LOGINบทที่3 แม่จ๋า
ลิลลี่ไม่แม้แต่จะปรายตาจ้องมองคนที่ยืนค้ำหัวเธอด้วยซ้ำ มือบางที่สั่นเทารีบกดโทรศัพท์ติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน 1669 ทันที เธอรัวสายรายงานอาการของแม่และพิกัดที่อยู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ คินทร์ที่ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยอุ้มถึงกับชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ตั้งตรงและท่าทางเด็ดเดี่ยวของลิลลี่ที่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาอย่างสิ้นเชิง "รถโรงพยาบาลกำลังมาแล้ว...นายกลับไปเถอะ" ลิลลี่เอ่ยขึ้นโดยไม่หันหน้ามามอง "ขอบคุณที่ขับรถมาส่ง แต่แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ที่เหลือฉันจัดการเองได้" "สภาพแม่เธอเป็นแบบนี้ เธอยังจะมาอวดดีหยิ่งใส่ฉันอีกเหรอลิลลี่? ฉันบอกว่าจะพาไปส่งโรงพยาบาลที่ดีที่สุดไง" คินทร์กดเสียงต่ำอย่างขัดใจที่โดนปัดน้ำใจ "ที่นี่มันธุระของฉัน ครอบครัวของฉัน นายกลับไปซะ! ไปอยู่ในที่หรูๆ ของนายเถอะ" ลิลลี่หันมามองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ แววตาที่จ้องมองมานั้นมีแต่ความผลักไสและตัดพ้อจนคินทร์พูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความโกรธที่โดนไล่ผสมปนเปกับความรู้สึกประหลาดที่เขาเองก็นิยามไม่ได้ เขามองสภาพฟูกบางๆ และผนังห้องที่ลอกล่อนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องเช่านั้นโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตราคาแพงกระหึ่มขึ้นก่อนจะทะยานออกไปจากซอยแคบๆ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและความเงียบที่ปกคลุมลิลลี่กับแม่ของเธอ ลิลลี่ทรุดตัวลงนั่งข้างฟูกของแม่ ความเข้มแข็งที่ฝืนสร้างไว้พังทลายลงทันทีที่เขาจากไป เธอกุมมือแม่ไว้แน่นพลางสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ "แม่จ๋าอดทนหน่อยนะ" เสียงไซเรนจากรถพยาบาล 1669 ดังระงมไปทั่วซอยแคบๆ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำร่างที่ไร้สติของ มลฤดี ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว โดยมีลิลลี่กอดกระเป๋าใบเก่าตามขึ้นรถไปด้วยสภาพใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอภาวนาในใจซ้ำๆ ขอให้แม่ไม่เป็นอะไร ขอให้แม่ฟื้นขึ้นมาคุยกับเธออีกครั้ง ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลิลลี่นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินนานหลายชั่วโมงจนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “แรงกระแทกทำให้เลือดออกในสมองค่อนข้างมาก แม้เราจะทำการรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่คนไข้ยังไม่รู้สึกตัวและยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ครับ ตอนนี้สภาพคนไข้คือยังอยู่ในสภาวะวิกฤต หรือที่เข้าใจง่ายๆ คือยังไม่ฟื้นและไม่รู้สึกตัวครับ" คำพูดของหมอเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ลิลลี่เข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้น แม่ของเธอที่เคยยิ้มให้ทุกเช้า ตอนนี้กลายเป็นร่างที่นอนนิ่งสนิทและไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายวันผ่านไปลิลลี่ไปเฝ้าแม่ทุกวันที่โรงพยาบาล สลับกับการไปเรียนและทำงานพาร์ทไทม์จนร่างกายซูบผอม เธอพยายามปฏิเสธการติดต่อจากคินทร์ทุกช่องทาง เพราะไม่อยากให้เขาเข้ามาซ้ำเติมในเวลาที่เธออ่อนแอที่ "ลี่ มึงไหวไหมวะ?" ลูกพีช ถามด้วยความเป็นห่วงขณะเห็นเพื่อนพยายามเปิดหาข้อมูลการทำงานพิเศษในหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่คณะ "กูต้องไหวพีช ค่าใช้จ่าย ค่ารักษาแม่แต่ละวันมันสูงมาก กูเรียนบัญชีกูรู้ดีว่าเงินเก็บที่กูมีมันจะหมดภายในไม่กี่อาทิตย์นี้" ลิลลี่ตอบด้วยเสียงแหบพร่า "กูต้องหาเงินเพิ่ม กูจะไม่ไปก้มหัวให้ไอ้คินทร์นั่นเด็ดขาด กูจะลองสมัครงานรับจ้างทำบัญชีให้ร้านค้าแถวนี้ดู หรือไม่ก็รับจ้างซักรีด กูทำได้หมดขอแค่ให้มีเงินมารักษาแม่" "แต่มึงเรียนปี 4 นะลี่ โปรเจกต์จบมึงก็ต้องทำ ไหนจะสอบอีกล่ะ ร่างกายมึงจะพังก่อนนะเว้ย" แตงโม เสริมด้วยความกังวล "พังก็ต้องยอมว่ะโม กูกลัวว่าถ้ากูไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล หมอจะย้ายแม่กูไปห้องรวมหรือลดเกรดการรักษาลง กูยอมไม่ได้จริงๆ" ลิลลี่ใช้เวลาช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียนตระเวนหางานทำทุกอย่างที่ได้เงินเร็วที่สุด เธอพยายามดิ้นรนสู้กับโชคชะตาอย่างถึงที่สุด เพื่อที่จะพิสูจน์ให้คินทร์เห็นว่า... ต่อให้เธอจะตกต่ำแค่ไหน เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นทาสของคนใจร้ายอย่างเขา กลางดึกของคืนหนึ่ง บรรยากาศกลางดึกในซอยเปลี่ยวช่างเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องกระทบใบหน้าซูบตอบของลิลลี่ เธอตัดสินใจเดินออกมาจากห้องเช่าตามคำสั่งของคนที่โทรมาจิกเรียกไม่หยุด พอมาถึงรถสปอร์ตคันหรูที่ดูแปลกแยกจากสภาพแวดล้อมเธอก็เปิดประตูเข้าไปนั่งนิ่งๆ อย่างคนหมดแรง คินทร์ที่เตรียมคำพูดแดกดันมาเต็มท้องถึงกับต้องกลืนทุกอย่างลงคอ เมื่อเห็นคนข้างกายชัดๆ ภายใต้แสงไฟในรถ ลิลลี่ดูโทรมจนน่าใจหาย ดวงตาที่เคยเป็นประกายรั้นตอนนี้ลึกโหลและหม่นแสง ร่างกายที่เคยสมส่วนกลับผอมบางจนเสื้อที่ใส่หลวมโคร่งไปหมด เขาใจหายวูบแต่ความปากหนักและฟอร์มจัดทำให้เขาเลือกจะพูดเรื่องอื่นแทน "หนีมาซุกหัวนอนในรูหนูนี่หลายวัน นึกว่าจะสำนึกได้แล้วว่าไม่มีปัญญาหาเงินห้าล้านมาคืนฉัน" คินทร์กดเสียงต่ำ พยายามตีหน้านิ่ง "ที่เงียบไปเนี่ย จะเบี้ยวหนี้หรือไง?" ลิลลี่แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเจ็บปวดที่สุด เธอค่อยๆ หันหน้าไปสบตาเขาตรงๆ น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ยอมให้มันไหลลงมา "ห้าล้านงั้นเหรอ นายก็เห็นสภาพฉันตอนนี้แล้วนี่คินทร์ นายจะเอาอะไรจากฉันอีก" ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ถ้าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มเพราะวันนั้นที่ฉันตบนายเพราะนายจะขับรถชนฉัน งั้นนายก็ตบฉันคืนสิ ตบตอนนี้เลย ตบจนกว่านายจะพอใจ จะได้หายกันไปสักเรื่อง" เธอขยับตัวเข้าใกล้เขา พลางเชิดหน้าขึ้นเหมือนท้าทายทั้งน้ำตา "ตบเลยคินทร์! เอาให้หายแค้น! พวกเราไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน เช่าห้องเท่ารูหนูอยู่ แม่ก็นอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาลไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่ นายยังไม่พอใจอีกเหรอ? ต้องให้ฉันตายไปต่อหน้าเลยมั้ยนายถึงจะสะใจ!" "ลิลลี่ฉันไม่ได้หมายความว่า..." คินทร์ชะงัก มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยสั่นเล็กน้อย "ขอร้องล่ะ" เธอพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่หยดลงบนหลังมือ "อย่าเพิ่งบีบคั้นอะไรฉันตอนนี้เลยได้ไหม ขอเวลาให้ฉันจัดการเรื่องแม่ก่อน ฉันเหนื่อยจนจะขาดใจอยู่แล้วคินทร์" ความเงียบเข้าปกคลุมรถทั้งคัน คินทร์จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่เขาเคยปรามาสว่าเป็นยัยตัวแสบปากดี ตอนนี้เธอกำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้าเขา ความรู้สึกอยากเอาชนะมันหายวับไป เหลือเพียงความจุกในอกที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ เขาอยากจะคว้าเธอมากอดไว้แต่ทิฐิมันยังค้ำคออยู่ เขามองมือบางที่สั่นเทาของเธอ ก่อนจะกัดฟันพูดออกไปเสียงเบา "ลงไปซะ วันนี้ฉันจะยังไม่ทวงอะไรทั้งนั้น" หลายวันผ่านไป ร่างกายที่เคยซูบผอมของลิลลี่เริ่มกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้งหลังจากที่พยายามฝืนกินข้าวตามคำขู่แกมบังคับของเพื่อนรักทั้งสอง แม้ความกังวลเรื่องแม่จะยังไม่จางหายไป แต่วันนี้ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกบัญชี กลับมีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็นครั้งแรก "ลี่! มึงเตรียมตัวรับทรัพย์ได้เลย กูมีข่าวดีมาบอก!" ลูกพีชวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับแตงโมที่เดินนวยนาดตามมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ข่าวดีอะไรของพวกมึงเนี่ย?" ลิลลี่เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย "ก็งานที่มึงให้พวกกูช่วยหาไงล่ะจ๊ะ" แตงโมตบโต๊ะเบาๆ "กูไปใช้เส้นสายกับพี่ที่รู้จักในวงการโมเดลลิ่งมา เขาต้องการคนสวยเป๊ะ หน้าปัง และที่สำคัญต้อง 'แพง' อย่างมึง งานแรกคือ พริตตี้พรีเซนต์รถซูเปอร์คาร์ ในงานโชว์สินค้าที่พารากอน ส่วนงานที่สองนั้น" แตงโมเว้นจังหวะพลางมองหน้าลิลลี่อย่างมีความหมาย "งาน พริตตี้สนามแข่งรถ ที่สนามส่วนตัวของคุณอาอีลูกพีช เสาร์-อาทิตย์นี้ สองงานนี้รวมกันได้ค่าตัวหลักแสนเลยนะลี่! แต่กูว่าน่าจะแตะสองแสน พอจ่ายค่าห้องพิเศษให้แม่มึงได้สบายๆ เลย" "หลักแสนเลยเหรอ!" ลิลลี่ตาโต ความหวังเริ่มผลิบานในใจ "แต่มันจะดีเหรอพีช งานสนามแข่งรถเนี่ย... กูกลัวว่าจะเจอพวกวิศวะยานยนต์" "สนามนั้นมันใหญ่จะตายมึง คนเป็นพัน! อีกอย่างมึงสวยขนาดนี้ แต่งหน้าทำผมจัดเต็ม ใส่ชุดทีมแข่งรถสุดเท่ ใครจะจำมึงได้ง่ายๆ วะ" ลูกพีชให้กำลังใจ "คิดถึงเงินสิลี่ เงินที่จะเอาไปรักษาแม่มึงน่ะ" ลิลลี่เม้มปากแน่น ความกลัวถูกทับถมด้วยความกตัญญู "เออ! ทำก็ทำ ขอบใจพวกมึงมากนะ ถ้าไม่มีพวกมึงกูคงตายไปแล้วจริงๆ" "ไม่ต้องมาซึ้งย่ะ! หน้าที่มึงคือไปขัดผิว เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด กูจะทำให้มึงกลายเป็น 'ควีน' ของสนามแข่งรถ จนผู้ชายทุกคนต้องสยบ...โดยเฉพาะไอ้คนบางคนที่ชอบดูถูกมึง!" แตงโมขยิบตาให้อย่างรู้กัน ลิลลี่พยักหน้าอย่างมั่นใจ เธอไม่รู้เลยว่าการตอบตกลงครั้งนี้กำลังจะพาเธอไปเผชิญหน้ากับ คินทร์ ในฐานะที่เขาเป็น "เจ้าถิ่น" ของสนามแข่งรถแห่งนั้น และความสวยของเธอในชุดพริตตี้รัดรูปกำลังจะทำให้เสือร้ายอย่างเขาคลั่งจนแทบบ้า!บทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี
บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น
บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง
บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน
บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร
บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง







