Accueil / โรแมนติก / พ่ายรักเชลยสาว / Chapter 6. ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นสตรี

Partager

Chapter 6. ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นสตรี

last update Date de publication: 2024-12-03 20:33:20

            ‘ข้าควรดีใจหรือไม่ที่มีค่าตัวถึงสองตำลึง’

            แต่ปลายนิ้วที่ป้ายเนื้อยามาทาแผลให้เขานั้น ทำให้ชายหนุ่มยอมทำตัวโง่งมเพื่อให้นางทำทายาด้วยรอยยิ้มภูมิใจในความเก่งกาจของตน  นางอายุเท่าไหร่กันนะ ปีหน้าจะปักปิ่นใช่ไหม เช่นนั้นนางก็อายุสิบสี่สินะ  นางเป็นบุตรสาวเสนาบดีฟู่ แต่เหตุใดความเป็นอยู่แร้นแค้นเช่นนี้กัน เขาที่ไม่เคยสนใจเรื่องผู้อื่นกลับรู้สึกสนใจในตัวเด็กสาวผู้นี้นัก

            “คุณหนู!”  จางลี่ร้องเสียงหลงเมื่อเห็นฟู่เซียงเซียงก้มๆ เงยๆ ทายาให้อี้เฉิน นางรีบวางห่อผ้าที่ใส่กระดาษและหมึกวางบนโต๊ะแล้วแย่งตลับยามาถือเสียเอง

            “เจ้ากลับมาแล้ว วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”  ฟู่เซียงเซียงยิ้มขบขันเพราะรู้ว่าจางลี่เป็นห่วงเรื่องใด

            “คุณหนูไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวบุรุษนะเจ้าคะ” จางลี่กระทืบเท้าเร่า ๆ ทำไมคุณหนูของนางช่างทำเรื่องไม่คาดคิดเช่นนี้นะ

            “แต่เขาเป็นคนเจ็บของข้านะ”  หากนางใส่ใจเรื่องเหล่านี้คงไม่เลือกศึกษาวิชาแพทย์หรอก  “เจ้าดูสิ บาดแผลของเขาดีขึ้นมากแล้ว อย่างนี้ท่านหมอจูจะต้องรับข้าเป็นศิษย์อย่างแน่นอน”

            “คุณหนูจะเป็นหมอจริงๆหรือเจ้าคะ”

            “ทำไมล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าว่าการเป็นหมอหญิงก็เป็นอีกหนทางที่เราจะมีรายได้เลยนะ”

            “แต่คุณหนูเป็นสตรี...”

            “เพราะเป็นผู้หญิงนะสิถึงเป็นเรื่องดี คนเจ็บคนป่วยที่เป็นผู้หญิงไม่กล้าเจอหมอผู้ชาย ถ้าข้าได้เป็นหมอหญิง พวกนางก็ต้องยอมเสียเงินให้ข้าแน่นอน”

            ชายหนุ่มฟังเสียงหัวเราะหวานใสดุจระฆังเงินด้วยดวงตาเหม่อลอย เหตุใดเขาต้องสนใจนางมากถึงเพียงนี้ หรือเพราะพิษในร่างยังขับออกไปไม่หมด เห็นที่ต้องเดินลมปราณขับพิษออกจากร่างแล้วกระมัง.

            เด็กสาววัยสิบสี่สวมชุดแบบบัณฑิตหนุ่มแต่ดวงหน้าหวานสวยดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นสตรี แม่นมหวงมองแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ดูอย่างไรก็เป็นหญิง

            “วันนี้ข้าจะไปเรียนฝังเข็มกับท่านหมอจู จางลี่ช่วยเอาตำราที่ข้าคัดลอกไว้ไปส่งร้านหนังสือก็แล้วกัน”

            “คุณหนูจะไปคนเดียวหรือเจ้าคะ”  จางลี่อดเป็นห่วงไม่ได้ “ข้าส่งหนังสือแล้วตามไปพบคุณหนูที่โรงหมอดีกว่านะเจ้าคะ”

            “เจ้าก็ต้องหอบงานไปที่โรงหมออีกนะสิ เจ้าเอากลับมาบ้านนี่แหละ” ฟู่เซียงเซียงหัวเราะเสียงใส “ข้าไปไหนมาไหนคนเดียวจนชินแล้ว เหตุใดต้องทำเป็นเรื่องใหญ่” 

            นางพึมพำแล้วหันไปหยิบกล่องใส่อุปกรณ์ของตน เป็นจังหวะเดียวกับที่ทาสหนุ่มเดินเข้ามาหลังจากหาบน้ำใส่ตุ่มแล้ว

            “อี้เฉิน! ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องทำงานพวกนี้ รอให้แข็งแรงกว่านี้ค่อยทำก็ได้”  ฟู่เซียงเซียงพูดพลางเดินวนรอบตัวทาสหนุ่ม “ดูดีขึ้นจริงๆ แสดงว่าการรักษาของข้ายอดเยี่ยมเลยสินะ”

            ‘นั้นเป็นเพราะข้าเดินลมปราณขับพิษออกต่างหากล่ะ’

            เขาถูกเรียกด้วยชื่ออี้เฉินจนชิน ทำเพียงผงกศีรษะยอมรับคำพูดของเด็กสาวที่สูงยังไม่ถึงปลายคาง ในสายตาของเขา นางดูผอมเกินไป ตัวเล็กเกินไป ส่วนที่ควรมีก็ราบเรียบจนมองแทบไม่เห็น แต่กลับไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย

            “คุณหนูจะไปโรงหมอก็ให้อี้เฉินติดตามไปด้วยสิเจ้าคะ”  แม่นมหวงเสนอแล้วยิ้มออกมา แม้ไม่ค่อยไว้ใจทาสหนุ่มผู้นี้ แต่ให้คุณหนูไปไหนมาไหนเพียงลำพังก็ไม่ดีนัก

            ฟู่เซียงเซียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วจ้องหน้าอี้เฉิน  นางเผลอกัดริมฝีปากครุ่นคิดแล้วเอ่ยถาม “เจ้าหายดีแน่แล้วหรือ? ออกไปข้างนอกได้ไหม”

            ทาสหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ เขาเองก็อยากสำรวจด้านนอกเช่นกัน

            “ดี เช่นนั้นเจ้าไป...เอ่อ...เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”  ฟู่เซียงเซียงหันไปถามแม่นมหวง “เรามีเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อี้เฉินใช่ไหม”

            “เจ้าค่ะ” แม่นมตอบ “อี้เฉินรูปร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าสำเร็จที่ซื้อมาดูแล้วไม่พอดี ข้าเย็บให้ใหม่แล้ว จางลี่ไปเอามาให้อี้เฉินสิ”

            จางลี่พยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินลากขาเร็วๆ ไปหยิบเสื้อผ้าผู้ชายออกมาหนึ่งชุดแล้วยื่นให้อี้เฉินที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นใบ้   ฟู่เซียง เซียงโบกมือไล่ให้เขารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ชายหนุ่มรับเสื้อชุดนั้นแล้วเดินผลุบหายไปด้านหลัง หลายวันมานี้ หลังจากฟื้นแล้วก็อาศัยหลับนอนที่ห้องเก็บฟืน

            “คุณหนู...” จางลี่จับมือฟู่เซียงเซียง “ข้าเสร็จธุระแล้วจะรีบไปหาท่านที่โรงหมอนะเจ้าคะ”

            “เจ้ากลับมาก็อยู่ช่วยงานกับแม่นมหวงนี่แหละ วันนี้ท่านหมอจูจะสอนข้าฝังเข็ม ข้าคงไม่ได้กลับเร็วนัก”

            “ท่านหมอจูรับคุณหนูเป็นศิษย์แล้วหรือเจ้าคะ” จางลี่ถามอย่างตื่นเต้น

            “ข้าเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ ท่านหมอจูต้องรับข้าเป็นศิษย์อยู่แล้ว”   ถ้อยคำของนางเรียกเสียงหัวเราะจากจางลี่และแม่นมหวง เพียงไม่ถึงครึ่งเค่ออี้เฉินก็เดินกลับมา จางลี่ถึงกับอ้าปากค้างแล้วก้มหน้าลงซ่อมแก้มที่แดงเรื่อ

            “ตอนนี้ข้ามีเงินแค่ซื้อชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ เอาไว้ข้าเป็นหมอที่เก่งกาจมีรายได้มากกว่านี้ จะซื้อเสื้อผ้าไหมให้ทุกคนได้ใส่กัน”

            ฟู่เซียงเซียงฉีกยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าให้อี้เฉินเดินตามนางไป โดยปกติหากไม่ต้องขนสมุนไพรไปนางมักเดินไปเอง บางครั้งจางลี่ก็ไปเป็นเพื่อน แต่คราวนี้มีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินตามหลัง นางคิดว่าอี้เฉินยังบาดเจ็บอยู่จึงเดินช้าลง  ในขณะที่ทาสหนุ่มเกรงว่าตนเองจะเดินนำหน้าจึงรักษาความเร็วไม่ให้ใกล้นางเกินไปนัก

            “ไม่ต้องกลัวนะ ท่านหมอจูใจดีมาก”  ฟู่เซียงเซียงในชุดเด็กหนุ่มหันมาคุยกับอี้เฉิน “เจ้าลองดูก่อนก็ได้ ถ้าอยากทำงานที่โรงหมอกับท่านหมอจู ข้าจะช่วยพูดให้ท่านหมอจูรับเจ้าไว้”

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ยังไม่ทันจะอ้าปากส่งเสียง เด็กสาวก็ชิงพูดขึ้นก่อน

            “แต่ถ้าเจ้ามีที่ที่อยากไป หรือมีครอบครัวที่ต้องการกลับไปหา ข้าก็ไม่ห้ามเช่นกัน”  นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่ถ้าเจ้าจะไป อย่างไรก็รอให้บาดแผลหายดีเสียก่อน ถึงร่างกายเจ้าจะฟื้นฟูได้รวดเร็วแต่บาดแผลก็ยังไม่สมานกัน หากเคลื่อนไหวมากก็อาจปริแตกได้อีก อย่างไรก็ทนอีกสักหน่อยเถอะนะ”

            ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินนางพูดเช่นนั้น บางครางนางก็ไม่เหมือนเด็กอายุสิบสี่เอาเสียเลย บางครั้งนางก็ไร้เดียงสาราวเด็กน้อย  เขาได้แต่เดินตามนางไปเงียบๆ จนถึงโรงหมอแห่งหนึ่ง ดูท่าทางนางมาที่นี่เป็นประจำจึงคุ้นเคยกับทุกคนดี  เพียงแค่สายตาของผู้อื่นที่มองมาทางเขาไม่สู้ดีนัก ซึ่งเขาชาชินกับสายตาเช่นนี้แล้ว

            “มาแล้วหรือเซียงเซียง”  ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบใบหน้าดูอ่อนโยนเปี่ยมเมตตาเอ่ยกับเด็กสาวด้วยรอยยิ้มพลางปรายตามองผู้ติดตาม  “นี่นะหรือเจ้าก้อนเงินสองตำลึงของเจ้า”

            “พี่ลี่เฉี่ยวอย่าล้อคนของข้าสิ”  ฟู่เซียงเซียงขึงตาใส่แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะร่วนไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางของนาง

            “เรียกข้าศิษย์พี่ได้แล้ว”

            “จริงด้วย! คารวะศิษย์พี่!”

            “ใครรับเจ้าเป็นศิษย์กัน”  เสียงหมอจูซีห่าวดังก่อนที่เจ้าของโรงหมอจะเดินมาถึง ในมือถือพัดด้ามหนึ่ง พอเห็นหน้าทะเล้นของว่าที่ลูกศิษย์คนใหม่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ยกน้ำชา”

            “เจ้าค่ะ อาจารย์!”

            แม้ฐานะการเงินไม่ดีนัก แต่ฟู่เซียงเซียงเตรียมใบชาชั้นเลิศไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นางรีบร้อนจะไปชงชา แต่เสื้อที่สวมไม่พอดีตัวนัก นางเกือบสะดุดล้มหน้าคะมำ ทว่ามือใหญ่ของอี้เฉินคว้าเอวนางไว้ได้ทัน ฟู่เซียงเซียงเป่าปากโล่งอก เมื่อยืนได้มั่นคงแล้วก็หันมายิ้มให้แล้วเดินเร็วๆ หายไปเตรียมน้ำชา

            แม้มุมปากจะยกยิ้มแต่สายของลี่เฉี่ยวไม่ค่อยพอใจนัก จึงอดตำหนิไม่ได้

            “เจ้าเป็นทาส และนางก็เป็นหญิง คราวหน้าคราวหลังอย่างทำเช่นนี้อีก” 

            ‘แล้วจะปล่อยให้นางล้มหน้าคว่ำไปหรือไร?’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 32.ผ่านพ้นเคราะห์กรรม จบ.

    “นั้นสิ ใครจะรักข้ากันเล่า” “เซียงเซียง” เขาเรียกนางอย่างอ่อนใจ “ท่านไม่ได้หลับเลยสินะ มานอนตรงนี้สิ หลับสักประเดี๋ยวดีไหม” นางตบที่ตักหมายให้เขานอนหนุนตักนางเหมือนที่นางเคยนอนหนุนตักมารดา “ข้าไม่กล้าหลับ” “ข้านอนมาพอแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะดูแลท่านเอง” “สัญญา?” “ได้ข้าสัญญา” นางหัวเราะแต่เสียงยังแหบอยู่ สายตามองเลยไปยังดอกไม้ในแจกันที่มุมห้อง แสงแดดที่ผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง นางรู้ว่าภาพเหล่านี้จะไม่จางหายไปเช่นในฝันที่ผ่านมา ชายหนุ่มค่อยๆ เอนกายลงนอนบนตักของนาง เงยหน้ามองใบหน้าของคนรักแล้วค่อยๆ หลับตาอย่างอ่อนล้า “อี้เฉิน” “อืม...” “ตอนที่ข้าหลับ ข้าฝันถึงท่าน แต่มันน่ากลัวมาก ในฝันข้าไม่ตื่นและท่านกลายเป็นปีศาจในร่างมนุษย์เข่นฆ่าผู้คนจนแผ่นดินชโลมด้วยโลหิต...อี้เฉิน ท่านบอกข้าได้หรือไม่มันก็แค่ฝันร้าย” ฉินตงหยางลืมตาขึ้นมองเป็นจังหวะเดียวกับที่นางก้มมองเขาเช่นกัน พลางตัดสินใจว่าบางเรื่องอย่าให้นางรู้เลยดีกว่า ช่วงที่นางหลับ เขาก็แทบกลายเป็นปีศาจจริงๆ สั่งส

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 31. รักษานาง!

    แม้เจนจัดในสนามรบ แต่เมื่อเห็นคนรักบาดเจ็บ เขากลับเจ็บปวดทุกข์ทรมานยิ่งกว่า...คนรัก...สวรรค์นี่เขารักนางแล้วจริงๆใช่ไหม? ไม่ใช่เพียงความรู้สึกอยากยึดครองนางไว้เพียงผู้เดียว แต่ทุกข์และสุขไปพร้อมกับนาง “ร่างกายของนางจะค่อยๆ เย็นลงไปเรื่อยๆ ไต๋อ๋องเป็นผู้มีวรยุทธ์แข็งแกร่ง ระหว่างนี้ท่านต้องทำให้ร่างกายนางอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา”“ทำอย่างไร” เขาถามอย่างงุนงงไม่สนใจที่จูลี่เฉี่ยวไม่ได้เรียกฟู่เซียงเซียงว่าพระชายา“กระหม่อมจะใช้สมุนไพรขับไอเย็นให้นาง เอ่อ...ไต๋อ๋องถ่ายลมปราณกระตุ้นให้เลือดลมไหวเวียนเป็นปกติ จะช่วยประคองชีพจรของนางได้อีกทาง”“ได้” เขาค่อยรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยเพราะตัวเองช่วยนางได้บ้าง เขายื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าที่หลับใหลแล้วพึมพำเบาๆในลำคอ“ห้ามลืมสัญญาของเรานะ เซียงเซียง”….. “เด็กขี้เซาตื่นได้แล้ว” “ลูกอยากนอนอย่างนี้ทุกวันทุกคืน นอนหนุนตักท่านแม่แล้วลูกไม่ฝันร้าย” “เจ้าฝันอะไร เล่นซุกซนจนเก็บไปฝันอีกละสิ” “ลูกไม่ได้ซุกซนนะ” หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่งจ้องใบหน้าของมารดา “ต้องเรียกสนใจใฝ่รู้ต่างหาก” มารดาหัวเราะเสียงใส

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 30. พิษเจ็ดนิทรา

    “เหนื่อยรึ ให้ข้าอุ้มไหม” “ไม่ต้อง” นางเงยหน้าขึ้นแล้วหัวเราะเสียงใส “ข้าดีใจที่ท่านกลับมาเยี่ยมบ้านกับข้า” “ท่านพี่” ฉินตงหยางแก้คำพูดของนางให้ “ท่านพี่” น้ำเสียงเจือเขินอายทำให้คนฟังคันหัวใจยุบยิบจนอยากจะจูบนางเสียตรงนั้น ทว่าเพียงแค่โน้มหน้าลง คนตัวเล็กก็รู้ทันรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้ก่อน “ที่นี่...ไม่ได้...” “ทำไมเล่า ข้าไม่ได้ให้ผู้ใดติดตามมาเสียหน่อย”“รวมถึงองครักษ์เงาด้วยรึ” นางแลบลิ้นใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ชอบยั่วเย้าให้ครวญคราง ยิ่งนางพยายามกลั้นเสียงร้องเท่าไร เขายิ่งกลั่นแกล้งหนักมือขึ้นเท่านั้น ฉินตงหยางยิ้มกริ่ม นึกถึงเรื่องที่ชีอันฟานพูดคุยกับเขา เสียงไต๋อ๋องกับพระชายาที่ดังออกมานอกห้องหอนั้นทำเอาบรรดาองครักษ์หน้าหนาถึงหน้าแดงตัวเกร็ง ราวกับถูกทดสอบความอดกลั้นกันเลยทีเดียว “อีกไม่นานเราจะเดินทางกลับแคว้นฉินกันแล้ว เจ้ายังมีอะไรที่ต้องสะสางที่นี่อีกหรือไม่” “ฟังดูเหมือนข้าเป็นคนมีชอบสร้างปัญหา” นางขมวดคิ้ว “แค่อยากล่ำลาพี่ลี่เฉี่ยวกับท่านหมอจู” เดิมทีฟู่เซียงเซียงคิดว่าเขาคงไม่พอใ

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 29. เข้าหอ

    “ระหว่างรอข้า เจ้ากินอะไรหรือยัง” เขาถามพลางค่อยๆ ถอดเครื่องประดับออกจากศีรษะนาง “ตัวข้ามีแต่กลิ่นสุรา ประเดี๋ยวข้าไปอาบน้ำสักครู่ เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันก็พักผ่อนเสียหน่อย” “ท่านเคยได้ยินประโยคที่ว่าคืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่งหรือไม่” ฟู่เซียงเซียงกระเง้ากระงอด หารู้ไม่ว่าถูกปลดสายรัดเอวและถอดชุดบนตัวนางออกที่ละชิ้นแล้ว “น้องหญิงใจร้อนยิ่งนัก” เขาหัวเราะอารมณ์ดี อาจเพราะสุราที่ดื่มหรือเพราะความงามเย้ายวนเบื้องหน้า อาภรณ์หนาหนักถูกถอดออกไปเหลือเพียงเอี๊ยมสีแดงสดขับเน้นผิวกายขาวผุดผ่องราวหิมะแรกของเหมันต์ แม้รู้สึกประหม่าแต่ก็ยื่นมือไปช่วยปลดกระดุมชุดเจ้าบ่าวออก ปลายนิ้วแตะต้องผิวกายของชายหนุ่ม แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางสัมผัสตัวเขา แต่ทุกครั้งที่เห็นรอยแผลเป็นบนร่างกายนี้ ก็อดปวดใจไม่ได้ ชายผู้นี้ต้องแบกรับเรื่องหนักหนาไว้มากมายเพียงใด “ไม่เจ็บแล้ว” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว รับรู้ได้ว่านางห่วงใยเขามากเพียงใด เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยได้รับจากผู้ใดมาก่อน เขาจับมือเล็กที่ทาบอยู่บนรอยแผลบนแผ่นอก “ต่อไปนี้ข้าไม่อนุญาตให้ท่านบาดเ

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 28. วิวาห์

    “อะ...อะไรกัน...พวกเจ้าอย่ามาขู่ให้ข้ากลัวนะ!” แน่ล่ะ นางย่อมได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน เมื่อถูกสะกิดก็อดคิดไม่ได้ “วิธีทรมานคนเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งของไต๋อ๋อง หากฮูหยินต้องการพลีกายสร้างความบันเทิงให้ไต๋อ๋อง ข้าเองคงไม่อาจขัดขวางความปรารถนาของฮูหยินได้” ชีอันฟานพูดด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม “ไต๋อ๋องเพิ่งได้มีดปีกจักจั่นมา ยังไม่ได้ทดลองกับผู้ใด มิทราบว่าฮูหยินจะยอมเป็นของเล่นให้ไต๋อ๋องได้ทดลองใช้มีดแร่ผิวหนังออกที่ละชั้นหรือไม่” “พวกเจ้าบ้าไปแล้ว!” ฟู่ซินอี๋กลัวจนตัวสั่น นึกถึงคำเตือนของบิดาที่ไม่ให้ยุ่งกับฟู่เซียงเซียง หรือว่าไต๋อ๋องจะเป็นพวกวิปริต “คนที่บ้าน่าจะเป็นฮูหยินเสียมากกว่า ท่านควรรู้ว่าตนเองอยู่ตำแหน่งใด อะไรควรทำไม่ควรทำ สตรีที่ยอมทิ้งสามีเพื่อมาเกาะบุรุษอื่นหวังได้ฐานะตำแหน่งสูงส่งควรเรียกหญิงบ้าได้หรือไม่ คนสติดีที่ไหนจะทำเรื่องอัปยศเสื่อมเสียวงศ์ตระกูลเช่นนี้” ชีอันฟานถึงกับต้องหันมามองสาวใช้ของฟู่เซียงเซียงเต็มตา เขารู้ว่าขาขวาของจางลี่พิการลีบเล็ก หากไม่สังเกตจะไม่รู้ว่าเวลาเดินนั้น นางเดินกะโผลกกะเผลก ใบหน้

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 27. ข้าไม่เคยเช็ดน้ำตาให้ใครมาก่อน

    “เจ้าไม่ทำหรอก” เขาหัวเราะอารมณ์ดี “เจ้าไม่มีวันใช้วิชาแพทย์ทำร้ายใคร ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ได้อยู่ตรงหน้าเจ้าเช่นนี้” เห็นนางนิ่งงันไปเขาก็ยิ้มขบขัน “เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าต้องการให้อยู่ข้างกาย ไม่ว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ ข้าก็ต้องหาทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้าอยู่กับข้า และวิธีที่ดีที่สุดคือแต่งงาน ส่วนตำแหน่งชายาอะไรนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ารับรองได้ว่าจะมีเจ้าเพียงหนึ่งเดียวไม่มีหญิงใดอีก” “ท่านแน่ใจหรือ?” นางถามอย่างไม่เชื่อนัก “แค่เจ้าคนเดียวข้าจะเหลือตาไว้มองใครได้อีก ซุกซนถึงเพียงนี้ ก่อเรื่องได้แทบทุกวัน หากข้าไม่ส่งคนคอยคุ้มครองเจ้า คิดหรือว่าเจ้าจะอยู่สุขสบายถึงเพียงนี้” “ข้าไม่ได้เป็นคนเช่นนั้นเสียหน่อย” นางลืมตัวหัวเราะออกมาแล้วก็เจ็บแก้มทำให้ต้องยกมือขึ้นกุมไว้ “อดทนอีกนิดนะเซียงเซียง ข้าต้องการให้เจ้าแต่งออกไปอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ถูกใครครหา แต่งงานแล้วเดินทางกลับแคว้นฉิน ที่นั้นจะเป็นบ้านของเรา เจ้าอยากเพาะปลูกกุหลาบ ขายเครื่องประทินผิวหรือทำโรงหมอรักษาคนก็ตามใจเจ้า” “ข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะแต่งข้าเ

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 9.จะไปแล้วหรือ?

    เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดดำคุกเข่าลงเบื้องหน้าบุรุษหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งภายใต้จันทร์เสี้ยว แม้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ไม่อาจกลบรัศมีความน่าเกรงขามได้เลย เพียงการยกมือส่งสัญญา ชายในชุดดำเหล่านั้นพลันหายไปราวกับภูติผี เหลือเพียงบุรุษหนุ่มตามลำพัง ชายหนุ่มยกฝ่ามือขึ้นดู มุมปากกระตุกยิ้ม

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 8. ไม่สนใจ

    ‘เข้าใจอะไรกัน พูดเองเออเองเอาทั้งนั้น’ร่างเล็กหมุนตัวกลับ ก้าวเดินได้เพียงสองก้าวก็ถูกเสียงหนึ่งเรียกไว้ ฟู่เซียงเซียงหันไปมองเจ้าของมือขาวผ่องกวักมือเรียกจากตรอกด้านข้าง นางจำหญิงสาวผู้นั้นได้เป็นอย่างดีจึงเดินตรงไปหาพร้อมรอยยิ้ม“พี่เหมยลี่” เด็กสาวที่อยู่ในชุดเด็กหนุ่มเอ่ยทัก “ท่านมาซื้อของที่

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 7. เจ้าเป็นคนของข้า

    “คนผู้นี้พูดไม่ได้” ท่านหมอจูเอ่ยกับลูกศิษย์ และอธิบายกับทาสหนุ่ม “นางมักซุ่มซ่ามอยู่เสมอ หากคราวหน้านางหกล้ม เจ้าก็ประคองไหล่นางไว้ ไม่ใช่กอดเอวนางเช่นนั้น” ทาสหนุ่มนิ่งงันไป เขาคิดแค่ต้องการช่วยไม่ให้นางหน้าคว่ำกระแทกพื้น หมอจูซีห่าวเข้าใจว่าทาสผู้นี้คงไม่มีความรู้จึงตั้งใจอบรมสั่งส

  • พ่ายรักเชลยสาว   Chapter 5. ของที่ระลึก

    แม่นมหวงและจางลี่ลอบมองไปยังทาสหนุ่ม ทว่าเขายังมีสีหน้าเรียบนิ่งราวกับฟังถ้อยคำเหล่านั้นไม่เข้าใจ “ว่าแต่คุณหนูรองสกุลฟู่มาเรือนท้ายจวนด้วยธุระอันใดรึ?” “ข้าก็ไม่ได้อยากย่างเท้ามาที่สกปรกเช่นนี้” นางปรายตามองไปยังเล้าไก่ที่ส่งเสียงน่ารำคาญ “ท่านแม่ให้นำเสื้อผ้าเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status