แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: มินซอลทัง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-03 03:53:32

ก๊อก ก๊อก

“ไอ้เซน! อยู่มั้ย!” ฉันเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อนสนิทตอนเวลาเกือบจะตีสอง ด้วยความหิวของตัวเองที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา เป็นเพราะเพิ่งจัดของเสร็จจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย จึงมีความคิดว่าจะชวนเซ็นโตะออกไปทานข้าวข้างนอกด้วยกัน

แต่เคาะอยู่นานสองนาน ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครมาเปิดประตูเลยสักนิด จนฉันเกือบจะถอดใจแล้วเดินกลับห้องตัวเองไปแล้ว...แต่ในขณะที่เพิ่งหันหลังเตรียมจะเดินจากไป ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาในที่สุด

“มีอะไรหรือเปล่า” ปรากฎว่าเป็นเสียงของคนที่ฉันต้องการจะหลบหน้ามากที่สุดดังขึ้นแทนเพื่อนสนิทของตัวเอง ฉันจึงยิ่งทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ขณะเดียวกันร่างสูงก็ชะโงกหน้าออกมา สภาพของเขาดูงัวเงียมากแต่ก็โคตรน่ารัก...

เอ๊ะ นี่ฉันกำลังจะเผลอปล่อยใจไปคลั่งรักเขาอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้การ...ต้องรีบเผ่นแล้วล่ะ

“เอ่อ...เซนโตะอยู่หรือเปล่าคะ?”

“มันหลับไปแล้ว มีไรหรือเปล่า?”

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

คร่อกกก!! แล้วท้องจะมาร้องอะไรตอนนี้! น่าอายชะมัด

“หิวเหรอ?” พี่เซจิเลิกคิ้วถามฉันอย่างยียวน

“เดี๋ยวน้องลงไปซื้ออะไรกินเอง ขอตัวค่ะ”

สุดท้าย ฉันก็เดินลงมาซื้ออะไรกินที่ใต้คอนโด ในตอนแรกก็ว่าจะมาคนเดียวอยู่หรอก แต่สุดท้ายร่างสูงที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในสภาพงัวเงียกลับเดินตามมาด้วยเสียอย่างนั้น

แล้วหลังจากนั้น พี่เซจิก็เสนอให้เดินไปทานกวยเตี๋ยวที่ร้านหน้าปากซอยคอนโดด้วยกัน แต่ก็เป็นเพราะเขาบอกว่าตัวเองหิวเหมือนกันหรอกนะ ฉันจึงยอมมานั่งทานด้วยเนี่ยะ

แถวนี้ดูคึกคักมาก อาจเพราะเป็นย่านมหาลัย ดังนั้นแม้จะดึกมากแล้วก็ยังมีคนมาเดินพลุกพล่านและแวะทานนั่นนี่กันอย่างไม่มีขาด

“ค่อย ๆ กินก็ได้มั้ง ร้านปิดตีสาม” ฉันเงยหน้าไปมองพี่เซจิที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน สายตาของเขากำลังจ้องมองฉันที่กำลังจัดการก๋วยเตี๋ยวภายในชามอย่างหิวโหย แต่ก็อย่างว่าแหละฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า แถมร้านนี้ยังทำอร่อยใช้ได้อีกหรืออาจเป็นเพราะฉันหิวก็ไม่รู้จึงรู้สึกว่ามันอร่อยเป็นพิเศษ

“พี่เซจิไม่กินเหรอคะ? ถ้ากินไม่หมดเอามาให้น้องก็ได้นะ” ฉันจ้องมองชามก๋วยเตี๋ยวของคนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย ซึ่งเขาก็เลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวส่งมาให้อย่างไม่ได้ว่าอะไรสักคำ

“ถ้าอย่างนั้นน้องกินนะ” ฉันใช้ตะเกียบของตัวเองจัดการก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออยู่เต็มชามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะหมดเพียงชั่วพริบตา

“อิ่มหรือยัง” พี่เซจิเอ่ยถาม สีหน้าของเขาดูง่วงนอนเต็มทน แต่ไหนล่ะที่บอกว่าหิว แต่ฉันไม่เห็นว่าเขาจะทานอะไรสักคำเลยเนี่ยะสิ หิวแบบใดกัน

(' ') (. .)(' ') (. .)

“ป้าครับคิดเงินด้วยครับ สองชามนี้ไม่ต้องทอนนะครับ” พี่เซจิยื่นเงินให้แม่ค้าไป

“เดี๋ยวน้องจ่ายเองก็ได้ค่ะ” ฉันทำท่าจะควักกระเป๋าตังค์ออกมา

“ไม่เป็นไร” ว่าจบก็วางเงินลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินออกไป ส่วนฉันเองก็รีบก้าวตามไปอย่างสุดความยาวขา

“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่...พี่เซจิจะกลับห้องเลยหรือเปล่า”

“แล้วเธอจะไปไหนต่อหรือเปล่าล่ะ”

“น้องว่าจะไปซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อต่อ พี่เซจิกลับก่อนเลยก็ได้ค่ะ” ฉันก้มโค้งศีรษะให้เขาอย่างนอบน้อมก่อนจะออกตัวเดินนำหน้าไป

“เดี๋ยวไปด้วย พอดียังหิวอยู่น่ะ” พี่เซจิก้าวตามมาก่อนจะเอาชนะฉันด้วยการเดินแซงนำหน้าไป กลายเป็นฉันเดินตามหลังเขาอย่างเคย

อยู่ ๆ เป็นอะไรของเขากันนะ ทำไมต้องคอยตามฉันไปซะทุกที่เลย

อันที่จริงแล้วเป็นเพราะทางค่อนข้างเปลี่ยว ร่างสูงจึงอยากอาสามาเป็นเพื่อนเสียมากกว่า บอกตามตรง เขาไม่เคยหิวตอนกลางดึกแบบนี้หรอก แต่โชคไม่ดีที่ปากของเขานั้นแข็งเกินกว่าจะพูดออกมาตามตรงเนี่ยสิ

“ใครทำกุญแจตกเอาไว้น่ะ” ระหว่างที่เดินไปตามทางฉันก็บังเอิญเห็นลูกกุญแจที่ตกอยู่บนพื้นถนน

“นี่ อย่าเก็บขอใครมามั่วซั่วนะ” พี่เซจิกล่าวขึ้นขณะที่ฉํนกำลังย่อตัวจะเก็บลูกกุญแจนั้นขึ้นมา

“แต่ว่า...เราควรเอาไปให้รปภ. หน้าคอนโดช่วยตามหาเจ้าของนะคะ” หลังจากพูดจบฉันก็หยิบลูกกุญแจนั้นขึ้นมาแล้วเดินต่อไป

บรรยากาศหลังจากนั้นก็เงียบลงขึ้นทันตาเห็น ก่อนที่พี่เซจิจะเปิดหัวข้อสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

“เธอเคยได้ยินเรื่องความเชื่อของญี่ปุ่นเกี่ยวกับกุญแจหนึ่งดอกที่เก็บได้ไหม”

“เรื่องผีเหรอ!?” ฉันกล่าวขึ้นทันควัน ด้วยความเป็นโรคกลัวผีขึ้นสมอง นอกจากนี้ฉันยังต้องนอนคนเดียวอีก

“ไม่ใช่ ฟังให้จบก่อนสิ”

“ค่ะ...”

“เป็นความเชื่อเรื่องความรักของคนญี่ปุ่นน่ะ เขาว่ากันว่าถ้าเจอลูกกุญแจหนึ่งดอกตกอยู่แล้วเก็บขึ้นมา หลังจากนั้นถ้าเราท่องคาถาห้าครั้ง คน ๆ นั้นจะมีโชคเรื่องความรัก” ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างพี่เซจิจะมีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วย

แต่สิ่งที่ฉันอยากทราบไปมากกว่านั้นก็คือ “คาถาอะไรเหรอคะ?”

“เธออยากรู้ไปทำไมกัน มีคนที่ชอบเหรอ?”

“ก็มีนะ...แต่ก็เหมือนไม่มี...” ฉันทำท่าฉงนเหมือนกำลังครุ่นคิดว่าสรุปแล้วตัวเองมีคนที่ชอบหรือไม่มีกันแน่นะ เพราะคนที่ฉันชอบทำตัวเย็นชาใส่จนฉันจะพยายามแล้วเนี่ยะสิ

“เอาไว้แน่ใจแล้วค่อยมาถามแล้วกัน” ว่าจบพี่เซจิก็ก้าวยาวเดินนำไปข้างหน้าต่อ

“จริง ๆ พี่เซจิก็คุยสนุกเหมือนกันนะคะ” ฉันหันมองคนข้าง

“แล้วก่อนหน้านี้เธอคิดว่าพี่เป็นคนแบบไหนล่ะ” เราหยุดคุยกันอยู่บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อที่ตอนนี้ร้างผู้คน ว่าแต่...ทำไมกันนะ ฉันแอบรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าบรรยากาศระหว่างเราตึงเครียดน้อยลงกว่าเมื่อก่อน ราวกับว่าคนตรงหน้าคือพี่เซจิคนละคนกับที่ฉันเคยรู้จัก

“ก็ปกติน้องก็เห็นแต่พี่นิ่งขรึมใส่ตลอด”

“พี่เป็นแบบนั้นเหรอ ไม่เห็นจะรู้ตัวเลย” พี่เซจิส่งยิ้มมาให้ฉันพลางเกาหัวงง ๆ หึย…เขาน่ารักจนใจเจ็บอีกแล้ว

“ยิ้มแล้วน่ารักนะคะ แนะนำว่าให้ยิ้มบ่อย ๆ”

“พี่ไม่ได้บ้านะ ทำไมต้องยิ้มบ่อยๆ ด้วยล่ะ”

“แล้วเวลาอยู่กับเพื่อนพี่เซจิยิ้มแบบนี้หรือเปล่า”

“ก็ทำตัวปกตินะ”

“แบบเงียบขรึมเหรอ”

“ไม่รู้สิพี่ก็มีเหตุผลที่ต้องทำตัวแบบนั้นบ้างสิ อาจเป็นนิสัยมั้ง”

“ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาเป็นเพื่อนของขวัญนะคะ นี่ขนมค่ะ…เก็บเอาไว้กินตอนที่หิวแล้วกันนะคะ”

“ขอบใจนะ เธอเข้าห้องไปได้แล้ว”

เมื่อปิดประตูเข้ามาในห้องแล้ว ฉันก็รีบใช้มือทาบอกตัวเองทันที ไม่ได้นะ ใจเริ่มเต้นแรงอีกแล้ว ทำไมฉันมีรู้ความรู้สึกอยากให้เวลาแต่ละนาทีเดินช้า ๆ กันล่ะ ไม่ได้การแล้ว...ใจแข็งเอาไว้นะของขวัญ

‘อาจเป็นเพราะดึกมากแล้ว พี่เขาจึงทำตัวแปลก ๆ อย่าเพิ่งคิดเข้าข้างตัวเองไปสิเรา’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status