LOGIN“น้องพิมไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่พี่รันตามหาผู้หญิงคนนั้นไม่เจอ พี่รันดูเศร้าและเสียใจมาก เขาไม่ยอมคุยกับน้องพิม ไม่ยอมมองหน้าใคร ทำหน้าตาเหมือนคนอมความทุกข์ แล้วแยกไปนั่งที่อื่น”
“น่าเสียดายที่ไม่มีรูป ป้าอยากเห็นว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร น้องพิมพอจะจำรูปลักษณ์ภายนอก หรือคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าจ๊ะ”
“ไม่ค่ะ น้องพิมไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่น่าจะเป็นคนดัง หรือคนในแวดวงไฮโซนะคะ เธอเป็นผู้หญิงไทยตัวเล็ก สูงน้อยกว่าน้องพิม ผมยาวสีดำเงา ผิวขาว เธอสวยมากเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกสวยหรือน่ารักถึงจะถูก แต่แค่มองเห็นแวบแรกก็สวยสะดุดตา ถ้าเจอหน้ากันอีกครั้งน้องพิมก็จำได้ เป็นผู้หญิงด้วยกันยังชอบ น้องพิมว่า พี่รันต้องมีอะไรในกอไผ่กับผู้หญิงคนนั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่ทิ้งน้องพิม ออกวิ่งตามเธอเป็นพายุหมุน”
ใจกว้างเล่ารายละเอียดหญิงสาวปริศนาให้ท่านฟังโดยไม่ปิดบัง บอกไปตามที่หล่อนเห็น ไม่ได้มีใจอิจฉาริษยามากเหมือนเมื่อวาน ที่โกรธจัดถึงขั้นโทรมาฟ้องคุณนฤมลทันทีที่ลงจากเครื่องบิน หล่อนถูกศรันย์ปฏิเสธถึงสองครั้ง พิมพ์มาดาไม่อยากสนใจเขาอีก
“กว้างเกินไป บอกแบบนั้นต่อให้เจอกัน ป้าก็ไม่รู้หรอกจ้ะ”
“ถ้าให้ตีวงแคบขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นชื่อเล่น พี่รันเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า พิม ค่ะ น้องพิมเข้าใจว่าพี่รันเรียกน้องพิม แต่ไม่ใช่ พี่รันไม่ได้หมายถึงน้องพิม แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อพิมเหมือนกัน พอหล่อนสังเกตเห็นว่าพี่รันมีคู่ควงอยู่แล้ว หล่อนเสียใจน่าดู ถึงได้วิ่งเตลิดหนีหายไปเลย”
“โธ่ ยิ่งฟังป้าก็ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร ทำไมพี่รันถึงสนใจนักหนา”
“ทำไมคุณป้าไม่ลองถามที่รันดูคะ พี่เขาอาจจะบอกก็ได้”
“ถามไปก็ไม่ได้ความหรอกจ้ะ ป้าจี้ถามตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่เขาไม่ยอมตอบ น้องพิมจ๊ะ เรื่องเมื่อวานกับเรื่องวันนี้ป้าขอโทษแทนพี่รันด้วยนะจ๊ะ หวังว่าน้องพิมจะไม่โกรธพี่รันจนพาลมาโกรธป้าอีกคน ถึงแม้ว่าน้องพิมจะไม่ได้มาเป็นลูกสะใภ้ตามที่ป้าหวัง แต่เรายังไปมาหาสู่กันได้เหมือนเดิมนะจ๊ะ น้องพิมมีอะไรอยากให้ป้าช่วย โทรหาป้าได้เสมอ”
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์มาดายิ้มรับกระพุ่มมือไหว้อ่อนช้อย
“คุณป้าเมตตาครอบครัวน้องพิมเสมอ น้องพิมรักและเคารพคุณป้า ยังไงก็ไม่โกรธแน่นอน เอาไว้ก่อนน้องพิมบินไปเรียนต่อเมืองนอก น้องพิมจะไปรบกวนคุณป้าเลือกเสื้อผ้าให้นะคะ ใกล้ๆ วันน้องพิมจะโทรหาคุณป้า”
“ได้เลยจ้ะ น้องพิมอยากได้กี่ชุดป้าซื้อให้ทั้งหมด”
“คุณป้าน่ารัก ใจดีที่สุดเลย ลาตรงนี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
“ขับรถกลับบ้านดีๆ นะจ๊ะ” ยืนส่งจนกระทั่งหล่อนห่างออกไปไกล ถอนหายใจ เสียดายแทนลูกชายเหลือเกินที่ไม่ยอมคบกับผู้หญิงชาติตระกูลดีอย่างพิมพ์มาดา ชาตินี้ท่านจะมีหวังได้อุ้มหลานหรือเปล่านะ
น่าอิจฉาคุณนายแขไขเสียจริงที่เฟื่องลดา ลูกสะใภ้มีหลานให้อุ้มถึงสองคน แถมยังเป็นผู้ชายล้วน หน้าตาน่ารักกันหมด ได้ยินทางนั้นคุยโวโอ้อวดอยากจะมีหลานเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองคนให้บ้านใหญ่ขึ้น ทำให้ท่านรู้สึกอิจฉาไปกันใหญ่ ถ้าที่บ้านของท่านมีหลานมาวิ่งเล่น เยอะๆ ก็คงดี
ขณะที่คุณนฤมลจะกลับไปยังโถงลิฟต์ บังเอิญเหลือบสายตาไปเห็นคู่แม่ลูกเดินกอดแขนกันออกมาจากห้องแห่งหนึ่งไปยื่นกระดาษบางอย่างให้เภสัชกร พิยดากับพัดชาเดินขาลากราวกับเจ็บ แต่เพราะคนทั้งคู่ใส่กางเกงขายาวท่านจึงมองไม่เห็นว่าท่อนขามีบาดแผลหรือเปล่า
“พี่รันเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า พิม ค่ะ น้องพิมเข้าใจว่าพี่รันเรียก แต่ไม่ใช่ค่ะ พี่รันไม่ได้หมายถึงน้องพิม แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อพิมเหมือนกัน”
น้ำเสียงสงสัยใคร่รู้ของพิมพ์มาดาแว่วเข้ามาในโสตประสาท พิยดาเพิ่งกลับเมืองไทยเวลาไล่เลี่ยกับไฟล์ทของศรันย์ และชื่อเล่นหล่อนก็พิมเหมือนกัน อะไรจะบังเอิญปานนี้ คงไม่ใช่หรอกมั้ง คิดอะไรไม่เข้าท่า
ลูกชายท่านน่ะเหรอ จะสนใจเด็กคนนั้นที่เป็นแค่คนรับใช้
“รัน ลุกขึ้นมาคุยกับแม่!” กลับมาถึงห้อง คุณนฤมลเข้าไปเขย่าลูกชายให้ตื่น ลูกชายตัวดีไม่เดือดร้อนกรอกสายตามามองเพียงเสี้ยววินาทีเบือนไปทางอื่น กิริยานั้นทำให้คุณนฤมลโกรธลูกชายจนอยากตี
“แม่ไม่เคยสอนรันให้ทำตัวเสียมารยาทกับผู้หญิง รันด่าน้องไม่พอยังปัดถ้วยอาหารใส่น้อง คุณเขมไม่ต้องมาขัดนะคะ ไม่ต้องเข้าข้างลูกอีกต่อไป ตามใจกันมากๆ ระวังจะเสียคนเหมือนลูกชายบ้านนั้น!”
“คุณแม่เลิกพูดถึงไอ้เมศสักทีเถอะ อยากให้ผมโกรธจนเส้นเลือดในสมองแตกตายหรือไง ถึงขยันหาเรื่องเครียดมาให้ผมนัก” ศรันย์ได้นิสัยเอาแต่ใจมาจากมารดา ตะคอกดังเท่ากัน เวลาโกรธหรือไม่พอใจครั้งไหนมารดามักพูดโยงไปถึงลูกชายบ้านอัศวเมฆินทร์เสมอ เขาไม่รู้ว่าท่านพูดสนุกปากตัวเอง หรือมีจุดประสงค์อะไร ทั้งที่ท่านรู้ว่าเขาเกลียดมันเข้าไส้ ราเมศว์ ไอ้เพื่อนชั่วที่มันเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวเขาฆ่าตัวตาย!
“รันคิดว่าแม่อยากพูดถึงนักเหรอ! แต่ที่แม่ต้องพูด ก็เพราะนิสัยรันใกล้จะเหมือนนายคนนั้นมากขึ้นทุกที! กับคนในบ้านมันยังกล้าตบตี แล้วดูรันตอนนี้ สิ่งที่รันทำกับน้องพิมมันต่างกันตรงไหน จุดเริ่มต้นของการทำร้ายร่างกายคนในบ้าน ก็มาจากอารมณ์เล็กๆ น้อยๆ ขว้างปาข้าวของใส่เวลาไม่พอใจอย่างนี้นี่แหละ! แม่พูดถูก หรือเงียบ เพราะแค่ขี้เกียจเถียง!”
ศรันย์ใจหาย เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่าพักหลังมานี้เขาอารมณ์ร้อน ชอบทำอะไรโดยไม่คำนึกถึงจิตใจคนอื่น เขาไม่อยากเป็นเหมือนราเมศวร์ เขาอยากเป็นคนที่นิสัยดีมากกว่านั้น ศรันย์ได้สติ เขารีบขอโทษบุพการีที่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวัง
“ผมขอโทษ ผมจะไม่ทำอีก”
“นิสัยคนเราแก้ได้นะลูก แต่ถ้ามันฝังรากลึกลงไปเป็นสันดาน ไม่มีทางแก้ได้ง่ายๆ แม่พูด เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกกลายเป็นปีศาจ ยิ่งกับผู้หญิง จะเบื่อ จะรำคาญแค่ไหน รันต้องพูดให้ดีกว่านี้ วันข้างหน้ารันจะต้องขึ้นมานั่งแทนที่คุณพ่อ ต้องมีครอบครัว มีภรรยา มีลูก รันอยากทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อหน้าคนเหล่านั้นเหรอ ลองเก็บไปคิดทบทวนให้ดี”
“ผมจะไม่ทำอีกครับคุณแม่ ผมสาบานเลยก็ได้ แต่ผมขอร้องได้ไหม คุณแม่อย่าพาใครต่อใครเข้ามาในชีวิตผม มันทำให้ผมรู้สึกเครียด ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงที่คุณแม่หามาให้ อนุญาตให้ผมตัดสินใจเองได้ไหมครับ”
“เครียด? แค่แม่แนะนำผู้หญิงดีๆ ให้รู้จัก แค่นี้รันก็เครียดงั้นเหรอ ที่แม่ทำไปทั้งหมดเพราะรักและเป็นห่วง อยากให้รันแต่งงานมีครอบครัว อนาคตข้างหน้าไม่มีพ่อแม่อยู่ตรงนี้ รันจะได้ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว!”
“คุณมล ลูกพูดกับคุณด้วยเหตุผล คุณต้องฟังลูก ไม่ใช่จะให้ลูกทำตามใจคุณอย่างเดียว”
“มลหวังดีกับลูก!” คุณนฤมลโต้สามี เบือนหน้ากลับไปมองใบหน้าซีดของลูกชาย “ก็ได้! ในเมื่อความหวังดีของแม่ กลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญสำหรับรัน ต่อไปแม่จะไม่บังคับ ไม่ฝืนใจรันให้ทำความรู้จักกับใครอีก คอยดูเถอะ วันไหนเหลือตัวคนเดียว รันจะเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงทำอย่างนี้”
“ผมไม่เคยรำคาญคุณแม่นะครับ แต่ที่ผมไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนที่คุณพ่อคุณแม่แนะนำให้รู้จัก เพราะผมอยากทำตามใจตัวเอง ไม่อยากทำตามความต้องการคุณพ่อคุณแม่ ผมอยากคบ อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรัก ผมอยากเป็นเหมือนคุณพ่อ ที่มีคุณแม่อยู่ข้างๆ รักกันด้วยใจจริง”
ดื้อมากแค่ไหน แต่ศรันย์ไม่เคยอยากให้มารดาร้องไห้ น้ำตาท่านทำให้ศรันย์เป็นทุกข์ ฝืนสังขารขึ้นนั่งบนเตียงทอดสายตาอ่อนโยนมองท่าน
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







