Share

บทที่ 10

last update Last Updated: 2026-02-03 03:53:32

ก๊อก ก๊อก

“ไอ้เซน! อยู่มั้ย!” ฉันเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อนสนิทตอนเวลาเกือบจะตีสอง ด้วยความหิวของตัวเองที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา เป็นเพราะเพิ่งจัดของเสร็จจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย จึงมีความคิดว่าจะชวนเซ็นโตะออกไปทานข้าวข้างนอกด้วยกัน

แต่เคาะอยู่นานสองนาน ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาเปิดประตูเลยสักนิด จนฉันเกือบจะถอดใจแล้วเดินกลับห้องตัวเองไปแล้ว...แต่ในขณะที่เพิ่งหันหลังเตรียมจะเดินจากไป ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาในที่สุด

“มีอะไรหรือเปล่า” ปรากฎว่าเป็นเสียงของคนที่ฉันต้องการจะหลบหน้ามากที่สุดดังขึ้นแทนเพื่อนสนิทของตัวเอง ฉันจึงยิ่งทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ขณะเดียวกันร่างสูงก็ชะโงกหน้าออกมา สภาพของเขาดูงัวเงียมากแต่ก็โคตรน่ารัก...

เอ๊ะ นี่ฉันกำลังจะเผลอปล่อยใจไปคลั่งรักเขาอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้การ...ต้องรีบเผ่นแล้วล่ะ

“เอ่อ...เซนโตะอยู่หรือเปล่าคะ?”

“มันหลับไปแล้ว มีไรหรือเปล่า?”

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

คร่อกกก!! แล้วท้องจะมาร้องอะไรตอนนี้! น่าอายชะมัด

“หิวเหรอ?” พี่เซจิเลิกคิ้วถามฉันอย่างยียวน

“เดี๋ยวน้องลงไปซื้ออะไรกินเอง ขอตัวค่ะ”

สุดท้าย ฉันก็เดินลงมาซื้ออะไรกินที่ใต้คอนโด ในตอนแรกก็ว่าจะมาคนเดียวอยู่หรอก แต่สุดท้ายร่างสูงที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในสภาพงัวเงียกลับเดินตามมาด้วยเสียอย่างนั้น

แล้วหลังจากนั้น พี่เซจิก็เสนอให้เดินไปทานกวยเตี๋ยวที่ร้านหน้าปากซอยคอนโดด้วยกัน แต่ก็เป็นเพราะเขาบอกว่าตัวเองหิวเหมือนกันหรอกนะ ฉันจึงยอมมานั่งทานด้วยเนี่ยะ

แถวนี้ดูคึกคักมาก อาจเพราะเป็นย่านมหาลัย ดังนั้นแม้จะดึกมากแล้วก็ยังมีคนมาเดินพลุกพล่านและแวะทานนั่นนี่กันอย่างไม่มีขาด

“ค่อย ๆ กินก็ได้มั้ง ร้านปิดตีสาม” ฉันเงยหน้าไปมองพี่เซจิที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน สายตาของเขากำลังจ้องมองฉันที่กำลังจัดการก๋วยเตี๋ยวภายในชามอย่างหิวโหย แต่ก็อย่างว่าแหละฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า แถมร้านนี้ยังทำอร่อยใช้ได้อีกหรืออาจเป็นเพราะฉันหิวก็ไม่รู้จึงรู้สึกว่ามันอร่อยเป็นพิเศษ

“พี่เซจิไม่กินเหรอคะ? ถ้ากินไม่หมดเอามาให้น้องก็ได้นะ” ฉันจ้องมองชามก๋วยเตี๋ยวของคนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย ซึ่งเขาก็เลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวส่งมาให้อย่างไม่ได้ว่าอะไรสักคำ

“ถ้าอย่างนั้นน้องกินนะ” ฉันใช้ตะเกียบของตัวเองจัดการก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออยู่เต็มชามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะหมดเพียงชั่วพริบตา

“อิ่มหรือยัง” พี่เซจิเอ่ยถาม สีหน้าของเขาดูง่วงนอนเต็มทน แต่ไหนล่ะที่บอกว่าหิว แต่ฉันไม่เห็นว่าเขาจะทานอะไรสักคำเลยเนี่ยะสิ หิวแบบใดกัน

(' ') (. .)(' ') (. .)

“ป้าครับคิดเงินด้วยครับ สองชามนี้ไม่ต้องทอนนะครับ” พี่เซจิยื่นเงินให้แม่ค้าไป

“เดี๋ยวน้องจ่ายเองก็ได้ค่ะ” ฉันทำท่าจะควักกระเป๋าตังค์ออกมา

“ไม่เป็นไร” ว่าจบก็วางเงินลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินออกไป ส่วนฉันเองก็รีบก้าวตามไปอย่างสุดความยาวขา

“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่...พี่เซจิจะกลับห้องเลยหรือเปล่า”

“แล้วเธอจะไปไหนต่อหรือเปล่าล่ะ”

“น้องว่าจะไปซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อต่อ พี่เซจิกลับก่อนเลยก็ได้ค่ะ” ฉันก้มโค้งศีรษะให้เขาอย่างนอบน้อมก่อนจะออกตัวเดินนำหน้าไป

“เดี๋ยวไปด้วย พอดียังหิวอยู่น่ะ” พี่เซจิก้าวตามมาก่อนจะเอาชนะฉันด้วยการเดินแซงนำหน้าไป กลายเป็นฉันเดินตามหลังเขาอย่างเคย

อยู่ ๆ เป็นอะไรของเขากันนะ ทำไมต้องคอยตามฉันไปซะทุกที่เลย

อันที่จริงแล้วเป็นเพราะทางค่อนข้างเปลี่ยว ร่างสูงจึงอยากอาสามาเป็นเพื่อนเสียมากกว่า บอกตามตรง เขาไม่เคยหิวตอนกลางดึกแบบนี้หรอก แต่โชคไม่ดีที่ปากของเขานั้นแข็งเกินกว่าจะพูดออกมาตามตรงเนี่ยสิ

“ใครทำกุญแจตกเอาไว้น่ะ” ระหว่างที่เดินไปตามทางฉันก็บังเอิญเห็นลูกกุญแจที่ตกอยู่บนพื้นถนน

“นี่ อย่าเก็บขอใครมามั่วซั่วนะ” พี่เซจิกล่าวขึ้นขณะที่ฉํนกำลังย่อตัวจะเก็บลูกกุญแจนั้นขึ้นมา

“แต่ว่า...เราควรเอาไปให้รปภ. หน้าคอนโดช่วยตามหาเจ้าของนะคะ” หลังจากพูดจบฉันก็หยิบลูกกุญแจนั้นขึ้นมาแล้วเดินต่อไป

บรรยากาศหลังจากนั้นก็เงียบลงขึ้นทันตาเห็น ก่อนที่พี่เซจิจะเปิดหัวข้อสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

“เธอเคยได้ยินเรื่องความเชื่อของญี่ปุ่นเกี่ยวกับกุญแจหนึ่งดอกที่เก็บได้ไหม”

“เรื่องผีเหรอ!?” ฉันกล่าวขึ้นทันควัน ด้วยความเป็นโรคกลัวผีขึ้นสมอง นอกจากนี้ฉันยังต้องนอนคนเดียวอีก

“ไม่ใช่ ฟังให้จบก่อนสิ”

“ค่ะ...”

“เป็นความเชื่อเรื่องความรักของคนญี่ปุ่นน่ะ เขาว่ากันว่าถ้าเจอลูกกุญแจหนึ่งดอกตกอยู่แล้วเก็บขึ้นมา หลังจากนั้นถ้าเราท่องคาถาห้าครั้ง คน ๆ นั้นจะมีโชคเรื่องความรัก” ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างพี่เซจิจะมีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วย

แต่สิ่งที่ฉันอยากทราบไปมากกว่านั้นก็คือ “คาถาอะไรเหรอคะ?”

“เธออยากรู้ไปทำไมกัน มีคนที่ชอบเหรอ?”

“ก็มีนะ...แต่ก็เหมือนไม่มี...” ฉันทำท่าฉงนเหมือนกำลังครุ่นคิดว่าสรุปแล้วตัวเองมีคนที่ชอบหรือไม่มีกันแน่นะ เพราะคนที่ฉันชอบทำตัวเย็นชาใส่จนฉันจะพยายามแล้วเนี่ยะสิ

“เอาไว้แน่ใจแล้วค่อยมาถามแล้วกัน” ว่าจบพี่เซจิก็ก้าวยาวเดินนำไปข้างหน้าต่อ

“จริง ๆ พี่เซจิก็คุยสนุกเหมือนกันนะคะ” ฉันหันมองคนข้าง

“แล้วก่อนหน้านี้เธอคิดว่าพี่เป็นคนแบบไหนล่ะ” เราหยุดคุยกันอยู่บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อที่ตอนนี้ร้างผู้คน ว่าแต่...ทำไมกันนะ ฉันแอบรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าบรรยากาศระหว่างเราตึงเครียดน้อยลงกว่าเมื่อก่อน ราวกับว่าคนตรงหน้าคือพี่เซจิคนละคนกับที่ฉันเคยรู้จัก

“ก็ปกติน้องก็เห็นแต่พี่นิ่งขรึมใส่ตลอด”

“พี่เป็นแบบนั้นเหรอ ไม่เห็นจะรู้ตัวเลย” พี่เซจิส่งยิ้มมาให้ฉันพลางเกาหัวงง ๆ หึย…เขาน่ารักจนใจเจ็บอีกแล้ว

“ยิ้มแล้วน่ารักนะคะ แนะนำว่าให้ยิ้มบ่อย ๆ”

“พี่ไม่ได้บ้านะ ทำไมต้องยิ้มบ่อยๆ ด้วยล่ะ”

“แล้วเวลาอยู่กับเพื่อนพี่เซจิยิ้มแบบนี้หรือเปล่า”

“ก็ทำตัวปกตินะ”

“แบบเงียบขรึมเหรอ”

“ไม่รู้สิพี่ก็มีเหตุผลที่ต้องทำตัวแบบนั้นบ้างสิ อาจเป็นนิสัยมั้ง”

“ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาเป็นเพื่อนของขวัญนะคะ นี่ขนมค่ะ…เก็บเอาไว้กินตอนที่หิวแล้วกันนะคะ”

“ขอบใจนะ เธอเข้าห้องไปได้แล้ว”

เมื่อปิดประตูเข้ามาในห้องแล้ว ฉันก็รีบใช้มือทาบอกตัวเองทันที ไม่ได้นะ ใจเริ่มเต้นแรงอีกแล้ว ทำไมฉันมีรู้ความรู้สึกอยากให้เวลาแต่ละนาทีเดินช้า ๆ กันล่ะ ไม่ได้การแล้ว...ใจแข็งเอาไว้นะของขวัญ

‘อาจเป็นเพราะดึกมากแล้ว พี่เขาจึงทำตัวแปลก ๆ อย่าเพิ่งคิดเข้าข้างตัวเองไปสิเรา’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 15

    ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 14

    หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 13

    “โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 12

    “มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 11

    “วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status