Beranda / แฟนตาซี / มธุรสวาทเจ้าสำนัก / บทที่ 4 วาจาสยบมาร

Share

บทที่ 4 วาจาสยบมาร

last update Tanggal publikasi: 2025-08-30 16:24:23

"นังปีศาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเถียงข้า!” นักพรตกำมะลอตวาดก้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาสะบัดแส้หางม้าชี้หน้าเซียวหลัน นิ้วมือที่สวมแหวนหยกปลอมสั่นระริก "ข้าคือนักพรตเต้าจีผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน! ข้ากำลังทำพิธีปัดเป่าโรคร้ายด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เจ้ากลับเอาน้ำมาต้มจนเดือดพรากวิญญาณแห่งสายน้ำไป แล้วยังบังอาจกันท่าไม่ให้ข้าเข้าไปช่วยเหลือคนป่วยอีก!"

"เผานางเลย! เผานาง!" ชาวบ้านบางคนที่หวาดกลัวเริ่มตะโกนสนับสนุน ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกปาเข้ามาเฉียดไหล่เซียวหลันไปเพียงนิดเดียว

เซียวหลันไม่ขยับหนี แม้บาดแผลที่หน้าท้องจะประท้วงด้วยความเจ็บปวดแต่นางยังคงยืนหลังตรงสู้เพื่อสู้กับกลุ่มคนตรงหน้า แววตาที่มองผ่านใบหน้าบวมปูดนั้นนิ่งสงบจนน่าขนลุก

"น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ" นางเอ่ยเสียงเรียบแต่ดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบกริบลงชั่วขณะ “งั้นข้าขอถามท่านนักพรต น้ำมนต์ของท่าน รักษาคนหายไปกี่คนแล้ว"

นักพรตเต้าจีชะงัก "อะ... อะไรนะ?"

"ข้าถามว่าคนที่ดื่มน้ำมนต์ผสมขี้เถ้าของท่านรอดชีวิตกี่คน" เซียวหลันก้าวสามขุมเข้าไปหา อีกฝ่ายเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าดื่มแล้วตายเร็วขึ้นกันแน่"

"สามหาว! พวกเขาตายเพราะกรรมหนัก! เพราะพวกเขามีปีศาจสิงสู่เหมือนเจ้า!"

"งั้นหรือ..." เซียวหลันแสยะยิ้มเย็นเยียบ นางหันกลับไปชี้ที่ร่างของอาหลงและเสี่ยวชุนที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ "ดูให้เต็มตา! เมื่อวานพวกเขานอนรอความตาย ร่างกายขาดน้ำจนช็อก ตาเหลือกค้าง แต่วันนี้พวกเขาลืมตาได้ ลุกขึ้นนั่งได้และมีชีวิตรอด นี่ไม่ใช่เพราะน้ำมนต์ของท่านแต่เป็นเพราะน้ำต้มสุกที่ท่านกล่าวหาว่าข้าลบหลู่นั่นแหละ!"

สายตาของฝูงชนหันขวับไปมองตามนิ้วของนาง ภาพที่เห็นคือเสี่ยวชุนกำลังจิบน้ำอย่างช้าๆ แม้จะยังดูอ่อนเพลียแต่สีหน้ากลับมีเลือดฝาด ไม่เหมือนคนใกล้ตายเมื่อวานเลยสักนิด

เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น "เออจริงด้วย เมื่อวานข้าเห็นตาเฒ่านั่นแน่นิ่งไปแล้วนี่นา"

"หรือว่านางจะพูดจริง"

นักพรตเต้าจีเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแก้เกม "นั่นมันมนตร์ดำ! นางใช้วิชาไสยเวทปลุกผี! อย่าไปหลงเชื่อ! ใครเชื่อมันข้าจะไม่แจกน้ำมนต์ให้อีก!"

คำขู่ว่าจะงดแจกน้ำมนต์ทำให้ชาวบ้านเริ่มลังเลอีกครั้ง ความกลัวตายทำให้มนุษย์ขาดสติ

เซียวหลันถอนหายใจเฮือกใหญ่

'คนพวกนี้... ต้องเห็นด้วยตาถึงจะเชื่อ'

"ถ้าเช่นนั้น..." นางหันไปคว้าถ้วยดินเผาจากมือหญิงชาวบ้านคนหนึ่งภายในมีน้ำสีขุ่นคลั่กผสมเศษขี้เถ้าที่นักพรตเพิ่งแจกให้ "ท่านบอกว่าน้ำนี้บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่"

"แน่นอน! ข้าปลุกเสกมากับมือ!"

เซียวหลันหยิบผ้าขาวบางที่ฉีกจากชายเสื้อซับในสะอาดของนางเองแล้วเอาออกมาวางปิดปากถ้วยเปล่าอีกใบ ก่อนจะเทน้ำมนต์นั้นผ่านผ้ากรองลงไป ผู้คนต่างชะเง้อค้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อน้ำไหลผ่านจนหมดเซียวหลันก็ชูผ้าขาวบางขึ้นสู่แสงตะวัน

"ดูซะ! นี่หรือคือความศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าดื่มกิน!"

บนผ้าขาวนั้นปรากฏคราบโคลนตมสีดำ เศษแมลงที่ตายแล้ว และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือตัวอ่อนของพยาธิสีแดงตัวเล็กๆ ที่กำลังดิ้นอยู่บนผืนผ้านั้น

"กรี๊ดดด!" หญิงเจ้าของถ้วยกรีดร้องก่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้นแล้วเริ่มล้วงคออาเจียน

ความเงียบงันเปลี่ยนเป็นความแตกตื่นสยดสยอง

"สิ่งนี้คือหนอนพยาธิและสิ่งสกปรก" เซียวหลันประกาศก้องเสียงแข็ง "มันอยู่ในน้ำดิบที่พวกเจ้าตักมาดื่มกินโดยไม่ต้ม มันเข้าไปฟักตัวในท้อง กัดกินลำไส้ ทำให้พวกเจ้าถ่ายท้อง อาเจียนจนตาย ท่านนักพรตผู้นี้ไม่ได้ช่วยพวกเจ้า แต่เขากำลังป้อนยาพิษให้พวกเจ้าต่างหาก!"

นักพรตเต้าจีหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "มะ... ไม่จริง! เจ้าเล่นกล! เจ้าเสกหนอนใส่!"

"ช่วยด้วย! ท่านหมอ! ช่วยลูกข้าด้วย!"

จังหวะนั้นเองหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอุ้มเด็กชายวัยห้าขวบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา เด็กน้อยตัวเขียวคล้ำ ชักเกร็ง ตาเหลือกขึ้นบน น้ำลายฟูมปาก

"ท่านนักพรตบอกว่าลูกข้าหมดทางเยียวยาแล้ว แต่ท่าน... ท่านช่วยคนตายให้ฟื้นได้ ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย!" หญิงคนนั้นคุกเข่าโขกศีรษะให้เซียวหลันจนเลือดซิบ

เซียวหลันทิ้งผ้าในมือทันที สัญชาตญาณแพทย์เข้าครอบงำ นางรับร่างเด็กน้อยมาวางราบกับพื้น

'ภาวะช็อกจากการขาดน้ำรุนแรง สมดุลเกลือแร่เสียจนเกิดอาการชัก'

"จับตัวเขาไว้!" นางสั่งแม่เด็กเสียงเฉียบขาด

มือข้างหนึ่งของเซียวหลันกดจุดเหรินจงบริเวณร่องเหนือริมฝีปากเพื่อเรียกสติ อีกมือคว้าเข็มเงินออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะปักลงไปที่จุดเน่ย-กวนตรงข้อมือและจู๋ซานหลี่บริเวณหน้าแข้ง เพื่อระงับอาการอาเจียนและปรับสมดุลช่องท้อง

การลงเข็มของนางรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด ราวกับนางรำที่กำลังร่ายรำดาบ แค่เพียงไม่กี่อึดใจร่างที่เกร็งกระตุกของเด็กน้อยก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ เปลือกตาที่เหลือกค้างค่อยๆ ปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทรา

“เขาปลอดภัยแล้ว แค่ต้องการน้ำเกลือแร่และการพักผ่อน" เซียวหลันกล่าวพลางปาดเหงื่อที่ซึมเข้าตา

เสียงเฮลั่นดังกึกก้องไปทั่วค่ายลี้ภัย ชาวบ้านที่เคยถือหินเตรียมปาใส่ บัดนี้ต่างทิ้งอาวุธแล้วทรุดตัวลงคุกเข่า คำนับนางราวกับนางคือเทพธิดาจำแลง

"ท่านหมอเทวดา!"

"ขอบคุณท่านหมอ!"

"ช่วยพวกเราด้วย!"

นักพรตเต้าจีเห็นท่าไม่ดีรีบมุดหนีหายไปในฝูงชนทิ้งไว้เพียงความอับอายและความแค้นที่ถูกหักหน้า

เซียวหลันลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นพับๆ ด้วยความอ่อนล้า แต่นางก็กัดฟันฝืนยืนหยัด นางกวาดสายตามองผู้คนที่กำลังกราบไหว้ นางไม่ได้ต้องการการบูชา แต่ต้องการความเป็นระเบียบ

"ฟังข้า!" นางตะโกนเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้าพวกเจ้าอยากรอดชีวิต จงฟังและทำตามกฎของข้า ข้อหนึ่ง! ห้ามดื่มน้ำดิบเด็ดขาด ต้องต้มจนเดือดปุดๆ เท่านั้น ข้อสอง! ห้ามถ่ายอุจจาระเรี่ยราดให้ไปถ่ายในหลุมที่ข้าจะกำหนดให้ แล้วกลบฝังทุกครั้ง ข้อสาม! ใครที่มีอาการป่วยให้แยกตัวออกมาที่โซนนี้ ห้ามปะปนกับคนปกติ!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนอีกครั้ง

"กฎของข้าคือกฎแห่งการอยู่รอด ใครทำตามรอด ใครฝ่าฝืนก็เชิญไปตามหานักพรตผู้นั้นที่ปรโลกซะ!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 90 การบรรจบกันของกาลเวลา

    กาลเวลา... คือสายน้ำที่ไหลเรื่อยไปอย่างไม่หยุดยั้ง มันพัดพาเอาความรุ่งโรจน์ ความสูญเสีย และความทรงจำให้จางหายไปตามแรงลม ทว่าสำหรับบางคน กาลเวลากลับเป็นพยานหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่า "รัก" และ "การเสียสละ" นั้นมีอยู่จริงสิบปีผ่านไป...ประดุจชั่วพริบตาของสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านยอดเขาชิงฝู ความเปลี่ยนแปลงได้คืบคลานเข้าสู่แผ่นดินจินหลิงทว่าในทิศทางที่งดงามขึ้น มหานครจินหลิงในวันนี้มิใช่สมรภูมิแห่งการแย่งชิงพลังงานเร้นลับอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นตำนานแห่งความรุ่งเรืองที่เล่าขานกันว่ามีรากฐานมาจากยุคสมัยที่ หมอเทวดา ผู้มาจากแดนไกล และ แม่ทัพพยัคฆ์ ผู้เกรียงไกร ยอมสละลาภยศและอำนาจเหนือคนทั้งปวง เพื่อวางรากฐานการแพทย์ที่ยั่งยืนให้แก่ราษฎรโรงเรียนแพทย์ที่อ๋องสิบเอ็ดจัดตั้งขึ้นตามโครงร่างวิจัยที่เซียวหลันทิ้งไว้ได้ผลิตหมอรุ่นใหม่ที่เข้าใจหลักการพื้นฐานที่เคยเป็นเรื่องเหลือเชื่อในยุคก่อน ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือชำระเชื้อโรคด้วยแอลกอฮอล์ การแยกกักโรคอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันโรคระบาด หรือการปรุงยาด้วยหลักการสัณฐานวิทยาและเคมีพื้นฐาน นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้อัตราการตายของราษฎรลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ และทำ

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 89 รสชาติของความธรรมดา

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านประหนึ่งกระแสน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ที่ไม่เคยหยุดนิ่งและไม่เคยไหลย้อนกลับ หลายเดือนผ่านพ้นไปแล้วนับตั้งแต่วันที่รถม้าคันเล็กซอมซ่อลอบเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองมหานครจินหลิง ท่ามกลางแสงสลัวอันเหน็บหนาวของรุ่งสาง เมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจบนบัลลังก์เลือด กลิ่นคาวของการทรยศ และเทคโนโลยีล้ำยุคที่แฝงตัวมาในคราบของปาฏิหาริย์ บัดนี้กลายเป็นเพียงภาพจำที่พร่าเลือนและห่างไกลออกไปทุกทีในความรู้สึกของคนทั้งสี่ภายใต้หุบเขาชิงฝูซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปตรงรอยต่อของชายแดนทางทิศใต้ ภูมิประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนประหนึ่งป้อมปราการธรรมชาติ ทำให้ที่นี่ห่างไกลจากความวุ่นวายของราชสำนัก หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมลำธารใสแจ๋ว รายล้อมด้วยไร่ชาสีเขียวขจีที่ทอดตัวตามแนวเขาและป่าไผ่ที่ลู่ตามลมจนเกิดเสียงซ่าๆ บัดนี้ได้กลายเป็นที่พำนักแห่งใหม่และถาวรของอดีตหมอปีศาจผู้พลิกแผ่นดินและแม่ทัพพยัคฆ์ผู้เกรียงไกรที่นี่... ในหมู่บ้านชิงฝู ไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อของเซียวหลันในฐานะสตรีผู้กุมความลับแห่งกาลเวลาและพลังเหนือธรรมชาติ ไม่มีใครรู้ว่านางคือผู้ที่เคยยืนหยัดต่อกรกับก

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 88 คมกระบี่แห่งมวลชน

    กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอุโมงค์ใต้ดินที่เย็นเยียบ ร่างของไป๋อวิ๋นทรุดลงในอ้อมแขนของหลี่หยาง ขณะที่กระบี่ของอ๋องสิบเอ็ดยังคงปักคาอยู่ที่หน้าอก แสงสว่างจากคบเพลิงบนผนังวูบไหวสะท้อนดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของหัวหน้าหอเมฆาผู้อยู่เบื้องหลังความสงบสุขของจินหลิงมาเนิ่นนาน"เจ้า... เจ้าคนทรยศ!" อ๋องสิบเอ็ดตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ พระหัตถ์ที่กำด้ามกระบี่ยังคงสั่นเทาด้วยความโกรธาและตระหนก "เจ้ากล้าเอาชีวิตมาแลกกับนังหมอโอหังนี่งั้นรึ!"ไป๋อวิ๋นกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ เขาพยายามฝืนยิ้มที่มุมปาก "ฝ่าบาท... กระบี่ที่แทงข้า... คือกระบี่ที่ท่านใช้ปกป้องราษฎร... มิใช่กระบี่เพื่อกิเลส... ข้าเพียงช่วย... ให้ท่านไม่หลงผิดไปมากกว่านี้..."สิ้นคำพูดสุดท้ายมือที่กุมคมกระบี่ไว้แน่นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นหิน ดวงตาของไป๋อวิ๋นปิดสนิทลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งประหนึ่งขุนเขาถล่มทับหัวใจของทุกคนในที่นั้นเซียวหลันน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม นางมองดูร่างของสหายผู้จงรักภักดีด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ทว่าในความโศกเศร้านั้นกลับมีความเด็ดเดี่ยวผุดขึ้นมา นางยันกายลุกขึ้นยืนประจันหน้า

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 87 ยาถอนพิษชะตากรรม

    ภายในห้องปฏิบัติการลับของสภาโอสถหลวง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของเซียวหลันที่กำลังหมกมุ่นอยู่หน้าเตากลั่นยาที่ดัดแปลงขึ้นใหม่ นางทำงานติดต่อกันมาสามวันสามคืนโดยไม่ได้พักผ่อน ริมฝีปากที่เพิ่งได้สัมผัสถึงรสชาติของน้ำชาบัดนี้แห้งผาก ทว่าแววตาของนางกลับฉายความมุ่งมั่นประหนึ่งประกายเพชรในความมืดเป้าหมายของนางไม่ใช่การปรุงโอสถอมตะตามรับสั่งของอ๋องสิบเอ็ด แต่คือการสกัดยาถอนพิษพันธุกรรม ยาที่จะทำให้พลังงานสีม่วงจากมุกมังกรในเลือดของนางและหลี่หยางเสื่อมสภาพลงจนกลับกลายเป็นเลือดมนุษย์ธรรมดา"มันต้องใช้กรดที่กัดกร่อนระดับเซลล์ แต่ต้องมีตัวกลางเป็นเมือกของกบภูเขาเพื่อไม่ให้ทำลายเนื้อเยื่อหลัก..." เซียวหลันพึมพำกับตัวเองขณะหยดของเหลวสีเขียวใสลงในหลอดทดลอง เสียงฟู่และควันบางๆ ลอยขึ้นมา นางยิ้มอย่างพึงพอใจ "สำเร็จ... มันเสถียรแล้ว"ขณะเดียวกันอ๋องสิบเอ็ดเริ่มไม่ไว้ใจความเคลื่อนไหวในห้องแล็บ พระองค์ทรงส่งองครักษ์เงาที่มีความสามารถในการพรางตัวระดับสูงไปสอดแนมเซียวหลันตลอดเวลา"กราบทูลฝ่าบาท นางไม่ได้ปรุงยาส่งเสริมพลังเลยพ่ะย่ะค่ะ... แต่ดูเหมือนนางกำลังปรุงยาที่ออกฤทธิ์สลายสิ่งเร้นลับในตัวนางเอง!" องครั

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 86 ราชโองการเลือด

    สายหมอกยามเช้าเหนือทะเลสาบจินหลิงค่อยๆ เลือนหายไปทิ้งไว้เพียงผิวน้ำที่สงบนิ่งประหนึ่งกระจกเงาบานยักษ์ที่คอยปกปิดความลับดำมืดใต้ก้นบึ้งไว้ตลอดกาล เซียวหลันนั่งอยู่ริมตลิ่งพลางทอดสายตามองดูเหล่าทหารที่กำลังเก็บกวาดซากเรือและอุปกรณ์ที่หลงเหลือจากการปะทะ แม้ร่างกายของนางจะได้รับการเยียวยาด้วยพลังแห่งมุกมังกรจนไร้ร่องรอยบาดแผล ทว่าความเหนื่อยล้าทางจิตใจกลับหนักอึ้งประหนึ่งแบกขุนเขาเอาไว้นางก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง แสงแดดที่ตกกระทบผิวทำให้เห็นเส้นเลือดจางๆ ที่ไหลเวียนด้วยประกายสีม่วงอ่อนลึกลับ นางรู้สึกได้ถึงจังหวะของพลังงานที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับหลี่หยางที่นั่งพักอยู่อีกด้านหนึ่ง"มันจบแล้วจริงๆ หรือเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนกระซิบขณะยื่นน้ำขิงอุ่นๆ ให้ "เครื่องจักรนั่นพังแล้ว อาซานก็ตายแล้ว... เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่โรงหมอเหมือนเดิมใช่ไหมเจ้าคะคุณหนู?"เซียวหลันไม่ได้ตอบแต่นางสังเกตเห็นทหารม้าเร็วกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดเกราะเต็มยศของวังหลวงกำลังมุ่งหน้าตรงมายังจุดที่พวกนางพักอยู่ พร้อมกับธงสีเหลืองอร่ามขององค์เหนือหัว"ราชโองการมาถึงแล้ว!" เสียงประกาศของขันทีหลวงดังก้องไปทั่วชายฝั่งหลี่หยางย

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 85 ความลับของพาหนะกาลเวลา

    สายลมยามรุ่งสางพัดกระโชกเหนือพื้นผิวน้ำอันกว้างใหญ่ของทะเลสาบจินหลิงทว่าความหนาวเหน็บในครานี้กลับผิดแผกไปจากธรรมชาติ น้ำในทะเลสาบที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กลับหมุนวนเป็นน้ำวนขนาดมหึมาหลายจุด แสงสีฟ้าหม่นเรืองรองขึ้นมาจากก้นบึ้งประหนึ่งอสุรกายใต้บาดาลกำลังตื่นจากการหลับไหล เสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรที่ทำงานด้วยความถี่สูงสั่นสะเทือนไปถึงผืนดินรอบชายฝั่งจนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำต้องอพยพหนีตายด้วยความหวาดกลัวเซียวหลันในชุดรัดกุมสีดำทับด้วยผ้าคลุมแพทย์ยืนอยู่บนเรือพายลำเล็กที่กำลังโคลงเคลงท่ามกลางคลื่นลม ข้างกายของนางคือหลี่หยางที่บัดนี้ดูองอาจและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม รอยแผลที่ไหล่ซึ่งเพิ่งถูกสมานด้วยโลหิตสีม่วงหลงเหลือเพียงรอยจางๆ ประหนึ่งปาฏิหาริย์และยังมีไป๋อวิ๋นที่คอยควบคุมทิศทางเรือด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ"นั่นไงเจ้าค่ะ..." เซียวหลันชี้ไปที่ใจกลางน้ำวน "ค่าสนามแม่เหล็กที่พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดนั่น พาหนะกาลเวลามิได้เป็นเพียงเรือแต่มันคือเครื่องกำเนิดรูหนอนที่ขัดข้อง!"ทันใดนั้นผิวน้ำรอบเรือกลับระเบิดออก ร่างในชุดเกราะสีดำนับสิบพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้พฤกษาใต้น้ำ พวกมันม

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย

    กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงชั้นล่างของหอโอสถเซียว แม้แต่กลิ่นปูนขาวที่ทาใหม่ก็ไม่อาจกลบมันได้มิด เซียวหลัน สั่งให้อาหลงนำโต๊ะไม้สักตัวยาวมาวางกลางห้องพร้อมเช็ดทำความสะอาดด้วยเหล้าแรงแล้วนำผ้าขาวมาปูทับ"เสี่ยวชุน ต้มมีดมีดสั้นและเข็มเงินในน้ำเดือด อาหลงเตรียมกะละมัง ถังน้ำสะอาด แล

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร

    “แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งมังกรดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะ

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด

    กำแพงเมืองสูงตระหง่านก่อด้วยอิฐสีเทาหมองคล้ำตั้งขวางกั้นระหว่างความป่าเถื่อนภายนอกและความศิวิไลซ์จอมปลอมภายใน ป้อมปราการแห่งนี้คือเมืองหลี่เฉิงด่านหน้าสุดขอบชายแดนที่เต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิช ทหารหนีทัพ และจอมยุทธ์พเนจรแถวของผู้คนที่รอตรวจเข้าเมืองยาวเหยียดไปจนสุดสายตา ทหารยามหน้าประตูตรวจค้นอย่างละเอี

  • มธุรสวาทเจ้าสำนัก   บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด

    เจ็ดวันผันผ่าน ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลินที่เคยเป็นดั่งขุมนรกบนดิน บัดนี้แปรเปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ กลิ่นเหม็นเน่าจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นควันไฟจากการต้มน้ำและสมุนไพร หลุมส้วมถูกขุดและจัดการอย่างเป็นระเบียบ ผู้คนเข้าแถวรับน้ำต้มสุกอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนกฎเหล็กของหมอหน้าผีแม้แต่คนเดียว เพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status