Mag-log inเมื่อระบบส่งเข้ามาในโลกสัตว์วิเศษที่ไม่ใช่แค่ยุคโบราณ แต่เกือบจะเป็นยุคดึกดำบรรพ์ที่แม้แต่ของกินยังหายาก แถมยังมีภารกิจพิชิตใจสามีสายพันธุ์นักล่าถึงสามคนที่เกลียดเธอจนไม่อยากมองหน้าอีกต่างหาก โชคดีอย่างเดียวของเจียงลี่จูคือพลังรักษาขั้นเทพที่ได้รับมาจากการสุ่ม เลยยังพอเอาชีวิตรอดไปได้ท่ามกลางคนในเผ่าที่ก็เกลียดเธอไม่น้อยไปกว่าสามีเลย งานนี้เจียงลี่จูทั้งท้อและอยากถอยแต่ความซวยกลับวิ่งเข้าหาตลอดจนต้องสู้ต่ออย่างไม่มีทางเลี่ยง ทำไปทำมาดันกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด และยังช่วยคนไปมากมายจนกลายเป็นคนที่ถูกรักและเหล่าสามีสุดหล่อก็พากันหวงซะอย่างนั้น
view more“นั่นมันลี่จูไม่ใช่รึ ทำไมมานอนอยู่กลางทางได้”
“จะเป็นอะไรได้ ก็คงจะเมาอีกล่ะสิ”
“ไม่ขยับตัวเลย ไม่ใช่ว่าตายแล้วหรอกนะ”
“แล้วสามีนางไปไหน ทำไมปล่อยให้มานอนตรงนี้ได้ล่ะ”
“นางก็คงจะแอบออกมาตอนไม่มีใครอยู่บ้านอีกน่ะสิ ใช่ว่าเพิ่งเป็นแบบนี้ครั้งแรกเสียเมื่อไหร่”
“เฮ้อ น่าสงสารจริงๆที่มีภรรยาแบบนี้ นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลย”
เสียงเซ็งแซ่ที่ดังเข้าหูในระยะใกล้ทำให้เจียงลี่จูค่อยๆรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมาจากฝันหวาน ก่อนจะพบกับแสงสว่างจ้าที่ทำเอาแสบตาจนต้องค่อยๆหรี่ตาขึ้นมาทีละนิด และเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่พบว่ากำลังถูกจับจ้องด้วยสายตานับสิบคู่รอบๆตัว
“นั่น! นางลืมตาแล้ว”
ใครคนนึงตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตามมาด้วยเสียงฮือฮาจนฟังไม่ได้ศัพท์จากอีกหลายคน และหนึ่งในนั้นก็เรียกชื่อเธอออกมาทำให้เจียงลี่จูงุนงงยิ่งกว่าเดิม เพราะมั่นใจว่าไม่เคยพบคนพวกนี้มาก่อนแต่ทำไมพวกเขาถึงรู้จักชื่อของเธอได้
“ลี่จู! เจ้าฟื้นแล้ว”
“บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”
“ฉัน…ที่นี่ที่ไหน แล้วพวกคุณเป็นใครเหรอ…แค่กๆ”
เธอเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบแห้งและไอออกมาจนรู้สึกแสบคอไปหมด พยายามยันตัวขึ้นนั่งแต่กลับรู้สึกปวดไปทั้งตัวราวกับโดนทุบ
“เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยรึ ทำไมพูดจาแปลกนักล่ะ”
“หรือว่าเจ้าบาดเจ็บที่หัว”
“ฉัน…คือว่า พวกคุณกำลังถ่ายละครเหรอ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้…”
เธอหันมองคนรอบตัวที่รุมล้อมด้วยสีหน้าแตกตื่นเมื่อเห็นทุกคนชัดเจนขึ้น แต่ละคนล้วนมีใบหูและหาง แต่งตัวด้วยผ้าขนสัตว์น้อยชิ้น หรือไม่ก็มีบางจุดในร่างกายที่บ่งบอกถึงลักษณะของสัตว์อย่างชัดเจน เจียงลี่จูคิดถึงอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากการถ่ายหนังหรือละครแฟนตาซีเท่านั้น
“เจ้าพูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย ยังไม่สร่างเมาอีกรึ”
“เมาเหรอ ฉันไม่ได้เมานะ…”
เจียงลี่จูเถียงออกไปด้วยสีหน้างุนงง
“กลิ่นเหล้าแรงขนาดนี้เจ้ายังจะบอกว่าไม่เมาอีกรึ น่าขำเสียจริง”
“กลิ่นเหล้างั้นเหรอ…”
เธอพึมพำก่อนจะก้มลงดมตัวเองดู และพบว่ามีกลิ่นเหล้าออกมาจากตัวแรงมากจนต้องนิ่วหน้าเพราะความเหม็น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…เธอไม่ได้ดื่มเหล้าสักนิดแล้วจะมีกลิ่นแบบนี้บนตัวได้ยังไง
“คงจะไปดื่มกับพวกนางแมวป่ากลุ่มนั้นมาอีกล่ะสิ”
“กลุ่มนางแมวป่า…ใครกัน”
เจียงลี่จูขมวดคิ้วมุ่น พลางคิดในใจว่าตอนนี้เธอตื่นขึ้นมาแล้วหรือว่ากำลังฝันอยู่กันแน่ เพราะมีแต่เรื่องที่เธอไม่เข้าใจเต็มไปหมด
“ข้าว่าเจ้าดื่มจนเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ น่าสงสารสามีเจ้าที่มีภรรยาไม่เอาไหนเช่นนี้”
“สามีเหรอ ฉันยังไม่ได้แต่งงานสักหน่อยนะ!”
คราวนี้เธอตกใจจนตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้คนรอบข้างสะดุ้งและถอยห่างออกไป ก่อนจะพากันจ้องมองเธอด้วยสายตารังเกียจ และหนึ่งในนั้นก็ตะโกนต่อว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดทันที
“เจ้าได้สามีที่ดีเลิศที่สุดไปครองถึงสามคนยังไม่พอใจอีกงั้นรึ! กล้าพูดว่ายังไม่แต่งงานแบบนี้คงจะวางแผนหาสามีคนใหม่อีกแล้วล่ะสิท่า”
“อะไรนะ! สามีสามคนเหรอ!!”
“ช่างเถอะ อย่าไปเสียเวลาพูดกับคนอย่างนางเลย พวกเรารีบไปกันดีกว่า”
“นั่นสิ ไปเถอะๆ ยังไงนางก็ไม่สนใจคำพูดพวกเราหรอก”
“เดี๋ยวสิ! จะไปไหนกัน ฉันยังไม่รู้ว่านี่คือที่ไหนเลยนะ!”
เจียงลี่จูตะโกนเรียกผู้คนที่พากันเดินหนีไปด้วยสีหน้าแตกตื่น แต่กลุ่มคนที่แต่งตัวแปลกๆเหล่านั้นกลับไม่มีใครยอมหันกลับมามองเธออีกเลยสักคน พวกเขาล้วนพากันส่ายหัวและบ่นพึมพำจนลับสายตาไปทางป่าทึบด้านหน้า
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย…ฉันถูกจับมาถ่ายละครเหรอ หรือว่ากำลังฝันจริงๆ”
เจียงลี่จูก้มลงมองดูตัวเองที่แต่งตัวแปลกๆไม่ต่างจากคนพวกนั้น ก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ รอบตัวเธอมีแต่ป่าทึบที่ดูน่ากลัว มีถนนแคบๆเส้นเดียวที่เธอกำลังนั่งอยู่และรอบข้างก็มีแต่ป่าและต้นไม้สูงใหญ่ พอไม่มีใครอยู่แล้วก็มีแต่ความเงียบที่พาให้รู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอเลยลองหยิกแขนตัวเองแรงๆก็พบว่ามันเจ็บมาก และทุกอย่างก็สมจริงจนเกินจะเรียกว่าความฝันได้ เพราะถ้าฝันอยู่เธอคงไม่ได้เห็นและได้ยินหรือแม้แต่ได้กลิ่นชัดเจนขนาดนี้แน่ๆ
“ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง…”
เจียงลี่จูจำได้แค่ว่านอนอ่านการ์ตูนเรื่องนึงจนจบและหลับไป ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่มีความเป็นไปได้เลยที่เธอจะมาเจอกับสถานการณ์แบบตอนนี้ พอมองไปรอบๆก็ยิ่งใจเต้นกระหน่ำด้วยความกลัว และก่อนที่จะกังวลจนสติแตกไปมากกว่านี้ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นเหนือหัวเธอทันที
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกสัตว์วิเศษนะลี่จู ฉันคือเซินหลินเป็นภูติภูเขาของที่นี่ และมีหน้าที่ดูแลเธอชั่วคราว”
เจียงลี่จูสะดุ้งตกใจพลางมองภูติตัวจิ๋วเท่านิ้วมือตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา และสิ่งที่ได้ยินก็ทำให้รู้สึกเหมือนฝันเข้าไปใหญ่ โลกสัตว์วิเศษเนี่ยนะ…
“เธอเป็นคนพาฉันมาที่นี่เหรอ”
“ระบบส่งเธอเข้ามาในโลกนี้ ส่วนฉันรับหน้าที่คอยสื่อสารและช่วยเหลือเธอเท่าที่จำเป็นต่างหาก”
“จะอะไรก็ช่างเถอะ ช่วยส่งฉันกลับไปโลกเดิมทีขอร้องล่ะ”
เจียงลี่จูขอร้องออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีก เพราะยิ่งฟังก็ยิ่งมีแต่เรื่องที่ทำให้ตัวเองหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น
“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เธอต้องทำภารกิจให้สำเร็จถึงจะติดต่อกับระบบโดยตรงได้นะ”
“ภารกิจเหรอ ภารกิจอะไร”
“จงเอาชนะใจสามีสัตว์วิเศษทั้งสามคนของเธอให้ได้ หากพวกเขาเลิกเกลียดและรักเธอจากใจจริงเมื่อไหร่ ก็จะสามารถติดต่อกับระบบได้เมื่อนั้น”
“ถ้าเจ้าชอบลูกสาวขนาดนั้น ทำไมไม่มาดูแม่กระต่ายน้อยนี่ด้วยล่ะ ท่าทางจะต้องดุมากเหมือนกับแม่ของนางแน่ๆ” จางหมิ่นเอ่ยเย้าเฟยหลงและลี่จูพร้อมกัน ขณะที่ในอ้อมแขนก็ยังคงอุ้มลูกชายของตัวเองอยู่ “เจ้ากำลังหลอกว่าข้าอยู่ใช่ไหม” ลี่จูถามจางหมิ่นแล้วแสร้งทำตาดุๆใส่เขา ทำเอาเจ้าหมาป่าตัวโตรีบเดินเข้ามาประจบประแจงทันที “ข้าหรือจะกล้า ข้ากำลังหมายถึงนางดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามเหมือนเจ้าต่างหากเล่า” “เปลี่ยนหน้าไวนักนะเจ้าเนี่ย…” ลี่จูต่อว่าไม่จริงจังนัก มองสีหน้าเจ้าเล่ห์ของจางหมิ่นแล้วก็ได้แต่ค้อนเขาด้วยความหมั่นไส้ “พวกเจ้าโชคดีมาก ได้ลูกสาวลูกชายทีเดียวสี่คนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องมงคลของเผ่าเราจริงๆ ทั้งยังสืบทอดร่างเดิมของพ่อแม่มาทั้งหมดอีกด้วย แม่นางลี่จูช่างมีร่างกายที่พิเศษยิ่งนัก” หญิงชราที่เป็นหมอตำแยพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มองดูบรรดาพ่อมือใหม่ที่กำลังเห่อลูกตัวเองอย่างเอ็นดู เธอทำคลอดให้หญิงสาวในเผ่ามานับไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นวันที่พิเศษมากจริงๆเพราะน้อยครั้งนักที่เด็กๆจะมีร่างเดิมของพ่อแม่ครบทุกคนเช่นนี้ “อีกสามวันข้าจะจัดงานฉลองให้เด็กๆ พวกเจ้าว่าควรเชิญเผ่าอื่นมาร่ว
“คลอดแล้วรึ! นางเป็นอย่างไรบ้าง” จางหมิ่นรีบเข้าไปถามเป็นคนแรก เขาจับแขนคนแก่กว่าเขย่าแรงๆจนเธอต้องตบไหล่เขาเบาๆให้ใจเย็นแล้วรีบบอกข่าวดีต่อ “นางปลอดภัยดี เด็กๆก็แข็งแรงมาก พวกเจ้ารีบเข้าไปหานางเถอะ” “ลี่จู!” จางหมิ่นพุ่งตัวเข้าไปหาลี่จูแล้วเรียกเสียงดัง ทำเอาหญิงชราที่ช่วยทำคลอดตกใจจนทำของในมือหล่น ลี่จูที่ยังรู้สึกตัวดีอยู่รีบดุจางหมิ่นทันที “เจ้าทำท่านยายตกใจแล้ว เบาเสียงหน่อย” “ก็ข้าเป็นห่วงเจ้านี่…” จางหมิ่นทำหน้าหงอยก่อนจะหมุนตัวไปดูเด็กๆที่มีคนอุ้มอยู่ทันที ท่าทางที่ตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนั้นทำให้ลี่จูยิ้มพลางส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่” เฟยหลงรีบเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วถามลี่จูด้วยความเป็นห่วง เขาไม่ได้สนใจคนอื่นแม้กระทั่งลูกตัวเองเลยสักนิด ราวกับว่าในสายตามีแค่ภรรยาคนเดียวเท่านั้น “ข้าไม่เป็นไรแล้ว…” ลี่จูตอบพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย ปล่อยให้เฟยหลงเอามือไปแนบหน้าไว้ ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจอีกรอบเมื่อหวังเหว่ยที่เพิ่งตามเข้ามาเรียกเธอเสียงดัง “ลี่จู! เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่!” เขาเข้ามาดูเธอด้วยสีหน้าที่กังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่
“เท่านี้ก็พอแล้ว”หวังเหว่ยบอกพลางดึงตัวลี่จูมากจากเฟยหลงแล้วกอดไว้แนบอก “ขอบคุณที่เจ้าเลือกอยู่ที่นี่ ขอบคุณที่เจ้าไม่ทิ้งพวกข้าไปนะลี่จู”“แล้วเจ้า…ไม่เสียใจใช่หรือไม่ ที่จะไม่ได้กลับไปบ้านของเจ้าอีกแล้ว”เฟยหลงถามออกมาด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้จะดีใจมากที่เธอเลือกอยู่ที่นี่ต่อ แต่ก็ไม่อยากเห็นแก่ตัวเกินไปจนลืมนึกถึงความรู้สึกของลี่จูที่ต้องจากบ้านมาไกลและไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว เขาไม่อยากดีใจบนความเศร้าแม้เพียงเล็กน้อยของคนที่ตัวเองรัก “ข้าไม่เสียใจเลยสักนิด” ลี่จูส่ายหน้า เธอผละตัวออกมาจากหวังเหว่ยแล้วหันไปตอบเฟยหลงด้วยรอยยิ้ม “เพราะข้าไม่มีบ้านที่อยากกลับแล้วก็ไม่มีครอบครัวให้คิดถึงด้วย ตอนนี้ข้ามีแค่พวกเจ้าสามคนแล้วนะ พวกเจ้ายินดีจะเป็นครอบครัวของข้าหรือเปล่า”“แน่นอนสิ! ข้าจะเป็นครอบครัวให้เจ้า!” จางหมิ่นรีบตอบรับทันทีด้วยรอยยิ้มกว้าง เขารีบดึงตัวลี่จูไปกอดแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเจ้า ข้าสาบานว่าจะเป็นสามีที่ดีของเจ้าตลอดไปลี่จู”“ขอบคุณนะจางหมิ่น…”“ข้าก็สัญญา ว่าจะรักและดูแลเจ้าให้ดีที่สุด”หวังเหว่ยบอกพลางเข้าไปกอดด้วยอีกคนอย่างไม่เต็มใจนัก
‘สวัสดีโฮสต์ ขณะนี้ครบกำหนดเวลาที่ตกลงไว้แล้ว ระบบมาเพื่อขอคำตอบจากคุณอีกครั้ง’ เสียงของระบบดังขึ้นขณะที่ทุกอย่างรอบตัวลี่จูก็หยุดชะงักไปพร้อมๆกัน ก่อนระบบจะถามคำถามที่ลี่จูไม่อยากได้ยินอีกครั้ง ‘คุณพร้อมกลับไปที่โลกเดิมแล้วหรือไม่’ “ฉัน…จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าฉันเลือกอยู่ที่นี่ต่อ…” ‘ตัวตนของคุณที่โลกเดิมจะสิ้นอายุขัยและไม่สามารถกลับไปได้อีกตลอดกาล’ คำตอบนั้นไม่ได้ผิดไปจากที่ลี่จูคาดเดาเอาไว้ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอกลัวด้วยเช่นกัน เพราะสำหรับลี่จูแล้วการต้องสูญเสียตัวตนในโลกเดิมไป ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเธอเลยสักนิด เธอไม่มีครอบครัวที่ต้องเป็นห่วง ไม่มีใครให้คิดถึงจนต้องอยากกลับไปหา เธอมีแค่ตัวคนเดียวมาตลอด และตอนนี้เธอก็ได้พบคนที่สำคัญที่สุด จนไม่อยากกลับไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนเดิมอีกแล้ว… “หมายความว่าฉันจะยังอยู่ที่นี่ต่อได้ แค่ต้องแลกกับชีวิตในโลกเดิมใช่ไหม”‘ถูกต้อง เพียงแต่คุณจะต้องทำภารกิจเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง เพื่อแลกกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อ’ “ภารกิจงั้นเหรอ คืออะไร…” ลี่จูถามพลางรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะกลัวว่าจะต้องทำอะไรที่ฝืนใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อได้ยิน












Rebyu