เข้าสู่ระบบ22:00
บ้านพักตากอากาศ กลิ่นบุหรี่คลุ้งอบอวลอยู่ภายใน เสียงดนตรีสากลที่ฟังแล้วแทงใจแสนเจ็บปวดดังแผ่วเบาตอกย้ำในความรู้สึกเคว้งคว้าง ธาวินนั่งเพียงลำพัง มือหนึ่งข้างถือแก้วเหล้า อีกข้างคีบบุหรี่ ควันยังลอยคลุ้งขาว ใบหน้าไม่มีความสดชื่นและสดใส แววตาเศร้าหม่น ยามมองเบาะของโซฟา ตำแหน่งเดิมที่เคยใช้พื้นที่ตรงนี้เริงรักกับผู้หญิงที่หายไป มันหลอกหลอนในสมองของเขาทุกวินาที จิตใจร้อนรุ่ม หัวใจบีดรัดราวกับคนจะตาย ธาวินไม่มีทีระบาย นอกจากการขว้างแก้วกระแทกลงพื้น เพล้ง!! “ขว้างแตกเอง เก็บเองนะ” แป้งเข้ามาพอดี เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเต็มตา เธอไม่ได้ตกอกตกใจอะไร เพราะรู้นิสัยพี่ชายตัวเองดี ตอนธาวินเครียดมักปาข้าวของ แต่ใช่ว่าจะทำเรื่อยเปื่อย มันต้องสุด ๆ และอัดอั้นในความรู้สึกของเขาแล้วจริง ๆ ถุงในมือวางลงโต๊ะ เป็นขนมและช็อกโกแลตหลายชิ้น แป้งเพิ่งกลับจากดูหนังคนเดียว ครั้นชวนคนแก่กว่าแต่ไม่ยอมไปด้วยกัน “กินไหม เผื่อใจจะสงบมากขึ้น” “...” ชายหนุ่มส่ายใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่พูดไม่จา ยันข้อศอกลงพนักพิงแขน บีบขมับตัวเองเบา ๆ แล้วถอนหายใจ “ไปขอโทษเขาสิ” ประโยคที่ออกจากปากคนอายุน้อย ทำธาวินหันขวับ มองใบหน้ากลมแป้นเพราะยัดขนมเต็มปาก “แป้งรู้นิสัยพี่ แต่อย่าลืมนะว่าโลกเรามันกลม ความบังเอิญมันมีอยู่จริง ทุกอย่างมันเป็นไปได้ คนเรามันก็มีอยู่แค่นี้ เดินสวนกันไปสวนกันมา แปลกตรงไหน ถ้าคนคนนั้นจะเคยสนิทกับคนที่เรารู้จัก” แป้งพูดหน้าตาเรียบเฉียบ มองมือถือพลางเขี่ยไปมา เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แต่ก็พูดไม่หยุด “...” “รู้ทั้งรู้ว่าคุณญ่าเคยรู้จักกับเฮียเมฆ พี่ก็ยังปล่อยทุกอย่างเดินหน้าต่อ แต่...ผีเจาะปากให้ปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง บ้านหลังนี้ผีปากปีจอเฮี้ยนจัง” คนอย่างธาวินไม่ยุ่งกับของคนรู้จักจริง ๆ และจะหยุดความสัมพันธ์ในตอนที่ไม่รู้ไว้ทันที แต่สำหรับเมญ่าถูกยกเว้นไว้หมดทุกข้อ เขารู้ว่าเมญ่าเคยรักเมฆา รู้ว่ามีสัมพันธ์ทางกายกันลึกซึ้ง แต่ไม่เคยมีความคิดอยากหยุดความรู้สึกนั้นไว้ ทว่ากลับเลือกทำร้ายหัวใจคนที่ทุ่มเทและหวั่นไหวด้วยการปฏิเสธอย่างเลือดเย็น ขัดแย้งกันสิ้นดี นาทีนี้หัวใจยิ่งบีบรัดหนัก แหงนหน้าขึ้นสูง มองเพดานด้านบนก็มีแต่รอยยิ้มของเมญ่าที่ส่งให้กัน ตอนที่ 24 ธาวินขาดไม่ได้ บรรยากาศในช่วงห้าโมงเย็นแดดร่มลมตก ก้อนเมฆบนท้องฟ้าปกคลุมหนามากขึ้น ขมุกขมัวเหมือนตั้งเค้าฝนแต่ก็ไม่ใช่ ธาวินพับขากางเกงขึ้นสูง ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง เดินย่ำเท้าเปล่าไปบนผืนทรายขาวละเอียด ถือกระป๋องเบียร์เปิดแล้ว ค่อยๆ สืบเท้าไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย ลมและคลื่นทะเลที่แรง พัดกลุ่มผมหนาดกดำปลิวไปตามแรงจนเสียทรง เสื้อเชิ้ตบนกายหนาปลิวไสวแทบจะหลุดออกจากตัวอยู่รอมร่อ ภายใต้แว่นตาดำ ทอดมองน้ำทะเลหมุนเป็นเกลียวคลื่นสูง สาดกระทบเข้าฝั่งดังซู่ ๆ สวนทางกับเสียงภายในใจที่มันเงียบสงัดและว้าเหว่มานานหลายวัน หากนับตั้งแต่เมญ่าลาออกเป็นการถาวร เธอหายไปจากที่นี่เป็นเวลา 6 วันกับอีก 14 ชั่วโมง ธาวินได้แต่อยู่กับความกระอักกระอ่วนภายในอกแทบจะระเบิดตูมออกมา ไม่มีเมญ่าทุกอย่างรวนไปหมด การกินการนอนมันผิดเพี้ยนอย่างน่าประหลาดใจ แทนที่เขาจะเฉยชากับความรู้สึกนี้ให้มาก แต่นับวันเขายิ่งอยู่ไม่สุข เวลาที่ห่างหายจากกัน ไม่ทำให้ธาวินลืมเลือนความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้น แต่มันกลับทำเขาโหยหาหนักกว่าเดิม เรี่ยวแรงก้าวเดินแทบไม่มี ในที่สุดหย่อนก้นนั่งบนผืนทรายเปียก ยกเบียร์ในมือดื่ม กรอกปากจนพร่องเหลือก้นกระป๋อง ปาดน้ำเมาที่ไหลอาบคาง พร้อมกับสูดพ่นลมหายใจขาดๆ เกินๆ ใจสั่นทุกครั้งที่นึกถึงเมญ่า ผู้หญิงที่เขาโพล่งปากบอกไม่กินต่อคนรู้จัก แต่...สวบไม่พัก เอาอะไรไม่กินแม่งเอ๊ย!! เธอหายไปจากชีวิตเขา แทนที่จะลืม ทำไมกลับจำทำไมวะธาวิน ทำไม ได้แต่ถามตัวเองอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่ให้คำตอบตัวเองไม่ได้สักคำถาม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำความรู้สึกเขาสั่นคลอนและสั่นไหวได้ขนาดนี้ ราวกับเจ็บใจหนัก บาดลึกลงก้นบึ้ง จนต้องบีบกระป๋องเบียร์ให้แหลกคามือ จิ๊ปากราวกับอยากร้องระบายออกมาดัง ๆ ทว่าไม่ทำอย่างนั้น เก็บทุกอย่างอัดอั้นภายในอก ดวงตาร้อนผ่าวและซึมทั่วเบ้า แต่โชคดีที่เขาสวมแว่นสีดำปกปิด ไม่อย่างนั้น นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปผ่านมาคงเห็นว่าเขาแอบน้ำตาซึม “คิดถึงเขาก็ไปง้อ นั่งหงอยเป็นหมาทำไม” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น แป้งเดินถือไอศกรีมมะพร้าวกินอย่างเอร็ดอร่อยเพราะเป็นของโปรด ยืนค้ำหัวชายหนุ่มที่นั่งหน้าเศร้า จ้วงเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม ก่อนจะยื่นให้พี่ชาย ครั้นสีหน้าไม่ต่างจากคนขาดน้ำตาลมาหลายวัน “กินไหม” “...” ธาวินไม่ตอบ เขาปัดมือขาวออกและนั่งมองท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ยิ่งเห็นเวิ้งกว้าง ความเหงาและเงียบงันยิ่งปกคลุมก้อนเนื้อหัวใจไม่รักดี “บ้านคุณญ่าอยู่ไม่ไกล ขับรถสองสามชั่วโมงก็ถึง” “...” คนฟังยังเงียบ แต่กำลังฉุกคิดบางอย่างในหัว “ลดฐิทิลงบ้าง จริงที่พี่ไม่คบต่อจากคนรู้จัก แต่ชั่งใจดู คนนี้พี่รักไหม” ถ้าตัดเรื่องที่เมญ่าเคยเป็นผู้หญิงของน้องคนสนิทมาก่อน ตอบได้เต็มปากเลยว่าเขาแอบยกทั้งใจให้เธอคนนี้มาแล้ว ไม่เคยพูดให้ได้ยิน แต่การกระทำมันชัดเจนทุกอย่าง แม้จะรู้ทีหลังว่าเมญ่าและเมฆาเคยเป็นอะไรกันมา ก็ยังไม่ยอมหยุดความสัมพันธ์นั่นลง “เป็นแป้งไปง้อนานแล้ว ไม่นั่งซึมเศร้าแบบนี้หรอก” “ง้อ...” “อืม...งอ ออ งอ ไม้โทง้อน่ะ สะกดเป็นไหม” “ง้อแล้ว...” ที่พูดมาคงเข้าหูธาวินบ้าง เขาเริ่มต่อบทสนทนากับคนเด็กกว่ามากขึ้นจากที่เอาแต่เงียบมาหลายวัน “ง้อก่อน ง้อแบบเดินชนไปเลย” เขามองน้องที่ยืนค้ำหัวไม่รู้จักว่าใครเกิดก่อนเกิดหลัง แต่กระนั้นก็ไม่ถือสาเพราะเห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ในความใจเสาะ เคยคิดอยากไปขอโทษเมญ่าสักครั้งแต่ก็ไม่กล้า ตอนนี้มันเริ่มแกร่งเหมือนปากเข้าเสียแล้ว “ญ่าจะหายโกรธพี่ใช่ไหม” “คำถามนี้ยากอ่ะ แป้งไม่ใช่คุณญ่า แต่ถ้าพี่ขาดเธอไม่ได้ ง้อเท่านั้น ทุกอย่างมันจะดีขึ้น” “พี่...” “ลองดู คนอย่างพี่วินทำได้อยู่แล้ว” แป้งก้มตัวตบบ่าคนแก่กว่า จากนั้นเดินกินไอศกรีมรับลมแบบสำราญใจเดินตรงไปเรื่อย ๆ เพียงลำพัง บางจังหวะก็คุยกับนักท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ ธาวินเหมือนได้รับแสงสว่าง หลังจากมืดมนมานานหลายวัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยๆ หากเอาหน้าไปให้เมญ่าเห็น เธอคงใจอ่อนบ้างล่ะ20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







