Share

บทที่ 10

Penulis: เกาะลอยน้ำ
เซิ่นหรูซวงชูกำไลหยกในมือ แล้วยื่นไปตรงหน้าซิงจือเหยียน "กำไลหยกชิ้นนี้ ซิงฟานโหรวเป็นคนทำแตก"

ครูประจำชั้นมองดูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ฟานโหรวเป็นเด็กดีขนาดนี้ จะตั้งใจทำกำไลหยกของเธอแตกได้ยังไง? อย่ามาใส่ร้ายฟานโหรวในโรงเรียนนะ"

"ส่วนเธอน่ะ ต่อยคนโดยไม่ไตร่ตรองอะไรเลย ทำตัวไม่ได้เรื่องจริงๆ!"

น่าขันเสียจริง

ซิงฟานโหรวทำกำไลหยกของเธอแตก กลับกลายเป็นไม่ได้ตั้งใจ

แต่การที่เธอต่อยซิงฟานโหรวกลับกลายเป็นว่าเธอเป็นคนมีพฤติกรรมต่ำทรามและตั้งใจจะทำร้าย

เว่ยอวิ่นลู่เห็นกำไลหยกชิ้นนั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หยกชิ้นนี้ดูแล้วก็ไม่ได้แพงอะไร ถ้าเธอชอบ ฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาโกรธกันเพราะเรื่องแค่นี้เลย"

"อีกอย่าง ฟานโหรวมีหยกดี ๆ เยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจทำหยกของเธอแตกหรอก หรูซวง ฉันว่าเธอเข้าใจฟานโหรวผิดไปแล้วนะ"

คำพูดของเธอฟังดูคลุมเครือ อ่อนโยน เหมือนมีน้ำใจ

แต่ในสายตาของคนที่ตั้งใจฟังแล้ว นี่คือการเย้ยหยันอย่างโจ่งแจ้ง

คุณหนูใหญ่ตระกูลซิงอย่างซิงฟานโหรวจะมาสนใจหยกราคาถูกแบบนี้ได้ยังไง มีแต่เซิ่นหรูซวงเท่านั้นแหละที่เห็นหยกแตก ๆ แบบนี้เป็นสมบัติล้ำค่า

คนอย่างซิงฟานโหรวไม่สนใจหยกของเธอเลยสักนิด

นักเรียนรอบข้างต่างพากันหัวเราะ

เซิ่นหรูซวงมองไปที่ดวงตาของซิงจือเหยียน

ดวงตาสีดำสนิทของซิงจือเหยียนก็มองมาที่เธอเช่นกัน

แต่เขากลับไม่พูดอะไรสักคำต่อคำกล่าวหาจากคนรอบข้าง

คงเป็นการยอมรับแล้วสินะ

ในใจของเซิ่นหรูซวงรู้สึกขมขื่น

ที่นี่มีแต่คนที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง จะไปเข้าใจอะไรได้?

ในขณะนั้น ผู้อำนวยการก็เดินเข้ามาและพูดอย่างจริงจังว่า "เซิ่นหรูซวง เรื่องนี้ยังไงเธอก็เป็นคนลงมือก่อน เธอควรไปขอโทษฟานโหรวนะ”

ผู้อำนวยการเข้าใจและมองเห็นเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันว่าตระกูลซิงรับเลี้ยงเซิ่นหรูซวง แต่สมาชิกในตระกูลซิงกลับให้ความสำคัญกับซิงฟานโหรวมากกว่า

ต่อหน้าคนในตระกูลซิง ความจริงไม่สำคัญอีกต่อไป

เซิ่นหรูซวงต้องขอโทษ

เหยียนเหวินอินทุบอกอย่างคับแค้น "เซิ่นหรูซวง แกเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ต่อยคุณหนูซิงได้ขนาดนี้? รีบขอโทษซะ!"

ซิงจือเหยียนยื่นคำขาด

"เซิ่นหรูซวง ขอโทษซะ" ซิงจือเหยียนพูดด้วยสายตาเย็นชา "ถ้าไม่ขอโทษ เธอก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่บ้านตระกูลซิงอีก"

ทุกคนต่างตกตะลึง

คำพูดของเขาหมายความว่าจะขับไล่เซิ่นหรูซวงออกจากตระกูลซิงอย่างนั้นหรือ?

เซิ่นหรูซวงไม่ได้สนใจคำพูดของพวกเขา เธอเพียงแต่มองกำไลหยกที่แตกสลายในมืออย่างเงียบ ๆ

"พวกคุณไม่มีทางเข้าใจหรอก พวกคุณเป็นคนรวย แค่ใช้เงินนิดหน่อยก็สามารถซื้อหยกที่ดีกว่านี้ได้หลายเท่าแล้ว"

"แต่กำไลหยกชิ้นนี้ พ่อของฉันเก็บเงินมาทั้งปีเพื่อซื้อมัน"

"มันเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้ายที่พ่อมอบให้ฉันก่อนตาย ฉันเหลือแค่มันเท่านั้น"

สีหน้าตึงเครียดและโกรธของเหยียนเหวินอินชะงักค้างไปทันที เธอถึงกับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก

"หรูซวง ทำไมแกถึงไม่บอกแม่ล่ะ?"

สีหน้าของซิงจือเหยียนและคนอื่น ๆ เป็นอย่างไรนั้น เซิ่นหรูซวงไม่อยากมองและไม่สนใจอีกต่อไป

เธอกำกำไลหยกในมือแน่น เงยหน้าขึ้นมองผู้อำนวยการ พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "หนูไม่ขอโทษ เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด"

"หนูจำได้ว่าในห้องเรียนมีกล้องวงจรปิด งั้นก็ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดสิ กล้องวงจรปิดจะบอกความจริงทั้งหมดให้พวกคุณรู้"

ผู้อำนวยการลังเลเล็กน้อย

แววตาของซิงฟานโหรวเครียดขึ้นทันที ก่อนจะโผเข้ากอดเว่ยอวิ่นลู่ น้ำเสียงสั่นเครือเจือสะอื้น

"ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย? ฉันถูกเธอทำร้ายขนาดนี้ แค่ขอคำขอโทษมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? พี่ลู่ลู่ ตัวฉันเจ็บไปหมดเลย"

เว่ยอวิ่นลู่ลูบไหล่ของซิงฟานโหรวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร

เธอหันกลับมามองซิงจือเหยียนอย่างอิดออด เสียงของเธอนุ่มนวล "จือเหยียน"

เมื่อเห็นท่าทางของซิงฟานโหรว ผู้อำนวยการก็หน้าถอดสีลงทันทีแล้วพูดว่า "จะไปดูกล้องวงจรปิดทำไม? บาดแผลบนตัวของฟานโหรวยังไม่พอจะพิสูจน์สิ่งที่เธอทำอีกเหรอ? เธอยังจะแก้ตัวอะไรอีก?"

นักเรียนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็พูดแทรกขึ้นมาคนละคำสองคำ

"ทุกคนเห็นแล้ว ว่าฟานโหรวแค่ต้องการจะคุยกับเซิ่นหรูซวงดี ๆ แต่เซิ่นหรูซวงกลับคลั่งเหมือนคนบ้าและทำร้ายคนอื่น ไม่มีใครห้ามเธอได้เลย"

"ใช่แล้ว ใคร ๆ ก็รู้ว่าเซิ่นหรูซวงเป็นพวกต่ำตม มาแกล้งทำตัวเป็นคนดีทำไม?"

เว่ยอวิ่นลู่เม้มปากอย่างลำบากใจ มือของเธอลูบไหล่ของซิงฟานโหรวเบา ๆ "หรูซวง พวกเราแค่ต้องการคำขอโทษแค่นั้นเอง"

เหยียนเหวินอินมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน เมื่อเห็นสีหน้าของซิงจือเหยียนที่มืดมนขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น

เธอรีบดึงข้อมือของเซิ่นหรูซวง "เซิ่นหรูซวง รีบขอโทษซะ! เร็วเข้า! เธออยากให้คนอื่นโกรธจนไล่เธอออกไปจริงๆ ใช่ไหม?"

"ก็แค่หยกชิ้นเดียว แม่ซื้อให้ใหม่ก็ได้ ตกลงไหม? รีบขอโทษซะ!"

เซิ่นหรูซวงหายใจเข้าลึก ๆ สะบัดมือของเหยียนเหวินอินออก แล้วหันหลังกลับไปจ้องมองซิงจือเหยียนอย่างแน่นิ่ง

ในเมื่อเธอได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้ใครมาสาดโคลนใส่เธอตามอำเภอใจอีกแล้ว

"แค่ไปดูกล้องวงจรปิด มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ฉันอยากจะให้เรื่องราวทั้งหมดปรากฏตามความจริง แล้วซิงฟานโหรวมีเจตนาอะไร ที่ต้องขัดขวางไม่ให้ฉันดูกล้องวงจรปิด? ทำไมถึงไม่ยอมให้ดู? หรือว่าทำผิดแล้วกลัวความจริงจะเปิดเผย?"

สายตาของซิงจือเหยียนเฉียบคมและเย็นชา ดวงตาสีดำเรียวยาวของเขาเต็มไปด้วยความกดดันที่หนักอึ้ง

เซิ่นหรูซวงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ "ซิงจือเหยียน ฉันแค่ต้องการดูกล้องวงจรปิด หลังจากดูกล้องวงจรปิดแล้ว ถ้าพวกคุณยังยืนยันว่าฉันทำผิด ฉันก็จะไม่พูดอะไรอีก"

มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "กลัวก็แต่ว่า พวกคุณไม่กล้าดูกล้องวงจรปิด ได้แต่ปิดปากฉันไว้เท่านั้นแหละ"

คำพูดประชดประชันนั้นชัดเจน ทำให้ซิงจือเหยียนก็ยังขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้ ไม่มีหลักฐานใด ๆ ซิงจือเหยียนก็ตัดสินว่าเธอทำผิด เพื่อปกป้องคนรักในใจของเขา

ซิงจือเหยียนสั่งให้คนขังเธอไว้ในห้องเก็บของในบ้านเป็นเวลาหนึ่งเดือน และให้กินข้าวแค่วันละมื้อ

คนใช้ในบ้านต่างก็เอาใจเจ้านายเหยียบหัวคนอ่อนแอ บางวันก็เอาอาหารบูดมาให้ ทำให้เซิ่นหรูซวงไม่ได้กินอะไรเลยในวันนั้น

หน้าต่างในห้องเก็บของปิดสนิท ไม่มีแสงแดดส่องเข้ามาเลย เซิ่นหรูซวงถึงขั้นเป็นไข้สูง แยกไม่ออกว่าตอนไหนกลางวันหรือกลางคืน รู้สึกสับสนไปหมด สลบไปแล้วก็ตื่นขึ้น ตื่นขึ้นแล้วก็สลบไปอีก

เธอร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ข้างนอก แต่กลับได้ยินเพียงคำตอบที่เย็นชาจากผู้ช่วยพิเศษของซิงจือเหยียน

“คุณหนูเซิ่น ถ้าคุณหนูยังไม่หยุดโวยวายอีก ก็เตรียมตัวถูกขังต่อไปอีกนานได้เลยครับ”

หลังจากหนึ่งเดือน เธอถูกปล่อยออกมาจากห้องเก็บของ ร่างกายซูบผอมจนดูไม่ได้ และถูกส่งไปโรงพยาบาลทันที

ถ้าไม่ใช่เพราะหมอช่วยไว้ทันเวลา เธอก็คงจะกลายเป็นคนบ้าเพราะพิษไข้ไปแล้ว

เมื่อกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีกเด็ดขาด
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Natcha Gawilo
สงสารนางเอก อยากอ่านต่อจัง
goodnovel comment avatar
Chamaiporn Payoongtanakorn
สมัครแล้ว​ ทำไมปลดล็อคไม่ได้คะ
goodnovel comment avatar
สายพิณ พันธุ์เสงี่ยม
สงสารนางเอกค่ะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 745

    แววตาของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในใจและความสับสนเคว้งคว้างที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่นหรูซวง ถึงได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยอย่างเด่นชัด“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอบคุณฉัน และไม่ต้องการได้ยินคำขอโทษจากเธอ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร ก็นึกถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลู่ลู่จะจากไป ฉันดันไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้อยู่ฝั่งลู่ลู่ ตอนที่เธอตายไปจะเกลียดฉันหรือเปล่า? จะโทษฉันไหม? เรื่องพวกนี้ฉันไม่มีทางรู้เลย หลายวันมานี้ฉันก็ได้แต่ทรมานใจอยู่ตลอดเวลา”กู้เหยียนหลี่กุมขมับ “ฉันถึงขั้น ถึงขั้นนึกเสียใจที่ไปพบเติ้งโหย่วกัง ฉันรักลู่ลู่ขนาดนั้น ทั้งที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอตลอดชีวิต ทำไมฉันถึง...”นับเป็นครั้งแรกที่เซิ่นหรูซวงถึงกับพูดไม่ออก แววตาของเธอหม่นแสงลงไปในทันทีคนทั้งสองต่างจ้องมองกันและกันด้วยความเงียบงันกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำราวกับเลือดจ้องเขม็งไปที่เซิ่นหรูซวง ใบหน้าที่ซูบผอมและซีดเผือดทำให้เขาดูแก่ขึ้นอีกสิบกว่าปี อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแหบพร่าและสั่นเครื

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 744

    สีหน้าของสือเหยาบูดบึ้งกว่าเดิมในพริบตา ทำให้ตำรวจต้องเหลือบมองมาทางเธออยู่หลายครั้งข้อเท็จจริงทุกอย่างตรงตามที่เฉินจื่อเหยาสารภาพไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เซิ่นหรูซวงนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยายามเข้าหากู้เหยียนหลี่อยู่หลายครั้งเพื่อสืบเรื่องของเติ้งโหย่วกังถ้าเป็นตามที่ว่ามาจริง กู้เหยียนหลี่ต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปทั้งที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเด็นเรื่องการเข้ามอบตัว ทางเราเองก็ได้สอบถามแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็คือ เขาอยากจะมอบตัวตอนไหน มันก็เรื่องของเขา”ตำรวจแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อพูดถึงคำพูดของเฉินจื่อเหยา “สรุปใจความจากคำพูดของเฉินจื่อเหยาก็คือ เขาแค่อยากจะรอดูตำรวจวุ่นวายจนหัวหมุนเพื่อตามหาตัวเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและสะใจ ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็เลยอยากจะมามอบตัว เขาบอกว่าอย่างไรแล้วตำรวจก็ต้องตามสืบจนเจอตัวเขาอยู่ดี แทนที่จะรอให้ถูกจับ สู้มามอบตัวก่อนเพื่อขอลดโทษจะดีกว่า”ในเชิงตรรกะแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ดูผิดปกติเลยสักนิดตำรวจพูดเสริม “ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างแน่นหนา เบื้องบนเองก็สั่งการลงมาให้ทางเราสรุปปิดคดีได้เลย”เซิ่นห

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 743

    “เฉินจื่อเหยามามอบตัวแล้ว เขาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์รถชนทั้งสองครั้ง รวมถึงคดีลักพาตัวคุณเซิ่นเป็นฝีมือของเขาเอง โดยเขาเริ่มจากการถอนเงินสดจำนวนมากออกจากธนาคาร แล้วนำไปส่งมอบให้คนขับรถที่ก่อเหตุทั้งสองคนรวมถึงกลุ่มโจรลักพาตัวด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้พวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนและลักพาตัวคุณเซิ่น พวกเขาระวังตัวมาก หลังจากได้รับเงินก้อนนั้นมาแล้วก็ไม่ได้นำไปฝากเข้าธนาคารทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเราตรวจไม่พบเบาะแสความเชื่อมโยงใด ๆ ผ่านเส้นทางการเงินเลย”“ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย และทางเราได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นตามคำให้การจนพบเงินสดก้อนใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของคนขับรถคู่กรณีทั้งสองคนจริง ๆ ส่วนพวกโจรลักพาตัวอีกสองคนนั้นเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ต่างจังหวัด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะตามหาเจอ”“ทางเรายังได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของเฉินจื่อเหยา พบว่ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุจริง นอกจากนี้เขายังระบุสถานที่ที่ใช้ส่งมอบเงินกันโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และยืนยันได้ว่าสิ่งท

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 742

    ตอนที่ตำรวจโทรเข้ามา การประชุมก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เซิ่นหรูซวงตั้งใจว่าจะโทรกลับหลังจากประชุมจบเซิ่นหรูซวงสั่งให้เลขารีบประสานงานไปยังผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เกมกระต่ายนักเดินทาง เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งออกแถลงการณ์โดยด่วนที่สุดหลังจากปิดการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทันที ส่วนเซิ่นหรูซวงก็ได้โทรกลับไปยังเบอร์ของสถานีตำรวจปลายสายรับสายแทบจะในทันที “คุณเซิ่น”เซิ่นหรูซวงตอบว่า “ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อสักครู่ฉันประชุมอยู่ จึงไม่ได้รับสาย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของตำรวจเริ่มจริงจังขึ้นมา “คุณเซิ่น เกี่ยวกับคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นกับคุณและคุณกู้เหยียนหลี่ ตอนนี้มีคนเดินทางมามอบตัวแล้วครับ”เซิ่นหรูซวงชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นใครหรือคะ?”ตำรวจพูดต่อว่า “เฉินจื่อเหยา ลูกชายของเฉินฉวนหมิน ก็คือเฉินฉวนหมินที่คุณรู้จักนั่นแหละครับ เฉินจื่อเหยาเดินทางมามอบตัวแล้ว และเขาก็สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขาเป็นคนบงการให้คนไปทำเองครับ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้วแน่น ความตกตะลึงฉายชัดออกมาในแววตา

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 741

    เจียงเสี่ยวชุนพูดเสริมว่า “ทั้งตระกูลซิงและตระกูลเว่ยต่างก็ปิดข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเว่ยอวิ่นลู่ ไม่มีหลุดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันได้ยินคนวงในกระซิบกันว่าเถ้ากระดูกของเว่ยอวิ่นลู่ถูกฝังไว้ที่สุสานเฉิงตงแล้ว ซึ่งเป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษส่วนใหญ่ของตระกูลเว่ย งานศพก็จัดแบบเรียบง่าย มีแขกมาร่วมงานแค่ไม่กี่คน ไม่มีการป่าวประกาศอะไร คาดว่าคงไม่อยากให้คนภายนอกรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยอวิ่นลู่กับเติ้งโหย่วกังน่ะ”“แถมฉันยังได้ยินว่า แม่ของเว่ยอวิ่นลู่ร้องไห้จนเป็นลมไปสองรอบในงานศพด้วยนะ...”เซิ่นหรูซวงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย “ค่ะ เข้าใจแล้ว”สือเหยามองออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เธอยังมีเรื่องสงสัยอีกใช่ไหม?”เซิ่นหรูซวงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่มีหลักฐาน”เมื่อไม่มีคนพูดอะไรอีก เซิ่นหรูซวงก็พูดต่อว่า “กลับกันก่อนได้เลยนะ”ไม่ใช่แค่ทางตำรวจที่กำลังตามสืบเรื่องคนขับรถชนในอุบัติเหตุหลายครั้งที่ผ่านมาและกลุ่มโจรลักพาตัวเท่านั้น ทางเซิ่นหรูซวงกับสือเหยาเองก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกันร่างกายของเซิ่นหรูซวงยังไม่หายดี แต่ก็จะไปทำง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 740

    เจียงเสี่ยวชุนไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์และเกี่ยวข้องโดยตรง จึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ของเซิ่นหรูซวงได้อย่างแท้จริง และทำได้เพียงเงียบโชคดีที่สือเหยานำอาหารกลับมาแล้ว กลิ่นหอมของอาหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องและขจัดบรรยากาศที่หนักอึ้งออกไปทันทีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซิ่นหรูซวงพยายามหาโอกาสพูดคุยกับกู้เหยียนหลี่และซิงจือเหยียนอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นเลยเซิ่นหรูซวงถึงกับเคยขอให้สือเหยาพาเธอออกไปตามหา แต่คนของตระกูลเว่ยได้ออกไปจากโรงพยาบาลตั้งนานแล้ว พวกเขารับศพของเว่ยอวิ่นลู่ออกไปแล้วกู้เหยียนหลี่กับซิงจือเหยียนเองก็ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่เงา หากตามที่พยาบาลบอก กู้เหยียนหลี่ออกจากโรงพยาบาลในวันที่ร่างของเว่ยอวิ่นลู่ถูกรับตัวไปเซิ่นหรูซวงเคยไปที่ห้องพักผู้ป่วยของกู้เหยียนหลี่ แล้วก็มองผู้ป่วยคนอื่นที่เข้ามาพักด้วยความเหม่อลอยถ้าเป็นไปได้ เซิ่นหรูซวงคิดอยากจะพูดคุยกับเขาต่อหน้าแต่เห็นได้ชัดว่า ตั้งแต่กู้เหยียนหลี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และออกไปจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอหรือบางทีเขาอาจกำลังนึกเสียใจภายหลัง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 67

    เสียงหัวเราะเย้ยหยันของซิงฟานโหรวดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ "เซิ่นหรูซวง ฉันรู้นะว่าเธอรีบออกตัวเพื่อจะประจานพี่ลู่ลู่ของฉันในงานโรงเรียน ถึงได้รีบเปิดโปงเรื่องลอกเลียน""แต่เธอคงไม่คิดใช่ไหมล่ะ ว่าผู้แต่งเพลง ‘ความปรารถนา’ ตัวจริงก็คือพี่ลู่ลู่ของฉันเอง ที่คิดจะประจานคนอื่น กลับกลายเป็นโดนพี่ลู่ลู่ตบหน

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 66

    ผู้ช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเบา ๆ ก่อนตอบเสียงต่ำ "ครับ รับทราบครับ"หลังจากพูดจบ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งตามความเคยชิน รอให้เจ้านายเป็นฝ่ายวางสายก่อนแต่ผ่านไปเกือบครึ่งนาที ปลายสายยังคงเงียบอยู่เขาจึงจำใจถามออกไป "คุณซิง ยังมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ?"ซิงจือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสีย

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 58

    ทันทีที่เซิ่นหรูซวงอ้าปากจะพูด เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยคำพูดของชายอีกคนที่แทรกขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ"พี่ลู่ลู่ครับ" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประจบประแจง "เรื่องเมื่อวานผมรู้หมดแล้วครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่จะเป็นคุณเคอซานเหม่ยจริง ๆ พวกชาวเน็ตกับบางคนก็เกินไป ผมเห็นแล้วยังโมโหแทนเลยครับ"สายตาของชา

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 75

    "ลู่ลู่เอ๋ย..."ทันทีที่ได้ยินคำเรียกนั้น หัวใจของเว่ยอวิ่นลู่ก็พลันเต้นแรงขึ้นมานี่เป็นครั้งแรกที่คุณปู่ซิงเรียกเธอด้วยน้ำเสียงสนิทสนมเช่นนี้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วอก นี่คือการยอมรับอย่างแท้จริงคุณปู่ซิงหันไปมองซิงจือเหยียนด้วยสายตาดุ ๆ "นี่มันความผิดของจือเหยียน ยังไม่ทันตกลงอะไรให้เรียบร้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status