تسجيل الدخول...โอมกับลูกน้องจัดการส่งกล้วยไม้ยังตลาดกลางที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือเสร็จก็ค่ำพอดี เขาบอกให้ลูกน้องนำรถเทรลเลอร์กลับไปก่อนส่วนเขาจะไปรับอุปกรณ์ที่สั่งไว้และแวะร้านขายยาของเพื่อนเพื่อซื้อชุดปฐมพยาบาลไปเพิ่มยังฟาร์มกล้วยไม้บนดอย
...แล้วเขาก็ขับรถส่วนตัว (Fortuner GR Sport 4 WD) สีดำสนิทมาจอดริมถนนตรงหน้าร้านที่สั่งซื้ออุปกรณ์สำหรับเพาะและขยายพันธุ์กล้วยไม้ซึ่งเป็นร้านประจำ และจุดนี้ก็อยู่ใกล้ๆ กับร้านขายยาของพฤกษ์ซึ่งเดินไปก็สะดวก โอมลงจากรถแล้วเปิดประตูท้ายรถเพื่อขยับที่นั่งให้เหลือพื้นที่สำหรับวางของและเข้าไปบอกคนในร้านให้ช่วยยกกล่องอุปกรณ์มาวางยังท้ายรถพร้อมทั้งฝากให้ช่วยดูแลรถด้วยก่อนที่เขาจะเดินไปตามฟุตบาทตรงไปยังร้านขายยาของเพื่อนซึ่งห่างกันประมาณสามห้าสิบเมตร...เมื่อคนในร้านยกกล่องอุปกรณ์สองกล่องมาวางไว้ในรถจนเสร็จก็ปิดประตูท้ายรถเบาๆ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
.................... “พี่อาซือคะ!! คือหนูหิวมากค่ะ เมื่อกี้หนูให้วินมอเตอร์ไซด์ไปซื้อพิชซ่ามาให้ค่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยบอกให้คนที่เคาน์เตอร์เปิดประตูให้เขาเอาพิชซ่าไปส่งที่ห้องพี่ได้มั้ยคะ!!” ...แวนด้าบอกอาซือด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนิดๆ ติดความเกรงใจหน่อยๆ ซึ่งเขาพยักหน้ารับ แล้วเดินคู่กันไปเพื่อเข้าประตูหน้าอพาร์ทเม้นท์ โดยอาซือใช้คีย์การ์ดของตัวเองเสียบเข้าเครื่องอ่านรหัสเพื่อปลดล็อคประตูแล้วเปิดเข้าไปก่อนจะทำทีผายมือเชื้อเชิญแขกพิเศษให้เข้าไปเดินก่อน ...เมื่อเข้ามายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ อาซือหันไปคุยกับคนในเคาน์เตอร์เพื่อสั่งเรื่องที่แวนด้าขอ ส่วนแวนด้าแสร้งหันไปดูโน่นดูนี่เพื่อหลบหลีกไม่ให้พนักงานในเคาน์เตอร์จำหน้าเธอได้ ...แล้วอาซือก็พาเธอเข้าลิฟท์ขึ้นไปยังห้องของเขา 403 รายละเอียดพื้นที่ทุกกระเบียดนิ้วถูกบันทึกด้วยสมองระดับอัจฉริยะของหมวดเบญรดา แต่แววตาบ้องแบ๊วดูใสซื่อนั่นเริ่มเกิดอาการหวั่นๆ เมื่อต้องเข้ามาอยู่ในห้องกันสองต่อสองกับผู้ชาย “เป็นไงห้องพี่!! สบายไหม!! กว้างขวางใหญ่โต ที่สำคัญพี่อยู่คนเดียว” ...อาซือเริ่มเปิดการคุยโดยติดอวดนิดๆ ...แวนด้ามองไปรอบห้องที่เป็นส่วนกลางมีเนื้อที่พอสมควร เก้าอี้โซฟาบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลเข้ม ชั้นวางข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งเครื่องเสียงและทีวี มีประตูสามารถเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอก ด้านขวาของห้องมีช่องทางเดินไปยังพื้นที่ซึ่งเป็นครัวเล็กๆ ถัดจากครัวก็มีประตูแบ่งเป็นห้องย่อยซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่านั่นคือห้องนอน “พี่คะหนูขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ!!” ...แวนด้าทำทีเป็นว่าอยากเข้าห้องน้ำและสีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก การเลิกคิ้วขึ้นลงๆ ของเธอทำให้อาซือรู้ว่าเธออยากได้ตัวช่วยไวๆ “เอาสิเข้าไปในห้องนอนเลย เดี๋ยวพี่เอาน้ำให้กินนะ” ...อาซือบอกพร้อมกับชี้มือไปยังประตูห้องนอนของเขาแล้วเดินไปยังช่องที่เป็นห้องครัว ...แวนด้าเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เห็นเตียงนอนไม่ใหญ่มากอยู่กลางห้อง มีชั้นวางของและตู้เก็บของสองสามใบ คงเป็นตู้เสื้อผ้าและใส่ของใช้ทั่วไป เธอตรงเข้าไปยังห้องน้ำแล้วรีบส่งข้อความผ่านไลน์หาหมวดพิมพ์กับผู้กองชีพที่เดิมทีสแตนร์บายอยู่ลำพูนแต่ตอนนี้ถูกเรียกมาเป็นกำลังเสริมเตรียมพร้อมอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ...จนเธอออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ยังฉ่ำไปด้วยหยดน้ำจากการล้างหน้า อาซือเข้ามายืนรออยู่แล้วและเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กจากตู้มาส่งให้ ...แวนด้ารับมาซับน้ำบนใบหน้าแล้วทำจมูกฟุดฟิดพร้อมกับส่งสายตาเหมือนจะอ้อนวอนเขา และเขาเองก็รู้สภาพเธอดีว่าต้องการอะไรจึงเดินไปเปิดตู้ใบใหญ่ที่สุดตรงปลายเตียง มันเป็นตู้เสื้อผ้าแต่เมื่อเขาแหวกเสื้อที่แขวนอยู่ก็เห็นกระเป๋าล้อลากขนาดกลางวางอยู่บนชั้นไม้ในตู้อีกที “มาจากไหนล่ะเราน่ะ!!!” ...เขาถามทั้งที่ยืนหันหลังให้เธอและมือกำลังเปิดกระเป๋าเพื่อจะนำของออกมา “หนูคนกรุงเทพค่ะ แต่แม่อยากให้มาทำงานไกลๆ เพราะอยากให้อยู่ไกลกับเอ่อ...แก๊งใหญ่ที่โน่น อยากจะเลิกนะแต่ยังไม่มีจังหวะเอาจริงเสียที แต่ก็พยายามลดลงค่ะเพราะกำลังเงินไม่ไหว ทำงานได้มาเท่าไหร่ก็หมด พี่พอจะมีช่องทางให้หนูต่อยอดได้ไหม!!” ...แวนด้าพยายามบังคับเสียงให้ดูน่าสงสาร “หึหึ...เรื่องต่อยอดน่ะไม่ยากหรอก แต่จะรับข้อตกลงพี่ไหวหรือเปล่า!!” ...อาซือหันมาตอบโดยในมือมีถุงซิปล็อคขนาดเล็กจำนวนสามถุง ในนั้นมีผงสีขาวๆ อยู่ “ได้สิ!! เงื่อนไขเป็นยังไง!! พี่จะให้หนูทำอะไรหนูทำได้นะเพราะตอนอยู่กรุงเทพหนูก็วิ่งของให้เขา” ...เธอพยายามพูดแบบไม่ตั้งใจพูด สายตาจ้องมองสิ่งนั้นเพื่อให้เขาเห็นว่าเธอกำลังสนใจสิ่งที่อยู่ในมือเขามากกว่าจะตอบคำถาม “ฮ่าๆๆ จะเล่นแบบไหน!! ฉีดไหม!!” ...อาซือหัวเราะเบาๆ แล้วถามว่าเธอจะใช้วิธีการเสพยาแบบไหนและทำท่ายกซองซิปล็อคให้เธอดูเหมือนยั่ว “ได้หมดพี่!!! ยังไงก็ได้ ขอก่อนเหอะ!!!” ...เธอพูดและทำท่าหายใจติดขัด แต่ทันใดนั้น ก็อก ก็อก ก็อก ...เสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะเสียก่อน แวนด้าสะดุ้งหันไปมองตามเสียงแล้วหันกลับมามองหน้าเขา “สงสัยพี่วินจะเอาพิชซ่ามาส่งให้ หนูไม่อยากออกไป” ...เธอบอกเขาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนพอประมาณและทำท่าทางว่าไม่อยากออกไปรับพิชซ่า “อ้าวนี่!!! เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ แล้วโน่นกล่องอุปกรณ์ ตามสบายนะไม่ต้องรีบร้อนคืนนี้พี่มีให้น้องได้มากเท่าที่ต้องการเลยล่ะ” ...อาซือส่งถุงซิปล็อคเล็กๆ สามถุงให้แวนด้าแล้วชี้มือไปยังกล่องไม้ที่วางอยู่ในชั้นวางของตรงหัวเตียงก่อนจะเดินออกไปรับพิชซ่า ......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่







