Masuk
เสียงของหนักหล่นจากกำแพงสูงลงมากองบนทางเท้า เรียกความสนใจจากคนเดินถนน พวกเขาพบร่างกายร้าวระบมของเด็กสาวคนหนึ่งนอนงอตัวบนพื้น คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตต่อไป ตัดสินเด็กสาวไปแล้วว่าใจแตก เกเร มีเด็กนิสัยดีที่ไหนจะปีนกำแพงออกมาทั้งที่โรงเรียนยังไม่เลิก มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่รุดเข้ามาพยุงเด็กสาวให้ลุกขึ้น แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าใบหน้า แขน ขาเด็กสาวเปื้อนคราบเลือดและร่องรอยถูกทำร้าย เครื่องแบบนักเรียนที่สวมใส่ก็ถูกกรีดจนเห็นไปถึงข้างใน
“ถูกใครทำร้ายมาเหรอน้อง ให้พี่พาไปหาหมอไหม”
ชายใจดีเสนอ เด็กสาวไม่ตอบรับดึงมือออกกิริยาหวาดผวา เดินโซซัดโซเซลากขาเดินหาป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางมีคนเสนอช่วยเป็นระยะ ทว่าเด็กสาวหวาดกลัวเกินกว่าจะรับความช่วยเหลือจากใคร ลากขาข้างขวาที่เจ็บหนักจากการถูกมีดกรีดมาตามทางเท้า ต่อสู้กับอากาศร้อนอบอ้าวจนเจอป้ายรถเมล์
มีรถคันหนึ่งจอดเทียบแต่กำลังเคลื่อนตัวออกไป สภาพร่างกายอย่างนี้ไม่มีทางตามทัน เด็กสาวขอให้รถเมล์รอ ทว่าเสียงร้องไห้และน้ำตาที่พรั่งพรูออกมามีมากเกินไปกลบเสียงจนหมด
ไม่รู้ว่ารถจะผ่านทางกลับบ้านหรือเปล่า แค่อยากไปจากที่นี่ กลัวครูสังเกตเห็นเครื่องแบบนักเรียนแล้วมาลากตัวกลับไป สำหรับเด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวมีฐานะ โรงเรียนนานาชาติแห่งนั้นเปรียบเหมือนสวรรค์ แต่แกะดำเพียงหนึ่งเดียวในโรงเรียนอย่าง พิยดา ไม่ต่างไปจากนรก
เด็กสาวเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายเกือบจบชั้นปี แต่ไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ถูกเพื่อนร่วมชั้นและรุ่นพี่รุมแกล้งทุกวัน คนเห็นกันหมดทั้งโรงเรียนทว่าไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่าแม่พิมพ์ของชาติก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วย มิหนำซ้ำพวกเขายังเรียกคนที่ถูกทำร้ายอย่างหล่อนเข้าไปต่อว่า เพียงเพราะเหตุง่ายๆ ต่อให้ด่าแทบตายพิยดาก็ไม่มีพ่อแม่มาปกป้อง
พ่อ คือคนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้ว่าเป็นใคร
แม่ คือหญิงพิการถูกหลอกเข้ามาทำงานกลางคืนในเมืองหลวง ตำรวจบุกเข้ามาจับเจ้าของสถานบันเทิง หลังได้รับรายงานว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกค้ามนุษย์ แม่หลุดพ้นมาได้ แต่เพราะความพิการหลายอย่างจึงไร้ที่ไป
นักธุรกิจคนหนึ่งสะดุดตาเข้ากับรูปร่างหน้าตาหญิงพิการที่สวยเกินกว่าจะเป็นคนเร่ร่อน รับแม่กลับมาอาศัยในบ้านคนรับใช้ เมตตาถึงขั้นสั่งสืบที่อยู่ และพากลับไปส่ง แต่เมื่อรู้ว่าแม่ไม่มีบ้านและไม่มีญาติคนไหนต้องการรับกลับไปเป็นภาระ เขาไม่มีทางเลือกจำใจรับกลับมากรุงเทพ ให้แม่ทำงานบ้านแลกกับเงินและพักบ้านคนรับใช้
ก่อนรับมาทำงานเขาคงคิดคำนวณมาเป็นอย่างดีว่าคุ้ม เทียบกับค่าแรงสมัยนั้น เขาสามารถจ้างหญิงพิการไม่มีที่ไปได้ราคาถูก แต่เขาคำนวณผิด เพราะเพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อจากนั้นท้องหญิงพิการก็ขยายใหญ่จนคนรอบข้างผิดสังเกตและตรวจพบการตั้งครรภ์
เด็กคนนั้นคือ พิยดา หลายปีที่เกิดมาไม่เคยมีวันไหนไม่ถูกล้อเลียนชาติกำเนิด ว่ามีแม่เป็นคนพิการเคยขายตัวจนท้อง
“ขึ้นมาเลยน้อง!”
กระเป๋ารถเมล์ชายได้ยินเสียงผู้โดยสารบนรถทักท้วง สอดส่องสายตามองไปด้านหลังเห็นเด็กสาวมีสภาพย่ำแย่ร้องบอกคนขับให้จอดก่อนโหนประตูออกมาเรียก เด็กสาวเกือบจะทรุดตัวลงบนพื้นถนนด้วยความสิ้นหวัง ได้ยินเสียงทรงพลังเจือปนความเมตตาก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมา พาร่างกายบอบช้ำขึ้นไปบนรถคันนั้นสำเร็จ
“หนู หน้าไปโดนอะไรมาลูก”
ชายชราขาไม่ดีสละที่นั่งให้เด็กสาว รถเมล์กระชากตัวแกเกือบล้ม เด็กสาวคว้าแขนชายแก่กลับมานั่งที่เดิม ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นถัดจากที่นั่งของแกก้มหน้าร้องไห้ถูกคนมองทั้งรถ
“ไม่เป็นไรน้อง พี่ไม่คิดเงิน”
วินมอเตอร์ไซค์จากป้ายรถเมล์ มาส่งเด็กสาวหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ติดป้ายชื่อ อัศวเมฆินทร์ ปฏิเสธการรับเหรียญจากฝ่ามือเด็กสาวจำนวนยี่สิบบาท เด็กสาวก้มมองเงินในมือ ซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคนเดินดินกินข้าวแกงที่มักจะเห็นใจคนระดับเดียวกัน แตกต่างจากคนอีกชนชั้นที่รังเกียจคนจน
คฤหาสน์ตั้งอยู่บนพื้นที่สองพันตารางเมตร ตัวตึกสูงสองชั้น เก้าห้องนอน สิบห้าห้องน้ำ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตัวบ้านไม่ได้ใหม่ก่อสร้างมานานกว่าห้าสิบปีตกทอดมรดกมาถึงคุณไกรสรประมุขคนปัจจุบัน
ช่วงบ่ายวันธรรมดานอกจากคนรับใช้ก็ไม่มีเจ้านายคนไหนอยู่บ้าน คุณไกรสรมีภาระงานในบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ ส่วนลูกๆ ของท่านทั้งสองคน คนโตเข้าไปช่วยงานบริษัท คนเล็กยังเรียนหนังสือ เป็นเหตุผลหลักที่เลือกกลับบ้านในช่วงเวลานี้ จะได้ไม่ต้องตอบคำถามคนเหล่านั้น ว่าไปถูกใครทำร้ายมา บอกไปไม่ถูกด่ากลับว่าสร้างปัญหาก็หนีไม่พ้นจะต้องถูกถากถาง
พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายร้อนจากแสงแดด เด็กสาวลูบแขนบรรเทาความร้อน เดินอย่างระมัดระวังไม่ลงน้ำหนักบนท่อนขาข้างที่เจ็บ ลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้เลียบคฤหาสน์ไปยังบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้
เด็กสาวปลดสายกระเป๋าวางลงเก้าอี้ไม้หน้าบ้าน ตักน้ำจากถังที่ตั้งไว้รองน้ำฝนมาล้างหน้าจนสะอาด บางส่วนกระเด็นข้ามาในปากก็กลืนกินมันลงไปด้วยอย่างไม่รังเกียจ นั่งพักจนขาสองข้างหายสั่น เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าประตูบ้านปิดสนิทราวกับว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน แต่ถ้าไม่มีใครอยู่แล้วทำไมไม่ใส่กุญแจ ไม่ล็อกประตูรั้วป้องกันผู้ไม่หวังดีลักลอบเข้ามา
เด็กสาวเดินเท้าเปล่าบนพื้นปูนเย็นไปหมุนลูกบิดประตูก็แปลกใจไปกันใหญ่เมื่อบ้านไม่ได้ล็อก
“แม่จ๋า”
แม่บกพร่องทางการได้ยินต่อให้เรียกเสียงดังมากแค่ไหนก็ไม่รับรู้ แค่อยากส่งเสียงเผื่อว่าจะมีใครสักคนอยู่ข้างใน“ยายจ๋า พิมกลับมาแล้ว”
ส่งเสียงผ่านริมฝีปากแตกยับอีกครั้ง เปลี่ยนจากเรียกหาแม่เป็นเรียกหาหญิงชราที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่แรกเกิด ทว่าก็ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมาเช่นเคย กระทั่งมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่จึงลากขาเจ็บๆ กลับไปเอากระเป๋า เดินขึ้นบันไดไม้ผุพังไปยังห้องนอนชั้นสองที่แชร์กับแม่สองคน ยกขาขึ้นบันไดแต่ละขั้นทำเอาเด็กสาวเจ็บจนน้ำตาเล็ด
เอี๊ยด เอี๊ยด
เสียงขาเตียงโยกดังมาจากห้องนอน ประสานกับเสียงทุ้มต่ำที่ถึงแม้เด็กสาวจะไม่ประสีประสาก็รู้ว่ามันคืออะไร เด็กสาวตัวสั่น จับราวบันไดด้วยมือที่สั่นเทาพยุงกายขึ้นไปบนยอดบันไดตั้งใจฟังให้ชัดเจนอีกครั้ง พลันเข่าอ่อนทรุดลงบนพื้นเมื่อมั่นใจว่าเสียงดังมาจากห้องนอนแม่
คำถามขึ้นมาเต็มหัวว่าแม่สมยอมหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ระหว่างลุงสมศักดิ์กับคุณไกรสรที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เด็กสาวก็ยอมรับไม่ได้ แม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ปกป้องลูกไม่ได้ ก็ไม่ควรจะปล่อยตัวเองให้ตั้งท้องและคลอดลูกคนที่สองออกมาให้คนรังเกียจ พิยดารูปร่างผอมบาง ส่วนสูงน้อย น้ำหนักน้อย ส่งผลให้ฝีเท้าเบาตามไปด้วย กว่าคนข้างในจะรู้ตัวว่าประตูไม้บานเก่าถูกผลักเข้ามาก็สายเกินไป
ทั้งสองคนประสานสายตากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง เด็กสาวแทบลืมหายใจ ส่วนคุณไกรสรคว้าผ้าห่มมาปิดบังร่างกายเปลือยเปล่า โดยไม่คิดจะห่มผ้าให้หญิงพิการตัวเปลือย ถูกกระทำลึกซึ้งทว่าหล่อนหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา เด็กสาวน้ำตานองหน้า ลมหายใจติดขัดเป็นห้วงๆ อากาศรอบตัวหายไปหมดจวนเจียนจะขาดสติ
“นี่มันอะไร ฮือๆ คุณทำอะไรแม่หนู!”
“แกมาได้ยังไง นี่มันเวลาเรียนไม่ใช่เหรอ!”
เจ้าบ้านโกรธจนควบคุมสติไว้ไม่อยู่ ตวัดขอบผ้าห่มพันรอบท่อนล่าง ตรงรี่เข้าไปสะบัดข้อมือตบหน้าเต็มแรงจนแกฟุบล้มบนพื้น
“แกไม่มีสิทธิ์มองฉันด้วยสายตาแบบนั้น! ฉันจะทำอะไรกับแม่แกก็ได้! รู้บ้างไหมว่าฉันหมดเงินเท่าไหร่ให้แกได้เติบโต ได้เรียนหนังสือ ฉันต้องทุ่มเทเงินทองไปเท่าไหร่กับพวกแก!”
“คุณทำอย่างนี้กับแม่นานหรือยัง ฮือ... เพิ่งทำใช่ไหม ไม่ใช่ทำ... ตั้งแต่วันแรกที่พาแม่มาอยู่ด้วย”
“ทำไม สงสัยว่าฉันเป็นพ่อแกงั้นเหรอ! จะใช่ หรือไม่ใช่ ฉันก็ชุบเลี้ยงแกมาจนโต!”
“ที่ถาม ฮือ... เพราะหนูไม่อยากให้ใช่!”
“เด็กเนรคุณ แกไม่อยากให้ฉันเป็นพ่อแกงั้นเหรอ!”
กระหน่ำทุบตีเข้ากลางไหล่ลูกสาวที่ตนเองไม่ยอมรับ
“ใครจะอยากมีพ่อแบบนี้! ฮือๆ แค่โยนเศษข้าวมาให้ ยังกล้าทวงบุญคุณอีกเหรอ! คุณเลี้ยงหนูให้เป็นคนรับใช้! หนูถูกแกล้ง ถูกด่า ถูกทำร้ายมากแค่ไหนคุณก็ไม่เคยสนใจ! ปล่อยให้พวกเขาทำร้ายหนู! บังคับหนูเข้าโรงเรียนไฮโซไปให้พวกเขารุมตบทุกวัน คุณก็ไม่เคยสนใจ หนูไม่อยากเกิดมา! ไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ หนูเกลียดคุณ! เกลียดแม่! เกลียดคนที่ทำให้หนูเกิดมา! ถ้าคนนั้นเป็นคุณ หนูก็ยิ่งเกลียด”
พฤติกรรมก้าวร้าวจากเด็กอ่อนต่อโลกแสดงออกมาครั้งแรกนับจากแรกเกิด เขาโกรธและเสียใจในเวลาเดียวกันที่ตบลูกสาวจนแกเลือดไหล และเพิ่งสังเกตเห็นว่าร่างกายเด็กสาวเต็มไปด้วยรอยแผล เสื้อกับกระโปรงก็ถูกกรีดจนขาด จะตามไปแต่ทำไม่ได้เนื่องจากร่างกายไม่มีเสื้อผ้า หงุดหงิดตัวเอง ย้อนกลับมาสวมเสื้อผ้าให้ตนเองและหญิงพิการ ที่มักจะอาศัยช่วงคนอื่นไม่อยู่บ้านวางยานอนหลับปลุกปล้ำ หญิงพิการอาจจะรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่หล่อนพูดไม่ได้จึงเก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ กว่าจะจัดการเสื้อผ้าได้ก็เสียเวลาหลายนาที ตามมาถึงหน้าบ้านเด็กสาวก็หายตัวไปแล้ว
- Special -รักยาวนานตราบเท่ามีลมหายใจ“ป๊ะ ม๊ะ”เสียงเล็กใสมาจากเด็กชาย มือป้อมเล็กคู่นั้นยื่นออกมาเรียกให้แม่มาอุ้ม ย่ามลรู้งาน เบี่ยงเบนความสนใจพาหลานชายไปเล่นกับเอเดน สะบัดมือไล่ลูกๆ ให้ไปพักผ่อนกันตามสบาย ส่วนหลานชายท่านจะช่วยดูแลเอง ป๊ะ ม๊ะน้องภามส่งยิ้มให้กัน น่ากลัวเหลือเกินว่าคุณย่าจะอยากให้น้องริรินมาเกิดเร็วกว่าที่คุยกันไว้“ป่านนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงจะเข้าห้องหอกันแล้วนะคะ”พิยดาชวนสามีคุย ปลดต่างหูเพชรเม็ดน่ารักออกทีละข้างจัดเก็บใส่กล่องเรียบร้อย“ได้ยินบ่นว่าเหนื่อย ลุ้นตามคู่เราขาจะแข็ง เพิ่งจะขอตัวไปพัก”เขาอยู่ที่ริมระเบียง ชมพลุชุดสามที่จุดสว่างไสวทั่วทั้งท้องฟ้า ราวกับเจ้าภาพต้องการกระจายข่าวให้คนทั้งเกาะฮ่องกงรู้ว่ามีพิธีวิวาห์เกิดขึ้น ถึงแม้จะจัดงานเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมยินดีได้จากการออกมาดูความสวยงามของพลุหลากสี“คืนเข้าหอจะได้พักไหมเถอะ” ย่นจมูกให้สามีในทางทะเล้นถึงพี่สาวจะมีลูกชายโตจนเดินได้ แต่คืนแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีบ้าง“ถ้าเป็นคืนแต่งงานของเรา พิมจะอยากพักที่หมายความว่าพักจริงๆ หรือเปล่าคะ”พลุจบลง ศรันย์ดึงปิดผ้าม่านกลับมายืนซ้อนแผ่นหลังบอบบาง ช่
ตอนพิเศษEP.6 สวนสนุกตันตันแลนด์“คุณเฟื่อง สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์คุณภพค่ะ” ยม พี่เลี้ยงใจดีของคุณหนูกัปตันคุณหนูกราฟนำมือถือที่แผดเสียงดังมาส่งให้เจ้านายถึงในห้องครัว ช่วงสายวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเฟื่องเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้สามี และลูกชายกินด้วยตัวเอง“เจ้าของเครื่องไปไหนคะ ไม่อยู่แถวนั้นเหรอ”“ไม่อยู่แถวนี้ค่ะ แต่ถึงเอาไปให้ ก็น่าจะไม่สะดวกรับเอง”พบพิรุธบางอย่างที่ทำให้เฟื่องลดาอยากหักก้านมะยมมารูดไว้รอตีพ่อของลูกฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน ไม่ใช่ว่าแอบพาลูกออกไปเกลือกดินกลิ้งโคลนเหมือนที่แล้วๆ มาหรอกนะ“มาม๊า”เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทสามี ลูกชายก็ยื่นหน้าข้ามกรอบหน้าต่างมาทักทาย“ไปทำอะไรตรงนั้นลูก ไม่เข้าบ้านมาหาคุณแม่”“น้องตันหิวน้ำค้าบ”ตาหนูน้อยวัยสามขวบครึ่งยิงฟันยิ้มน่ารัก“เอาน้ำเปล่าหรือน้ำส้มครับ คุณแม่คั้นส้มไว้สดๆ เลย”“น้ำอัดลมไม่ได้เหรอค้าบ”“ได้ค่ะ แต่บอกคุณแม่ก่อนนะ คุณพ่อพาเล่นอะไรครับ”“เล่นนี่ค้าบ...”เลิกซ่อนหลังหน้าต่าง ยกท่อนแขนเล็กสองข้างขึ้นอวดโคลนที่พอกเต็มแขนจนแห้ง“ป๊ะป๋า”“ป๊ะป๋าค้าบ”ตาหนูน้อยวิ่งเร็วกลับมาหาป๊ะป๋าภพ หุ้นส่วนรายใหญ่ของสวนส
ตอนพิเศษEP.3 จนกว่ารักจะผลิบานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พิยดาเจอเขาติดต่อกันถึงสามครั้งในรอบสามเดือนหล่อนบีบมือให้หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง แค่ความบังเอิญเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจ เขาไม่ได้จะกลับมาหาตามคำสัญญาที่เคยพูดไว้แล้วก็จริงตามนั้น เมื่อรู้ข่าววงในมาว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ที่บังเอิญเจอเขาในร้านกาแฟแห่งนั้นบ่อย ก็เพราะเขาพักโรงแรมละแวกนั้นอุตส่าห์เผื่อใจไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดีหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในร้านกาแฟหรือไม่ พิยดาไม่เคยมองเข้าไปในร้านเลยสักครั้งให้เขากับหล่อนไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกันแต่แรก อาจจะช่วยไม่อึดอัดเท่าบังเอิญสบตากันเบื้องหลังความจริงที่พิยดาไม่เคยรู้ การคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง เขาแค่แกล้งเก๊กทำหน้าเข้มไปอย่างนั้น ในสายไม่ได้คุยกับใคร เขามักจะคอยแอบมองอยู่เสมอว่าหล่อนจะเดินผ่านหน้าร้านไปตอนไหนไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปหา แต่เข้าไปครั้งไหนก็ถูกเมินเสมอ จึงไม่มีความกล้ามากพอจะเข้าไป เขาเต็มใจพาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของหล่อน เพื่อให้คนที่เขารักไม่ลืมว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ ขอแค่หล่อนหันหลังกลับมาก็จะเจอเขาผ่านการใช้ชีวิตตามใจตัวเองมามาก เค
ตอนพิเศษEP.1 อดีตถึงปัจจุบันไม่ง่ายเลย กับการให้โอกาสชายคนที่ฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กลางใจ เก้าปีที่เลิกกัน ผ่านการเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้ ขณะที่หล่อนสูญเสียจิตวิญญาณ นอนเหมือนผีตายซากอยู่โรงพยาบาล เสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขากลับสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โร้ดทริป กิน เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมีผู้หญิงแปลกๆ มาคอมเมนต์ กดหัวใจให้เขาทุกโพสต์ และเขาก็กดหัวใจให้ทางนั้นบอกตัวเองให้พอ เลิกส่องชีวิตเขาได้แล้ว แต่ยิ่งห้ามหัวใจก็ยิ่งทำในสิ่งตรงข้าม สืบส่องชีวิตเขาเก็บมาเจ็บอยู่คนเดียวออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ถูกเค้นถามว่าท้องกับใคร ไม่เคยคิดจะบอก ยอมเจ็บคนเดียว ให้เวลาเยียวยาหัวใจ จะท้องตอนไหน ท้องกับใคร ในเมื่อลูกไม่อยู่กับหล่อน ก็ไม่สำคัญอีกแล้วเป็นช่วงปิดเทอมที่บีบหัวใจ พิยดาไม่ออกจากอาณาเขตบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากได้อะไร จากเด็กสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมองหาความสดใสจากคนในกระจกไม่เจอ หายใจทิ้งให้ปฏิทินที่เปลี่ยนผ่านจากวันสู่อีกวัน ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างความรู้สึกอยากและไม่อยากอยู่ต่อเงินน้อยนิดที่รวบรวมไว้เพื่อจะ
บทส่งท้ายบทสรุปความรัก“ผมต้นครับ ต้นตระกูล ธนโชติทรัพย์”“หนึ่งในชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งสร้างความเสียหายให้คุณพิยดา คุณศรันย์ และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย” “ในวันนั้นผมทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้มีวุฒิภาวะมากเท่าในปัจจุบัน ผมละอายในความผิด หนีไปเรียนเมืองนอก เรียนจบก็อาศัยอยู่ที่นั่นมาจนถึงเดือนที่แล้วที่กลับไทย เพราะคุณพ่อและน้องชายป่วย” “ผมอยากใช้พื้นที่นี้ กราบขอโทษน้องพิม ที่ทำให้น้องเสียหาย ได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น...”“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง จะจับผมเข้าคุกก็ได้ เพื่อแสดงเจตนาว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ คืนนั้น น้องพิมไม่ได้ถูกล่วงเกินจากผม หรือจากใครทั้งนั้น” “คลิปภาพถูกตัดออกไปเกือบครึ่ง เปิดไปไม่ถึงช่วงที่มีคนตามมาช่วยเหลือน้อง ก่อนจะพาน้องที่บาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล...”“เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ผมขออนุญาตเผยแพร่คลิปนั้นอีกครั้ง โดยไม่ตัดทอนใดๆ ออก ยกเว้นการเบลอภาพบางส่วนเพื่อปกป้องเกียรติลูกผู้หญิง” “การเปิดเผยคลิปครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณศรันย์ สามีของผู้เสียหาย และตัวผู้เ
บทที่27จากไปไม่มีวันหวนคืนห้องเสื้ออารานีครึกครื้นมากกว่าทุกวัน แม่มลหน้าชื่นตาบานนำชุดแต่งงานที่ท่านภูมิใจนำเสนอ ไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยท่านมาให้ลูกสะใภ้ได้ลองสวมการเตรียมงานแต่งดำเนินไปเรียบง่าย ไม่ได้ไปจัดในโรงแรม เจ้าสาวต้องการจัดงานเล็กๆ ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เชิญแขกมาไม่มากจึงใช้เวลาไม่นาน ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นชุดแต่งงาน ลองชุดไทยสำหรับงานหมั้นช่วงเช้าไปแล้ว แต่เพราะครรภ์เข้าสู่เดือนที่สามทำให้เจ้าสาวกังวลชุดจะรัดแน่นเกินไป จึงเปลี่ยนมาสวมชุดเจ้าสาวสีขาว ซึ่งจะใส่ชุดไหนแม่มลก็ทำตาหวานใส่เสมอ เอ็นดูลูกสะใภ้สุดหัวใจ“ไอ้หน้าเหม็นข้างนอกเห็นพิมใส่ชุดนี้ รับรองว่ากรี๊ดสลบ”คอนเฟิร์มโดยแม่มล แม่ถอดเฝือกขาออกแล้ว ยังเดินลงน้ำหนักเท้าไม่ได้ แต่แม่ก็ขยันเดินเหลือเกินถึงขั้นที่พิยดาไปเอาวีลแชร์มาให้นั่ง“วันงาน เกล้าผมไหมลูก คุณแม่หาแบบทรงผมมาเยอะมาก ส่งไปเม้าท์มอยกับน้องอีฟ น้องอีฟบอกเย็นวันนี้จะมาลองทำให้น้องพิมที่บ้าน หน้าน้องอีฟก็อาสาจะแต่งให้เอง คุณแม่ว่าน้องพิมแต่งแบบไหนก็สวย โทนเกาหลีน่ารักๆ ไม่ต้องแต่งเข้มมาก เผยผิวสดใส รับรองขึ้นกล้อง ส่วนช่างขอ
บทที่14ความลับที่ซ่อนไว้เสียงแก้วแตกดังขึ้นมาจากห้องนอนชายสูงวัยในช่วงหัวค่ำวันต่อมา พิยดาวางมือจากการคัดแยกเสื้อผ้าราเมศวร์กับดุจเดือนไว้ขาย ไปดูท่านถึงในห้องนอน เพื่อพบว่าสุดท้ายแล้ว ความดีก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของใครไม่ได้ เนื้อในของคุณไกรสรยังคงเป็นประมุขใหญ่ของคฤหาสน์อัศวเมฆินทร์ ผู้ปกครองอาณ
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแข
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮื
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่







