Mag-log inในที่สุด…เรื่องราวของฉงไป๋เฮ่อและซินอวี้หลินก็มาถึงหน้าสุดท้ายแล้วขอบคุณพี่ ๆ นักอ่านทุกท่านที่เดินทางมากับ ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป จนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณทุกการกดอ่าน ทุกหัวใจ ทุกคอมเมนต์ ทุกการรอคอย และทุกคำที่ส่งมาให้กันนะคะ 🥹🤍 และต้องขออภัยที่อัปให้อ่านล่าช้าสำหรับนักเขียนคนนี้ การได้เห็นทุกคนรักตัวละคร รักพระเอก เอ็นดูนางเอก รวมถึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องราวเล็ก ๆ ที่แมวดำดื้อสร้างขึ้นมา มันมีความหมายมากจริง ๆบางเรื่องอาจจบลงเมื่อถึงหน้าสุดท้าย แต่ความทรงจำของตัวละครและช่วงเวลาที่เราเคยใช้ร่วมกัน จะยังอยู่ในใจเสมอขอบคุณที่พา ไป๋เฮ่อ ซินอวี้ และเด็ก ๆ เดินทางมาจนถึงตรงนี้ แล้วพบกันในเรื่องถัด📢 แจ้งกำหนดเปิดนิยายเรื่องใหม่พี่ ๆ นักอ่านบ้านแมวดำดื้อ เตรียมตัวกันไว้เลยยย เรื่องใหม่กำลังมาแล้วค่ะ! พฤศจิกายน นี้ 🔥ชื่อเรื่อง : ป้อนด้วยคำหวาน สังหารด้วยการกระทำ(ฉงสุยอวี้ X ต้าเหนิง)จาก “คนรัก” สู่ “พี่น้องของตระกูล”ความสัมพันธ์ที่เคยหวาน กลับต้องจบลงโดยไม่มีคำอธิบายสองปีผ่านไป เธอกลับมาอีกครั้งในฐานะ ลูกสาวบุญธรรมของตระกูลฉงแต่สำหรับฉงสุยอวี้ ต้าเหนิงไม่ใช่น้องสาว แล
ห้าปีต่อมา…ฤดูใบไม้ผลิในเซี่ยงไฮ้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า“ฉงสุยอวี้! ห้ามวิ่งบนโซฟา!” เสียงใสของเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบดังลั่นบ้านหลังใหญ่ ขณะที่เด็กผู้ชายตัวเล็กอีกคนกำลังหัวเราะคิกคักแล้วกระโดดหนีพี่สาวไม่หยุด“พี่เยว่จับสุยไม่ได้หรอกกก~”“ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ซินเยว่วิ่งตามน้องชายรอบห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าจริงจังสุด ๆ ผมยาวนุ่มถูกมัดหางม้าสูงเหมือนมะม๊าตอนเด็กไม่มีผิด ต่างจากเด็กผู้ชายตัวกลมที่กำลังปีนโซฟาเหมือนลิงน้อยอย่างไม่มีใครเอาอยู่“สุยอวี้!”“ค้าบบผม~” สุยอวี้ขานรับเสียงใส แต่ขาเล็กยังปีนป่ายต่อไม่หยุด จากนั้นสุยอวี้ก็กระโดดลงจากโซฟาพรึบ!ซินเยว่แทบจะกุมขมับตอนเห็นน้องชายกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งเข้าห้องอาหารต่อเหมือนพลังงานไม่มีวันหมด“ปะป๊าขา! มะม๊าขา! น้องดื้ออีกแล้ว!” เสียงฟ้องดังลั่นบ้านทันที แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างสูงในเชิ้ตสีดำก็เดินออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาแทบไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อน ต่างแค่ว่า ตอนนี้ฉงไป๋เฮ่อกลายเป็นคุณพ่อลูกสองเต็มตัวแล้วดวงตาคมมองลูกชายตัวเล็กที่กำลังยืนหลบหลังเก้าอี้เงียบ ๆ ก่อนเลิกคิ้วนิดเดียว“สุยอวี้ครับ” เด็กต
หลังจบงานเปิดตัวสินค้าและให้สัมภาษณ์สื่อเรียบร้อยแล้ว รถตู้สีดำคันหรูก็ค่อย ๆ แล่นออกจากโรงแรมมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ตระกูลฉงภายในรถเงียบสนิท ซินเยว่ที่ตอนแรกยังตื่นเต้นกับการออกงานกับปะป๊า สุดท้ายก็แพ้ความง่วงจนได้ เด็กตัวกลมนอนหลับคาอกไป๋เฮ่อมาตั้งแต่ขึ้นรถ มือเล็กยังกำเนกไทของปะป๊าไว้แน่นเหมือนกลัวหายไป๋เฮ่อนั่งพิงเบาะเงียบ ๆ มือใหญ่ประคองลูกสาวไว้ตลอดทาง ด้านอี้เฉินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าพลางยิ้มด้วยความเอ็นดูจนกระทั่งเวลาเกือบสี่ทุ่ม รถตู้สีดำหรูค่อย ๆ แล่นเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลฉง ไฟบริเวณสวนด้านหน้ายังเปิดสว่างอยู่เหมือนทุกคืน ทันทีที่รถจอดสนิท ไป๋เฮ่อก็อุ้มลูกสาวลงจากรถอย่างระมัดระวัง“อืออ~”ซินเยว่ขยับตัวงัวเงียเล็กน้อย แก้มฟูนุ่มซบอยู่ตรงซอกคอปะป๊าเหมือนลูกหมีตัวเล็ก“ซินเยว่ถึงบ้านแล้วลูก”“หืออ…” เด็กน้อยพึมพำงัวเงีย ก่อนกอดคอปะป๊าแน่นกว่าเดิม ด้านอี้เฉินที่เดินตามลงมาด้วยหัวเราะทันที“ยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย เด็กดื้อของลุง”“อือ”“งั้นกูกลับก่อนนะ” ไป๋เฮ่อพยักหน้า จากนั้นจึงเอ่ยบอกเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง“ขับรถดี ๆ”“เออ” แต่อี้เฉินเพิ่งจะหันหลังเดินได
ห้าสัปดาห์ต่อมา…@เซี่ยงไฮ้“ปะป๊า” เสียงหวานเรียกเบา ๆ จนคนที่กำลังนั่งดูบทซีรีส์เรื่องใหม่อยู่ปลายเตียงรีบเงยหน้าขึ้นแทบจะทันทีไป๋เฮ่อขมวดคิ้วนิด ๆ เมื่อเห็นซินอวี้เดินออกมาจากห้องน้ำช้า ๆ ในมือเล็กถืออะไรบางอย่างไว้แน่น สีหน้าดูนิ่งผิดปกติจนเขาเริ่มลุกขึ้นยืนมองพร้อมกับเอ่ยถาม“เป็นอะไรมะม๊า เสียงหวานแต่เช้าเชียว” ซินอวี้เม้มปากเบา ๆ จากนั้นเธอจึงเดินมาหยุดตรงหน้าคนเป็นสามีแล้วค่อย ๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือส่งไปให้“คราวนี้…” เสียงหวานหยุดนิดหนึ่ง เหมือนยังไม่ชินกับความรู้สึกนี้“สองขีดจริงแล้วปะป๊า”ไป๋เฮ่อมองที่ตรวจครรภ์ในมือภรรยาเหมือนกำลังประมวลผล ดวงตาคมนิ่งค้างไปหลายวินาทีเต็ม ขณะซินอวี้กลับทำหน้ายู่ลงเรื่อย ๆ เหมือนจะร้องไห้ ซึ่งแน่นอนว่าไป๋เฮ่อที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”“ก็… ตื่นเต้นไม่รู้จะทำตัวยังไง”“ไม่ได้ดูผิดใช่ไหม?”“อือตรวจไปสามอันแล้วนะ!” คราวนี้คนตัวสูงเงียบไปจริง ๆ ก่อนสุดท้ายเขาจะค่อย ๆ ก้มหน้ามองภรรยารัก ดวงตาที่ปกตินิ่งเสมอ ตอนนี้กลับสั่นนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“มะม๊า…” ซินอวี้ยังไม่ทันตอบ ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปกอดแน่นทันที แบ
“แบบนี้พอได้ไหม ปะป๊าชอบรึเปล่า? หรือต้องให้มะม๊าเร่งจังหวะเร็วกว่านี้” ร่างบางร่อนสะโพกไปมา กลีบกุหลาบสีสวยเต็มไปด้วยน้ำหวานสีใสเยิ้มเบียดเสียดกับท่อนเนื้อลำใหญ่ของคนเป็นสามีจนมันวาว“ยั่วป๊าเกิ๊น!” ไป๋เฮ่อพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะกัดกรามแน่น พลางมองภรรยาที่กำลังร่อนเอวไปมาอยู่เหนือกายเมียคนนี้รู้ดีเหลือเกินว่าจะแกล้งเขายังไง… แต่ถึงแม้ว่าจะรู้แบบนั้น ไป๋เฮ่อก็ยังนอนให้คนเป็นภรรยาแกล้งให้หนำใจอย่างคนจำยอม“ซี๊ด~ มะม๊า เสียวสุด อื้อ~ ไม่บดแบบนั้น”“บดแบบไหนอ่าปะป๊า แบบนี้เหรอ หรือแบบไหน อื้อ~” ซินอวี้เอ่ยถามน้ำเสียงยั่วยวน เธอกดร่างให้กลีบกุหลาบใต้ร่างบดลงท่อนเนื้อลำใหญ่ของไป๋เฮ่อแรง ๆ อย่างจงใจ และในจังหวะนั้นหัวบานสีชมหูมันวาวก็กระตุก“ซี๊ด~ อ่าส์ ยั่วค… สุดมะม๊า” ร่างสูงสูดปากความเสียวซ่านที่ภรรยามอบให้มันซาบซ่านจนแทบจะทันไม่ไหว“อ๊าส์ จับค… ยัดเลยได้ไหมมะม๊า เร้ามาก” สะโพกเล็กขยับเพื่อเร่าเร้าคนใต้ร่างไป๋เฮ่อสูดปากเฮือกหนึ่ง ความรู้สึกที่ภรรยามอบให้เล่นเอาเขาแทบควบคุมสีหน้าไม่อยู่ น้ำเสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอ ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องคนบนร่างไม่วางใบหน้าหล่อเหล่าที
เหงื่อบาง ๆ เกาะพราวอยู่ตามหน้าผากของทั้งคู่ ซินอวี้หอบหายใจหนักจนเนินอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ ขณะที่เส้นผมบางส่วนเปียกชื้นแนบข้างใบหน้าไป๋เฮ่อเองก็ไม่ได้ดูดีกว่าเท่าไรนัก เหงื่อซึมตามไรผมและลำคอ แผ่นอกกว้างยกขึ้นลงช้า ๆ จากความเหนื่อยล้า แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคมก็ยังจับจ้องภรรยาตรงหน้าไม่วาง ราวกับมองเท่าไรก็ไม่เคยพอ“มะม๊าเสียวหอยไหม อืม~” เขาเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ปรกแก้มของเธอ ซินอวี้นอนครางกระเส่าอยู่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เพราะตอนนี้ความเสียวซานมันแล่นไปทั่วทั้งตัวจนเธอแทบสติหลุด“เสียวหอยไหมครับม๊ะม๊า อ๊า~ ป๊ะป๊าเสียวหัว… มาก อืม” ไป๋เฮ่อถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนขบเม้มริมฝีปาก พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงหาเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อซินอวี้เห็นสามีโน้มใบหน้าลงมาเธอก็กดไม่ได้เลยที่จะยื่นใบหน้าเข้าไปพรมจูบหนึ่งครั้งแล้วผละออก“ปะป๊า เอาดุจัง อื้อ” เธอพูดชิดริมฝีปากของเขา ไป๋เฮ่อไม่รอช้าที่จะพรมจูบกลับไปหนึ่งที ก่อนที่เขาจะเอนกายกลับไปแล้วจับเรียวขาภรรยาพาดขึ้นบ่าทั้งสองข้างตับ! ตับ! ตับ!“ไม่ดุได้ยังไง ก็หอยมะม๊าม
“แล้วนั่นเสื้อฉันไปอยู่บนตัวเธอได้ไง” พูดจบ ซินอวี้ก็ก้มมองเสื้อโอเวอร์ไซซ์ตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจังมากพอควร“อี้เฉินบอกถ้าใส่ชุดเดิมแล้วอ้วกขึ้นมาจะซักยาก ฉันก็เลยตัดปัญหาด้วยการใส่เสื้อนายแทน”“ไอ้เวร!” ไป๋เฮ่อสบถออกมาเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นกดขมับตัวเองเหมือนเริ่มปวดหัวอีกรอบ แล้วจ้องคนตัวบางเข
“เลิกพูดดีกว่า เดี๋ยวคนในกองได้ยิน”“มึงเพิ่งนึกได้รึยังไง ปล่อยให้ไปด้วยกันครึ่งวัน มึงเข้าข้างยัยนั่นเหรอ?” ไป๋เฮ่อยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนมือใหญ่จะยื่นไปยกกาแฟขึ้นมาดูดจิบเข้าปาก ดวงตาคมหลุบต่ำเหมือนขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับเพื่อนตัวเอง ส่วนอี้เฉินก็ได้แต่แค่นหัวเราะในลำคออย่างรู้ทันแล้วเอ่ย
ด้านไป๋เฮ่อ…ภายในกองถ่ายละครที่วุ่นวายตั้งแต่เช้ามืด เสียงทีมงานเดินสวนกันไปมาไม่เคยหยุด ไฟสปอร์ตไลต์ดวงใหญ่ส่องสว่างทั่วเซ็ตจนแทบแสบตาแต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ฉงไป๋เฮ่อกลับนั่งเงียบอยู่คนเดียวตรงมุมพักนักแสดง มือข้างหนึ่งยังถือโทรศัพท์ค้างไว้หลังวางสายจากอี้เฉินไปแล้วพักใหญ่“ไป๋เฮ่อ! เตรียมเข
เช้าวันต่อมา…@โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซินอวี้มาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เก้าโมงเช้า ทั้งที่เมื่อก่อน ต่อให้มีเรื่องให้ตื่นเช้าแค่ไหน เธอก็ยังสามารถนอนต่อได้อีกเป็นชั่วโมงแบบไม่สะทกสะท้านแต่หลังจากรู้ว่ามีเด็กอยู่ในท้อง ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ การตื่นสายแทบไม่เกิดขึ้นกับเธออี







