๊ะ”
“ไม่ครับ พรุ่งนี้ผมมีสอบ”
“ถ้าอย่างนั้นเดินทางปลอดภัยนะลูก” อาน้ำเดินไปกอดพร้อมกล่าวลาลูกชาย ส่วนฉันที่พยายามจะไม่สนใจก็รีบเปลี่ยนเรื่องหันไปคุยกับเซ็นโตะทันที
“ไหนของฝากกูอ่ะ”
หลังจากทานข้าวเย็นกันเสร็จ แม่ฉันกับแม่มันก็นั่งเม้าท์กันต่อ ส่วนเซนโตะมันก็ตรงมาที่บ้านฉันพร้อมกับของพะรุงพะรัง ฉันอยากจะวิ่งไปกระโดดกอดคอกรี๊ดใส่มันซะจริง ๆ ถุงที่มันหิ้วมามีแต่ของที่ฉันถูกใจทั้งนั้น แถมฉันเองก็อยากจะเล่าให้ฟังจังว่าช่วงที่มันไม่อยู่ฉันเจออะไรบ้าง แต่ก็ต้องเงียบปากเอาไว้ไม่อยากให้มันเป็นกังวล ไหนจะเรื่องที่ฉันโดนมอมยาจากไอ้เบนจามินนั่นอีก โชคดีที่หลังจากกลับมาวันนั้นไม่มีใครอยู่บ้านด้วย เพราะพ่อกับแม่แอบหนีไปเที่ยวกันอย่างที่ฉันคิดเอาไว้จริง ๆ ส่วนยัยหวานก็เอากระเป๋าของฉันมาคืนให้ช่วงเย็นวันนั้น ทุกอย่างเลยดูเหมือนจะเป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไรให้น่าสงสัยเว้นเสียแต่...
“กูไม่อยู่แอบหนีเที่ยวป่ะเนี่ย”
“หนีอะไร นอนอยู่บ้านเซ็งจะตาย ไปแดกเหล้าป่ะล่ะ วันนี้ฉลองไง!”
“วันอื่นแล้วกัน กูเจ็ตแลคมากอ่ะวันนี้ เอ้า…นี่ของฝาก จะให้กูถืออีกนานมั้ย?!” ฉันรับของฝากแล้วผายมือมันเชิญเข้าห้องไป ไอ้เซนโตะมันพุ่งไปที่เตียงฉันเป็นอันดับแรกเลย สงสัยจะเหนื่อยจริง แล้วทำไมไม่ไปนอนที่บ้านตัวเองล่ะเนี่ยะ
“ของขวัญไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้แอบใส่เสื้อแบบนี้ด้วยเหรอ” ฉันหันไปมองตามที่เซ็นโตะบอก มันเป็นเสื้อยืดที่พี่เซจิให้ฉันยืมใส่วันนั้น เพิ่งซักแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้ ตายห่าแล้ว!
“กูว่าเสื้อแบรนด์นี้แม่งคุ้น ๆ ว่ะ เหมือนเสื้อผู้ชายด้วย มึงแอบเอาใครมานอนป่ะเนี่ย”
“กวนตีนละไอ้เซน มึงเห็นกูแรดขนาดนั้นเลยเหรอ ไหนดูดิ ซื้ออะไรมาฝากกูบ้าง” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยกับมันโดยการหันไปให้ความสนใจกับของฝากมันแทน พอหันไปอีกทีเซ็นโตะก็หลับไปซะแล้ว ซึ่งฉันก็รู้สึกว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาคอยจับผิดฉันอีก
@Condo J
และวันที่ฉันรอคอยก็มาถึงจนได้ วันที่จะได้ย้ายข้าวของส่วนตัวมายังคอนโดใหม่ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นอิสระจากพ่อแม่แล้ว(แค่บางเรื่องเท่านั้นนะ) แต่ก็ยังไม่ได้อิสระขนาดนั้นหรอกเพราะนอกจากพ่อและแม่แล้ว ก็ยังมีไอเซ็นโตะที่คอยตามจิกฉันอยู่เหมือนกัน แต่โชคดีหน่อยที่อยู่คนละชั้นกัน เพราะห้องพี่เซจิอยู่ชั้น 18 แต่ว่าห้องของฉันอยู่ชั้น 11 แต่อย่างน้อยได้อยู่ที่เดียวกันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะหากมีเรื่องฉุกเฉินจะได้คอยช่วยเหลือกันได้
“ให้เอาไปวางไว้ไหน” เสียงหนาพูดขึ้น เมื่อฉันเงยหน้ามองก็พบกับใบหน้าของพี่เซจิ ซึ่งตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทำตัวเย็นชาใส่เหมือนแต่ก่อนตอนพูดคุยกับฉันแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเป็นเพราะฉันเว้นระยะห่างมากขึ้น เขาจึงรู้สึกพอใจกันนะ
อ๋อ! ฉันลืมบอกไปว่าพี่เซจิมาช่วยขนของด้วย แต่ก็คงเป็นคำสั่งของอาน้ำ แม่ของเขานั่นแหละ
“พกอะไรของมึงมาเนี่ยหนักชะมัด” ส่วนคนบ่นนี่จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเซนโตะ ยกกล่องเล็กสุดแล้วยังจะบ่นอีกนะ
“ก็ของใช้ส่วนตัวทั้งนั้นแหละน่า”
“ถ้าอย่างนั้นฉันวางไว้ให้ตรงนี้นะ ให้เซนโตะจัดการที่เหลือด้วยแล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณแต่ไม่ได้หันมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าพี่เซจิเดินออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอหันไปอีกทีไม่เจอเขาแล้ว ก็คงรีบไปหาสาว ๆ ของตัวเองนั่นแหละ
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน
@Seiji Talk
“พรุ่งนี้มึงย้ายของเข้าคอนโดใช่ป่ะ” ผมเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะถามน้องชายที่กำลังนอนอยู่บนโซฟาแล้วเอาขาพาดโต๊ะกลางในห้องนั่งเล่น
“เออ ถามทำไม จะไปช่วยเหรอ?
“แล้ว…ของขวัญย้ายพร้อมกันหรือเปล่า
“ก็ไปพร้อมกันเนี่ยะแหละ หลบไปดิ ยืนบังอยู่ได้”
“เดี๋ยวกูไปช่วย”
ผมไม่รีรอให้น้องขายได้ทันฉงนสงสัยก็รีบเดินขึ้นห้องตัวเองไปทันที บอกตามตรงว่าผมสลัดภาพครั้งสุดท้ายที่ของขวัญพูดกับผมบนรถออกไปไม่ได้เลย และช่วงนี้ยังทำตัวเมินเฉยใส่ผมอีก ทั้งสายตาและท่าทางของเธอมันต่างจากเธอที่ผมเคยรู้จักไปสิ้นเชิง มันทำเอาใจผมหวิวอย่างไรชอบกล
“ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั
หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้
“โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ
“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน
“วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต







![3P เมื่อเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ [ซันxโมนาxแอลเจ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)