แชร์

บทที่ 1/2 วันวานไม่หวนคืน

ผู้เขียน: คณานางค์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 02:58:35

“นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าคนรู้ใจ โทรมาตอนกำลังเครียดพอดี แต่ไม่น่านัดมาไกล นัดแถวบ้านก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาเห็นเรา”

ศรันย์ อรัญรัตนา ทายาทคนโตของอาณาจักรแกรนด์อรัญ มาในมาดนักธุรกิจหนุ่มสวมสูทผูกไท ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าสวนสาธารณะข้างสาวนักเรียนมัธยมปลายที่ลักลอบคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวเขาสนิทกับครอบครัวคุณไกรสร ไปมาหาสู่กันบ่อย การที่ได้เจอหน้ากันทุกวันทำให้เขากับหล่อนชอบพอกัน

“เป็นอะไรทำไมเงียบ” ถามต่อ เอียงหน้าเข้าไปชิดแก้ม

สาวน้อยของเขาอยากให้คบหากันโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง สะดุ้งเล็กน้อยเผลอเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นรอยแผลบนหน้า เขาจับกรอบใบหน้างดงามทะนุถนอม สบสายตาคู่หวานซึ้งที่มีหยดน้ำไหลริน

“หน้าไปโดนอะไรมา ถูกเพื่อนรุมแกล้งอีกแล้วเหรอ”

หล่อนหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถาม

“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ตายขึ้นมาจะว่ายังไง ดูแขนสิ มีแต่รอยเล็บ เสื้อผ้าก็ฉีกขาด” ห่วงใยถอดสูทตัวนอกมาวางบนหัวไหล่

“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่ได้เจ็บมากอีกหน่อยแผลก็หาย”

“ไม่เป็นไรได้ยังไง ลงไม้ลงมือรุนแรงครั้งที่สองแล้วนะ ไม่นับรวมการกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีทุกวัน พี่ถามหน่อยเถอะ ครูในโรงเรียนไม่มีใครช่วยเหลือพิมเลยเหรอ มันบ่อยเกินไปแล้วนะ วันจันทร์พี่จะเข้าไปคุยกับครูให้จัดการนักเรียนเลวพวกนั้น”

“อย่าเลยค่ะ พิมไม่อยากให้เรื่องถึงหูผู้ปกครอง”

เขาจะกล้าเอาเรื่องเหรอถ้ารู้ว่าหนึ่งในนั้นคือ ศิรินทร์ น้องสาวร่วมสายเลือดของเขา พิยดาไม่อยากพูดถึง ถอนสายตาไปทางอื่น

“พี่รู้ว่าพิมเกรงใจลุงไกรสร ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวไปรบกวนท่าน แต่ครั้งนี้มันมากเกินไป ลุงไกรสรควรรู้ ควรไปคุยกับครูประจำชั้น โรงเรียนควรเป็นสถานที่ปลอดภัยมากที่สุดไม่ใช่เหรอ”

แต่แล้วใครว่าคุณไกรสรไม่รู้ล่ะ เขาเป็นคนจับยัดหล่อนเข้าไปในโรงเรียนนั้น ทั้งที่หล่อนเคยบอกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าไปแล้วว่าอยากย้ายโรงเรียน ท่านก็ไม่ยอม สั่งให้เรียน

“ขอบคุณนะคะพี่รัน”

เด็กสาวพูดแทรกพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้ขณะที่ชายหนุ่มย่นคิ้วด้วยความสงสัย เขากำลังซีเรียสแต่หล่อนกลับยิ้มตามสไตล์ หน้าสวยเสมอแม้ว่าจะมีรอยฟกช้ำ ชายหนุ่มเรียนจบปริญญาตรีเข้ามาช่วยงานบริษัทบิดาเกือบหนึ่งปี เครียดจากงานพอจะคลายเครียดได้บ้างจากเจ้าของรอยยิ้มนี้

“เรื่องอะไรคะ”

เขาพูดจาหวาน ใจอ่อนยวบให้สาวน้อย

“ก็ที่พี่รันเป็นห่วงพิม พิมโทรหา พี่ก็รีบมา นอกจากพี่รันก็ไม่มีใครสนใจพิมอีกแล้ว”

“พูดอะไรอย่างนั้น ไม่ใช่แค่พี่คนเดียวหรอกนะที่เป็นห่วงพิม”

“แต่พี่รันเป็นคนเดียวที่พิมอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากที่สุด พิมรักพี่รันมากนะคะ ไม่อยากให้เราเลิกกัน พี่รันคบพิมนานๆ ได้ไหม”

ได้รับความเงียบจากชายหนุ่มที่วางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เด็กสาวก็ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเผื่อใจให้ความเจ็บปวด หล่อนขาดภูมิคุ้มกันในหลายด้าน มองเพียงแค่ความรักหมุนรอบตัว ไม่เข้าใจว่าความเงียบนั้นหมายถึงเขาปฏิเสธ

“หนีออกจากบ้านกันเถอะ หนีไปจากโลกนี้สักวัน ไปในที่ที่มีแค่เราสองคน พิมกล้าไปกับพี่หรือเปล่า” ควรบอกเลิกเด็ดขาดให้หล่อนตัดใจ ทว่าเขากลับถลำลึกด้วยการชวนไปต่อ

“พิมไม่มีเงิน พิมมียี่สิบบาท จ่ายค่ารถเมล์กับตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญไปหมดแล้ว”

โลกทั้งใบของหล่อนมีเขาแค่คนเดียว ความกล้าจึงมีมากกว่าความกลัว และเขาก็ทำให้หัวใจเด็กสาวเต้นด้วยจังหวะความรัก หลังจากดึงศีรษะเล็กแนบลงกลางแผ่นอกกว้างที่อบอุ่นที่สุดในโลก

“มีพี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน จะกังวลเรื่องอื่นไปทำไม”

ถ้อยคำอ่อนหวานฉุดรั้งเด็กสาวจากนรกขุมลึกที่สุด ผ่านแผ่นดินขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พร้อมจับมือเขาเดินไปด้วยกันทุกที่ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นหุบเหวหรือป่าหนามก็พร้อมจะเหยียบผ่านมันไป

เด็กสาวมีความสุขกับเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ที่ได้รับ มันมากเกินไป ความสุขเหล่านั้นอยู่แค่ชั่วคราว ทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ เขาจะเว้นระยะห่างไม่ให้ใครรู้สถานะ เป็นหล่อนที่ดื้อวิ่งขึ้นไปเดินข้างๆ ไม่ได้ขอจับมือ แค่อยากอยู่ข้างๆ เท่านั้น น่าเสียดายตรงที่มีโอกาสได้คบกัน แต่หล่อนกลับต้อยต่ำ และไม่โตพอที่จะอยู่เคียงข้างเขา

ถนนเลียบชายหาดพัทยายามเย็นอากาศโล่งโปร่งสบาย มีลมพัดเข้ามาค่อนข้างแรง เด็กสาวจับมือหนุ่มรุ่นพี่วิ่งลงน้ำ เล่นสนุกให้ลืมความทุกข์ระทม ตัดขาดจากโลกภายนอกไม่ติดต่อใคร ท้องเริ่มหิวก็เข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้ออาหารง่ายๆ มากินด้วยกันบนเก้าอี้ยาว มีน้องหมาเจ้าถิ่นมานั่งเฝ้าขออาหาร ท้องอิ่มแล้ว แต่พวกเขาไปไหนไม่ได้เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก โทรศัพท์เขาแบตหมดหลังจากถ่ายรูปคู่ วิดีโอเก็บไว้ ส่วนโทรศัพท์กับกระเป๋านักเรียน พิยดาทิ้งไว้ที่บ้านตั้งแต่ทะเลาะกับคุณไกรสร เขากระวนกระวายอยากกลับบ้าน ต่างจากพิยดาที่อยากหนีไปให้ไกลมากกว่านี้ติดตรงที่ไม่มีเงิน

“เรากลับกันเลยไหม ค่อยๆ ขับ ดึกๆ น่าจะถึง”

เขาเสนอ หลังจากเดินวนหน้าร้านสะดวกซื้อพักใหญ่เพื่อสำรวจสภาพอากาศ

เด็กสาวไม่อยากกลับเลือกที่จะไม่ตอบ หล่อนไม่มีเงิน เขาพาอยู่ก็อยู่ พากลับก็กลับ แม้ว่าการกลับไปจะทำให้เจ็บปวดก็ตาม

“ไม่สบายเหรอ”

เขาย้อนกลับมานั่งลงข้างๆ แตะตามหน้าผากและซอกคอหาความร้อนก็พบว่าตัวหล่อนร้อนเล็กน้อย

“แถวนี้น่าจะพอมีร้านขายยา พิมรอตรงนี้นะ”

ออกคำสั่งด้วยแววตาห่วงใย กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เด็กสาวขอบตาร้อนผ่าวมองตามด้วยความรู้สึกรักเขาสุดหัวใจ เขาทำให้หล่อนอยากอยู่กับเขาตลอดไป จะเป็นไปได้ไหมนะ... ความรักระหว่างคนสองคนที่ฐานะต่างกันมากๆ

เขาขับรถวนหาร้านขายยาจนเจอ ตากฝนวิ่งเข้าไปซื้อมาให้ ตัวเปียกไปเกินครึ่งเป็นกังวลพายุฝนที่ตกหนักมากเกินไป เขาเหลือบสายตาไปทางแสงไฟจากป้ายโรงแรมแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่าเพราะแฟนสาวที่นั่งข้างๆ ก็มองเช่นกัน

“เราค้างที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าฝนหยุดตกค่อยกลับดีไหม”

ไม่สบายใจที่ชวน ปรารถนาให้เด็กสาวปฏิเสธทว่าหล่อนตอบรับโดยไม่คิดถึงข้อเสียของการค้างอ้างแรมกับผู้ชาย

เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการจองสองห้อง แต่โชคไม่ดีที่พนักงานโรงแรมบอกว่ามีว่างแค่ห้องเดียว เขาให้เด็กสาวอาบน้ำก่อน ส่วนเขารออาบทีหลัง จากนั้นก็มานั่งมองหน้ากันในห้องแสงสลัว ไฟฟ้ากระตุกจากลมกระโชกแรง

“พี่รันอยากกลับบ้านเหรอคะ” สังเกตเห็นความกระวนกระวาย สบตาเขาที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียง

“เปล่า พี่โตแล้ว ไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่ต้องรายงานพ่อแม่ เป็นห่วงก็แต่พิมนั่นแหละ ไม่ยอมติดต่อใครแบบนี้แม่กับยายไม่ห่วงแย่แล้วเหรอ ลุงไกรสรอีกล่ะ ท่านอาจจะกำลังเป็นห่วงพิม”

“บอกกับไม่บอก มีค่าเท่ากัน ยังไงพิมก็ถูกตีอยู่ดี ไม่ต้องห่วงนะคะ พิมจะไม่บอกใคร ว่าพิมไปไหน ไปกับใคร”

“น้อยใจหรือเปล่า ที่พี่ไม่ให้พิมบอกใครเรื่องเรา”

“พิมจะน้อยใจได้ยังไงคะ ในเมื่อพิมรู้ดีว่าพิมเป็นใคร”

“พี่ไม่ได้รังเกียจพิม แต่ว่าตอนนี้พวกเรายังเด็กเกินไป พิมเรียนอยู่แค่ชั้นมอปลาย ส่วนพี่ก็มีภาระงานให้รับผิดชอบมากมาย เร็วๆ นี้คุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้พี่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

“พี่รัน... จะไปเรียนต่อที่ไหน เมื่อไหร่เหรอคะ”

“อังกฤษ เร็วๆ นี้ พี่อาจจะไม่ได้อยู่ข้างพิม แต่พี่สัญญาว่าวันที่เราโตมากกว่านี้ พร้อมมากกว่านี้ พี่จะบอกทุกคนว่าเราคบกัน”

“วันที่เราโตมากกว่านี้ มันอีกกี่ปีเหรอคะ”

เด็กสาวแสนเศร้า ต้องการรู้เวลาแน่ชัดเพื่อเลี้ยงหัวใจให้อดทน แค่คิดว่าจะไม่มีเขา อวัยวะภายในกายก็บีบรัดเจียนตาย

“พี่… ไม่รู้ อาจจะห้าปีหรือหกปี พิมจะรอพี่ไหวหรือเปล่า”

“หกปีต่อจากนี้ ในวันที่พิมโตมากพอ ถ้าพิมรักและรอพี่รันคนเดียว  พี่รันจะรักและรอพิมคนเดียวเหมือนกันหรือเปล่า”

รอด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบที่อยากได้ยิน เขากลับมีสีหน้าเป็นกังวล และตอบคำถามนั้นด้วยการลุกขึ้นจากเตียง ความไม่เดียงสาหรือความคิดน้อยไม่ทราบ ผลักดันเด็กสาวให้เข้าไปกอดเขาที่แผ่นหลัง อ้อนวอนคนหมดใจให้อยู่ต่อ ยอมหมดทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่าจะกลายเป็นตราบาปติดในใจมานานหลายปี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 2/2 ยังรักและคิดถึง

    คิดตามขยับปลายนิ้วนับจำนวนไปด้วย ข้างขวาไม่พอย้ายมาข้างซ้าย สักพักปลายเท้าก็กระดิก ถ้าพูดได้ก็คงร้องบอกพ่อๆ ใช้นิ้วพวกหนูนับด้วยก็ได้นะ โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเขาปากหมานิสัยเสีย แต่ก็แค่กับผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บังคับจับคู่ให้ กับผู้หญิงคนอื่นเขาสุภาพบุรุษจะตาย“บอกแล้วว่าเกินสิบ ผิดจากที่สกาวพูดเมื่อไหร่”“จุ้น” ศรันย์จ้องหน้ายิ้มๆ ของแม่บ้าน อึดใจเดียวก็สะบัดคอเมินหน้าหนีไปทางอื่น เกลียดชะมัดคนรู้มาก รู้ทัน รู้ไปหมดสกาวใจกลั้นหัวเราะท้องแข็ง ร้องถามเจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่เตรียมจะหนีเข้าบ้าน “สกาวยกกระเป๋าไปไว้บนห้องให้นะคะ”“ไม่ต้อง มันหนัก วางไว้หน้าบันไดก็พอฉันยกขึ้นไปเอง”“เป็นห่วงสกาวด้วย คิดอะไรหรือเปล่า”“เพ้อเจ้อ”ศรันย์ไม่ได้ใช้นามสกุล ชาน ของคุณปู่ แต่ใช้ อรัญรัตนา ของคุณย่า ท่านพบรักกันขณะที่คุณปู่ในวัยหนุ่มมาขยายธุรกิจในประเทศไทย คุณย่าทำงานเป็นล่ามและเลขานุการ อยู่ด้วยกันจนท่านตั้งท้องคุณพ่อศรันย์ เรื่องไปถึงหูผู้ใหญ่ที่ฮ่องกงทางนั้นกีดกันขั

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 2/1 ยังรักและคิดถึง

    รถแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขับผ่านการจราจรแออัด จอดเทียบกำแพงหลังบ้านไม้เก่านานร่วมครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไปข้างหน้า เจ้าของรถออกอาการเบื่อหันมาโวยวาย“ไปหรือยัง ที่บอกจะจ่ายเพิ่มน่ะเท่าไหร่ คุ้มค่าเสียเวลาข้าไหม” ผู้ว่าจ้างแสดงอารมณ์ไม่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบโต้ เขาดึงแขนเสื้อขึ้นดูเวลาคำนวณค่าเสียโอกาสในการวิ่งรถรับผู้โดยสาร“ทิปเยอะนะเนี่ย เหมาไหม ข้าจะนอนเงียบๆ ไม่บ่นให้เอ็งรำคาญ” ผิวปากเป็นทำนองเพลง นับเงินมีความสุข“ไม่ครับ ผมพอแล้ว ช่วยไปส่งผมตามที่อยู่ที่เคยบอก”“แต่ดูเหมือนเอ็งจะยังไม่อยากกลับเลยนะ อยู่ต่อชั่วโมงเดียว สองชั่วโมงก็ได้ ข้าคิดเพิ่มไม่แพงหรอก จะเอนเบาะนอนรอเงียบๆ”“ถ้าไม่ออกรถก็คืนเงินส่วนหนึ่งให้ผม ผมเรียกรถคันอื่นได้”“ไปก็ได้ ยังหนุ่มยังแน่น ขี้น้อยใจเป็นบ้าเลยนะหนุ่มนะ”หน้าหล่อเข้มจัด เบือนจากคนขับรถวัยกลางคนกลับไปทางหน้าต่างบานเดิม ขอให้ไฟในห้องนอนส่องสว่างเพื่อจะได้มั่นใจอะไรบางอย่าง เขาเหนื่อยที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงหล่อนกลับมา สัญชาตญาณบางอย่างเตือนว่าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาคบกัน บ้านอัศวเมฆินทร์ถูกยึด หากห

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 1/5 วันวานไม่หวนคืน

    “สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”“ขอบใจมากนะที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่ทิ้งอนาคตตัวเอง จะทำงานหาเงิน มุ่งมั่นสร้างตัวหักหน้าพวกคนที่เคยดูถูกฉัน”“แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อนฉันทั้งสวยทั้งเก่ง สู้เขานะ”“สู้ตาย!” ตอบกลับหน้าตามุ่งมั่น “ลากันไปลากันมามีหวังฉันตกเครื่องเพราะแกนี่แหละ ฝากขอบคุณพี่ไรอันด้วยนะที่ขับรถมาส่ง เรียนจบแล้วชวนพี่เขาไปเที่ยวเมืองไทยด้วยล่ะ”“ต้องชวนไปอยู่แล้ว รักนะ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”“ได้เลย ฉันไปแล้วนะ”โบกมือลากันอยู่นาน กว่าจะหันหลังให้เพื่อนตามผู้โดยสารท่านอื่นเข้าไปด้านใน ผ่านด่านตรวจเอกสารมาถึงโถงทางเดินขนานข้างด้วยร้านค้าปลอดภาษี ห้ามใจไม่ไหวแวะชมลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ เล็งไว้ว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เหลือเวลาห

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 1/4 วันวานไม่หวนคืน

    พิยดามีเขาอยู่เคียงข้างมานาน ยกให้เขาเป็นโลกทั้งใบ ยอมหมดทุกอย่างรั้งเขาให้อยู่ข้างกาย แต่เขาก็สอนบทเรียนบทใหม่ให้หล่อนเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป ดังเช่นเขาที่ได้สมใจอยากก็ตัดขาดการติดต่อเหมือนไม่เคยรักกัน ช่วงนั้นแย่เอาการ แต่ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น คุณไกรสรกลัวหล่อนใจแตกหนีออกจากบ้านรอบสอง ให้อิสระในการใช้ชีวิต ย้ายโรงเรียนไปเจอเพื่อนใหม่ที่ใจดีและคบหากันมาถึงปัจจุบันเรียนจบระดับมัธยมก็เข้ามหาวิทยาลัยไกลบ้าน เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการพักหอ ไม่ต้องกลับมาอยู่ใกล้มือใกล้เท้าราเมศวร์ วุฒิการศึกษาแค่นั้นไม่พอให้หล่อนหลุดออกจากกะลาแคบที่คนบ้านอัศวเมฆินทร์นำมาครอบศีรษะ ทะเยอทะยานเก็บหอมรอมริบหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศตามฝัน หลังจากหลุดพ้นคนในบ้านอัศวเมฆินทร์และได้พบเจอโลกใหม่ๆ ก็ทำให้พิยดาเข้าใจ ทำไมศรันย์ถึงทิ้งหล่อนและเลือกเดินทางไปศึกษาต่อ อนาคตข้างหน้าสดใสมากกว่าจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่คู่ควร ผู้ชายระดับเขาคู่ควรกับผู้หญิงดีๆ ฐานะเท่าเทียมกัน คนที่สามารถควงแขนออกงานสังคมโดยไม่อายสายตาใคร และคนนั้นไม่มีทางเป็นหล่อน ดังนั้นพิยดาจึงไม่คาดหวังให้เขากลับมา หากบังเอิญเจอกันก็พร้อมจะแย

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 1/3 วันวานไม่หวนคืน

    “พิม! เดินระวังหน่อยสิ รถเข็นจะชนคนอื่น” แพทริเซีย สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษพยุงรถเข็นไม่ให้เอียงไปชนนักเดินทางคนอื่น ในโถงกลางท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ประเทศอังกฤษ“โทษที มองหาห้องน้ำเพลินไปหน่อย”เจ้าของชื่อดึงตัวเองจากอดีตกลับสู่ปัจจุบัน ปรับสีหน้าแววตาจากเศร้าหมองกลับมาเป็นปกติ ดึงรถเข็นกระเป๋ากลับมาอยู่ในการควบคุมของตัวเองตามเดิม จะเข็นต่อไปทางเคาน์เตอร์เช็กอิน แต่แพทริเซียดึงแขนไว้เหล่ตามองไปอีกทาง“มองหาห้องน้ำหรือมองผู้ชายกันแน่ ร้ายไม่เบานะคุณเพื่อน”สาวลูกครึ่งกลอกสายตาขี้เล่นไปทางชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงสมส่วน ที่ยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดทางสองนาฬิกา ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรถึงนิ่วหน้าใส่อารมณ์กับคู่สนทนา ผู้ชายจริงจังสายดุแบบนี้ ถูกใจ ใช่เลย แต่สักพักรถแห้วแหกโค้งคว่ำลงตรงหน้าให้เลือกหยิบรับประทานได้ตามสบาย เพราะเมียเขาเข้ามาคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของความสุขของคนแอบมอง ทำไมต้องจบลงด้วยคำว่าเขามีเมียแล้วทุกทีเลยนะ แพทริเซียถอนหายใจตบมือลงบนบ่าเพื่อน“สวยๆ อย่างเราต้องมีศักดิ์ศรี อย่าแอบมองผัวคนอื่น”“เพื่อนสวย ผู้ชายต้องมองสิจ๊ะจะไปมองเขาทำไม รีบไปเถอะ ปวดจริง อีกนิดเด

  • พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน   บทที่ 1/2 วันวานไม่หวนคืน

    “นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าคนรู้ใจ โทรมาตอนกำลังเครียดพอดี แต่ไม่น่านัดมาไกล นัดแถวบ้านก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาเห็นเรา”ศรันย์ อรัญรัตนา ทายาทคนโตของอาณาจักรแกรนด์อรัญ มาในมาดนักธุรกิจหนุ่มสวมสูทผูกไท ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าสวนสาธารณะข้างสาวนักเรียนมัธยมปลายที่ลักลอบคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวเขาสนิทกับครอบครัวคุณไกรสร ไปมาหาสู่กันบ่อย การที่ได้เจอหน้ากันทุกวันทำให้เขากับหล่อนชอบพอกัน“เป็นอะไรทำไมเงียบ” ถามต่อ เอียงหน้าเข้าไปชิดแก้มสาวน้อยของเขาอยากให้คบหากันโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง สะดุ้งเล็กน้อยเผลอเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นรอยแผลบนหน้า เขาจับกรอบใบหน้างดงามทะนุถนอม สบสายตาคู่หวานซึ้งที่มีหยดน้ำไหลริน“หน้าไปโดนอะไรมา ถูกเพื่อนรุมแกล้งอีกแล้วเหรอ”หล่อนหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถาม“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ตายขึ้นมาจะว่ายังไง ดูแขนสิ มีแต่รอยเล็บ เสื้อผ้าก็ฉีกขาด” ห่วงใยถอดสูทตัวนอกมาวางบนหัวไหล่“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่ได้เจ็บมากอีกหน่อยแผลก็หาย”“ไม่เป็นไรได้ยังไง ลงไม้ลงมือรุนแรงครั้งที่สองแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status