Share

บทที่ 4

ซ่า...

ฝนไม่ได้ตกหนักเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นฝนปรอย ๆ ที่ค่อย ๆ ทำให้เสื้อผ้าชื้นได้อย่างรวดเร็ว

“แย่ละสิ” เหวินหยางบ่นอุบ “ร่มมีอยู่คันเดียวด้วย”

เขาพูดพร้อมกับปรายตามองไปยังร่มคันเก่าที่วางพิงอยู่ข้างฝาบ้าน ก่อนที่ไป๋เหวินซีจะเป็นคนเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาแล้วกางออกยื่นไปตรงหน้าของเขา

“นายถือสิ นายตัวสูงกว่า”

ไป๋เหวินหยางรับร่มมาอย่างงง ๆ จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ขยับมายืนข้างกายของคนเป็นพี่มากขึ้น พร้อมทั้งพยายามเอียงร่มมาทางไป๋เหวินซีมากกว่าตัวเองจนไหล่ข้างหนึ่งของเขาเริ่มเปียก

ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา สองพี่น้องเดินเคียงข้างกันไปตามถนนดินลูกรังของหมู่บ้านเหิงหลง บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝนกระทบใบบอนและเสียงย่ำเท้าในแอ่งน้ำเล็ก ๆ

ในที่สุดสายฝนที่โปรยปรายมาตลอดทางก็เริ่มซาลง เหลือเพียงละอองบางเบา เมื่อสองพี่น้องเดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียนมัธยมต้นประจำตำบลซีฮวา

ตรงหน้าของไป๋เหวินซีคืออาคารปูนชั้นเดียวสีซีดจางดูหม่นหมองมากกว่าปกติภายใต้ท้องฟ้าสีเทา สนามดินหน้าโรงเรียนเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนจนกลายเป็นแอ่งโคลน

กลิ่นอับชื้นของดินลอยมาปะทะจมูก เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยแต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปสำหรับไป๋เหวินซีในวันนี้ เนื่องจากวิญญาณของเธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมนั่นเอง

และทันทีที่สองพี่น้องก้าวเท้าเข้าไปในเขตโรงเรียน บรรยากาศจอแจยามเช้าก็พลันเงียบลงไปชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนทั้งคู่เป็นจุดเดียว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นราวกับฝูงผึ้ง

“นั่นไป๋เหวินซีไม่ใช่เหรอ? ได้ยินว่าคะแนนไม่ดีจนหนีออกจากบ้านเลยนะ” “ดูสิ มากับไป๋เหวินหยางแฝดน้องที่เป็นอัจฉริยะอีกแล้ว น่าสงสารจัง”

จิตวิญญาณของคุณหมอสาวได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน ซึ่งคำนินทาเหล่านี้หาได้ทำให้เธอรู้สึกแต่อย่างใด เนื่องจากจิตใจของเธอในยามนี้คือแพทย์หญิงหลินเว่ยผู้เคยผ่านสถานการณ์ที่กดดันมานับครั้งไม่ถ้วน กับคำพูดของเด็ก ๆ จะนับว่าเป็นอะไรได้

ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สำหรับไป๋เหวินหยางที่เดินอยู่ข้างกันเด็กชายกำหมัดแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงด้วยความโกรธและกำลังจะหันไปเถียงแทนพี่สาวของตนเอง

ทว่า... เจ้าตัวได้ถูกมือเล็กบอบบางข้างหนึ่งเอื้อมมือไปวางบนแขนของเขาเบา ๆ สัมผัสที่เย็นแต่หนักแน่นนั้นทำให้ เหวินหยางชะงัก ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมามองหน้าคนเป็นพี่อย่างไม่เข้าใจ

“ช่างเถอะ” ไป๋เหวินซีเอ่ยเสียงเรียบ “เราไปห้องเรียนกันดีกว่า”

หลังพูดจบ เธอก็เดินนำหน้าคนเป็นน้องเข้าไปยังห้องเรียนของตัวเองท่ามกลางสายตาของทุกคน รวมถึงหนึ่งในนั้นก็คือหลี่น่าเด็กหญิงที่เป็นหัวหน้าห้องและได้คะแนนคณิตศาสตร์เป็นอันดับต้น ๆ ของชั้นเรียนด้วย

สายตาของเด็กหญิงคนนั้นมองมาที่เธอด้วยความดูแคลน ก่อนจะหันไปกระซิบกับเพื่อนในกลุ่ม “ดูสิ... ยังมีหน้ากลับมาโรงเรียนอีกนะ”

ไป๋เหวินซีทำเพียงแค่ปรายตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะเรียนของตัวเองที่อยู่ด้านหลัง ความสงบนิ่งของเธอกลับทำให้หลี่น่ารู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งกว่าเดิม

ยังไม่ทันที่คาบเรียนแรกจะเริ่มต้นขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเล็ก ๆ ที่มุมห้อง เนื่องจากมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหยอกล้อกับเพื่อนพลาดท่าลื่นล้ม มือของเขาไถลไปกระแทกกับขอบหน้าต่างที่เป็นกระจกบานเกล็ดเก่า

เพล้ง!

“โอ๊ย!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมาจากฝ่ามือของเขา

เพื่อน ๆ ในห้องทุกคนต่างพากันแตกตื่นตกใจ หลี่น่าในฐานะหัวหน้าห้องรีบวิ่งเข้าไปดู แต่เมื่อเห็นเลือดจำนวนมากเธอก็หน้าซีดทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องบอกให้คนไปตามอาจารย์

แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับ ไป๋เหวินซีก็ลุกพรวดจากที่นั่งแล้วเดินตรงไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

“อย่าโดนแผลของเขา” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเฉียบขาด “ใครพอมีผ้าเช็ดหน้าสะอาดบ้าง?”

เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้เธออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“ขอบใจ” หลังกล่าวจบ ไป๋เหวินซีก็รับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาแล้วกดลงบนบาดแผลเพื่อห้ามเลือดของคนเจ็บในทันที พร้อมกับกวาดตามองบาดแผลอย่างรวดเร็ว

(แผลลึก แต่โชคดีที่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่) จิตวิญญาณของคุณหมอสาวคิดในใจ (เราต้องกดแผลห้ามเลือดไว้ก่อน... แต่แผลแบบนี้เสี่ยงติดเชื้อสูงมาก ห้องพยาบาลของโรงเรียนคงมีแค่แอลกอฮอล์กับผ้าพันแผล... ไม่พอแน่)

ความคิดของแพทย์ฉุกเฉินแล่นปราดในหัว และแล้วเธอก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้

(เดี๋ยวนะ... ของรางวัลจากภารกิจแรก... คลังข้อมูลสมุนไพรพื้นบ้านระดับ 1) และในตอนนั้นเองสายตาของเธอก็เหลือบไปนอกหน้าต่างโดยอัตโนมัติ

และมองเห็นพุ่มไม้ดอกสีขาวอมเหลืองที่อยู่ด้านนอกซึ่งเป็นต้นเดียวกับที่เห็นระหว่างทางมาโรงเรียน แต่ในตอนนั้นเธอไม่ได้ให้ความสนใจมันมากนัก

(นั่นมัน...) ยังไม่ทันที่ไป๋เหวินซีจะได้ตัดสินใจทำอะไร ฉับพลันก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง!]

[ระบบกำลังสืบค้นข้อมูลจาก คลังข้อมูลสมุนไพรพื้นบ้านระดับ 1 ยืนยัน: จินอิ๋นฮวา สรรพคุณ: ต้านการอักเสบ สมานแผล สามารถใช้พอกเพื่อลดการติดเชื้อเบื้องต้นได้]

เมื่อได้รับการยืนยัน ไป๋เหวินซีก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

“เธอ! หลินซูซูใช่ไหม” เจ้าของชื่อสะดุ้งพร้อมกับผงกหัวลง “ช่วยไปเด็ดดอกกับใบของต้นไม้นั่นมาให้หน่อย ขยี้ ๆ แล้วเอามันมาให้ฉัน เร็วเข้า!” คำสั่งของไป๋เหวินซีที่เต็มไปด้วยความเฉียบขาด ทำให้เด็กหญิงคนนี้ไม่กล้าชักช้า

ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานเธอก็ส่งเศษพืชสีเขียวที่ถูกขยี้จนมีน้ำเหนียว ๆ ออกมาให้เพื่อนร่วมชั้นที่ทุกคนมองว่าโง่อย่างไม่เข้าใจ

ไป๋เหวินซีรีบรับมันมาแล้วบรรจงพอกลงบนบาดแผลของคนเจ็บอย่างระมัดระวัง

“นี่เธอทำอะไรน่ะ!” หลี่น่าส่งเสียงท้วงขึ้นมา “เอาหญ้าสกปรกมาใส่แผลได้ยังไง เดี๋ยวเขาก็ติดเชื้อกันพอดี!”

“นี่ไม่ใช่หญ้า” ไป๋เหวินซีตอบกลับโดยไม่มองหน้าเธอ “สิ่งนี้เรียกว่าจินอิ๋นฮวา[1] เป็นสมุนไพรสรรพคุณมันช่วยห้ามเลือดและกันแผลติดเชื้อได้เบื้องต้น ดีกว่าปล่อยให้แผลเปิดโล่งรออาจารย์มา”

สิ้นคำพูดของเธอ เลือดที่เคยไหลซึมออกมาไม่หยุดก็เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์หวัง ครูสอนคณิตศาสตร์เดินเข้ามาในห้องพอดี

“เกิดอะไรขึ้น!”

หลี่น่าที่เป็นหัวหน้าห้องจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดออกมาให้เขาฟังอย่างละเอียด “รีบพาเพื่อนไปห้องพยาบาล” เสียงของครูหวังดังขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะจ้องมองมาทางไป๋เหวินซีด้วยแววตาเคลือบแคลง

หลังจากที่เด็กชายผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปห้องพยาบาลเรียบร้อย ภายในห้องเรียนก็กลับมาเข้าสู่บรรยากาศสงบเงียบที่ค่อนข้างกดดัน

“เอาละ ทุกคนแยกย้ายกันไปนั่งที่ให้เรียบร้อย” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้มงวดของครูชายวัยกลางคนดังขึ้น

เมื่อเห็นว่านักเรียนนั่งอย่างสงบดีแล้ว เจ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยเข้าเรื่องการเรียนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

“นักเรียนไป๋เหวินซีในเมื่อเธอได้แสดงความรู้เรื่องพืชพรรณสมุนไพรไปแล้ว... ครูหวังว่าเธอคงจะไม่ได้ลืมความรู้ในตำราเรียนอย่างอื่นไปด้วยหรอกนะ” เขาพูดเหน็บแนม ก่อนจะหันไปเขียนโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนข้อหนึ่งบนกระดานดำ

“นักเรียนไป๋เหวินซี... ออกมาลองทำโจทย์ข้อนี้ให้เพื่อน ๆ ดูหน่อยสิ”

ทั่วทั้งห้องพลันเงียบเสียงลง และต่างคิดเหมือนกันว่านี่ไม่ใช่การจงใจทำให้นักเรียนอับอายอย่างชัดเจนของครูหวังหรอกหรือ

(ทฤษฎีบทพีทาโกรัส... ง่ายกว่าการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเยอะ) ไป๋เหวินซีคิดพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังหน้ากระดานดำอย่างสงบและมั่นคง

เสียงชอล์กกระทบกระดานดำดัง กึก กึก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอไม่ได้เขียนแค่คำตอบ แต่เขียนแสดงวิธีทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมกับวาดรูปสามเหลี่ยมมุมฉากประกอบ และยังเขียนพิสูจน์ที่มาของสูตรสั้น ๆ กำกับไว้ด้านข้างด้วย เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาที นิ้วมือของไป๋เหวินซีก็วางชอล์กลง

“คำตอบคือด้านตรงข้ามมุมฉากยาว 15 เซนติเมตรค่ะ” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน “เราสามารถหาคำตอบได้โดยใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสที่ว่า a กำลังสอง บวก b กำลังสอง เท่ากับ c กำลังสองค่ะ”

ทุกคนในห้องต่างพากันตกตะลึงเป็นครั้งที่สองของวัน อาจารย์หวังเดินไปที่หน้ากระดาน ตรวจดูวิธีทำซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองลูกศิษย์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวด

“ไป๋เหวินซี เธอทำได้ยังไง?”

“เมื่อวาน... หนูแค่ลองกลับไปอ่านทบทวนดูดี ๆ อีกครั้งค่ะคุณครู” คำตอบของเธอเต็มไปด้วยความสมเหตุสมผลอย่างที่สุด

และแล้วเสียงออดหมดคาบเรียนก็ดังขึ้นพอดี ไป๋เหวินซีจึงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างสงบ ในใจพลันรู้สึกถึงความโล่งใจอย่างน่าประหลาดที่เธอสามารถก้าวข้ามกำแพงในอดีตของเด็กหญิงร่างเดิมลงได้สำเร็จ

“พี่” เสียงของไป๋เหวินหยางดังขึ้นจากทางด้านข้าง

“หืม” เธอหันไปมองเขาและขานรับในลำคอ

“พี่เก่งมากเลย” เขากล่าวชมด้วยรอยยิ้มแม้ว่าในแววตาจะมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่บ้างก็ตาม ทว่ามันก็แค่เพียงชั่วครู่เดียว (บางทีอาจจะเป็นจริงอย่างที่ย่าพูด) เจ้าตัวคิดก่อนจะมองพี่สาวที่ส่งยิ้มมาให้เขาพร้อมกับคำว่า

“ขอบใจ”

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] จินอิ๋นฮวา คือ ดอกสายน้ำผึ้งญี่ปุ่น เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้กันมานานมากกว่า 1,500 ปี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 277

    “คุณแม่! คุณพ่อ!”เสียงเรียกของจ้าวซินเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด สองสามีภรรยาหันกลับไปมอง ก็เห็นลูก ๆ หลาน ๆ เดินขึ้นมาบนดาดฟ้ากันพร้อมหน้าจ้าวซินเยว่ในชุดสูททำงานดูทะมัดทะแมง เดินมาพร้อมกับจ้าวเฉินอวี่ที่ยังสวมชุดกาวน์ตามมาด้วย ไป๋เจ๋อในชุดสครับสีเขียว“พวกเราตามหาตั้งนาน นึกว่าแอบหนีไปเดทกันสองค

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 276

    หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานวันเกิด... บนดาดฟ้าอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเครือโรงพยาบาลเวหา... ในขณะที่สายลมเย็นฉ่ำของยามเช้าพัดผ่านยอดตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครจิงตู เบื้องล่างคือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัยแต่เบื้องบนนี้... คืออาณาจักรแห่งความหวังที่ไป๋เหวินซี

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 275

    “เฮ้อ...” จางเหว่ยถอนหายใจยาว “พวกนายดูสิ... ทำไมลี่หลินถึงไม่ยอมไปเป็นหมอเหมือนฉัน หรือเป็นนักข่าวสายลุยเหมือนแม่นะ... ดันอยากเป็นไอดอลซะงั้น แล้วดูกระโปรงนั่นสิ! ฉันบอกแล้วว่าให้เพิ่มความยาวอีก 2 นิ้วก็ไม่ยอม!”“โอ๊ย! คุณหมอจาง!” ซุนเผิงตบไหล่เพื่อนดังป้าบ “อย่าหัวโบราณน่า ลูกนายสวย เก่ง มีความสาม

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 274

    กลับมายังปัจจุบัน เวลาเย็นย่ำท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้าและไฟประดับในสวนกำลังสาดส่องกระทบแก้วไวน์คริสตัลจนเกิดประกายระยิบระยับคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบา ๆ ผสมผสานไปกับเสียงหัวเราะพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ซึ่งวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของไป๋เหวินซีที่ไม่ได้จัดขึ้นอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเพื่อ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 273

    “หนูทำได้ค่ะ!” จ้าวซินเยว่รับคำเสียงหนักผิดกับเด็กสาวทั่วไป “หนูสัญญา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะปกป้องตระกูลจ้าวและตระกูลไป๋ด้วยชีวิต หนูจะเป็นพี่สาวที่ดูแลน้อง ๆ เองค่ะ!”สุดท้าย... สายตาของหญิงชราก็เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ จ้าวเฉินอวี่ เหลนคนกลางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ข้างเตียง เด็กชายผ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 272

    ซ่งซูเฟินที่ยืนกลั้นสะอื้นอยู่ด้านหลังสามี รีบขยับเข้ามาใกล้ “ฉันอยู่นี่ค่ะคุณแม่”“มาใกล้ ๆ แม่สิ”ซ่งซูเฟินคุกเข่าลงข้างสามี กุมมืออีกข้างของแม่สามีไว้ “คุณแม่คะ...”“ขอบใจนะซูเฟิน...” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา “ขอบใจที่เข้ามาเติมเต็มบ้านหลังนี้... ขอบใจที่ช่วยดูแลกั๋วเฉียง และดูแลคนแก่อย

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 211

    “ค่ะแม่...” ซ่งซูเฟินยกถ้วยยามาวาง พร้อมรอยยิ้ม “ซีซีกับหยางหยางเป็นเด็กดีเสมอ... นี่ถ้ากั๋วเฉียงกลับมาเห็นข่าวนี้คงยิ้มแก้มปริแน่ ๆ วันนี้เขาบอกว่าต้องเข้ากะดึกเพราะต้องไปซ่อมบำรุงเครื่องสกัดน้ำมันตัวใหม่”“ลูกชายของฉันคนนี้ก็ขยันเหลือเกิน” หญิงชราพูดขึ้น “บอกให้พักบ้างก็ไม่ฟัง เดี๋ยวนี้พวกเราก็สบา

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 187

    เหนือน่านฟ้าหุบเขาเสือกระโจน “ถึงพิกัดเป้าหมาย! ลมแรงมาก! ลงจอดไม่ได้!” นักบินตะโกนแข่งกับเสียงพายุ “ต้องโรยตัวเท่านั้น!”ภาพเบื้องล่างทำเอาซุนเผิงหัวใจหล่นวูบ... ดินโคลนสีแดงฉานถล่มลงมาปิดทับเส้นทางคดเคี้ยวเลียบหน้าผา รถตู้สีขาวของกองถ่ายถูกดินซัดจนกระเด็นไปค้างเติ่งอยู่หมิ่นเหม่ตรงชะง่อนผา สภาพยับ

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 175

    ภาพเบื้องหน้าคือโศกนาฏกรรมที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ... ซากรถบัสสีเหลืองตะแคงคว่ำพิงอยู่กับไหล่เขา สภาพยับเยินเหมือนกระป๋องที่ถูกบีบอัด กระจกทุกบานแตกละเอียด ข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน ทั้งกระเป๋านักเรียน รองเท้าผ้าใบขนาดเล็ก และเศษชิ้นส่วนรถยนต์ห่างออกไปไม่ไกล รถบรรทุกสารเค

  • ภารกิจนาทีชีวิต แพทย์เวหา    บทที่ 172

    ในขณะเดียวกัน ไป๋เหวินซีที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ช่วยมือสอง ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยช่วยซับเลือดและถือตัวดึงรั้ง แม้ภายนอกเธอจะดูนิ่งสงบ แต่ในดวงตาของเธอกำลังฉายภาพโฮโลแกรมซ้อนทับที่คนอื่นมองไม่เห็นภาพเส้นเลือดสีแดงสว่างวาบขึ้นในสายตาของเธอ ตัดกับเนื้อเยื่อสีชมพูซีด ๆ รอบข้าง หญิงสาวเห็นโครงสร้างที่ซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status