Masuk22:00
คืนนี้พระจันทร์ไม่ได้สวยงาม เมญ่านั่งบนเตียงไม้หลังบ้าน มองท้องฟ้าครึ้มๆ ไม่ต่างจากใจเธอในตอนนี้ กลิ่นคาวปลาจากท่าเรือ ทั้งกลิ่นเหม็นน้ำเน่าอบอวลลอยคลุ้ง เมญ่ายังไม่ชินเพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นานหลายปี “ยังไม่นอน” เสียงที่เอ่ยขึ้นเป็นผลให้เมญ่าหลุบใบหน้าต่ำลง หันด้านซ้ายเห็นเงาราง ๆ เดินใกล้เข้าก็รู้ว่าเป็นแม่เดินมาจากบ้านลุงสมิง คงไม่พ้นนั่งคุยกันตามประสาคนมีอายุ ครั้นเรือประมงของลุงเทียบท่าและได้ปลามาเป็นตัน “นอนไม่หลับ” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาและสะท้อนความชอกช้ำออกมา บรรยากาศเงียบยิ่งพาใจเหงามากกว่าเดิม “ลูกแม่เข้มแข็งจะตายไม่ใช่เหรอ” นั่นคือสิ่งที่มุตารับรู้มาตลอด ลูกสาวคนโตของบ้านไม่ใช่คนอ่อนแอ แข็งแกร่งมากกว่าเธอที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้อย่างกับคนละคน เมญ่าคนเดิมหายไป คนอายุน้อยถอนหายใจ มองปลายเท้าที่ลอยเหนือพื้นเล็กน้อยเพราะเตียงสูง ลมหายใจพ่นออกมาหนัก ๆ จนมุตาได้ยิน ลูกสาวเธอกำลังทุกข์ใจ เจ็บช้ำ จากใครก็ไม่รู้ “แม่ว่า ญ่างี่เง่าเหมือนเด็กไหม เอะอะก็หนีออกมา” ประโยคนี้ทำมุตากระจ่าง เมญ่าหนีความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจจนแทบกร่อน มองลูกสาวก้มหน้าก้มตาหรือแอบร้องไห้ภายในความมืดอยู่ก็ไม่ทราบได้ “แม่ไม่เคยสอนให้ลูกอดทนกับความเจ็บปวด” ใบหน้าอมทุกข์ค่อย ๆ แหงนขึ้น เธอคิดถูกที่เลือกกลับบ้าน ไม่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมเหมือนที่ผ่านมา มือเหี่ยวเอื้อมจับศีรษะทุย ลูบเส้นผมลื่นตรงแผ่วเบา พลันนั้นเมญ่าก็สวมกอดเอวมีพุงย้วยของแม่ทันทีและมีน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่น้ำตาจากการคิดถึงใครบางคน เธอดีใจ ซาบซึ้งใจที่มีแม่คอยเป็นยารักษาแผลฉกรรจ์ทางใจอยู่ข้าง ๆ“ขอเวลาหน่อยนะแม่ ญ่าจะกลับมาเป็นคนเดิม” “ให้ไม่นานนะ” “ค่ะ” นั่งกอดกัน ภายใต้ความมืดและมีแต่กลิ่นคาวเหม็นคลุ้งจากน้ำเน่า ทว่ามันก็เป็นความสุขตามประสาแม่ลูก บนท้องถนน รถสปอร์ตขับมาด้วยความเร็วสูง ปลายทางมุ่งหน้าไปยังต่างอำเภอที่อยู่ห่างเมืองภูเก็ตเกือบร้อยกิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน ธาวินใช้ G****e Map นำทางมายังจุดหมายที่เขาต้องการ ดวงตาจดจ่อกับทัศนวิสัยด้านหน้า แต่หัวใจมันจดจ่ออยู่กับผู้หญิงที่เขาโหยหา ระยะทางค่อนข้างไกล แต่ธาวินใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเหยียบคันเร่งในอัตราความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด กระทั่งมาถึงเขตพื้นที่แห่งหนึ่ง เขาชะลอความเร็ว ขับรถวนไม่ต่างจากคนหลง ครั้นแผนที่บน Map มันหลุดและจับไม่ได้อีกเลยสัญญาณมือถืออ่อนลง... “ไปทางไหนต่อ” อำเภอนอกเมืองค่อนข้างมืด แสงไฟข้างถนนแทบนับได้ว่ามีกี่จุด เขาเคลื่อนรถช้าลงแต่ยังไม่หยุดจอด กระทั่งมาเจอร้านสะดวกที่คาดว่าจะเปิดทั้งคืน ลงจากรถได้ก็ถือเอกสารฉบับหนึ่งติดมือ เป็นแบบฟอร์มการกรอกสมัครงานของเมญ่า มีที่อยู่และเบอร์โทรชัดเจน กระนั้นเบอร์ที่ระบุไว้และช่องทางการติดต่อที่เขาเคยมีตอนนี้มันถูกตัดขาด “ขอโทษครับ” “รับอะไรดีครับ” เมื่อเจ้าของถามมาแบบนั้น หากอยากขอความช่วยเหลือธาวินคงต้องช่วยซื้ออะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไป ดวงตาคมมีความเหนื่อยล้าจากการทำงานและยังตั้งหน้าตั้งตาขับรถมองหาของที่คิดว่าอาจได้ใช้ “งั้นเอาบุหรี่หนึ่งซอง” เจ้าของร้านหยิบบุหรี่ที่ผลิตในประเทศไทย แต่ธาวินดูดยี่ห้อมาจากต่างประเทศ “เอาอะไรเพิ่มไหมคะ” “เอา...ไฟแช็กและน้ำเปล่า” “ร้อยสามสิบค่ะ” ของทุกอย่างใส่ลงถุงพลาสติกใส่และวางตรงหน้า ธาวินควักเงินสดในกระเป๋า หาแบงก์ย่อยก็ไม่มีนอกจากแบงก์สีเทาหลายใบ “นี่ครับ” “ไม่มีทอนเลยค่ะ โอนได้ไหม” ถ้าจะโอนต้องเดินย้อนกลับไปเอามือถือที่รถ คงเสียเวลาไปมากกว่านี้ อีกครั้งสัญญาณมือถือค่อนข้างอ่อนและไม่เสถียรเอาเสียเลย “ไม่ต้องทอน แต่ผมอยากขอความช่วยเหลือ” เขายื่นเงินในมือให้คนตรงหน้า โดยไม่รับเงินทอนและแลกกับการช่วยเหลือ “ดะได้ค่ะ คุณต้องการอะไร” “บ้านหลังนี้อยู่ตรงไหน” ชายหนุ่มวางเอกสารยับๆ ลงโต๊ะ เจ้าของร้านผู้หญิงสวมแว่นสายตาหนาเตอะ ดันกรอบแว่นแล้วเพ่งมองบ้านเลขที่ 77/4 ผงกหน้าขึ้นมองต้นเสาเก่า ๆ มีจิ้งจกเกาะอยู่สองสามตัว ทำท่านึกและใช้เวลาอยู่หลายนาที ขณะที่ธาวินยืนร้อนอกร้อนใจอยากได้คำตอบในตอนนี้ “อ๋อ...บ้านนางมุตา” “มุตา” ใช่ ชื่อมุตาคือแม่ของเมญ่า เขาเองก็พอทราบ สอบถามต่อและนั่งเก้าอี้เพื่อความแน่ใจ กระทั่งได้พิกัดบ้านหลังนี้อย่างชัดเจน อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขาจะได้เจอเมญ่าแล้ว ตอนที่ 25 ธาวินตามง้อ ยิ่งดึกฟ้าก็ยิ่งมืดมัว ลมเริ่มแรงเพราะบนฟ้าตั้งเค้าเตรียมฝนตก “เข้านอนเถอะญ่า” “แม่เข้าก่อนเลย ญ่าเดินดูความเรียบร้อยก่อน” บ้านหลังน้อยไม่ได้เป็นระเบียบมาก ข้าวของวางเกลื่อนเพราะส่วนมากล้วนเป็นแต่อุปกรณ์ทางการประมงและของใช้เก่า ๆ ในบ้านที่รอขนออกไปทิ้ง เมญ่าเดินเข้าทางด้านหลัง เปิดประตูห้องนอนมองน้องสาวฝาแฝดสองคนนอนตะแคงหลังชนกัน กระชับผ้าห่มถึงคอในผ้าผืนเดียวกัน ท่าทางเหนื่อยมากทีเดียว ครั้นช่วงนี้เรียนหนักและมีกิจกรรมภายในโรงเรียน พลันนั้นเรียวปากสีชมพูที่เกิดจากการสักเมื่อหลายปีก็แขวนขึ้นราวอิ่มเอมใจ เห็นแม่ เห็นน้อง ช่างมีความสุขเหลือเกิน ส่วนมุตาเอาที่นอนเล็ก ๆ ที่ไว้พับเก็บไว้อย่างดีออกมา ปูนอนบนพื้นห้องที่ถูกกั้นด้วยไม้อัดและใช้ผ้าปิดแทนประตู บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตจนมีพื้นที่เหลือมากมาย แต่ก็ไม่ได้เล็กชนิดที่ว่าคับแคบ ทว่ามันเติมเต็มไปด้วยความสุขของผู้หญิงทั้ง 4 คน เมญ่าสำรวจหน้าต่าง จัดการล็อกให้แน่นหนา กันฝนสาดเข้ามาด้านใน ก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้าน กรงหมาไอ้ด่างล็อกแน่นสนิท เพราะหมาตัวนี้มันชอบเสียงฟ้าร้องและวิ่งหนีหายออกจากบ้านก็บ่อยครั้ง เธอสำรวจรอบ ๆ ดูว่ามีข้าวของอะไรที่ต้องเก็บเพื่อหนีฝน จัดนั้นจัดนี่ให้เข้าที่และกันลมกระโชกแรงพัดปลิว “เรียบร้อย” มือขาวปัดฝุ่น หมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าไปบ้านนอนพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยสู้ต่อกับวันใหม่ ก็ต้องชะงักและมองไปด้านหน้า ดึกดื่นป่านนี้มีแสงไฟจากรถใคร เมญ่าขมวดคิ้ว มองรถคันดังกล่าวช่างคุ้นตา คนในรถเปิดประตูลงมา แต่เพราะแสงที่ส่องสะท้อนทำเธอเห็นเพียงของร่างสูง ๆ ยืนข้างรั้วบ้าน เพ่งดวงตาสีอ่อนมองช่างคุ้นตาเหลือเกิน ขยับเท้าไปใกล้มากขึ้น ก็เห็นได้ชัดว่านี่คือธาวิน“ญ่า...!!”20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







