Share

บทที่ 10

Author: เกาะลอยน้ำ
เซิ่นหรูซวงชูกำไลหยกในมือ แล้วยื่นไปตรงหน้าซิงจือเหยียน "กำไลหยกชิ้นนี้ ซิงฟานโหรวเป็นคนทำแตก"

ครูประจำชั้นมองดูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ฟานโหรวเป็นเด็กดีขนาดนี้ จะตั้งใจทำกำไลหยกของเธอแตกได้ยังไง? อย่ามาใส่ร้ายฟานโหรวในโรงเรียนนะ"

"ส่วนเธอน่ะ ต่อยคนโดยไม่ไตร่ตรองอะไรเลย ทำตัวไม่ได้เรื่องจริงๆ!"

น่าขันเสียจริง

ซิงฟานโหรวทำกำไลหยกของเธอแตก กลับกลายเป็นไม่ได้ตั้งใจ

แต่การที่เธอต่อยซิงฟานโหรวกลับกลายเป็นว่าเธอเป็นคนมีพฤติกรรมต่ำทรามและตั้งใจจะทำร้าย

เว่ยอวิ่นลู่เห็นกำไลหยกชิ้นนั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หยกชิ้นนี้ดูแล้วก็ไม่ได้แพงอะไร ถ้าเธอชอบ ฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาโกรธกันเพราะเรื่องแค่นี้เลย"

"อีกอย่าง ฟานโหรวมีหยกดี ๆ เยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจทำหยกของเธอแตกหรอก หรูซวง ฉันว่าเธอเข้าใจฟานโหรวผิดไปแล้วนะ"

คำพูดของเธอฟังดูคลุมเครือ อ่อนโยน เหมือนมีน้ำใจ

แต่ในสายตาของคนที่ตั้งใจฟังแล้ว นี่คือการเย้ยหยันอย่างโจ่งแจ้ง

คุณหนูใหญ่ตระกูลซิงอย่างซิงฟานโหรวจะมาสนใจหยกราคาถูกแบบนี้ได้ยังไง มีแต่เซิ่นหรูซวงเท่านั้นแหละที่เห็นหยกแตก ๆ แบบนี้เป็นสมบัติล้ำค่า

คนอย่างซิงฟานโหรวไม่สนใจหยกของเธอเลยสักนิด

นักเรียนรอบข้างต่างพากันหัวเราะ

เซิ่นหรูซวงมองไปที่ดวงตาของซิงจือเหยียน

ดวงตาสีดำสนิทของซิงจือเหยียนก็มองมาที่เธอเช่นกัน

แต่เขากลับไม่พูดอะไรสักคำต่อคำกล่าวหาจากคนรอบข้าง

คงเป็นการยอมรับแล้วสินะ

ในใจของเซิ่นหรูซวงรู้สึกขมขื่น

ที่นี่มีแต่คนที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง จะไปเข้าใจอะไรได้?

ในขณะนั้น ผู้อำนวยการก็เดินเข้ามาและพูดอย่างจริงจังว่า "เซิ่นหรูซวง เรื่องนี้ยังไงเธอก็เป็นคนลงมือก่อน เธอควรไปขอโทษฟานโหรวนะ”

ผู้อำนวยการเข้าใจและมองเห็นเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันว่าตระกูลซิงรับเลี้ยงเซิ่นหรูซวง แต่สมาชิกในตระกูลซิงกลับให้ความสำคัญกับซิงฟานโหรวมากกว่า

ต่อหน้าคนในตระกูลซิง ความจริงไม่สำคัญอีกต่อไป

เซิ่นหรูซวงต้องขอโทษ

เหยียนเหวินอินทุบอกอย่างคับแค้น "เซิ่นหรูซวง แกเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ต่อยคุณหนูซิงได้ขนาดนี้? รีบขอโทษซะ!"

ซิงจือเหยียนยื่นคำขาด

"เซิ่นหรูซวง ขอโทษซะ" ซิงจือเหยียนพูดด้วยสายตาเย็นชา "ถ้าไม่ขอโทษ เธอก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่บ้านตระกูลซิงอีก"

ทุกคนต่างตกตะลึง

คำพูดของเขาหมายความว่าจะขับไล่เซิ่นหรูซวงออกจากตระกูลซิงอย่างนั้นหรือ?

เซิ่นหรูซวงไม่ได้สนใจคำพูดของพวกเขา เธอเพียงแต่มองกำไลหยกที่แตกสลายในมืออย่างเงียบ ๆ

"พวกคุณไม่มีทางเข้าใจหรอก พวกคุณเป็นคนรวย แค่ใช้เงินนิดหน่อยก็สามารถซื้อหยกที่ดีกว่านี้ได้หลายเท่าแล้ว"

"แต่กำไลหยกชิ้นนี้ พ่อของฉันเก็บเงินมาทั้งปีเพื่อซื้อมัน"

"มันเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้ายที่พ่อมอบให้ฉันก่อนตาย ฉันเหลือแค่มันเท่านั้น"

สีหน้าตึงเครียดและโกรธของเหยียนเหวินอินชะงักค้างไปทันที เธอถึงกับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก

"หรูซวง ทำไมแกถึงไม่บอกแม่ล่ะ?"

สีหน้าของซิงจือเหยียนและคนอื่น ๆ เป็นอย่างไรนั้น เซิ่นหรูซวงไม่อยากมองและไม่สนใจอีกต่อไป

เธอกำกำไลหยกในมือแน่น เงยหน้าขึ้นมองผู้อำนวยการ พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "หนูไม่ขอโทษ เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด"

"หนูจำได้ว่าในห้องเรียนมีกล้องวงจรปิด งั้นก็ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดสิ กล้องวงจรปิดจะบอกความจริงทั้งหมดให้พวกคุณรู้"

ผู้อำนวยการลังเลเล็กน้อย

แววตาของซิงฟานโหรวเครียดขึ้นทันที ก่อนจะโผเข้ากอดเว่ยอวิ่นลู่ น้ำเสียงสั่นเครือเจือสะอื้น

"ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย? ฉันถูกเธอทำร้ายขนาดนี้ แค่ขอคำขอโทษมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? พี่ลู่ลู่ ตัวฉันเจ็บไปหมดเลย"

เว่ยอวิ่นลู่ลูบไหล่ของซิงฟานโหรวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร

เธอหันกลับมามองซิงจือเหยียนอย่างอิดออด เสียงของเธอนุ่มนวล "จือเหยียน"

เมื่อเห็นท่าทางของซิงฟานโหรว ผู้อำนวยการก็หน้าถอดสีลงทันทีแล้วพูดว่า "จะไปดูกล้องวงจรปิดทำไม? บาดแผลบนตัวของฟานโหรวยังไม่พอจะพิสูจน์สิ่งที่เธอทำอีกเหรอ? เธอยังจะแก้ตัวอะไรอีก?"

นักเรียนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็พูดแทรกขึ้นมาคนละคำสองคำ

"ทุกคนเห็นแล้ว ว่าฟานโหรวแค่ต้องการจะคุยกับเซิ่นหรูซวงดี ๆ แต่เซิ่นหรูซวงกลับคลั่งเหมือนคนบ้าและทำร้ายคนอื่น ไม่มีใครห้ามเธอได้เลย"

"ใช่แล้ว ใคร ๆ ก็รู้ว่าเซิ่นหรูซวงเป็นพวกต่ำตม มาแกล้งทำตัวเป็นคนดีทำไม?"

เว่ยอวิ่นลู่เม้มปากอย่างลำบากใจ มือของเธอลูบไหล่ของซิงฟานโหรวเบา ๆ "หรูซวง พวกเราแค่ต้องการคำขอโทษแค่นั้นเอง"

เหยียนเหวินอินมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน เมื่อเห็นสีหน้าของซิงจือเหยียนที่มืดมนขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น

เธอรีบดึงข้อมือของเซิ่นหรูซวง "เซิ่นหรูซวง รีบขอโทษซะ! เร็วเข้า! เธออยากให้คนอื่นโกรธจนไล่เธอออกไปจริงๆ ใช่ไหม?"

"ก็แค่หยกชิ้นเดียว แม่ซื้อให้ใหม่ก็ได้ ตกลงไหม? รีบขอโทษซะ!"

เซิ่นหรูซวงหายใจเข้าลึก ๆ สะบัดมือของเหยียนเหวินอินออก แล้วหันหลังกลับไปจ้องมองซิงจือเหยียนอย่างแน่นิ่ง

ในเมื่อเธอได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้ใครมาสาดโคลนใส่เธอตามอำเภอใจอีกแล้ว

"แค่ไปดูกล้องวงจรปิด มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ฉันอยากจะให้เรื่องราวทั้งหมดปรากฏตามความจริง แล้วซิงฟานโหรวมีเจตนาอะไร ที่ต้องขัดขวางไม่ให้ฉันดูกล้องวงจรปิด? ทำไมถึงไม่ยอมให้ดู? หรือว่าทำผิดแล้วกลัวความจริงจะเปิดเผย?"

สายตาของซิงจือเหยียนเฉียบคมและเย็นชา ดวงตาสีดำเรียวยาวของเขาเต็มไปด้วยความกดดันที่หนักอึ้ง

เซิ่นหรูซวงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ "ซิงจือเหยียน ฉันแค่ต้องการดูกล้องวงจรปิด หลังจากดูกล้องวงจรปิดแล้ว ถ้าพวกคุณยังยืนยันว่าฉันทำผิด ฉันก็จะไม่พูดอะไรอีก"

มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "กลัวก็แต่ว่า พวกคุณไม่กล้าดูกล้องวงจรปิด ได้แต่ปิดปากฉันไว้เท่านั้นแหละ"

คำพูดประชดประชันนั้นชัดเจน ทำให้ซิงจือเหยียนก็ยังขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้ ไม่มีหลักฐานใด ๆ ซิงจือเหยียนก็ตัดสินว่าเธอทำผิด เพื่อปกป้องคนรักในใจของเขา

ซิงจือเหยียนสั่งให้คนขังเธอไว้ในห้องเก็บของในบ้านเป็นเวลาหนึ่งเดือน และให้กินข้าวแค่วันละมื้อ

คนใช้ในบ้านต่างก็เอาใจเจ้านายเหยียบหัวคนอ่อนแอ บางวันก็เอาอาหารบูดมาให้ ทำให้เซิ่นหรูซวงไม่ได้กินอะไรเลยในวันนั้น

หน้าต่างในห้องเก็บของปิดสนิท ไม่มีแสงแดดส่องเข้ามาเลย เซิ่นหรูซวงถึงขั้นเป็นไข้สูง แยกไม่ออกว่าตอนไหนกลางวันหรือกลางคืน รู้สึกสับสนไปหมด สลบไปแล้วก็ตื่นขึ้น ตื่นขึ้นแล้วก็สลบไปอีก

เธอร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ข้างนอก แต่กลับได้ยินเพียงคำตอบที่เย็นชาจากผู้ช่วยพิเศษของซิงจือเหยียน

“คุณหนูเซิ่น ถ้าคุณหนูยังไม่หยุดโวยวายอีก ก็เตรียมตัวถูกขังต่อไปอีกนานได้เลยครับ”

หลังจากหนึ่งเดือน เธอถูกปล่อยออกมาจากห้องเก็บของ ร่างกายซูบผอมจนดูไม่ได้ และถูกส่งไปโรงพยาบาลทันที

ถ้าไม่ใช่เพราะหมอช่วยไว้ทันเวลา เธอก็คงจะกลายเป็นคนบ้าเพราะพิษไข้ไปแล้ว

เมื่อกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีกเด็ดขาด
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (3)
goodnovel comment avatar
Natcha Gawilo
สงสารนางเอก อยากอ่านต่อจัง
goodnovel comment avatar
Chamaiporn Payoongtanakorn
สมัครแล้ว​ ทำไมปลดล็อคไม่ได้คะ
goodnovel comment avatar
สายพิณ พันธุ์เสงี่ยม
สงสารนางเอกค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 716

    เว่ยอวิ่นลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำต้องพยักหน้าตอบรับซิงจือเหยียนมาถึงที่นัดก่อนเยี่ยนอวี้เจ๋อห้านาที และก่อนที่เยี่ยนอวี้เจ๋อจะก้าวเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ซิงจือเหยียนก็เพิ่งจะอ่านเอกสารที่ผู้ช่วยยื่นมาเสร็จพอดีผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างก้มหน้าจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ลมหายใจแผ่วเบาแต่กลับถี่กระชั้น สีหน้าดูแปลกและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าบนหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องนี้เปิดอุณหภูมิไว้ต่ำมากก็ตามซิงจือเหยียนอ่านจบแล้วสีหน้ายังคงเรียบเฉย เขาเก็บเอกสารส่งคืนให้ผู้ช่วยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด”ผู้ช่วยพยักหน้า “ครับ ประธานซิง”พูดจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ซิงจือเหยียนพูดว่า “เข้ามาได้”คนที่เข้ามาคือเยี่ยนอวี้เจ๋อผู้ชายสองคน คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ส่วนอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาประตูพอดี เมื่อทั้งคู่ประสานสายตากัน กระแสคลื่นใต้น้ำที่ยากจะสังเกตเห็นก็โหมขึ้นมาซิงจือเหยียนเริ่มพูดก่อน “นั่งเถอะ”เยี่ยนอวี้เจ๋อถอดเสื้อตัวนอกออกพาดไว้บนพนักพิง แล้วนั่งลงที่ฝ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 715

    เธอกุมมือของเยี่ยนอวี้เจ๋อไว้ด้วยท่าทางวิงวอนอย่างไร้ทางออก “ไม่ไปไม่ได้หรือคะ ไม่ไปได้ไหม? คุณอยู่เป็นเพื่อนกับฉันที่บ้านได้ไหมคะ?”เยี่ยนอวี้เจ๋อใช้ฝ่ามือกุมลำคอระหงที่เรียบเนียนของเว่ยอวิ่นลู่ พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ได้ครับ นัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว”เว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแน่น “ฉัน...”เยี่ยนอวี้เจ๋อยังคงใช้ลำแขนข้างหนึ่งโอบกอดเว่ยอวิ่นลู่ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กวักเรียกเยี่ยนเสี่ยวไกวที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่น “ลูกรัก มาหาพ่อที่นี่หน่อยครับ”เยี่ยนเสี่ยวไกววางของเล่น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหา “คุณพ่อ คุณแม่”เยี่ยนอวี้เจ๋อดึงมือน้อย ๆ ของลูกมาวางไว้บนฝ่ามือของเว่ยอวิ่นลู่แล้วพูดว่า “ลูกรัก ช่วงบ่ายนี้พ่อมีธุระต้องออกไปข้างนอก วันนี้หนูช่วยอยู่เป็นเพื่อนแม่แทนพ่อดี ๆ ได้ไหมครับ?”เว่ยอวิ่นลู่มีสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าของเธอยังคงขาวซีดไร้สีเลือดเยี่ยนเสี่ยวไกวพยักหน้าอย่างว่าง่าย และกุมมือของเว่ยอวิ่นลู่ไว้แน่น “ได้ค่ะ คุณพ่อไปทำงานได้เลยค่ะ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองค่ะ”เว่ยอวิ่นลู่ยังคงอยากจะดิ้นรนขัดขืนต่ออีกสักครั้งเธอไม่ค่อยวางใจในตัวเยี่ยนอวี้เจ๋อ ตั้

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 714

    “คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันไหม? ถ้าไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ”เติ้งโหย่วกังหลับตาลง พูดว่า “ผมมีคลิปเสียง ทุกครั้งที่คุยกับเว่ยอวิ่นลู่ ผมจะอัดไว้หมด”คราวนี้ คนที่นิ่งเงียบกลายเป็นกู้เหยียนหลี่แล้วเมื่อเติ้งโหย่วกังรออยู่นานแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เขาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นว่าใบหน้าของกู้เหยียนหลี่นั้นเย็นชาเรียบเฉย สายตาดูเลื่อนลอยเหมือนคนเหม่อลอยไปไกลแล้วเขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้เหยียนหลี่กับเว่ยอวิ่นลู่ เพราะในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกู้เหยียนหลี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องราวที่เจ้าตัวพูดออกมากับปากว่าชอบเว่ยอวิ่นลู่เติ้งโหย่วกังจึงอยู่ในความเงียบงันอีกคนกู้เหยียนหลี่ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ให้ตำรวจไปให้หมด ส่วนหลักฐานที่ควรส่งมอบก็ให้ไปหมดเถอะ”เติ้งโหย่วกังพยักหน้า “ผมรู้แล้ว”ในจังหวะที่กู้เหยียนหลี่กำลังจะย่างเท้า เติ้งโหย่วกังก็ถามเขาขึ้นมาว่า “เหยียนหลี่... คุณผิดหวังในตัวผมมากเลยใช่ไหม?”เขาจ้องไปที่ดวงตาของกู้เหยียนหลี่ ไม่ยอมให้พลาดความรู้สึกที่พัด

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 713

    นี่เป็นเรื่องราวที่เนื้อหาออกจะซ้ำซากจำเจไปหน่อยตอนที่เติ้งโหย่วกังรู้แผนการของเว่ยอวิ่นลู่ครั้งแรก เขาก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แถมยังรู้สึกโกรธมากที่เหมือนกำลังโดนดูถูก เขาเตือนเว่ยอวิ่นลู่ด้วยท่าทีจริงจังว่า อย่าได้คิดจะมาใช้แผนการแบบนี้กับเขา และในฐานะนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพเพื่อช่วยชีวิตคน เขายังเตือนทิ้งท้ายด้วยว่าอย่าคิดทำเรื่องที่ส่งผลร้ายต่อทั้งตัวเองและคนอื่นแบบนี้อีกแต่เว่ยอวิ่นลู่ก็ไม่ยอมแพ้ เธอตามขุดประวัติครอบครัวของเขาจนหมดเปลือก พร้อมกับเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย แต่เติ้งโหย่วกังกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด เขาหันหลังเดินหนีไปทันทีมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองยังพอทน ครั้งที่สามครั้งที่สี่ล่ะ? ครั้งที่เก้าครั้งที่สิบจะยืนหยัดอยู่ได้ไหมล่ะ?แล้วถ้าเกิดขึ้นตอนที่เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจในการเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่ใฝ่ฝัน แต่กลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ? ในตอนที่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่ฝีมือสู้เขาไม่ได้ แต่เพราะมีเบื้องหลังที่ดี มีเส้นสายที่ทรงพลัง ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องอนาคต ไม่ต้องกระวนกระวายใจใด ๆ ก็สามารถเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดั

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 712

    “เวลาที่คุณทำเรื่องพวกนี้ คุณไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรือ?” กู้เหยียนหลี่พูด “คุณแม่ของคุณภูมิใจในตัวคุณเสมอมา ท่านรู้บ้างไหมว่าคุณทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรม? คุณยังจะให้ท่านภูมิใจในตัวคุณได้อย่างไร? ถ้าเพื่อนบ้านในบริเวณเดียวกันของคุณป้ารู้ว่าคุณทำเรื่องผิดต่อศีลธรรมเช่นนี้ คุณป้าจะกล้าออกไปพบหน้าคนอื่นได้อย่างไร? ท่านจะยังอยากให้คุณเป็นลูกชายของท่านต่อไปหรือ?”เติ้งโหย่วกังก้มตัวลงทันที มือที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่กุมศีรษะแน่น ส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกคุมขัง“เหยียนหลี่ หยุดพูด หยุดพูดได้แล้ว…”กู้เหยียนหลี่กัดฟัน “เติ้งโหย่วกัง ตอนนี้คุณยังมีโอกาสแก้ตัวได้นะ”“ผมผิดหวังในตัวคุณไปครั้งหนึ่งแล้ว อย่าทำให้ผมผิดหวังเป็นครั้งที่สอง”เติ้งโหย่วกังร้องไห้ ร้องไห้ด้วยเสียงสั่นเครือ “อย่าพูดอีก คุณหยุดพูดเถอะ อย่าพูดอะไรอีกเลย…”กู้เหยียนหลี่จ้องมองร่างกายของเติ้งโหย่วกัง ทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นลง พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจและนั่งลงอย่างสงบเขาให้เวลาเติ้งโหย่วกังคิดเพื่อยอมรับความผิดพลาดและแก้ไขหลังจากเวลาผ่านไปประมาณห้านาที กู้เหยียนหลี่พูดว่า “โหย่วกัง เมื่อก่อนคุ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 711

    ความผิดหวังอย่างลึกล้ำยากจะบรรยายผุดขึ้นมาในใจของกู้เหยียนหลี่ บีบบังคับให้เขาต้องเอ่ยปากพูดกดดันเติ้งโหย่วกังที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่า “ถ้าผมรู้ว่าวันหนึ่งคุณจะทำเรื่องพวกนี้เพียงเพื่อผลประโยชน์ วันนั้นผมคงไม่ใช้มือปกป้องคุณจากกระสุนแล้ว”เติ้งโหย่วกังก้มหน้าลงต่ำ ตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดของกู้เหยียนหลี่ ลมหายใจของเขาก็ยิ่งดังมากขึ้นแววตาของกู้เหยียนหลี่สะท้อนความเย็นชาในขณะที่เน้นย้ำอีกครั้ง “ผมเสียใจมากจริง ๆ ทำไมผมต้องเอาอนาคตของนักศึกษาแพทย์อย่างผมมาเสี่ยงเพื่อคุณ?”เสียงลมหายใจของเติ้งโหย่วกังยิ่งหนักหน่วงขึ้น ศีรษะของเขาก้มต่ำลงกว่าเดิม“เติ้งโหย่วกัง ผมจะพูดอีกรอบ เงยหน้าขึ้นมามองผม”เสียงของเติ้งโหย่วกังแหบแห้ง “เหยียนหลี่ อย่าทำแบบนี้”กู้เหยียนหลี่พูด “ควรจะเป็นคุณต่างหากที่อย่าทำแบบนี้”“ทางมหาวิทยาลัยสืบพบตัวตนปลอมของน้องชายน้องสาวคุณ ขั้นตอนการพ้นสภาพนักศึกษาของพวกเขาจะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ หลังจากวันนี้พวกเขาจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยอีกต่อไป และปริญญาโทพร้อมปริญญาเอกของพวกเขาจะถูกเพิกถอน”กู้เหยียนหลี่ขุดคุ้ยเรื่องที่เติ้งโหย่วกัง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 111

    เซิ่นหรูซวงที่ถูกซิงจือเหยียนกอดเอาไว้แน่นอยู่ในอ้อมแขนนั้น ร่างกายของเธอค่อย ๆ ร้อนผ่าวและสั่นระรัว มือทั้งสองข้างของเธอเกาะปกเสื้อของซิงจือเหยียนเอาไว้แน่น ภาพตรงหน้าค่อย ๆ เลือนลาง“ซิง...ซิงจือเหยียน...”เสียงเรียกอันแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความสั่นสะท้าน ลำคอของซิงจือเหยียนที่โผล่พ้นปกเสื้อออกมานั

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 139

    ผลลัพธ์ในท้ายที่สุด ชื่อของเซิ่นหรูซวงถูกติดไว้บนกระดานประกาศของสายชั้นปี พร้อมคำสามคำที่เขียนไว้อย่างเด่นชัดด้านข้าง —— อันดับหนึ่งเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ของเซิ่นหรูซวงในตอนนี้ต่างก็ยืดหลังตรงด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากแม้กระทั่งนักเรียนที่เคยมาพูดจาเสียดสีเยาะเย้ยว่าเซิ่นหรูซวงถูกเนรเทศขับไ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 95

    เฉวียนชูม่านหัวเราะเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน แต่ใบหน้ายังคงยิ้มอย่างสง่างาม"ก็เพราะเป็นคนที่มาจากบ้านเล็กบ้านน้อยนั่นแหละ แค่เงินยี่สิบห้าล้านก็ร้อนรนจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้" เธอหันไปยิ้มให้เว่ยอวิ่นลู่ ถอนหายใจเบา ๆ "ให้เธอย้ายออกจากบ้านซิง ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว"พูดจบ เธอ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 147

    การที่จะปลูกต้นทิวลิปในที่นาเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เซิ่นหรูซวงไม่จำเป็นต้องสอบถามอะไรมากก็หาแปลงต้นทิวลิปที่จวงเหมยปลูกเจอดอกทิวลิปหลากสีสันที่ยังไม่ทันบานสะพรั่งเต็มที่นาผืนใหญ่ ดูโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางท้องทุ่งนาสีเขียวชอุ่มเซิ่นหรูซวงและเจียงเสี่ยวชุนเดินลัดเลาะผ่านทุ่งนาไปอย่างระมัดระวัง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status