로그인ในความเงียบสงัดของกลางดึกที่สองร่างหลับใหลอยู่เคียงข้างเตียงผู้ป่วยหนัก ไหมก็ถูกรบกวนด้วยฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ในห้วงนิมิตอันมืดมิดนั้น เธอเห็นภาพพี่ชายทั้งสอง เมฆและหมอก ยืนเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณสัมภเวสีที่ดาหน้าเข้ามาทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของพี่ชายดังก้องกังวานในหูของเธอ มันทรมานหัวใจของไหมจนแทบแหลกสลาย เธอพยายามที่จะก้าวเข้าไปช่วยเหลือพี่ชาย แต่ร่างกายกลับหนักอึ้ง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เมื่อก้มลงมอง เธอจึงพบว่าวิญญาณร้ายของผีอีบัวตนเดิม พร้อมด้วยผีตัวอื่นที่น่าสยดสยอง กำลังยึดจับร่างของเธอไว้แน่นหนา มือที่เย็นเยียบและน่าขยะแขยงของพวกมันรัดตรึงแขนขาของเธอจนขยับไม่ได้ กลิ่นเหม็นคาวคลุ้งของเลือดและซากศพลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ทำให้เธอแทบอาเจียน ไหมพยายามดิ้นรน ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง แต่ไม่มีใครได้ยิน ราวกับเธอถูกกักขังอยู่ในโลกอีกมิติหนึ่งที่แสนโดดเดี่ยวและน่าหวาดกลัว เธอได้แต่ยืนมองพี่ชายทั้งสองถูกกระทำย่ำยีอย่างทารุณ เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลทั่วร่างของพวกเขา ดวงตาที่เคยอบอุ่นและอ่อนโยน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยควา
จวบจนกระทั่งถึงเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการฌาปนกิจศพของพ่อและแม่ไหม บรรยากาศในวัดก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยรัก แต่กลับไร้เงาของไหม... ความกังวลและความกระวนกระวายใจเริ่มปกคลุมทุกคนที่มาร่วมงาน ขุนศึกมองไปยังพี่ชายทั้งสองของไหมด้วยความเป็นห่วงและร้อนใจ "ไปแจ้งความกับตำรวจเลยไหมครับคุณเมฆ... คุณหมอก? เวลานานขนาดนี้แล้ว... ผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณไหม" เพราะตอนนี้ตัวขุนศึกเองก็งงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอะไรก็ดูบังหูบังตาเขาไปหมด เมฆถอนหายใจด้วยความหนักใจ ตบบ่าพ่อครูหนุ่มเบาๆ "รอให้เผาศพพ่อกับแม่ฉันเสร็จก่อนเถอะพ่อครู... พวกเราค่อยไปแจ้งความกันอีกที... อย่างน้อยก็ให้เสร็จพิธีส่งท่านเป็นครั้งสุดท้าย... อีกอย่างมันยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ... ตำรวจอาจจะยังไม่รับแจ้งความในทันที" หมอกมองหน้าขุนศึกด้วยความเข้าใจในความร้อนรนของเขา "ฉันรู้ว่าพ่อครูร้อนใจ... พวกฉันสองคนที่เป็นพี่ชายของไหมก็ร้อนใจไม่แพ้พ่อครูหรอก... แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งพ่อกับแม่ของเราให้ดีที่สุดก่อน" "ครับผม... ผมเข้าใจครับ... รอให้เสร็จงานก่อนก็ได้..." ขุนศึกตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้สงบ แต่
เมื่อเดินทางถึงสถานีตำรวจ ขุนศึกก็เข้าไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีไหมยืนเคียงข้างด้วยใบหน้าที่ยังคงเศร้าหมองแต่ก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาผิดผู้กระทำ "ทางเราได้ลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้วครับ" ร้อยตำรวจโทนายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ "เดี๋ยวทางเราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาให้ได้ครับ คุณพอจะจำรายละเอียดหรือหมายเลขทะเบียนรถคันนั้นได้ไหมครับ?" ขุนศึกส่ายหน้าด้วยความเสียดาย "ในตอนนั้นสถานการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากครับคุณตำรวจ... พวกผมตกใจกันหมด... มองไม่ทันจริงๆ ครับว่ารถยี่ห้ออะไรหรือทะเบียนอะไร" "ไม่เป็นไรครับ... ทางเราจะดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุดครับ... วางใจได้เลยครับ" ร้อยตำรวจโทกล่าวด้วยความหนักแน่น "ฝากด้วยนะคะคุณตำรวจ... ขอบคุณมากค่ะ" ไหมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ แต่ก็มีความหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม หลังจากให้ปากคำและลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว ขุนศึกก็พาไหมออกจากสถานีตำรวจ บรรยากาศรอบตัวยังคงหนักอึ้งไปด้วยความกังวลและความโกรธแค้น... พวกเขาหว
ในวันต่อมา รินร้อนใจใคร่รู้ถึงความเคลื่อนไหวของฝั่งไหม จึงเดินทางไปยังบ้านของแม่หมอด้วยความกระวนกระวาย "แม่หมอคะ... ทางฝั่งอีนังไหมเป็นยังไงบ้างคะ? มันยังทรมานอยู่ใช่ไหมคะ?" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสะใจ แม่หมอเฒ่าหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น "หึ! ถ้านังนั่นไม่มีคนช่วยเหลือป่านนี้คงนอนกระเสือกกระสนตายไปแล้ว... น่าเสียดายจริงๆ" "คนที่ช่วยอีนังไหมเป็นใครกันคะแม่หมอ? ทำไมถึงกล้ามายุ่งกับเรื่องของริน?" รินถามด้วยความสงสัยและไม่พอใจ "มันเป็นคนมีเวทย์มนต์คาถาเช่นกัน... ดูเหมือนจะเป็นพวกไสยขาว... ถึงได้เข้ามาขัดขวางแผนการของเราได้" แม่หมอตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิด "ทำไม... ทำไมถึงมีคนมาช่วยอีนังไหมได้นะ! รินไม่เข้าใจเลย!" รินโพล่งออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง แม่หมอโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ช่างเถอะ... ตอนนี้แม่กำลังหาวิธีจัดการกับพวกมันทั้งคู่อยู่... จะทำให้พวกมันตายพร้อมกัน... จะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที!" ดวงตาของแม่หมอเปล่งประกายชั่วร้าย แผนการอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของนาง... วันนี้ราวกับโชคชะตาเล่นตลก ในขณะที่ไหม แพร และขุนศึกเดินทางไปซื้อของใช้เล็กน้อยเ
รินนั่งกุมมือแม่หมอด้วยสีหน้ากังวล ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความหึงหวงบวกอาฆาต "แม่หมอคะ... รินควรจะทำยังไงดีคะ? ภพเอาแต่เรียกหาอีนั่น... ขนาดนอนกับรินแท้ๆ ยังละเมอถึงแต่ชื่ออีไหมอยู่ได้!" รินระบายความอัดอั้นในใจออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง แม่หมอเฒ่าลูบศีรษะรินเบาๆ ด้วยความเข้าใจ "มันเป็นแค่จิตใต้สำนึกนะลูก... เดี๋ยวแม่จะจัดการให้... รับรองว่าต่อไปนี้ภพจะไม่มีวันคิดถึงอีนั่นอีกเลย" แม่หมอเริ่มจัดเตรียมเครื่องรางของขลังและทำพิธีบางอย่าง เพื่อเสริมเสน่ห์และตรึงใจภพให้รินได้อย่างสมปรารถนา บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นธูปและเครื่องยาต่างๆ ที่อบอวล "งั้นรินกลับก่อนนะคะแม่หมอ... เดี๋ยวภพจะสงสัย" รินเอ่ยลาด้วยความกระวนกระวาย "จ้ะลูก... เดินทางปลอดภัยนะ" แม่หมอพยักหน้าด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย "เดี๋ยวรินโอนเงินค่าครูให้ตามที่ตกลงไว้นะคะ" รินกล่าวพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมโอนเงิน "จ้า... เออ... หนูริน พอดีคุณยายเออ..แม่ของแม่นะลูกแกจะยกบ้านให้แม่น่ะ...แต่แม่อยากจะยกให้รินเพราะแม่แก่แล้ว" แม่หมอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือที่แสดงรูปภาพบ้านหลังหนึ่งให้รินดู เ
ขุนศึกกอดร่างที่แน่นิ่งของไหมไว้แนบอก ความรู้สึกใจหายแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวด้วยความสงสารจับใจ ไม่เคยคิดว่าชีวิตของเธอจะต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่หนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้ ความรู้สึกปวดร้าวแล่นผ่านหัวใจราวกับถูกกรีดด้วยของมีคม เขาเจ็บปวดไปกับความทุกข์ทรมานของเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน "พ่อครูคะ... ไหมเป็นยังไงบ้างคะ?" เสียงแพรที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองไปยังร่างไร้สติของเพื่อนด้วยความกังวลและเศร้าใจ "ยังไม่ฟื้นเลยครับคุณแพร... ดูเหมือนเธอจะเสียใจมาก" ขุนศึกตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด "โธ่... ไหมเอ้ย... มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแกนักหนา..." แพรทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ขุนศึก มองใบหน้าซีดเซียวของไหมด้วยความสงสารและเห็นใจอย่างสุดซึ้ง น้ำตาคลอหน่วยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ... การสูญเสียครั้งใหญ่นี้ช่างโหดร้ายเกินกว่าที่ใครจะรับไหว...มันเกิดขึ้นไวราวความฝัน "พ่อครูคิดว่ามันเกิดจากอะไรคะ...? อุบัติเหตุ... หรือว่าเป็นเพราะยายแม่หมอชั่วนั่น?" แพรเงยหน้าถามขุนศึกด้วยความสงสัยและกังวลใจ ขุนศึกถอนหายใจแผ่วเบา







