Se connecter"ขนมปังอิ่มแล้ว พี่พายไปส่งหน่อยได้มั้ยคะ"
"ไม่ได้" "ถ้างั้นขนมปังเรียกรถก็แล้วกัน" "ไม่ นอนที่นี่" "ขนมปังไม่สะดวก" "ทำไม" "เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ" "นอนที่นี่คือนอนที่นี่ ไม่มีข้อแม้" "..." ผมยื่นคำขาดไม่เปิดโอกาสให้เด็กดื้อหาข้ออ้างมาโต้แย้งเพื่อขัดใจกัน ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินหนีมาเปิดทีวีเลือกหาหนังดูที่โซนห้องนั่งเล่น ทิ้งให้เธอนั่งทำหน้าเป็นแมวงงอยู่ที่โต๊ะอาหารที่เดิมอยู่อย่างนั้น มีอย่างที่ไหนวะ พออิ่มท้องก็จะหนีกลับไปง่ายๆ ไม่แม้แต่จะตอบคำถามของผมที่ถามทิ้งไว้ให้ชัดเจน เพราะงั้นผมไม่มีทางปล่อยเธอออกจากถ้ำเสือนี้ไปง่ายๆ แน่ ไม่ตอบก็ไม่ต้องกลับ หรือถ้าตอบขัดใจกันแม้แต่คำเดียว ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกจากที่นี่ เพราะคำตอบที่ผมอยากฟังมีเพียงคำเดียวเท่านั้น ไม่มีคำอื่น! "พี่พายเห็นถุงยาของขนมปังมั้ยคะ" "อยู่ในห้อง" "อ๋อ" "เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้" มือใหญ่เอื้อมไปจับข้อมือเล็กออกแรงเล็กน้อยพาให้เธอเดินมานั่งที่ว่างข้างกันเพื่อที่เธอจะได้เริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับห้องนี้ แล้วพาตัวเองลุกไปหยิบยาหลังอาหารในห้องนอนก่อนจะออกมาเทน้ำใส่แก้วในห้องครัวและเดินถือมาให้เธออย่างเอาใจ นี่คือหนึ่งเหตุผลที่ผมอยากให้เธอค้างที่นี่ เพราะหน้าที่ดูแลเธอคือหน้าที่ของผมด้วยความเต็มใจ "ขอบคุณค่ะ" "แล้วพีี่พายจะให้ขนมปังนอนตรงไหนคะ" คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาห้องรับแขกห้องที่ผมจะให้เธอนอนพักค้างคืนนี้ จริงอยู่ที่ห้องของผมมีพื้นที่กว้างมากและมีห้องรับแขกอีกห้องอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องนอนของผมตามที่เธอคิด แต่นั่นไม่ได้เตรียมไว้สำหรับเธอ เพราะงั้น... "ห้องพี่" "ห๊ะ?" "ตกใจอะไร" "หมายถึงให้นอนห้องเดียวกันเหรอคะ?" "แปลก?" "แปลกสิ ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนีี่ี่" "ก็เป็น จะได้ไม่แปลก" "..." ตากลมโตเบิกกว้างอ้าปากค้างด้วยความตกใจที่ได้ยินผมพูดอย่างนั้น ก่อนที่ปากเล็กจะปิดลงทำแก้มป่องมองตาไม่กระพริบ ไม่รู้ว่าโกรธรอบที่ร้อยหรือสงสัยรอบที่พันถึงได้มองกันไม่ละสายตาอย่างนี้ ทำผมนึกมันเขี้ยวอยากจะกัดแก้มซาลาเปานั่นสักที แต่ทำเพียงยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มๆ เล่น เพราะกังวลว่าเธอจะกลัวจนไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้ ค่อยๆ ละลายพฤติกรรมให้เธอคุ้นชินกับสัมผัสของผมทีละนิด ทีละนิดดีกว่า "ใส่ของพี่ไปก่อน" "ตัวใหญ่จัง" "ค่อยไปซื้อใหม่" "ซื้อใหม่ทำไม พรุ่งนี้ขนมปังก็จะกลับห้องแล้ว" "..." ใครให้กลับ? ไม่มีประโยคไหนที่ผมบอกให้เธอกลับสักคำ ทำเป็นหูทวนไม่เผลอตอบอะไรที่ทำให้เธอเข้าใจตามที่เธอคิด พาตัวเองเดินออกจากห้องนอนไปอาบน้ำที่ห้องน้ำอีกห้อง ปล่อยพื้นที่ส่วนตัวของผมให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอไม่ให้เธอต้องรู้สึกเคอะเขินเวลาจัดการตัวเอง วันนี้ต้องทำให้เธอวางใจที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสนิทใจมากที่สุด ส่วนวันอื่น...ค่อยว่ากันอีกที แกร๊ก! ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ผมให้เวลาเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องของผม และคิดว่าเวลานี้น่าจะพอให้ผมได้พาตัวเองกลับเข้าไปในห้อง อยู่ๆ ก็รู้สึกง่วงขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ ทั้งที่ปกติแล้วเข็มนาฬิกาไม่เปลี่ยนข้ามวันผมก็ไม่มีทางนอนหลับ แต่สองขายาวกลับต้องหยุดชะงักทันที เมื่อเห็นคนตัวเล็กก้มๆ เงยๆ พยายามผูกเอวกางเกงนอนขนาดพอดีของผมแต่ตัวโคร่งมากสำหรับเธอ หลวมมากจนทำให้คอเสื้อหล่นลงมาถึงแขนข้างหนึ่งเผยให้เห็นอะไรอะไรที่ซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อนอนจนเกือบหมด ทำผมแอบลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากรู้สึกร้อนวูบวาบจนข้างในปั่นป่วนทั้งที่เพิ่งอาบน้ำมาได้ไม่นาน แม้แต่อุณหภูมิยี่สิบห้าองศาจากเครื่องปรับอากาศก็ไม่ช่วยอะไร ไอ้พาย มึงเย็นไว้! "หลวมไป?" "อืม ค่ะ" "พี่ดูให้" ใจที่พยายามสงบสติอารมณ์สั่นไหวกลับมาเต้นรัวเหมือนกบองชุดอีกครั้ง เมื่อผมพาตัวเองมายืนใกล้ๆ โน้มตัวลงไปช่วยจัดการจับขอบกางเกงนอนตัวใหญ่ผูกเข้าหากันเป็นปมแน่นจนปลายจมูกมีสันได้กลิ่นหอมครีมอาบน้ำกลิ่นเดียวกันกับที่ผมใช้ แต่พออยู่บนผิวเธอแล้ว ผมรู้สึกว่ามันหอมมากเสียจนอะไรอะไรเริ่มรู้สึกว้าวุ่นอีกครั้ง "แน่นมั้ย" "อื้ม" จุ๊บ คนตัวเล็กพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นมาโดยที่ทั้งผมและเธอไม่ทันได้ระวัง ทำให้ริมฝีปากสีชมพูชนเข้ากับริมฝีปากสีเข้มชวนให้ผมอยากจะชิมรสความหวานกดปากจูบลงไปอีกครั้งและอีกครั้งก่อนจะริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อะไรอะไรจะตื่นตัวไปมากกว่านี้ และก่อนที่คนยืนทำหน้างงจะไหวตัวเปลี่ยนมาโกรธกัน "นอนได้มั้ย" "ไม่ได้ ได้เหรอคะ" "หึ ไม่ได้" กว่าสิบนาทีที่เราสองคนนอนอยู่บนเตียงเดียวกันต่างคนต่างก็หันหลังให้กันมีหมอนข้างและหมอนหนุนที่เธอให้ผมไปขนมาจากอีกห้องกั้นกลางระหว่างเราสองคนแทนกำแพงไม่ให้ผมข้ามเขตไปหาเธอ เธอว่าแบบนั้น... ทำผมนึกขำในใจว่ากำแพงเท่านี้จะทำอะไรผมได้ แต่ก็ยอมปล่อยให้เธอทำตามใจทั้งที่ทุกอย่่างมีผมเป็นเจ้าของ และในฐานะเจ้าของห้องผมก็ต้องถามแขกที่ผมพาเข้ามาด้วยตัวเองว่าขาดเหลืออะไรหรือมีตรงไหนสร้างความไม่สะดวกสบายให้กับเธอหรือเปล่า แต่เธอกลับยอกย้อนถามกลับมาให้ผมยิ่งรู้สึกมันเขี้ยวมาก พลิกตัวหันหน้าเข้ากับกำแพงหมอนข้างที่เธอสร้างซึ่งร่างบางอีกฝั่งก็พลิกตัวหันกลับมาในท่าที่ไม่ต่างกัน "พี่พาย" "..." "หลับแล้วเหรอ" "..." "ไหนดูซิ" เสียงหวานเรียกชื่อให้ได้ยินจนผมอยากขยับตัวเข้าไปใกล้ใกล้จนชิดกับกำแพงหมอนข้างรออยู่อย่างนั้นอยากรู้ว่าเธอจะหาอะไรมาตั้งคำถาม ในสมองก็แอบคิดถึงความซุกซนของเธอว่าจะทำอะไรแบบที่ผมคิดหรือเปล่า จนกระทั่งหมอนใบแรกค่อยๆ เลื่อนขึ้นทีละนิดจนเห็นเป็นช่องว่างให้ตาคู่กลมสบตาคู่คมในระยะที่ใกล้ แต่ยังไม่ใกล้มากพอจนมือใหญ่ต้องช่วยจับหมอนในมือเล็กแล้วโยนลงไปข้างเตียง ให้ผมได้ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกหน่อยจนปลายจมูกได้สัมผัสกันและกันทำคนขี้สงสัยนอนตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมา ชวนให้มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนไปเกี่ยวเส้นผมที่ปกปิดแก้มสีขาวอมชมพูขึ้นไปทัดใบหูเล็กแล้วลูบผมหนาเบาเบามองสบตาคู่กลมที่กำลังสั่นระริกเหมือนลูกแมวอยู่อย่างนั้น "เมื่อไหร่จะโต" เสียงแหบพร่าพยายามควบคุมอารมณ์ปั่นป่วนเอ่ยถามคนตรงหน้าเพราะอายุของเธอตอนนี้ยังไม่เหมาะให้ผมพาเธอไปสัมผัสกับความรู้สึกหวามไหว ที่จะมีผมคนเดียวเท่านั้นคนที่พาเธอไปรู้จักกับความรู้สึกนี้ ผมควรอดทนรออีกหน่อย "ขนมปังโตแล้วนะ" จุ๊บ "หึ ยั่วเกิน" แต่เส้นความอดทนของผมเกือบขาดลงเมื่อเสียงหวานแย้งอย่างสั่นสู้เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยจนริมฝีปากอวบอิ่มแตะลงบนริมฝีปากสีเข้มให้ผมได้ชิมความหวานอีกครั้ง จนผมแทบอยากจะให้อายุของเธอครบยี่สิบปีบริบูรณ์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเสียให้ได้ ทำได้เพียงทำลายกำแพงตรงกลางโยนสิ่งกีดขวางลงไปข้างเตียงด้านหลังเธอ แล้วเกี่ยวเอวบางดึงเข้ามากอดเลื่อนตัวลงไปซุกหน้าเข้ากับซอกคอหอมๆ สูดหายใจเข้าจนเต็มปอดอยู่อย่างนั้นพยายามนับหนึ่งถึงล้านไม่ให้ตัวเองเผลอทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ตอนนี้รู้สึกทรมานมากก็ตาม"เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก
รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต
"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ







