LOGINแสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างปลุกให้หญิงสาวที่เพิ่งผ่านศึกหนักในคืนร้อนแรงลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพที่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ เสื้อผ้ากระจัดกระจาย ส่วนสามีก็ไม่รู้ไปไหน เธอมองผ่านหน้าต่างออกไป ถึงได้รู้ว่าสามีแสนดีกำลังปลูกผักในสวนอย่างตั้งใจ หัวกะหล่ำปลีเพิ่งเก็บไป ส่วนแปลงปลูกคะน้าตรงนั้นก็กำลังโตได้ที่สวยเชียว
"ขยันจริงๆ"
ซูพูดกับตัวเองที่มีความทรงจำของซูเอ๋อร์ทุกอย่าง ผู้ชายคนนี้ทำแต่งาน วันๆ อยู่แต่ในสวนหรือไม่ก็ไปรับจ้างปลูกข้าวสาลีช่วยชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำนาทำไร่ ฤดูเก็บเกี่ยวเขาก็ไป เงินทุกหยวนที่ได้มา ไม่ทันจะได้เก็บไว้ก็มักจะถูกภรรยาขอไปใช้ซื้อเสื้อผ้าและของฟุ่มเฟือย แล้วสามีจะมีเงินเหลือเก็บได้อย่างไร มีปลิงตัวใหญ่คอยสูบ คอยใช้ คำว่า 'ประหยัด' ไม่เคยอยู่ในหัวสมองด้วยซ้ำ
'ฉันอยากได้ชุดใหม่'
'แต่คุณเพิ่งซื้อไปเองนะ'
'โอ้ยพี่!! จะงกอะไรนักหนา'
พอโดนขัดใจ ซูเอ๋อร์ก็มักจะขึ้นเสียงใส่ ดวงตาคู่สวยเบิกโตอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดก้นใส่สามีที่เพิ่งได้เงินมา ทำหน้างอไม่พูดไม่จา น้ำสักแก้วยื่นให้สามีหายเหนื่อยล้าก็ไม่มี เร่งแต่จะเอา เงิน เงิน และ เงิน อย่างเดียว
'ซูเอ๋อร์'
เฉิงอี้เรียกภรรยาที่ถือเป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เขาควรใส่ใจ อดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เขาคือใคร มาจากไหน ทั้งหมดถูกโยนทิ้งไปในวันที่เขาลื่มตาตื่นขึ้นมาที่ตระกูลกู้ในสภาพสะบักสะบอม
"....."
หญิงสาวไม่ตอบ เธอแสดงออกให้เห็นว่ากำลังไม่พอใจ และถึงจะได้ยินก็แสร้งทำเป็นหูทวนลมใส่ ไม่สนใจ สามีอยากทำอะไรก็แล้วแต่เลย ซึ่งแต่ละความทรงจำที่แว่บขึ้นมาในหัวยิ่งทำให้เธอสงสารผู้ชายที่ชื่อ 'เฉิงอี้' จับใจ เขาจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ เขาไม่มีใคร แต่ก็พร้อมรับผิดชอบตบแต่งกับผู้หญิงนิสัยแย่ๆ อย่างซูเอ๋อร์มาเป็นภรรยา และภรรยาที่ได้มาก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตที่น่าสงสารของเฉิงอี้ดีขึ้นสักนิดเลย
วันๆ ไม่ทำงานทำการ
นอนตื่นเที่ยงวัน
หน้าที่ของภรรยานั้น....
แทบจะไม่แตะต้องเลย!!
'พี่เฉิงฉันหิวข้าว'
'พี่เฉิงเล็บฉันเจ็บ ฉันคงซักผ้าไม่ได้'
'พี่เฉิงเก็บผ้าเข้ามาให้ที'
'พี่เฉิงฉันหนาว ต้มน้ำให้ที'
เป็นผู้หญิงแต่จิกหัวใช้สามี สมแล้วที่ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็พากันส่ายหน้าด้วยความระอา และพากันสงสารเฉิงอี้จับใจ เขาเป็นคนดี ไม่ชอบเอา เปรียบใคร ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่เคยมีความคิดที่จะหย่ากับภรรยาที่ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'ไร้ประโยชน์สิ้นดี!!' ซึ่งเธอที่เข้ามาสวมร่างนี้ก็คิดเหมือนกัน งานการไม่ทำ แต่งตัวสวยไปวันๆ บางครั้งยังเห็นชะเง้อคอมองหนุ่มๆ ตระกูลกู้อยู่เลย
'หน้าไม่อาย'
'มีสามีแล้วนะ'
'เจียมเนื้อเจียมตัวบ้าง'
ถึงจะโดนคนนินทา แต่ซูเอ๋อร์คนนี้หาได้ใส่ใจไม่ เธอหันขวับไปมองถลึงตาใส่ ปะทะฝีปากกลับไปแบบไม่กลัวคนจะเกลียดเลย ซูส่ายหน้าไปมากับพฤติกรรมของซูเอ๋อร์ที่ไม่ไว้หน้าใครล่าสุดที่โดนคือป้าเถียนขายปลาที่เพิ่งโดนถอนหงอกไปว่า 'แก่ก็อยู่ส่วนแก่ไป' ซึ่งการที่เธอมั่นหน้ามากไปบวกกับการไม่มีสัมมาคาราวะต่อผู้ใหญ่ยิ่งทำให้ถูกคนชังน้ำหน้ามากขึ้น
"ตื่นแล้วเหรอ"
เสียงทุ้มของสามีดึงให้ซูหลุดจากภวังค์ เขามายืนตรงหน้าต่างหน้าห้องนอนตอนไหนกัน แล้วเขารู้ไหมนะว่าเธอเมื่อกี้เธอแอบมอง
"อื้อ!"
หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ สะท้อนกับแสงแแดดจ้า ดวงตาของเขาน่าค้นหา ถึงจะแต่งตัวธรรมดา แต่ก็มีเสน่ห์สมกับเป็นชายชาตรียุค 80 ที่ขยันใช้แรงจริงๆ
"ทนอีกนิดนะ"
"พี่จะเสร็จแล้ว"
"ต่ออีกรอบได้ไหม"
ซึ่งขยันใช้แรงที่ว่านั้นไม่ใช่แค่ทำแต่งาน พาลรวมไปถึงแรงขยับที่โยกเหนือตัวเธอ
'คิดลามกอะไรเนี่ย'
หญิงสาวว่าให้ตัวเองที่สลัดภาพลามกในหัวออกไปไม่ได้ เขาชวนเธอทำเรื่องอย่างว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่มีคำว่าเขินอาย ยิ่งไปกว่านั้นคือ 'เธอ' ไม่รู้สึกรังเกียจสัมผัสนั้นเลยสักนิดเดียว
"หิวหรือยัง"
เขาถามภรรยาที่นอนตื่นสายเป็นประจำ ใบหนัาสวยที่ยังซีดของภรรยานั้นทำเขารู้สึกผิดที่เคี่ยวกรำเธอทั้งคืน ทั้งที่เธอเพิ่งฟื้นคืนสติมา
"นิดหน่อยค่ะ"
หญิงสาวตอบกลับไป บทสนทนาของสามีภรรยาในยุค 80 นั้นเรียบง่าย แววตาที่มองเธอด้วยความห่วงใย ทำให้ซูไม่ได้เคว้งคว้างที่ต้องทะลุมิติเข้ามาเป็นภรรยาของผู้ชายจนๆ ที่ไม่มีสมบัติติดตัวอะไร มีเพียงแค่หัวใจที่มอบให้เธอ
ความลำบากที่เขาต้องเจอ เธอจะเป็นคนปัดเป่าให้หายไป แสนดีขนาดนี้จะให้ทนลำบากได้อย่างไร ซูมองใบหน้าหล่อเหลานั้นพลางคิดในใจ ซึ่งยุคสมัยที่เธอจากมา ผู้หญิงกับผู้ชายมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ช่วยกันทำงาน ความสามารถของผู้หญิงในยุคสมัยเธอนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายสักนิดเดียว
ขยัน อดทน...
คำว่า 'จน' ไม่กลัว
นั่นคือ 'คติ' ของเธอในการถีบตัวเองให้ได้เรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้เรียบหรูและผ่านความลำบากมามาก การที่เธอทะลุมิติมาลำบากอีกครั้ง ก็เหมือนเป็นการพิสูจน์ว่าเธอ 'ทำได้' ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป
เพราะ...
ภรรยาน่าชังคนนี้
จะทำให้สามีมีชีวิตที่ดีเอง!
"พี่จะทำให้ซูมีความสุข"หลี่หมิงพูดพร้อมๆ กับมือที่ล้วงเข้าไปในชุดนอนตัวบางของภรรยา แล้วเริ่มเล้าโลมตรงจุดที่เธออ่อนไหว ความร้อนนิ้วที่วนเวียนตรงนั้นสร้างความวาบหวามให้ เขาช่างรู้ใจ แค่เพียงสัมผัสภายนอกก็ทำอารมณ์เธอกระเจิดกระเจิง"อื้อ~ พี่เฉิง"ซูกลั้นเสียงคราง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อสองนิ้วนั้นกำลังเข้าออกพลิ้วไหว เธอเกรงว่าจะทำเสียงดังไป หากแต่ความเสียวที่ถาโถมเข้ามาซ้ำๆ นั้นทำเธอกลั้นเสียงต่อไปไม่ไหวจริงๆ"อร้ายยย"สัมผัสสุขสมจากปลายนิ้วทำซูหอบหายใจ สามีรู้ว่าเธอชอบอะไร และเขาก็มักจะทำให้เธอแตะฝั่งฝันก่อนทุกที"ซูสวยมากเลย"หลี่หมิงเอยชมภรรยาที่ดูสวยและเย้ายวเสมอสำหรับเขา ยิ่งเธอใส่ชุดนอนบางเบาก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากจะดึงกระชากมันออกมา "พูดจริงเหรอคะ"ซูมองสามีที่ปากหวาน เขาชอบชมเธอทุกครั้งที่มีอะไรลึกซึ้งกัน และมันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนที่สวยในสายตาของสามีจริงๆ "ครับ"หลี่หมิงตอบรับด้วยดวงตาหลงใหล มุมปากหยักได้รูปส่งยิ้มให้ เขาดูชอบใจเมื่อเห็นภรรยาลุกขึ้นมาคร่อมเขาแทน"ฉันคงต้องให้รางวัลแล้ว"มุมปากสวยผุดรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะยื่นมือเรียวบางไปจับที่ส่วนแข็งขืนขอ
สามปีผ่านไป🍃"ไม่ให้จับมะม๊า"มือน้อยๆ ของบุตรชายตอนนี้กำลังผลักไสบิดาที่เดินเข้ามาโอบเอวภรรยาที่กำลังเตรียมอาหารมื้อเย็น"มะม๊าเป็นของผมคนเดียว"แววตาไร้เดียงสาของเจ้าก้อนแป้งในวันนั้นเปลี่ยนไป ซีซวนในวัยสามขวบฉลาดสดใส และ 'หวง' สิ่งของทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ซึ่งแน่นอนว่าของรักที่หวงแหนที่สุดของซีซวนตัวอ้วนก็คือ 'มะม๊าซูที่สวยที่สุดในบ้านนั่นเอง'"ของพ่อด้วยครับ"หลี่หมิงในชุดทหารย่อตัวนั่งลงยองๆ ลูบหัวของบุตรชายที่มองเขาราวกับเป็นศัตรูตัวร้ายที่จ้องจะแย่งความรักจากซูไป ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่ได้รับความรักไปเต็มๆ จากซู ก็คือ 'ซีซวน' จอมอ้อนนั่นเอง"มะม๊าซีซวนหิว""มะม๊าทำไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก""ซีซวนรักมะม๊าฮับ""กอดๆ ซีซวนหน่อย"ทั้งพูดเก่ง อ้อนเก่ง และยังใช้สายตาเรียกร้องเก่งเกินกว่าใคร คงต้องยกให้เจ้าซีซวนตัวน้อยที่ตัวติดกับมารดาตลอดเวลาจริงๆ "ไม่ใช่ มะม๊าเป็นของซีซวนคนเดียว"พ่อได้ยินว่าพ่อจะแบ่งความรักไป ซีซวนก็เบะปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เสียง 'ฮึกๆ' ของบุตรชายทำให้ซูหันมาเอ็ดสามีที่ชอบแกล้งว่า"พี่เฉิง!"ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ เธอก็ยังติดปากเรียกชื่อสามีว่า 'พี
วันนี้ร้านอาหารเช้าขึ้นป้ายแจ้งว่า 'หยุด 1 วัน' ซึ่งสาเหตุที่ร้านหว่ออ้ายหนี่ประกาศหยุดนั้นเนื่องมาจาก..."พี่พูดจริงเหรอ"ซูทำหน้าตกใจเมื่อได้ฟังเรื่องบางอย่างจากปากสามีที่เดินเข้ามาบอกเธอที่ลุกขึ้นมาเตรียมแป้งปาท่องโก๋ตั้งแต่เช้ามืดว่า 'พี่มีเรื่องที่จะต้องเล่าให้ซูฟัง' ซึ่งเนื้อหาและใจความสำคัญที่พี่เฉิงเล่านั้นมันทำเธอไม่ค่อยอยากเชื่อเลยจริงๆ "ครับ"หลี่หมิงพยักหน้ารับ เขามั่นใจว่าตนเองในตอนนี้มีพร้อมทุกอย่าง ซูไม่จำเป็นต้องทำงาน เพราะแค่เงินเก็บและเงินเดือนเขาก็ทำให้เธอใช้ชีวิตอยู่ได้สุขสบาย หากแต่สีหน้าของภรรยาที่แสดงออกมาต่างจากที่เขาจินตนาการไว้ ดูเธอเหมือนไม่ค่อยดีใจ และมองเขาที่กำลังพูดด้วยแววตาแปลกๆ ยังไงพิกล"ไม่อยากเชื่อเลย"ซูพึมพำขณะมองหน้าของสามีที่ไม่มีแววหยอกล้อใดๆ ดวงตาคมเข้มนั้นดูจริงใจ จะผิดไหมหากเธอคิดว่าสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือน"ชื่อเดิมของพี่คือหลี่หมิง""หลี่หมิง?"ซูทวนชื่อที่สามีบอกอีกครั้ง "ครับ"แววตาของสามีตอนพูดช่างดูจริงจัง ส่วนภรรยาที่นั่งฟังอยู่นั้นทำหน้าไม่ถูกเอาซะเลย"แผลพี่....""ทำไมครับ""หายดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม"ซูเดินเข้าไปเปิดแผลบริเว
ห้าเดือนกว่าที่ไม่ได้เจอกัน ทำให้ซูออกอาการเก้อเขินสามีที่ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้เขาก็ดูหล่อเท่ซะเหลือเกิน "ปิดไฟได้ไหมคะ"ซูบอกด้วยท่าทีเอียงอาย ยกสองมือปิดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม"ไม่ปิดได้ไหม"คนไม่อายทำตาอ้อนใส่ เขาชอบมองเรือนร่างภรรยามันผิดหรืออย่างไร ซูดูสวยและอวบอิ่มขึ้นจนเขาละสายตาไม่ได้เลย"แต่ฉัน อื้อ~"คำพูดของเธอกลืนหายเมื่อถูกสามีป้อนจูบหนักหน่วงให้ เขาทำเธอแทบขาดอากาศหายใจ ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันตักตวงความหวานจนเธอแทบละลาย เนื้อตัวอ่อนระทวยในวงแขนของสามี"พี่คิดถึงซู คิดถึงมาก คิดถึงที่สุด"หลี่หมิงพร่ำบอกคิดถึงภรรยาที่เขารักสุดหัวใจ ดวงตาคมที่มองเธอนั้นช่างร้อนแรงและเปี่ยมไปด้วยความต้องการ"อ๊ะ~"ซูสะดุ้งเมื่อมือของสามีเลื้อยไม่หยุด แต่ละจุดล้วนแต่ทำให้เธออ่อนไหว เสียงครางในลำคอบ่งบอกถึงความพอใจ เขาชอบมองใบหน้าของเธอตอนมีอารมณ์"อย่าเกร็งสิครับ"หลี่หมิงกระซิบข้างหูของภรรยาขณะแยกเรียวขาสวยออกจากกัน ดวงตาคมจ้องมองไปที่เนินกุหลาบแสนสวยนั้น มันช่างดูยั่วยวนชวนให้เขาสัมผัสจริงๆ"พี่เฉิง อย่าค่ะ"คำห้ามของซูที่หน้าแดงไม่เป็นผล เมื่อเห็นสามีก้มหน้าลงไปทำรักให้ ร่างกายของเธอ
เมื่อพายุฝนพัดผ่านไป ท้องฟ้าก็พลันสว่างสดใส ดวงตาของหลี่หมิงที่นั่งมองภรรยาให้นมบุตรชาย ช่างเปี่ยมไปด้วยความรักที่อัดแน่นมากมายเหลือเกิน"เขาชื่อซีซวนค่ะ"ซูพูดไปยิ้มไป ชื่อนี้มีความหมาย เขาจะเป็นเด็กที่ร่าเริงและมีความสุขมากกว่าใคร สดใสดั่งดวงอาทิตย์ที่สาดแสงส่องมา"ลองอุ้มไหมคะ"ซูถามสามีที่จดๆ จ้องๆ เจ้าก้อนแป้งในอ้อมแขนของเธออยู่นานสองนาน ตอนที่ซีซวนร้องไห้หิวนมนั้น สามีเธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย"พี่อุ้มได้เหรอครับ"เขาถามอย่างไม่แน่ใจ ดวงตาคมจ้องมองที่ใบหน้าแสนน่ารักของบุตรชาย มือไม้สั่นเพราะความตื่นเต้นจริงๆ"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ"ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของคุณพ่อมือใหม่ทำซูอดหัวเราะเอ็นดูไม่ได้ เขาดูเกร็งๆ ขณะยื่นมือมารับเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยที่ดูดนิ้วหลับปุ๋ยไป แววตาของเขาที่มองใบหน้าของบุตรชายลึกซึ้งจนเธอกลั้นน้ำตาไม่ไหว เธอไม่ได้อยากร้องไห้ แต่มันดีใจ เพราะก่อนหน้านี้เธอได้แต่จินตนาการภาพนี้ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ไปในที่สุด...ซีซวนก็ได้เจอกับพ่อสักที"แง้ แง้ แง้~"เสียงร้องไห้จ้าทำเอาหลี่หมิงที่นั่งเฝ้าบุตรชายที่นอนหลับปุ๋ยเลิ่กลั่กทันที ชายชาติทหารอย่างเขาไม่รู้วิธีว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อ
"พี่เฉิง"ซูเรียกชื่อสามีที่หายตัวไป ดวงตาคู่สวยสั่นไหวพลันหยดน้ำใสๆ ก็ร่วงหล่นลงมา เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ 'สามี' ของเธอจริงๆ"ซู พี่กลับ..."เพี้ย!!ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดจนจบประโยค ภรรยาก็ตรงปรี่เข้ามาตบที่แก้มฝั่งซ้ายจนชา"พี่ไปไหนมา"ซูถามเสียงสั่น อารมณ์หลายอย่างถาโถมเข้าใส่ ทั้งดีใจทั้งโกรธสามีในคราวเดียว"พี่รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน"ถึงจะรู้สึกเจ็บจนหน้าชา แต่เขารู้ดีว่าเทียบไม่ได้กับความลำบากที่ผ่านมาของภรรยาเลย"พี่ขอโทษ""ขอโทษ?"ซูเน้นคำว่า 'ขอโทษ' ของสามีที่หายไปถึงห้าเดือนกว่าและกลับมาพร้อมกับคำว่า 'ขอโทษ'"พี่อธิบายได้""อธิบายได้??"หญิงสาวกวาดตามองสำรวจสามีที่ดูไม่ได้ไปตกระกำลำบากอะไร เสื้อผ้าที่เข้าใส่ ดูดีและแพงกว่าตอนที่อยู่กับเธอเยอะเลยหนีไปกับชู้แน่ๆคงทนลำบากไม่ไหวน่าสงสารนะสามีหลายใจคำนินทาที่เธอเคยได้ยินและไม่สนใจ ตอนนี้กลับมาทิ่มแทงใจ สภาพของสามีไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร เป็นเธอซะอีกที่ก้มหน้าทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียว"พี่คิดถึงเธอนะ"ประโยคนี้เขย่าหัวใจคนฟัง เธอเองก็คิดถึงสามีเช่นกัน ดวงตาแดงก่ำมองที่ใบหน้าของสามี"คิดถึงแล้วทำไมถึ







