Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:53:29

“ของขวัญ อาซื้อของมาฝาก ไม่รู้จะถูกใจหนูหรือเปล่านะ”

หลายวันผ่านไป สองแม่ลูกทั้งอาน้ำและเซ็นโตะก็กลับมาถึงบ้าน หลังจากไปเที่ยวต่างประเทศกันมาหลายวัน แต่ก็ไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่อย่างใด ช่วงเย็น อาน้ำจึงมาที่บ้านของฉันและชวนไปทานข้าวที่บ้านของท่าน แต่ก็จะมีแค่แม่ ๆ ของพวกเราเท่านั้น เพราะปกติแล้วพ่อ ๆ ของพวกเรามักจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านสักเท่าไรนัก

“ขอบคุณค่ะอาน้ำ ไปเที่ยวเป็นไงบ้างคะ”

“สนุกดีจ๊ะ เอ้อ! อายินดีด้วยนะเรื่องสอบติดมหาลัย โชคดีจังที่เราได้อยู่คณะเดียวกันหมดเลน ของเซ็นโตะเนี่ยะนะ ตอนแรกคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแผนให้ไปเรียนบริหาร กว่าจะทำได้ก็พยายามเคี่ยวเข็นกันแทบตายเลย”

ดูเหมือนว่าครอบครัวนี้จะเลี้ยงลูกคนเล็กแบบตามใจมากกว่าลูกชายคนโตที่กดดันเขาอย่างหนักหน่วง เฮ้อ ไม่รู้ว่าพี่เซจิต้องผ่านอะไรมาบ้างเนอะ ว่าแต่…ฉันจะไปคิดถึงเขาทำไมกันล่ะ

“ค่ะ”

“ติดมหาลัยแล้วจะเอายังไงต่อล่ะ พราวได้คุยกับของขวัญเรื่องนี้บ้างหรือยัง”

“ฉันก็มารอคุยเรื่องนี้กับครอบครัวแกนั่นแหละ เห็นมหาลัยก็อยู่ตั้งไกลด้วย หรือว่าจะให้ลูก ๆ อยู่คอนโดกันดี”

“อยู่คอนโดก็ดีนะ ฉันน่ะไม่ห่วงเซนโตะหรอก ให้เขาไปอยู่กับเซจิก็ได้ แต่ของขวัญเนี่ยะสิเป็นผู้หญิง”

“โหย…แม่! ให้ผมแยกอยู่กับเซจิไม่ได้หรือไง” หลังจากที่ไอ้ร่างสูงข้าง ๆ ฉันเงียบไปนาน มันก็ทักท้วงขึ้น แถมยังทำหน้าบูดบึ้งเสียด้วย

“จะอยู่แยกกันทำไมล่ะ คอนโดเซจิมีตั้งสองห้องนอน หัดประหยัดซะบ้าง หรือลูกจะเอาแบบนี้ แยกกันอยู่กับเซจิ แต่ไม่ต้องเอารถไปใช้”

“อยู่กับมันก็ได้ครับ” รับปากทันควัน สงสัยกลัวไม่ได้เอารถไปม่อสาวสิท่า

“งั้นก็ให้ของขวัญอยู่คอนโดเดียวกับเซ็นโตะแล้วกันจะได้ช่วยดูแลกันด้วย ดีมั้ยลูก…ของขวัญ”

“ค่ะ… แม่ว่ายังไงหนูก็เอาตามนั้นแหละค่ะ” ฉันตอบกลับไป แต่สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด ถ้าหากอยู่คอนโดเดียวกับเซ็นโตะ ก็หมายความว่าต้องเจอพี่เซจิที่เกลียดขี้หน้าฉันตลอดน่ะสิ

แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ฉันทำตาบอดหูทวนลมไม่สนใจเขาก็ได้อยู่หรอก จริง ๆ นะ

“แม่ครับ ผมกลับแล้วนะ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังลงมาจากบันไดชั้นสอง พี่เซจิ นั่นเอง ไม่ยักรู้ว่าเขากลับบ้านกลับช่องเป็นด้วย คิดว่ามัวยุ่งอยู่กับสาว ๆ เสียอีก

นั่นไง บอกว่าจะไม่สนใจแล้วแท้ ๆ ตั้งสติสิของขวัญ แต่ครั้งนี้ก็ถือว่าฉันใจแข็งใช้ได้อยู่นะ เพราะรอบนี้ฉันไม่แม้แต่ปรายตามองเขาเลยด้วยซ้ำ

“กลับแล้วเหรอลูก ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกันก่อนเหรอจ๊ะ”

“ไม่ครับ พรุ่งนี้ผมมีสอบ”

“ถ้าอย่างนั้นเดินทางปลอดภัยนะลูก” อาน้ำเดินไปกอดพร้อมกล่าวลาลูกชาย ส่วนฉันที่พยายามจะไม่สนใจก็รีบเปลี่ยนเรื่องหันไปคุยกับเซ็นโตะทันที

“ไหนของฝากกูอ่ะ”

หลังจากทานข้าวเย็นกันเสร็จ แม่ฉันกับแม่มันก็นั่งเม้าท์กันต่อ ส่วนเซนโตะมันก็ตรงมาที่บ้านฉันพร้อมกับของพะรุงพะรัง ฉันอยากจะวิ่งไปกระโดดกอดคอกรี๊ดใส่มันซะจริง ๆ ถุงที่มันหิ้วมามีแต่ของที่ฉันถูกใจทั้งนั้น แถมฉันเองก็อยากจะเล่าให้ฟังจังว่าช่วงที่มันไม่อยู่ฉันเจออะไรบ้าง แต่ก็ต้องเงียบปากเอาไว้ไม่อยากให้มันเป็นกังวล ไหนจะเรื่องที่ฉันโดนมอมยาจากไอ้เบนจามินนั่นอีก โชคดีที่หลังจากกลับมาวันนั้นไม่มีใครอยู่บ้านด้วย เพราะพ่อกับแม่แอบหนีไปเที่ยวกันอย่างที่ฉันคิดเอาไว้จริง ๆ ส่วนยัยหวานก็เอากระเป๋าของฉันมาคืนให้ช่วงเย็นวันนั้น ทุกอย่างเลยดูเหมือนจะเป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไรให้น่าสงสัยเว้นเสียแต่...

“กูไม่อยู่แอบหนีเที่ยวป่ะเนี่ย”

“หนีอะไร นอนอยู่บ้านเซ็งจะตาย ไปแดกเหล้าป่ะล่ะ วันนี้ฉลองไง!”

“วันอื่นแล้วกัน กูเจ็ตแลคมากอ่ะวันนี้ เอ้า…นี่ของฝาก จะให้กูถืออีกนานมั้ย?!” ฉันรับของฝากแล้วผายมือมันเชิญเข้าห้องไป ไอ้เซนโตะมันพุ่งไปที่เตียงฉันเป็นอันดับแรกเลย สงสัยจะเหนื่อยจริง แล้วทำไมไม่ไปนอนที่บ้านตัวเองล่ะเนี่ยะ

“ของขวัญไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้แอบใส่เสื้อแบบนี้ด้วยเหรอ” ฉันหันไปมองตามที่เซ็นโตะบอก มันเป็นเสื้อยืดที่พี่เซจิให้ฉันยืมใส่วันนั้น เพิ่งซักแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้ ตายห่าแล้ว!

“กูว่าเสื้อแบรนด์นี้แม่งคุ้น ๆ ว่ะ เหมือนเสื้อผู้ชายด้วย มึงแอบเอาใครมานอนป่ะเนี่ย”

“กวนตีนละไอ้เซน มึงเห็นกูแรดขนาดนั้นเลยเหรอ ไหนดูดิ ซื้ออะไรมาฝากกูบ้าง” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยกับมันโดยการหันไปให้ความสนใจกับของฝากมันแทน พอหันไปอีกทีเซ็นโตะก็หลับไปซะแล้ว ซึ่งฉันก็รู้สึกว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาคอยจับผิดฉันอีก

@Condo J

และวันที่ฉันรอคอยก็มาถึงจนได้ วันที่จะได้ย้ายข้าวของส่วนตัวมายังคอนโดใหม่ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นอิสระจากพ่อแม่แล้ว(แค่บางเรื่องเท่านั้นนะ) แต่ก็ยังไม่ได้อิสระขนาดนั้นหรอกเพราะนอกจากพ่อและแม่แล้ว ก็ยังมีไอเซ็นโตะที่คอยตามจิกฉันอยู่เหมือนกัน  แต่โชคดีหน่อยที่อยู่คนละชั้นกัน เพราะห้องพี่เซจิอยู่ชั้น 18 แต่ว่าห้องของฉันอยู่ชั้น 11 แต่อย่างน้อยได้อยู่ที่เดียวกันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะหากมีเรื่องฉุกเฉินจะได้คอยช่วยเหลือกันได้

“ให้เอาไปวางไว้ไหน” เสียงหนาพูดขึ้น เมื่อฉันเงยหน้ามองก็พบกับใบหน้าของพี่เซจิ ซึ่งตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทำตัวเย็นชาใส่เหมือนแต่ก่อนตอนพูดคุยกับฉันแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเป็นเพราะฉันเว้นระยะห่างมากขึ้น เขาจึงรู้สึกพอใจกันนะ

 อ๋อ! ฉันลืมบอกไปว่าพี่เซจิมาช่วยขนของด้วย แต่ก็คงเป็นคำสั่งของอาน้ำ แม่ของเขานั่นแหละ

“พกอะไรของมึงมาเนี่ยหนักชะมัด” ส่วนคนบ่นนี่จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเซนโตะ ยกกล่องเล็กสุดแล้วยังจะบ่นอีกนะ

“ก็ของใช้ส่วนตัวทั้งนั้นแหละน่า”

“ถ้าอย่างนั้นฉันวางไว้ให้ตรงนี้นะ ให้เซนโตะจัดการที่เหลือด้วยแล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณแต่ไม่ได้หันมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าพี่เซจิเดินออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอหันไปอีกทีไม่เจอเขาแล้ว ก็คงรีบไปหาสาว ๆ ของตัวเองนั่นแหละ

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน

@Seiji Talk

“พรุ่งนี้มึงย้ายของเข้าคอนโดใช่ป่ะ” ผมเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะถามน้องชายที่กำลังนอนอยู่บนโซฟาแล้วเอาขาพาดโต๊ะกลางในห้องนั่งเล่น

“เออ ถามทำไม จะไปช่วยเหรอ?

“แล้ว…ของขวัญย้ายพร้อมกันหรือเปล่า

“ก็ไปพร้อมกันเนี่ยะแหละ หลบไปดิ ยืนบังอยู่ได้”

“เดี๋ยวกูไปช่วย”

ผมไม่รีรอให้น้องขายได้ทันฉงนสงสัยก็รีบเดินขึ้นห้องตัวเองไปทันที บอกตามตรงว่าผมสลัดภาพครั้งสุดท้ายที่ของขวัญพูดกับผมบนรถออกไปไม่ได้เลย และช่วงนี้ยังทำตัวเมินเฉยใส่ผมอีก ทั้งสายตาและท่าทางของเธอมันต่างจากเธอที่ผมเคยรู้จักไปสิ้นเชิง มันทำเอาใจผมหวิวอย่างไรชอบกล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status