Masuk“นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าคนรู้ใจ โทรมาตอนกำลังเครียดพอดี แต่ไม่น่านัดมาไกล นัดแถวบ้านก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาเห็นเรา”
ศรันย์ อรัญรัตนา ทายาทคนโตของอาณาจักรแกรนด์อรัญ มาในมาดนักธุรกิจหนุ่มสวมสูทผูกไท ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าสวนสาธารณะข้างสาวนักเรียนมัธยมปลายที่ลักลอบคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวเขาสนิทกับครอบครัวคุณไกรสร ไปมาหาสู่กันบ่อย การที่ได้เจอหน้ากันทุกวันทำให้เขากับหล่อนชอบพอกัน
“เป็นอะไรทำไมเงียบ” ถามต่อ เอียงหน้าเข้าไปชิดแก้ม
สาวน้อยของเขาอยากให้คบหากันโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง สะดุ้งเล็กน้อยเผลอเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นรอยแผลบนหน้า เขาจับกรอบใบหน้างดงามทะนุถนอม สบสายตาคู่หวานซึ้งที่มีหยดน้ำไหลริน
“หน้าไปโดนอะไรมา ถูกเพื่อนรุมแกล้งอีกแล้วเหรอ”
หล่อนหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถาม
“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ตายขึ้นมาจะว่ายังไง ดูแขนสิ มีแต่รอยเล็บ เสื้อผ้าก็ฉีกขาด” ห่วงใยถอดสูทตัวนอกมาวางบนหัวไหล่
“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่ได้เจ็บมากอีกหน่อยแผลก็หาย”
“ไม่เป็นไรได้ยังไง ลงไม้ลงมือรุนแรงครั้งที่สองแล้วนะ ไม่นับรวมการกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีทุกวัน พี่ถามหน่อยเถอะ ครูในโรงเรียนไม่มีใครช่วยเหลือพิมเลยเหรอ มันบ่อยเกินไปแล้วนะ วันจันทร์พี่จะเข้าไปคุยกับครูให้จัดการนักเรียนเลวพวกนั้น”
“อย่าเลยค่ะ พิมไม่อยากให้เรื่องถึงหูผู้ปกครอง”
เขาจะกล้าเอาเรื่องเหรอถ้ารู้ว่าหนึ่งในนั้นคือ ศิรินทร์ น้องสาวร่วมสายเลือดของเขา พิยดาไม่อยากพูดถึง ถอนสายตาไปทางอื่น
“พี่รู้ว่าพิมเกรงใจลุงไกรสร ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวไปรบกวนท่าน แต่ครั้งนี้มันมากเกินไป ลุงไกรสรควรรู้ ควรไปคุยกับครูประจำชั้น โรงเรียนควรเป็นสถานที่ปลอดภัยมากที่สุดไม่ใช่เหรอ”
แต่แล้วใครว่าคุณไกรสรไม่รู้ล่ะ เขาเป็นคนจับยัดหล่อนเข้าไปในโรงเรียนนั้น ทั้งที่หล่อนเคยบอกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าไปแล้วว่าอยากย้ายโรงเรียน ท่านก็ไม่ยอม สั่งให้เรียน
“ขอบคุณนะคะพี่รัน”
เด็กสาวพูดแทรกพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้ขณะที่ชายหนุ่มย่นคิ้วด้วยความสงสัย เขากำลังซีเรียสแต่หล่อนกลับยิ้มตามสไตล์ หน้าสวยเสมอแม้ว่าจะมีรอยฟกช้ำ ชายหนุ่มเรียนจบปริญญาตรีเข้ามาช่วยงานบริษัทบิดาเกือบหนึ่งปี เครียดจากงานพอจะคลายเครียดได้บ้างจากเจ้าของรอยยิ้มนี้
“เรื่องอะไรคะ”
เขาพูดจาหวาน ใจอ่อนยวบให้สาวน้อย
“ก็ที่พี่รันเป็นห่วงพิม พิมโทรหา พี่ก็รีบมา นอกจากพี่รันก็ไม่มีใครสนใจพิมอีกแล้ว”
“พูดอะไรอย่างนั้น ไม่ใช่แค่พี่คนเดียวหรอกนะที่เป็นห่วงพิม”
“แต่พี่รันเป็นคนเดียวที่พิมอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากที่สุด พิมรักพี่รันมากนะคะ ไม่อยากให้เราเลิกกัน พี่รันคบพิมนานๆ ได้ไหม”
ได้รับความเงียบจากชายหนุ่มที่วางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เด็กสาวก็ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเผื่อใจให้ความเจ็บปวด หล่อนขาดภูมิคุ้มกันในหลายด้าน มองเพียงแค่ความรักหมุนรอบตัว ไม่เข้าใจว่าความเงียบนั้นหมายถึงเขาปฏิเสธ
“หนีออกจากบ้านกันเถอะ หนีไปจากโลกนี้สักวัน ไปในที่ที่มีแค่เราสองคน พิมกล้าไปกับพี่หรือเปล่า” ควรบอกเลิกเด็ดขาดให้หล่อนตัดใจ ทว่าเขากลับถลำลึกด้วยการชวนไปต่อ
“พิมไม่มีเงิน พิมมียี่สิบบาท จ่ายค่ารถเมล์กับตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญไปหมดแล้ว”
โลกทั้งใบของหล่อนมีเขาแค่คนเดียว ความกล้าจึงมีมากกว่าความกลัว และเขาก็ทำให้หัวใจเด็กสาวเต้นด้วยจังหวะความรัก หลังจากดึงศีรษะเล็กแนบลงกลางแผ่นอกกว้างที่อบอุ่นที่สุดในโลก
“มีพี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน จะกังวลเรื่องอื่นไปทำไม”
ถ้อยคำอ่อนหวานฉุดรั้งเด็กสาวจากนรกขุมลึกที่สุด ผ่านแผ่นดินขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พร้อมจับมือเขาเดินไปด้วยกันทุกที่ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นหุบเหวหรือป่าหนามก็พร้อมจะเหยียบผ่านมันไป
เด็กสาวมีความสุขกับเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ที่ได้รับ มันมากเกินไป ความสุขเหล่านั้นอยู่แค่ชั่วคราว ทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ เขาจะเว้นระยะห่างไม่ให้ใครรู้สถานะ เป็นหล่อนที่ดื้อวิ่งขึ้นไปเดินข้างๆ ไม่ได้ขอจับมือ แค่อยากอยู่ข้างๆ เท่านั้น น่าเสียดายตรงที่มีโอกาสได้คบกัน แต่หล่อนกลับต้อยต่ำ และไม่โตพอที่จะอยู่เคียงข้างเขา
ถนนเลียบชายหาดพัทยายามเย็นอากาศโล่งโปร่งสบาย มีลมพัดเข้ามาค่อนข้างแรง เด็กสาวจับมือหนุ่มรุ่นพี่วิ่งลงน้ำ เล่นสนุกให้ลืมความทุกข์ระทม ตัดขาดจากโลกภายนอกไม่ติดต่อใคร ท้องเริ่มหิวก็เข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้ออาหารง่ายๆ มากินด้วยกันบนเก้าอี้ยาว มีน้องหมาเจ้าถิ่นมานั่งเฝ้าขออาหาร ท้องอิ่มแล้ว แต่พวกเขาไปไหนไม่ได้เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก โทรศัพท์เขาแบตหมดหลังจากถ่ายรูปคู่ วิดีโอเก็บไว้ ส่วนโทรศัพท์กับกระเป๋านักเรียน พิยดาทิ้งไว้ที่บ้านตั้งแต่ทะเลาะกับคุณไกรสร เขากระวนกระวายอยากกลับบ้าน ต่างจากพิยดาที่อยากหนีไปให้ไกลมากกว่านี้ติดตรงที่ไม่มีเงิน
“เรากลับกันเลยไหม ค่อยๆ ขับ ดึกๆ น่าจะถึง”
เขาเสนอ หลังจากเดินวนหน้าร้านสะดวกซื้อพักใหญ่เพื่อสำรวจสภาพอากาศ
เด็กสาวไม่อยากกลับเลือกที่จะไม่ตอบ หล่อนไม่มีเงิน เขาพาอยู่ก็อยู่ พากลับก็กลับ แม้ว่าการกลับไปจะทำให้เจ็บปวดก็ตาม
“ไม่สบายเหรอ”
เขาย้อนกลับมานั่งลงข้างๆ แตะตามหน้าผากและซอกคอหาความร้อนก็พบว่าตัวหล่อนร้อนเล็กน้อย
“แถวนี้น่าจะพอมีร้านขายยา พิมรอตรงนี้นะ”
ออกคำสั่งด้วยแววตาห่วงใย กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เด็กสาวขอบตาร้อนผ่าวมองตามด้วยความรู้สึกรักเขาสุดหัวใจ เขาทำให้หล่อนอยากอยู่กับเขาตลอดไป จะเป็นไปได้ไหมนะ... ความรักระหว่างคนสองคนที่ฐานะต่างกันมากๆ
เขาขับรถวนหาร้านขายยาจนเจอ ตากฝนวิ่งเข้าไปซื้อมาให้ ตัวเปียกไปเกินครึ่งเป็นกังวลพายุฝนที่ตกหนักมากเกินไป เขาเหลือบสายตาไปทางแสงไฟจากป้ายโรงแรมแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่าเพราะแฟนสาวที่นั่งข้างๆ ก็มองเช่นกัน
“เราค้างที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าฝนหยุดตกค่อยกลับดีไหม”
ไม่สบายใจที่ชวน ปรารถนาให้เด็กสาวปฏิเสธทว่าหล่อนตอบรับโดยไม่คิดถึงข้อเสียของการค้างอ้างแรมกับผู้ชาย
เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการจองสองห้อง แต่โชคไม่ดีที่พนักงานโรงแรมบอกว่ามีว่างแค่ห้องเดียว เขาให้เด็กสาวอาบน้ำก่อน ส่วนเขารออาบทีหลัง จากนั้นก็มานั่งมองหน้ากันในห้องแสงสลัว ไฟฟ้ากระตุกจากลมกระโชกแรง
“พี่รันอยากกลับบ้านเหรอคะ” สังเกตเห็นความกระวนกระวาย สบตาเขาที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียง
“เปล่า พี่โตแล้ว ไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่ต้องรายงานพ่อแม่ เป็นห่วงก็แต่พิมนั่นแหละ ไม่ยอมติดต่อใครแบบนี้แม่กับยายไม่ห่วงแย่แล้วเหรอ ลุงไกรสรอีกล่ะ ท่านอาจจะกำลังเป็นห่วงพิม”
“บอกกับไม่บอก มีค่าเท่ากัน ยังไงพิมก็ถูกตีอยู่ดี ไม่ต้องห่วงนะคะ พิมจะไม่บอกใคร ว่าพิมไปไหน ไปกับใคร”
“น้อยใจหรือเปล่า ที่พี่ไม่ให้พิมบอกใครเรื่องเรา”
“พิมจะน้อยใจได้ยังไงคะ ในเมื่อพิมรู้ดีว่าพิมเป็นใคร”
“พี่ไม่ได้รังเกียจพิม แต่ว่าตอนนี้พวกเรายังเด็กเกินไป พิมเรียนอยู่แค่ชั้นมอปลาย ส่วนพี่ก็มีภาระงานให้รับผิดชอบมากมาย เร็วๆ นี้คุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้พี่ไปเรียนต่อต่างประเทศ”
“พี่รัน... จะไปเรียนต่อที่ไหน เมื่อไหร่เหรอคะ”
“อังกฤษ เร็วๆ นี้ พี่อาจจะไม่ได้อยู่ข้างพิม แต่พี่สัญญาว่าวันที่เราโตมากกว่านี้ พร้อมมากกว่านี้ พี่จะบอกทุกคนว่าเราคบกัน”
“วันที่เราโตมากกว่านี้ มันอีกกี่ปีเหรอคะ”
เด็กสาวแสนเศร้า ต้องการรู้เวลาแน่ชัดเพื่อเลี้ยงหัวใจให้อดทน แค่คิดว่าจะไม่มีเขา อวัยวะภายในกายก็บีบรัดเจียนตาย
“พี่… ไม่รู้ อาจจะห้าปีหรือหกปี พิมจะรอพี่ไหวหรือเปล่า”
“หกปีต่อจากนี้ ในวันที่พิมโตมากพอ ถ้าพิมรักและรอพี่รันคนเดียว พี่รันจะรักและรอพิมคนเดียวเหมือนกันหรือเปล่า”
รอด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบที่อยากได้ยิน เขากลับมีสีหน้าเป็นกังวล และตอบคำถามนั้นด้วยการลุกขึ้นจากเตียง ความไม่เดียงสาหรือความคิดน้อยไม่ทราบ ผลักดันเด็กสาวให้เข้าไปกอดเขาที่แผ่นหลัง อ้อนวอนคนหมดใจให้อยู่ต่อ ยอมหมดทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่าจะกลายเป็นตราบาปติดในใจมานานหลายปี
- Special -รักยาวนานตราบเท่ามีลมหายใจ“ป๊ะ ม๊ะ”เสียงเล็กใสมาจากเด็กชาย มือป้อมเล็กคู่นั้นยื่นออกมาเรียกให้แม่มาอุ้ม ย่ามลรู้งาน เบี่ยงเบนความสนใจพาหลานชายไปเล่นกับเอเดน สะบัดมือไล่ลูกๆ ให้ไปพักผ่อนกันตามสบาย ส่วนหลานชายท่านจะช่วยดูแลเอง ป๊ะ ม๊ะน้องภามส่งยิ้มให้กัน น่ากลัวเหลือเกินว่าคุณย่าจะอยากให้น้องริรินมาเกิดเร็วกว่าที่คุยกันไว้“ป่านนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงจะเข้าห้องหอกันแล้วนะคะ”พิยดาชวนสามีคุย ปลดต่างหูเพชรเม็ดน่ารักออกทีละข้างจัดเก็บใส่กล่องเรียบร้อย“ได้ยินบ่นว่าเหนื่อย ลุ้นตามคู่เราขาจะแข็ง เพิ่งจะขอตัวไปพัก”เขาอยู่ที่ริมระเบียง ชมพลุชุดสามที่จุดสว่างไสวทั่วทั้งท้องฟ้า ราวกับเจ้าภาพต้องการกระจายข่าวให้คนทั้งเกาะฮ่องกงรู้ว่ามีพิธีวิวาห์เกิดขึ้น ถึงแม้จะจัดงานเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมยินดีได้จากการออกมาดูความสวยงามของพลุหลากสี“คืนเข้าหอจะได้พักไหมเถอะ” ย่นจมูกให้สามีในทางทะเล้นถึงพี่สาวจะมีลูกชายโตจนเดินได้ แต่คืนแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีบ้าง“ถ้าเป็นคืนแต่งงานของเรา พิมจะอยากพักที่หมายความว่าพักจริงๆ หรือเปล่าคะ”พลุจบลง ศรันย์ดึงปิดผ้าม่านกลับมายืนซ้อนแผ่นหลังบอบบาง ช่
ตอนพิเศษEP.6 สวนสนุกตันตันแลนด์“คุณเฟื่อง สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์คุณภพค่ะ” ยม พี่เลี้ยงใจดีของคุณหนูกัปตันคุณหนูกราฟนำมือถือที่แผดเสียงดังมาส่งให้เจ้านายถึงในห้องครัว ช่วงสายวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเฟื่องเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้สามี และลูกชายกินด้วยตัวเอง“เจ้าของเครื่องไปไหนคะ ไม่อยู่แถวนั้นเหรอ”“ไม่อยู่แถวนี้ค่ะ แต่ถึงเอาไปให้ ก็น่าจะไม่สะดวกรับเอง”พบพิรุธบางอย่างที่ทำให้เฟื่องลดาอยากหักก้านมะยมมารูดไว้รอตีพ่อของลูกฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน ไม่ใช่ว่าแอบพาลูกออกไปเกลือกดินกลิ้งโคลนเหมือนที่แล้วๆ มาหรอกนะ“มาม๊า”เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทสามี ลูกชายก็ยื่นหน้าข้ามกรอบหน้าต่างมาทักทาย“ไปทำอะไรตรงนั้นลูก ไม่เข้าบ้านมาหาคุณแม่”“น้องตันหิวน้ำค้าบ”ตาหนูน้อยวัยสามขวบครึ่งยิงฟันยิ้มน่ารัก“เอาน้ำเปล่าหรือน้ำส้มครับ คุณแม่คั้นส้มไว้สดๆ เลย”“น้ำอัดลมไม่ได้เหรอค้าบ”“ได้ค่ะ แต่บอกคุณแม่ก่อนนะ คุณพ่อพาเล่นอะไรครับ”“เล่นนี่ค้าบ...”เลิกซ่อนหลังหน้าต่าง ยกท่อนแขนเล็กสองข้างขึ้นอวดโคลนที่พอกเต็มแขนจนแห้ง“ป๊ะป๋า”“ป๊ะป๋าค้าบ”ตาหนูน้อยวิ่งเร็วกลับมาหาป๊ะป๋าภพ หุ้นส่วนรายใหญ่ของสวนส
ตอนพิเศษEP.3 จนกว่ารักจะผลิบานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พิยดาเจอเขาติดต่อกันถึงสามครั้งในรอบสามเดือนหล่อนบีบมือให้หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง แค่ความบังเอิญเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจ เขาไม่ได้จะกลับมาหาตามคำสัญญาที่เคยพูดไว้แล้วก็จริงตามนั้น เมื่อรู้ข่าววงในมาว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ที่บังเอิญเจอเขาในร้านกาแฟแห่งนั้นบ่อย ก็เพราะเขาพักโรงแรมละแวกนั้นอุตส่าห์เผื่อใจไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดีหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในร้านกาแฟหรือไม่ พิยดาไม่เคยมองเข้าไปในร้านเลยสักครั้งให้เขากับหล่อนไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกันแต่แรก อาจจะช่วยไม่อึดอัดเท่าบังเอิญสบตากันเบื้องหลังความจริงที่พิยดาไม่เคยรู้ การคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง เขาแค่แกล้งเก๊กทำหน้าเข้มไปอย่างนั้น ในสายไม่ได้คุยกับใคร เขามักจะคอยแอบมองอยู่เสมอว่าหล่อนจะเดินผ่านหน้าร้านไปตอนไหนไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปหา แต่เข้าไปครั้งไหนก็ถูกเมินเสมอ จึงไม่มีความกล้ามากพอจะเข้าไป เขาเต็มใจพาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของหล่อน เพื่อให้คนที่เขารักไม่ลืมว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ ขอแค่หล่อนหันหลังกลับมาก็จะเจอเขาผ่านการใช้ชีวิตตามใจตัวเองมามาก เค
ตอนพิเศษEP.1 อดีตถึงปัจจุบันไม่ง่ายเลย กับการให้โอกาสชายคนที่ฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กลางใจ เก้าปีที่เลิกกัน ผ่านการเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้ ขณะที่หล่อนสูญเสียจิตวิญญาณ นอนเหมือนผีตายซากอยู่โรงพยาบาล เสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขากลับสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โร้ดทริป กิน เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมีผู้หญิงแปลกๆ มาคอมเมนต์ กดหัวใจให้เขาทุกโพสต์ และเขาก็กดหัวใจให้ทางนั้นบอกตัวเองให้พอ เลิกส่องชีวิตเขาได้แล้ว แต่ยิ่งห้ามหัวใจก็ยิ่งทำในสิ่งตรงข้าม สืบส่องชีวิตเขาเก็บมาเจ็บอยู่คนเดียวออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ถูกเค้นถามว่าท้องกับใคร ไม่เคยคิดจะบอก ยอมเจ็บคนเดียว ให้เวลาเยียวยาหัวใจ จะท้องตอนไหน ท้องกับใคร ในเมื่อลูกไม่อยู่กับหล่อน ก็ไม่สำคัญอีกแล้วเป็นช่วงปิดเทอมที่บีบหัวใจ พิยดาไม่ออกจากอาณาเขตบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากได้อะไร จากเด็กสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมองหาความสดใสจากคนในกระจกไม่เจอ หายใจทิ้งให้ปฏิทินที่เปลี่ยนผ่านจากวันสู่อีกวัน ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างความรู้สึกอยากและไม่อยากอยู่ต่อเงินน้อยนิดที่รวบรวมไว้เพื่อจะ
บทส่งท้ายบทสรุปความรัก“ผมต้นครับ ต้นตระกูล ธนโชติทรัพย์”“หนึ่งในชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งสร้างความเสียหายให้คุณพิยดา คุณศรันย์ และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย” “ในวันนั้นผมทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้มีวุฒิภาวะมากเท่าในปัจจุบัน ผมละอายในความผิด หนีไปเรียนเมืองนอก เรียนจบก็อาศัยอยู่ที่นั่นมาจนถึงเดือนที่แล้วที่กลับไทย เพราะคุณพ่อและน้องชายป่วย” “ผมอยากใช้พื้นที่นี้ กราบขอโทษน้องพิม ที่ทำให้น้องเสียหาย ได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น...”“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง จะจับผมเข้าคุกก็ได้ เพื่อแสดงเจตนาว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ คืนนั้น น้องพิมไม่ได้ถูกล่วงเกินจากผม หรือจากใครทั้งนั้น” “คลิปภาพถูกตัดออกไปเกือบครึ่ง เปิดไปไม่ถึงช่วงที่มีคนตามมาช่วยเหลือน้อง ก่อนจะพาน้องที่บาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล...”“เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ผมขออนุญาตเผยแพร่คลิปนั้นอีกครั้ง โดยไม่ตัดทอนใดๆ ออก ยกเว้นการเบลอภาพบางส่วนเพื่อปกป้องเกียรติลูกผู้หญิง” “การเปิดเผยคลิปครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณศรันย์ สามีของผู้เสียหาย และตัวผู้เ
บทที่27จากไปไม่มีวันหวนคืนห้องเสื้ออารานีครึกครื้นมากกว่าทุกวัน แม่มลหน้าชื่นตาบานนำชุดแต่งงานที่ท่านภูมิใจนำเสนอ ไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยท่านมาให้ลูกสะใภ้ได้ลองสวมการเตรียมงานแต่งดำเนินไปเรียบง่าย ไม่ได้ไปจัดในโรงแรม เจ้าสาวต้องการจัดงานเล็กๆ ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เชิญแขกมาไม่มากจึงใช้เวลาไม่นาน ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นชุดแต่งงาน ลองชุดไทยสำหรับงานหมั้นช่วงเช้าไปแล้ว แต่เพราะครรภ์เข้าสู่เดือนที่สามทำให้เจ้าสาวกังวลชุดจะรัดแน่นเกินไป จึงเปลี่ยนมาสวมชุดเจ้าสาวสีขาว ซึ่งจะใส่ชุดไหนแม่มลก็ทำตาหวานใส่เสมอ เอ็นดูลูกสะใภ้สุดหัวใจ“ไอ้หน้าเหม็นข้างนอกเห็นพิมใส่ชุดนี้ รับรองว่ากรี๊ดสลบ”คอนเฟิร์มโดยแม่มล แม่ถอดเฝือกขาออกแล้ว ยังเดินลงน้ำหนักเท้าไม่ได้ แต่แม่ก็ขยันเดินเหลือเกินถึงขั้นที่พิยดาไปเอาวีลแชร์มาให้นั่ง“วันงาน เกล้าผมไหมลูก คุณแม่หาแบบทรงผมมาเยอะมาก ส่งไปเม้าท์มอยกับน้องอีฟ น้องอีฟบอกเย็นวันนี้จะมาลองทำให้น้องพิมที่บ้าน หน้าน้องอีฟก็อาสาจะแต่งให้เอง คุณแม่ว่าน้องพิมแต่งแบบไหนก็สวย โทนเกาหลีน่ารักๆ ไม่ต้องแต่งเข้มมาก เผยผิวสดใส รับรองขึ้นกล้อง ส่วนช่างขอ
“รถโคตรเยอะเลยจะหาที่จอดเจอไหม ไอ้บลู จอดๆ ฉันกับน้องๆ จะเข้าไปซื้อของรอ แกวนหาที่จอดรถเจอแล้วค่อยโทรมาแล้วกัน”เพื่อนครางรับในลำคอเหมือนเดิม ออร่าผิดสังเกตแต่ปล่อยไปก่อนค่อยถามทีหลัง โซนห้างฯ ค้าปลีกตั้งอยู่บนชั้นสอง สาวๆ มาถึงดึงรถเข็นออกมาสองคัน เนื่องจากพิยดาต้องการซื้อของเ
“ขอโทษนะที่อาช่วยหนูพิมได้มากที่สุดแค่นี้” อดีตเลขาฯ คุณไกรสรพูดกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน เอ็นดูเด็กสาวที่ตนเห็นมาตั้งแต่เด็ก ที่แม้จะในช่วงเวลามืดมนของชีวิตใบหน้าสวยหวานยังคงมีรอยยิ้ม ด้านหลังมีคนจากบริษัทรับจ้างขนของเข้ามาช่วยกันเก็บของที่ใช้ได้ในคฤหาสน์อัศว
“แม่รับฟังรันเสมอ ไม่ว่ารันจะรักใครแม่ตามใจรันทั้งนั้น แต่จนถึงตอนนี้รันไม่ยอมคบใครสักคน แล้วจะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง หรือรันมีคนที่รักอยู่แล้ว รันบอกแม่มาตามตรงสิลูก ผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม คนที่รันเจอในสนามบินตอนอยู่ลอนดอน แม่รู้จากคำบอกเล่าของน้องพิมหมดแล้ว”“ถ้ารันมีคน
“น้องพิมไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่พี่รันตามหาผู้หญิงคนนั้นไม่เจอ พี่รันดูเศร้าและเสียใจมาก เขาไม่ยอมคุยกับน้องพิม ไม่ยอมมองหน้าใคร ทำหน้าตาเหมือนคนอมความทุกข์ แล้วแยกไปนั่งที่อื่น”“น่าเสียดายที่ไม่มีรูป ป้าอยากเห็นว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร น้องพิมพอจะจำรูปลักษณ์ภายนอ







