LOGIN“แม่รับฟังรันเสมอ ไม่ว่ารันจะรักใครแม่ตามใจรันทั้งนั้น แต่จนถึงตอนนี้รันไม่ยอมคบใครสักคน แล้วจะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง หรือรันมีคนที่รักอยู่แล้ว รันบอกแม่มาตามตรงสิลูก ผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม คนที่รันเจอในสนามบินตอนอยู่ลอนดอน แม่รู้จากคำบอกเล่าของน้องพิมหมดแล้ว”
“ถ้ารันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว รันบอกพ่อแม่ได้เลยลูก พ่อแม่ยินดีสนับสนุนลูก อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข ลูกไม่ควรจะปิดบังพ่อแม่” คุณเขมราชสนับสนุนลูกชายให้เปิดใจคุยกัน
“ผมยังไม่พร้อมบอกคุณพ่อคุณแม่ตอนนี้ แต่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ ผมชอบผู้หญิงคนนั้นจริงๆ แล้วก็ชอบเธอมานานเกือบสิบปี เราเคยคบกันมาก่อน แต่ผมเอง... ที่เป็นฝ่ายทิ้งเธอ”
“ไม่เป็นไร เลิกแล้วก็จีบใหม่ได้ มัวแต่รอรีเมื่อไหร่จะสมหวัง”
นับเป็นครั้งแรกที่ลูกชายตัวแสบยอมเปิดใจเล่าถึงความลับที่เก็บไว้ในใจ น้ำตาที่เคยไหลอันตรธานหายไปอย่างเร็ว ท่านเคลื่อนย้ายตัวจากข้างสามีกลับไปหาลูกชาย ลูบศีรษะลูกเบาๆ ผมเส้นไหนชี้ฟูไม่น่าดูก็ช่วยจัดให้เรียบไปกับศีรษะ ตารันมันกวนตีนแม่ เอนศีรษะออกห่าง มองแม่ตาขวาง แม่มลคนดีโอบลูกกลับมาสวมกอด ทำท่าทาง รักกันๆ เหมือนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง
“กับคนนี้ รักจริงหวังแต่ง พร้อมปั๊มหลานให้แม่เลยใช่ไหม อยากให้แม่ช่วยง้อไหม แม่ตีสนิทคนเก่งมากเลยนะ รับรองว่าภายในสัปดาห์เดียวตีสนิทกับพ่อแม่ฝ่ายนั้นได้สบาย ส่วนแม่หนูคนนั้น ไม่ต้องห่วง แม่จะทุ่มไม่อั้น ดูลูกชายของแม่สิจ๊ะ ป่วยก็ยังหล่อลากไส้ ผู้หญิงคนไหนจะกล้าปฏิเสธ”
“ไม่เอาครับ บอกแล้วไงว่าผมยังไม่พร้อม เพราะรู้ว่าแม่จะทำแบบนี้ ผมถึงไม่กล้าบอก เกิดเธออึดอัดแล้วไม่คุยกับผมอีกเลย ผมจะทำยังไงครับ ถ้าพลาดจากคนนี้ ผมไม่อยากแต่งงานกับใครอีกแล้ว”
“โอ๋ แม่ยอมรอสักหน่อยก็ได้จ้ะ แต่รันบอกแม่ได้ไหมจ๊ะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไปทำอะไรที่อังกฤษ ท่องเที่ยว เรียนต่อ หรือทำงาน แต่แม่ไม่ถามแล้วดีกว่า แม่เชื่อมั่นในสายตาลูกชายคนดีของแม่”
“คุณแม่ครับ ถ้าผู้หญิงที่ผมรักไม่ได้เรียนจบเมืองนอก ไม่ได้มาจากครอบครัวมีฐานะ เป็นแค่คนธรรมดา แค่พอมีพอกิน คุณแม่จะรังเกียจ จะไม่อนุญาตให้ผมคบเธอหรือเปล่า”
“คุณเขม ฟังลูกถามมลสิคะ ในฐานะแม่ ควรตอบยังไงดีนะ” ยิ้มสลับหัวเราะมีความสุขมากที่สุดในรอบกี่เดือนไม่ทราบ เอียงใบหน้างามตามวัยไปทางสามีที่ใจดีถึงขั้นตามมาสมทบที่ข้างเตียงลูกชาย วงแขนกว้างยกขึ้นโอบไหล่ลูกชายและไหล่ท่านกอดกันสามพ่อแม่ลูก
“พ่อกับแม่อยู่ข้างลูกเสมอ ลูกรักใคร พ่อกับแม่ก็จะรักคนนั้น”
“รันอย่าใส่ใจบางคำพูดของแม่เลยนะลูก บางครั้งแม่ก็พูดมาก เล่นใหญ่เกินไป แต่ใจจริงแล้ว แม่ไม่เคยสนใจฐานะหรือชาติตระกูล ตัวแม่เองก็เป็นแค่เด็กบ้านสวน ช่างเย็บผ้าธรรมดา ที่มีโอกาสได้แต่งงานกับคุณพ่อ แม่ถึงได้มีชีวิตสุขสบาย มีบริษัทใหญ่โต ถ้ารันรักและพร้อมจะสนับสนุนผู้หญิงคนนั้น แม่เชื่อว่าอนาคตข้างหน้า ผู้หญิงที่รันรักจะเติบโตและเก่งเหมือนแม่”
“ขอบคุณครับ ผมไม่เคยสบายใจมากเท่าวันนี้มาก่อน”
คิดถึงพิยดาในวัยเดียวกับมารดา ศรันย์เห็นภาพหญิงสาวประสบความสำเร็จในหลายด้าน ทั้งหน้าที่การงาน สุขภาพ และครอบครัว ทุกที่ที่หล่อนไปจะมีเขาคอยเดินตามต้อยๆ เป็นทาสเมียตลอดไป เหมือนคุณพ่อที่ตามติดคุณแม่เป็นเงา ศรันย์โอบกอดท่านทั้งสอง เขารักคุณพ่อคุณแม่ที่สุด
“อ้อนพ่อแม่ก็เป็น นอนพักเยอะๆ นะลูก จะได้มีแรงไปง้อสาว”
“ครับ ผมจะนอนพักเยอะๆ หายป่วยเมื่อไหร่ จะตามไปง้อให้สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่จะได้มีลูกสะใภ้น่ารักกับหลานโขยงใหญ่มาคอยอ้อน”
“โขยงใหญ่จริงไหม คนสองคน น้อยไปนะ พอดีว่าสมบัติแม่เยอะ”
“สิบคนไปเลยครับ ผมรู้สึกดีขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะครับ อยู่ที่นี่จะอึดอัด ผมอยู่คนเดียวได้ เอ็มกับซีเทียวไปเทียวมาระหว่างบริษัทกับโรงพยาบาล ยังไงก็ไม่เหงา”
“ไม่เป็นไร ห้องพักกว้างขวาง พ่อแม่ไม่อึดอัดหรอกลูก แม่รอกลับตอนเย็นทีเดียวดีกว่า กลับบ้านไปตอนนี้ก็อยู่ว่างๆ”
“ขอบคุณครับ ผมโชคดีที่สุดในโลก ที่มีคุณพ่อคุณแม่น่ารัก”
“ปากหวาน คุณเขมฟังลูกพูดสิคะ ปกติเคยอ้อนพ่อแม่เสียเมื่อไหร่”
มันเขี้ยวลูกชาย แต่ก็อดเขินไม่ได้ ดีใจที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน แม้ว่าทั้งบ้านจะมีกันอยู่แค่สามคนพ่อแม่ลูกก็ตาม
“บ่ายแล้ว คุณจะกินข้าวเลยหรือเปล่า ผมจะให้คนออกไปซื้อ”
“ฝากสารัชซื้อให้แล้วกัน ของมลเอาอะไรง่ายๆ ซูชิหรือสลัดก็ได้”
“ซูชิเผื่อผมด้วย ผมไม่อยากกินข้าวต้มฝีมือใครบางคน” คนป่วยเหน็บพิมพ์มาดาไม่จบไม่สิ้น จะถูกฝ่ามือมารดาฟาดก็คราวนี้ เขาหัวเราะมีความสุข นอนดูรายการโทรทัศน์กับมารดาช่วงที่บิดาโทรสั่งอาหาร
“คุณเขม ก่อนเข้ามาคุณถือกระดาษอะไรมาด้วยเหรอคะ”
“ข้อมูลบ้านเช่าครับ” คุณเขมราชนำกระดาษสองแผ่นไปให้ภรรยา เลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ส่วนภรรยายังนั่งบนเตียงลูกชาย
“ย่านนี้อสังหาฯ ท่าทางจะแพงนะคะ ค่าเช่าหมื่นสองพันบาทต่อเดือน แต่สภาพบ้านเก่าเชียว คุณไปเก็บกระดาษพวกนี้มาทำไมคะ”
“คนรู้จักของเราทำตกไว้ น่าจะกำลังเลือก ว่าจะเช่าบ้านหลังไหน”
“ใครกันคะ สภาพบ้านไม่น่าอยู่เลย รันดูสิลูก” แม่มลส่งต่อให้ลูกชาย แต่ศรันย์ไม่อยากอ่าน ส่ายหน้าใต้มาร์กปฏิเสธ ขัดใจเสียจริง ได้นิสัยเอาแต่ใจจากแม่ แต่ไม่ยอมได้นิสัยสอดรู้สอดเห็นไปด้วย
“มลคิดว่าค่าเช่าประมาณนี้ เช่าคอนโดฯ อยู่ได้สบาย คุณภาพชีวิตดีกว่าทาวน์เฮ้าส์ มลเคยเห็นตามข่าว เพื่อนบ้านมีปัญหากันเรื่องใช้เสียง เรื่องที่จอดรถ ทะเลาะวิวาทกัน วันดีคืนดีเอาปืนออกมายิงกันตาย”
“ผมก็นึกเป็นห่วง บ้านที่มีแค่ตัวบ้านไม่มีกำแพงรอบล้อม ใครจะปีนเข้ามาตอนไหนก็ได้ ถ้าหากมีคนเข้ามาทำร้ายคงแย่น่าดู แต่ทำยังไงได้ น้องพิมคงจะหาได้ดีที่สุดเท่านี้ ถ้าเช่าคอนโดฯ ก็คงจะอยู่สามคนไม่ได้”
“ใครนะคะ? พิมไหน พักนี้รู้สึกเหมือนมลจะได้ยินชื่อนี้บ่อยเสียจริง”
เริ่มจากพิมพ์มาดา พิยดา แล้วยังมีผู้หญิงปริศนาคนนั้นที่ชื่อพิม คำบอกเล่านั้นสร้างความสงสัยให้คุณนฤมล และความตื่นตัวให้ ศรันย์ ที่ถึงขั้นพยุงร่างกายอ่อนล้ามานั่งข้างมารดา ขออ่านกระดาษแผ่นนั้นด้วยคน
“ทำเหมือนไม่รู้จักไปได้ เราเพิ่งเจอน้องพิมเมื่อวานเองนะ”
“อ๋อ หมายถึงเด็กรับใช้มือไม้แข็งคนนั้นเหรอคะ ถ้าเป็นคนบ้านนั้นไม่แปลกใจหรอกค่ะ ที่หาบ้านเช่าได้ดีเท่านี้ ก็หมดตัวทั้งนายทั้งบ่าวนี่นา”
“ทำไมพูดแบบนั้น คุณไม่เป็นห่วงเด็กเหรอคุณมล แล้วคำว่าเด็กรับใช้ อย่าพูดให้คนอื่นได้ยินเชียวนะ น้องพิมโตเป็นสาวแล้ว อาจจะอายได้”
“อายความจริง จะอายทำไมเหรอคะ คนเขารู้กันหมด ว่าเด็กคนนั้นอยู่บ้านในสถานะอะไร อย่ามาบิ้วให้มลสงสารพวกเขาหน่อยเลย ไม่ได้ผลค่ะ” มองสามีตาขวาง กลับมาสวมบทบาทคุณนายเอาแต่ใจคนเดิม
“ผมไม่ชอบ ที่คุณพูดจาเหน็บแนมไม่ให้เกียรติคนอื่น”
“ต้องเรียกคุณด้วยหรือเปล่าคะ ถึงจะถือว่าให้เกียรติ! หรือถ้าเป็นห่วงกลัวเด็กจะอยู่บ้านเช่าไม่ได้ หาคฤหาสน์ให้อยู่แทนไหมล่ะ”
“พอเป็นเรื่องคนบ้านนั้นเข้าหน่อย ทำไมคุณชอบหาเรื่องนัก น่าจะรู้จักแยกแยะไม่พาลเกลียดทุกคน บ้านเก่าที่น้องพิมอยู่มาตั้งแต่เด็กจนโตสภาพแย่กว่าในรูป น้องพิมยังอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในคฤหาสน์หรูอย่างที่คุณเหน็บแนม แต่ที่ผมอดห่วงไม่ได้ก็คือความปลอดภัย คนในบ้านย้ายกลับต่างจังหวัดหมด เหลือแค่น้องพิมที่ต้องดูแลพ่อแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว ยังมีเจ้าหนี้ของเมศตามระรานข่มขู่ทำร้ายร่างกายอีก ผมเห็นกับตา พวกมันขี่มอเตอร์ไซค์ตัดหน้าน้องพิม จะมากระชากตัวให้ขึ้นรถไปกับพวกมัน ในโรงพยาบาลกลางวันแสกๆ มันยังกล้าทำถึงขนาดนี้ ผมไม่อยากคิดถึงตอนกลางคืนในสถานที่ลับตา พวกมันอาจจะทำร้ายร่างกายน้องพิมก็ได้ คุณจะโกรธจะเกลียดคนอื่นผมเข้าใจ แต่อย่าเกลียดน้องพิมได้ไหม เราเห็นน้องพิมมาตั้งแต่เด็ก คุณก็รู้ว่าน้องพิมเป็นเด็กดี ที่น้องพิมเรียนไม่จบไม่ใช่ไม่รักดีไม่มีความสามารถ แต่น้องตัดใจกลับบ้านกลางทางก็เพราะน้องทำเพื่อพ่อแม่พิการไม่ใช่เหรอคุณมล คุณสงสารเด็กบ้างสิครับ”
คำเตือนจริงจังจากสามีทำให้คุณนฤมลใจเย็นลงมาก เริ่มเห็นใจและสงสารเด็กสาวรุ่นลูกที่จำเป็นต้องละทิ้งความฝันกลับมาจมปลักกับชีวิตเดิม แบกพ่อและแม่ไว้บนหลังจนตัวแอ่น ทั้งที่ลำพังก็แทบจะเอาตัวเองไม่รอด ทว่าคุณนฤมลยังคงเชิดหน้าฉบับคุณนายผู้เอาแต่ใจ มีแค่ลักษณะการวางตัวเท่านั้นที่อ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ
“มีอะไรบ้างล่ะคะ ที่เราพอจะช่วยเหลือเด็กคนนั้นได้”
น้ำเพชรดูแลเด็กสาวที่เห็นหน้าค่าตามาตั้งแต่เล็กๆ ดีไปตามมาตรฐาน บิดผ้าชุบน้ำลากเช็ดไปตามเรือนร่างงดงามล้างเอาคราบเหนียวเหนอะหนะออกไป รับชุดกระโปรงไซซ์ใกล้เคียงกันจากหญิงพิการที่เดินขาปัดไปหยิบมาให้มาสวมใส่ให้หญิงสาวอายุอ่อนกว่าถึงสิบปีนอนไม่ได้สติยังสวย สมแล้วที่ผู้ชายพวกนั้นจะกระหายในเรือนร่างนี้ แพทย์สาวคว่ำหลังมือดูการแจ้งเตือนผ่านแอปเปิลวอตช์ มีรายการโอนเงินเข้ามาหนึ่งแสนบาท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ดูแลพิยดาเสร็จแล้วน้ำเพชรเข้ามาทำแผลให้น้าพัดชาซึ่งส่วนมากจะเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ได้มีแผลสดเลือดตกยางออกหนักเท่าลูกสาวผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องถูกเคาะตามด้วยเสียงน่าสงสาร“พี่เพชร พี่เพชรครับ ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ...”ทนรำคาญน้องชายไม่ไหว ผละออกจากน้าพัดชาไปปลดล็อกกลอนประตูให้น้องชายได้เข้ามา “พิมเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง”“ยังไม่ฟื้น” ไม่ถงไม่ถามสักคำพิยดาเจ็บมากไหม พี่สาวทำงานเหนื่อยหรือเปล่า มันเมินหล่อน พุ่งพรวดวิ่งเร็วเป็นลิงปีนขึ้นเตียงไปคว้ามือนิ่มของพิยดาขึ้นมาแนบข
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล







