Masukkanom.pang🍞 : ปาท่องโก๋ยังมีคู่
รูปจานปาท่องโก๋วางคู่กับแก้วชาเย็นที่ร้านอาหารเช้าชื่อดังใจกลางเมืองถูกโพสต์ลงโซเชียลของคนที่กำลังบอกให้โลกรู้ว่าตัวเองโสดไม่มีใคร เรียกความสนใจจากพวกแมลงพากันมากดถูกใจและคอมเมนท์รับบัตรคิวต่อแถวกันยาวเป็นหางว่าว ทำอุณหภูมิในสมองของผมพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด หากอยู่ใกล้กันตอนนี้คงได้ฟาดก้นงอนๆ นั่นสักที ข้อหาที่ชอบทำอะไรขัดใจผม pie.pi : ทำอะไร รีบเปลี่ยนหน้าจอเป็นห้องแชทพิมพ์ข้อความส่งไปหาเธอคนที่ไม่ยอมมาเที่ยวกับผม เพราะบอกว่ามีนัดไปถ่ายรูปเล่นกับเมจิเพื่อนสนิทของเธอ ปล่อยให้ผมมานั่งเหงาท่ามกลางคู่พ่อแง่แม่งอนสองคู่ในฐานะเจ้าของสถานที่ โคตรจะน่าเบื่อ kanom.pang🍞 : กินขนมอยู่ค่ะ รอไม่ถึงหนึ่งนาทีรูปขนมปังสังขยาหลากสีก็ส่งมาพร้อมกับข้อความที่ทำให้ผมนึกภาพกลมๆ ออกว่าเวลานี้แก้มของเธอคงจะป่องออกมาจนน่าบีบเล่นมากแน่ pie.pi : พี่กลับแล้วไปกินข้าวกันนะ kanom.pang🍞 : ขอดูก่อนค่ะ pie.pi : ถึงแล้วไปรับ อะไรคือขอดูก่อน? เพราะงั้นผมไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธกันเป็นรอบที่สอง ปิดประโยคโดยการมัดมือชกไม่รับความเห็นต่างแล้วเปลี่ยนหน้าจอเข้าหน้าเกมนั่งเล่นระหว่างรอเพื่อนๆ เล่นน้ำ เพราะในสมองที่ยังครุกรุ่นจากการนั่งอ่านคอมเมนท์ใต้รูปของเธอเป็นสาเหตุให้ผลตามคิลฝ่ายตรงข้ามจนตายเรียบเป็นหน้ากองในเวลาไม่กี่นาทีหลายต่อหลายรอบจนไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่นด้วย จนผมต้องเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นแทนแก้เบื่อ ซึ่งตลอดการเล่นเกมเสียงแจ้งเตือนแอพลิเคชั่นลงรูปที่เธอชอบเล่นก็คอยดังไม่หยุดจนผมต้องออกจากเกมอีกครั้งแล้วกดเข้าไปดูว่าเธอลงรูปอะไรหรือมีคอมเมนท์อะไรที่ทำให้ผมหัวร้อนขึ้นมาอีกหรือเปล่า 'ใส่ชุดอะไรไปวะ!' และเหนือกว่าในความคิด ปกติที่ผมเห็นชุดที่เธอใส่ส่วนใหญ่จะเป็นชุดกระโปรงน่ารักๆ ไม่ก็ชุดเอี๊ยมยีนส์ หรือกางเกงขาสั้นบ้าง ต่างจากรูปที่เธอเพิ่งโพสต์ลงโซเชียลตอนนี้อย่างสิ้นเชิง เสื้อเกาะอกสีเหลืองสดใสพอตัดกับผิวเนียนขาวแล้วยิ่งทำให้ผิวของเธอดูสว่างมาก ยังดีที่รู้จักใส่กางเกงขายาวไม่ใช่สั้นจนต้องผะวงทั้งข้างบนข้างล่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากกลับเข้าเมืองตอนนี้ก็เพราะท่าโพสต์ซนๆ ของเธอที่ทำให้อะไรอะไรโดดเด่นขึ้นมาจนทำให้ผมปวดหัวตึบ สาบานเลยว่าได้เข้าห้องเธอเมื่อไหร่ เศษผ้าชิ้นนี้จะลงถังขยะเป็นชิ้นแรกแน่ อยากกลับเข้าเมืองโว้ยยย... "กูกลับก่อนได้ป่าววะ" "เพราะ?" "มีธุระ" "ธุระอะไรของมึง" ต้องรายงานด้วยเหรอวะ? "ธุระด่วน" "ด่วนแค่ไหน" "..." ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมมีเพื่อนเวรอย่างไอ้เฟิร์สกับไอ้พาลัน อยากจะถอนตัวออกจากกลุ่มเสียซะตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด ทั้งที่ก็เป็นผมที่ทำให้ทั้งสองคนได้มาซ้อมเดทในสถานที่สวยๆ มีบรรยากาศดีดี และอาหารอร่อยอย่างนี้ แถมยังให้ส่วนลดที่พักในราคาพิเศษเหมือนมาพักฟรีอีก ไม่สำนึกบุญคุณกันบ้างวะ! แต่ก็เอาเถอะ! วันพระไม่ได้มีหนเดียวและวันนี้คงไม่ใช่วันของผม ปล่อยให้ไอ้สองคนนั่นได้ใจกันไปก่อนถึงเวลาของผมเมื่อไหร่รับรองได้เลยว่าทุกอย่างคูณสองคูณสาม รีบเดินหันหลังกลับไปห้องพักของตัวเอง เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าสะพายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที แล้วถือกุญแจมาวางที่เคาน์เตอร์ ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทอย่างผมไม่จำเป็นต้องเช็คเอาท์ให้เสียเวลา "ค่ะ พี่พาย" "อยู่ไหน" ระยะทางจากรีสอร์ทไม่ไกลเกินกว่าให้นักแข่งรถอย่างผมบิดหมดไมล์ฝ่าฝุ่นควันมลพิษพาตัวเองมายืนอยู่หน้าคอนโดของเธอได้ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงตามเสียงที่ดังอยู่ในสมองตลอดทาง "อยู่ห้องแล้วค่ะ" "ลงมา" "หืม" "พี่อยู่ข้างล่าง" และทันทีที่มาถึง สิ่งแรกที่ผมทำหลังจากเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดับลงคือการกดโทรออกหาใครบางคนที่เดาว่าต้องเดินทางกลับมาถึงในเวลาไม่ต่างจากผมมากเท่าไหร่นัก ยืนรอไม่นานคนตัวเล็กก็วิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาจากลิฟต์ตรงมาหาผมในชุดเดียวกันกับที่ผมเห็นในโซเชียล จากอารมณ์ที่เย็นลงตอนได้ยินเสียงสดใสกลับครุกรุ่นอีกครั้งเมื่อเห็นชุดที่มันโคตรจะขัดใจผมตอนนี้ จนต้องใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระบายความหงุดหงิดที่มี จริงอย่างที่เธอเถียงผมคืนนั้น...เธอโตแล้วจริงๆ ไม่ผิดเลยสักนิด "เอาของฝากมาให้เหรอคะ" "ไม่มี" "เอ้า! ไหนบอกว่าจะซื้อขนมมาฝากไง" "หิวน้ำ" "งั้นขนมปังพาไปซื้อ" "อุ้ย!" ผมรีบคว้าแขนของคนตัวเล็กที่กำลังเดินนำไปร้านสะดวกซื้อด้านหน้าพาเปลี่ยนทิศทางตรงไปประตูทางเข้าคอนโดของเธอ ใช้สายตาบังคับให้เธอสแกนม่านตาเข้าลิฟต์และกดชั้นที่เธออยู่ มีมือใหญ่เลื่อนลงมาจับประสานมือเล็กเอาไว้ไม่ให้เธอคิดวิ่งหนี จนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังเตือนบอกให้รู้ว่าถึงชั้นปลายทางที่ผมตั้งใจมาแล้ว รอประตูลิฟต์เปิดออก ผมไม่รอให้เจ้าของห้องเดินนำทาง เป็นผมที่จูงมือพาเธอไปเอง ถึงจะไม่เคยขึ้นมาแต่ผมก็รู้เลขห้องของเธอดี รู้ทุกเรื่องที่ผมอยากรู้นั่นละ แกร๊ก! "ว้าย!" "พี่พาย ปังตกใจนะ" สิ้นเสียงล็อคประตูว่าปิดสนิท ร่างบางก็ลอยขึ้นจากพื้นด้วยสองแขนแกร่งของผมทำให้สองแขนเล็กต้องคว้ากอดคอผมไว้แน่นเพราะกลัวว่าผมจะแกล้งปล่อยมือให้เธอตกจากที่สูง ถอดรองเท้าผ้าใบลวกๆ แล้วพากันเดินไปตรงโซฟาสีขาวตัวเล็กให้ผมหย่อนตัวนั่งลงก่อนมีเธอนั่งซ้อนตักแกร่งอยู่ข้างบนในท่าทางที่ทำให้ใจของผมค่อนข้างเต้นแรง อารมณ์ที่ครุกรุ่นก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นหวามไหวอย่างห้ามไม่อยู่ มองสบตาคู่กลมที่เต็มไปด้วยความสงสัยอยู่อย่างนั้นพยายามระงับอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกวินาที แต่สุดท้าย... ฟอด "คิดถึง" ผมก็ห้ามตัวเองเอาไว้ไม่อยู่กดปลายจมูกมีสันลงบนแก้มนุ่มทั้งสองข้างสลับไปมาทำผิวสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูใบหน้าจิ้มลิ้มพยายามก้มหลบไม่กล้าสบตากัน ยิ่งดูน่ามันเขี้ยวมาก ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ผมถึงได้รู้สึกวุ่นวายใจอยากทำทุกวิถีทางอยากแสดงตัวเป็นเจ้าของเธอทั้งที่ทำใจเย็นมาได้ตั้งหลายวัน แต่ก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้นเพราะตัวผมเองนั่นละ ดังนั้นคำตอบที่ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอดระยะทางที่บิดมิดไมล์ คือสถานะที่ชัดเจนทั้งของผมและของเธอ ให้ตัวเองได้มีโอกาสเป็นเจ้าของหัวใจเธออีกครั้ง มือข้างหนึ่งผละออกจากเอวบางมาประคองแก้มนุ่มให้รับสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากที่กดจูบลงบนริมฝีปากสีชมพูหวาน โดยที่มืออีกข้างยังคงประคองแผ่นหลังบางและกระชับให้เข้ามาใกล้เพื่อรับสัมผัสกันมากขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากอุ่นออกพักแตะไว้ตรงริมฝีปากบวมเจ่ออยู่อย่างนั้น จุ๊บ "เป็นแฟนกันไหม" "ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะ" "...""เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก
รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต
"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ







