เข้าสู่ระบบลมเหนือนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องแล้วกำมือแน่น ถึงแม้จะผ่านมาสองเดือนแล้ว แต่ความแค้นที่อยู่ในใจของเขาก็ยังไม่คลายลงไป เขานั่งอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ที่มีแช็ตของหญิงร้ายชายเลวปรากฏอยู่บนหน้าจอ ก่อนที่จะบีบอย่างแรงราวกับว่าจะให้มันแตกเป็นเสี่ยงๆ
ข้อความเหล่านี้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ ตอนแรกเขาคิดว่าภาวินเป็นเริ่มจีบก่อน แต่เปล่าเลย คนที่เริ่มคือฝ่ายผู้หญิง ดูท่าทางคงจะร่านพอสมควรถึงได้มายั่วแฟนคนอื่นแบบนี้ ‘พี่วินจำเอื้องได้ไหมคะ น้องสาวของพี่ดา เราเคยเจอกันครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน ตอนที่เอื้องเอาของไปให้พี่ดาอยู่หน้างานแฟชั่นโชว์ ตอนนั้นเอื้องยังใส่ชุดนักเรียนม.ปลายอยู่เลย เอื้องเก็บรูปคู่ที่พี่วินเคยส่งให้ไว้อยู่นะคะ’ ตามด้วยการส่งภาพนั้นให้อีกฝ่ายดู ‘เอื้องรู้ว่าพี่วินมีแฟนแล้ว แต่จะบอกอะไรให้นะ เอื้องเด็ดกว่าอีก ถ้าไม่เชื่อก็มาพิสูจน์ได้เลย’ ‘หน้าอกเอื้องสวยไหมคะ อยากลองจับดูไหม’ ส่งรูปตรงส่วนกลางกายให้ดู แล้วตามด้วยข้อความที่ว่า ‘อยากเจอนิ้วพี่วินอะ อยากมากๆ’ ‘หนีแฟนมาหาเอื้องได้ไหม คิดถึง’ ‘อยากให้พี่วินเลิกกับแฟนเร็วๆ จัง’ ‘อยากกินพี่วินใจจะขาด พรุ่งนี้ห้ามผิดนัดนะคะ’ นี่เป็นแค่ข้อความส่วนหนึ่งเท่านั้นและไม่ได้ต่อกัน ความจริงคือมีการคุยกันอย่างยาวเหยียด ซึ่งคุยมาเป็นเดือน แถมภาวินยังเล่นด้วยอีก เขาไม่แปลกใจเรื่องที่พัทรินบอกว่าปลายฝนเคยโทรมาระบายความรู้สึกหลังจากแฟนมีท่าทีเปลี่ยนไป ก็มันกำลังเริ่มนอกใจน้องของเขานี่ถึงได้ทำแบบนั้น ภาพแช็ตที่เห็นอยู่นี้ พัทรินส่งมาให้เขาดูหลังจากงานศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน รวมถึงภาพวาบหวิวอีกหลายภาพ ถึงแม้จะหาตัวผู้ชายไม่เจอ เพราะได้ยินว่าหนีไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่สัปดาห์แรกที่แฟนเสียชีวิต แม้แต่งานศพก็ยังไม่เห็นโผล่หน้ามา แต่ผู้หญิง เขาส่งคนไปสืบจนรู้แจ้งทุกอย่าง เธอคือเอื้องฟ้า ลูกสาวคนเล็กของทัตเทพ อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครัวเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี พอรู้แบบนี้แล้ว การจะลากตัวเธอมาสารภาพผิดว่าตั้งใจเข้ามาเป็นมือที่สาม มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่เขาไม่ทำ เพราะหลังจากรู้ว่าเธอเป็นใครก็เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้ากันอีก แน่นอนว่าเขารู้จักครอบครัวเขมรักษ์ กล่าวคือ เมื่อสิบปีก่อนพ่อเคยคะยั้นคะยอให้ไปงานวันคล้ายวันเกิดเพื่อนสมัยเรียนที่ชื่อทัตเทพ ซึ่งเขาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อน เพราะถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของพ่อ แต่ท่านทั้งสองก็ห่างกันไปเสียนาน ได้ยินว่าเพิ่งมาเริ่มสนิทกันมากขึ้นหลังจากอีกฝ่ายอยู่ในฐานะลูกค้าของบริษัท จำได้ว่าปลายฝนเข้ากับลูกสาวบ้านนั้นได้เร็วมาก จนกลายมาเป็นเพื่อนกันในภายหลังเพราะบังเอิญเจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย ทว่าเขาแปลกกว่าพี่น้องตรงที่ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องงานหรือเรื่องสำคัญ ก็จะไม่ชอบคุยกับคนอื่น นอกเสียจากว่าจะถูกชะตากันจริงๆ ตอนนี้ลมเหนือพักอยู่ในบ้านอัครินทร์เดชา แต่เขาก็มีบ้านเป็นของตัวเองอีกหลังหนึ่งที่ซื้อไว้หลังจากกลับมาอยู่ไทย เป็นบ้านสองชั้นทรงโมเดิร์น หลังใหญ่พอสมควรและมีหลายห้อง อีกทั้งพื้นที่รอบตัวบ้านก็กว้างขวาง เขาตั้งใจจะแยกออกไปอยู่ในบ้านหลังนั้นเพื่อรอคนที่ตัวเองแอบรัก ห้องที่ว่างอยู่ก็ทำเผื่อไว้ให้คนในครอบครัว รวมถึงน้องสาวในยามที่เธอต้องการไปพักผ่อน แต่มันก็เป็นได้แค่ความฝัน เพราะเขาไม่มีน้องอยู่ข้างกายแล้ว… น้องไม่อยู่กับเขาแล้ว… เขากับปลายฝนสนิทกันมาก เรียกได้ว่าสนิทกว่าพี่ชายคนโตเสียอีก ถึงแม้จะอยู่ห่างกันตอนไปเรียนเมืองนอก หลังจากกลับมาก็ต้องไปคุมงานก่อสร้างที่อยู่ไกลบ้าน แต่ยังโทรคุยกับน้องตลอด และรู้ด้วยว่าน้องมีแฟน เพียงแต่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม พอน้องคนสุดท้องจากไปกะทันหัน คนเป็นพี่จึงเก็บตัวเงียบ น้อยนักที่จะเอ่ยปากพูดกับคนอื่น ยิ่งต้องมารักษาขาที่ยังไม่หายดีด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิต ไม่ว่าใครจะเข้ามาดูแล ต่างก็ถูกเขาไล่ตะเพิดกลับจนหมด และที่เขาเอาแช็ตนี้ขึ้นมาดูอีก ก็เพราะได้ข่าวว่าอาการของทัตเทพแย่ลงเข้าไปทุกที ซึ่งพ่อกับพี่ชายของเขาเพิ่งเดินไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเมื่อสองวันก่อน เรื่องนี้เลยมาย้ำเตือนว่าคนป่วยเป็นพ่อของใคร“คิดยังไงถึงมาขอไปอยู่หอพักอีก” เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยความไม่พอใจในขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเขาเพิ่งกลับจากที่ทำงาน ตั้งท่าจะเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังไม่ทันได้ถอดเสื้อด้วยซ้ำก็มีเรื่องให้ฉุนอีกแล้ว อีกทั้งเจ้าตัวก็เพิ่งมาถึงเมื่อครู่เหมือนกัน ยังสะพายกระเป๋าและอยู่ในชุดนักศึกษาอยู่เลย คงจะอยากไปมากสินะถึงได้รีบมาบอกเขาถึงในห้องนอน“ได้ไหมล่ะคะ”“ไม่ให้ไป”“แต่เอื้องจะไป”“ไม่อยากอยู่กับฉันแล้วเหรอ ไหนบอกว่าชอบฉัน?”“พี่ลมเหนือต่างหากที่ไม่เคยเห็นเอื้องอยู่ในสายตา เอื้องทำข้าวกล่องให้กินก็เอาไปทิ้ง ถ้าไม่ชอบ บอกกันดีๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องทำลับหลังเลย” เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาเกลียดตัวเองมากแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกลียดจนถึงขั้นทำร้ายน้ำใจกันแบบนี้“อ้อ รู้แล้วเหรอ ขอโทษด้วยแล้วกัน” เขาบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้แต่สีหน้ายังดูไม่รู้สึกผิดการที่อีกฝ่ายยอมรับง่ายๆ แบบนี้ ก็ทำเอาน้ำตาของคนฟังพรั่งพรูออกจากดวงตากลมโตจนไหลลงเป็นสาย เธอมองเขาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด มันเจ็บจนจะพูดไม่ออกอยู่แล้ว“จะมาร้องไห้อะไร ฉันไม่ได้ขอให้เธอทำให้กินสักหน่อย”“ค่ะ เอื้องเ
“พรุ่งนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่ก็ได้นะดา เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านเตรียมของอร่อยๆ ไว้ให้”“พี่ลมเหนือ ชะ ชวนดาหรือคะ” รดาถามอย่างตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น คนที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีเย็นชากับเธอ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝ่ายชวนเธอไปที่บ้านเสียเอง เธอเริ่มอ่านใจเขาไม่ออกแล้ว“เอื้องขอตัวกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน” เอื้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะรีบออกไปจากห้องนี้อย่างเร็วไว ทันทีที่พ้นเขตประตู น้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะๆ ลงราวกับทำนบแตก เห็นเขาจีบพี่ต่อหน้า มันรู้สึกเจ็บจริงๆในขณะที่กำลังย่างก้าวไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาจับมือไว้จนต้องหยุดหันไปมอง ก่อนจะถูกดึงแขนให้ออกไปจากจุดนั้น“พี่สังเกตเธอตลอด ร้องไห้เหรอ ร้องทำไม”“เปล่าค่ะ พี่ดาตามเอื้องมามีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามกลับแต่ไม่ได้เงยหน้ามองกัน เพราะไม่อยากให้พี่เห็นว่าร้องไห้จริงๆ“ก็แค่สงสัย ได้ยินคุณลุงปรานต์บอกว่าเธอไปพักอยู่กับเขาเพราะใกล้ที่เรียนมากกว่า พี่ก็เลยสงสัยว่าแอบมีใจให้เขาอยู่หรือเปล่า หญิงชายอยู่ใกล้ชิดกัน ถึงจะเป็นพี่น้องบุญธรรม แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นลูกคนละพ่อละแม่อยู่ดี ท่าทางของเธอเหมือนเสียใจที่เขา
“อ้อ คุณรดา ตอนนี้กำลังคุยกับคุณลมเหนืออยู่ในห้องรับรองแขกครับ” ภรัณเอ่ยตอบอย่างเป็นมิตร เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจทุกครั้งเวลามีน้องๆ นักศึกษามาคุยด้วย“คุยเรื่องงานหรือคะ”“ไม่แน่ใจครับ จะเที่ยงแล้ว เขาบอกให้พี่สั่งอาหารมาเผื่อคุณรดาด้วย ดูสิ เต็มทั้งสองมือเลย ว่าแต่น้องเป็นใครเหรอ”“หนูชื่อเอื้องฟ้าค่ะ เป็นน้องของพี่ดา”“จะเข้าไปคุยกันไหม อยู่ในห้องข้างหน้านี้แหละ พี่เป็นผู้ช่วยของคุณลมเหนือ” ชายวัยเกือบสามสิบชี้นิ้วบอก“ไม่ดีกว่าค่ะ แล้วก็ไม่ต้องบอกนะคะว่าเอื้องมา เอื้องไม่อยากตอบคำถามของพี่สาว” เธอพูดโกหกไปอย่างนั้นก่อนจะขอตัวกลับ ใครจะอยากรบกวนเวลากินข้าวของพวกเขาล่ะแต่เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงของพี่ที่ดังตามมา ก็จำเป็นต้องหันกลับไปมอง รดาอยู่ในชุดจั๊มสูทสีชมพู ผมดัดลอน ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีเดียวกับชุดคนเป็นพี่ไม่ได้มีท่าทีตกใจ เพราะรู้แต่แรกแล้วว่าพ่อฝากให้คุณลุงปรานต์ช่วยดูแลเด็กคนนี้ เพียงแต่เธอไม่คิดว่าจะเห็นกันในออฟฟิศบริษัท“พี่ลมเหนือบอกว่าเธอมานี่ที่ เข้ามาก่อนสิ”“เอื้องต้องกลับแล้วค่ะ มีเรียนช่วงบ่าย เดี๋ยวไปไม่ทัน”“เข้ามา” รดาพูดเน้นเ
เอื้องฟ้าทำกับข้าวใส่กล่องพลาสติกให้ลมเหนือมาสี่วันแล้ว และวันนี้คือวันที่ห้า ซึ่งเธอตื่นสายเพราะรู้สึกเพลียมาตั้งแต่เมื่อวาน จึงทำให้เตรียมอาหารไม่ทัน ออกไปดูข้างนอกอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาแต่เนื่องจากวันนี้มีเรียนช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะเอาข้าวไปส่งให้เขาแทน เพราะใจหนึ่งก็อยากลองไปดูออฟฟิศของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่นสักครั้ง ข้างนอกว่าสวยแล้ว เลยอยากรู้ว่าข้างในจะเป็นอย่างไรออฟฟิศอยู่ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านอัครินทร์เดชา ระยะเวลาเดินทางก็พอๆ กัน เธอเคยเห็นตอนนั่งรถผ่านแล้วคุณย่าชบาชี้ให้ดู เป็นอาคารสำนักงานสามชั้น แต่พื้นที่กว้างและดูทันสมัยมาก สมกับที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่วันนี้เธอทำข้าวผัดเบคอนให้เขาแค่เมนูเดียวเพราะกลัวไม่ทันมื้อเที่ยง และเอาองุ่นใส่ถุงลงไปด้วย หลังจากแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถสองแถวไปเพราะจะประหยัดได้มากกว่า จนกระทั่งไปถึงที่นั่นตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งตอนแรกพนักงานรักษาความปลอดภัยยังไม่อนุญาตให้เอื้องฟ้าเข้าไป เพราะต้องโทรถามคนที่อยู่ในออฟฟิศก่อน แต่สักพักก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้น เป็นนทีที่ลดกระจกลงแล้วเอ่ยถามเสียงดังว่าทำไม
เอื้องฟ้ามองเพื่อนเดินไปเปิดประตูเล็กออกไปจนลับตา เมื่อหันกลับมามองลมเหนือก็เห็นเขาพยายามที่จะเดินเข้าบ้าน เธอจึงตั้งท่าจะเข้าไปช่วยประคอง แต่แล้วกลับถูกมือข้างหนึ่งของเขาดันออก“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ไม่ต้องยุ่ง”คนตัวเล็กชะงักไปทันควัน เขาไม่ให้ช่วย เธอก็ได้แต่มองตามหลังอยู่อย่างนั้นเพราะกลัวว่าเขาจะล้มอีก“เอื้องจะเอายาไปไว้ในห้องให้นะคะ ถ้าพี่ลมเหนือต้องการความช่วยเหลือก็เรียกเอื้องได้ตลอด”คนตัวสูงส่งเสียงอืมคำหนึ่ง แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนฟัง เธอแค่รู้สึกว่าน้อยนักที่เขาจะรับคำง่ายๆเอื้องฟ้าคิดว่าจะพูดเพียงแค่นั้น แต่ก็นึกอย่างหนึ่งขึ้นได้จึงพูดอย่างระแวดระวังว่า “พี่นทีบอกว่าพี่ลมเหนือขาบวม งั้นให้เอื้องช่วยประคบเย็นให้ดีไหมคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น”“จะมาทำดีกับฉันเพื่ออะไร” เขาถามอย่างเอาเรื่อง“เอื้องแค่อยากชดเชยเรื่องหนี้ของคุณพ่อค่ะ”ยิ่งเขาไม่ทวง เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด ถ้าหากต้องคอยหลบหน้าเขาเพียงเพราะอยากตัดใจและไม่อยากทำเรื่องอย่างว่า เช่นนี้ความสัมพันธ์ก็มีแต่จะแย่ลง ไม่สู้ทำให้เขาเห็นดีกว่าว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนเช่นไร“แล้วแต่ อยากทำอะไรก็ทำ” เขาตอบเพรา
วันต่อมาเอื้องฟ้ามีเรียนถึงเที่ยง แต่ไม่ได้แวะไปที่ไหนจึงกลับบ้านตามปกติ เมื่อมาถึงก็พบว่าลมเหนือไม่อยู่ เธอถามแม่บ้านจนรู้ว่ามีคนมารับเขาออกไปข้างนอกตั้งแต่ช่วงสายแล้ว จึงคิดว่าจะใช้เวลานี้คุยกับลลินถึงงานที่กำลังจะทำร่วมกันหญิงสาวชวนเพื่อนมาที่บ้านทันทีเพราะไม่สะดวกเจอกันที่อื่น ทั้งสองนั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น จนกระทั่งบ่ายสามถึงได้ยินเสียงรถยนต์ดังมาจากข้างนอกเอื้องฟ้าออกไปดูจนรู้ว่าใครมา ขณะนั้นนทีกำลังช่วยพยุงน้องออกจากรถ โดยมีคนขับรถของบริษัทตามแม่บ้านเข้ามาหยิบไม้ค้ำยันให้เจ้านายดูท่าทางลมเหนือจะไม่ยอมให้พี่ช่วยเหลือเท่าใดนักจึงดันตัวออกเบาๆ เพราะเขาจะใช้ไม้ค้ำยันพยุงเดินไปเอง ไม่นานคนขับรถก็รีบเอาไปให้“พี่นที สวัสดีค่ะ” เอื้องฟ้ายกมือไหว้คนที่อายุมากกว่า และกระซิบบอกลลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่าใครเป็นใคร หลังจากเพื่อนยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่แล้ว เธอก็บอกสองพี่น้องว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท ก่อนจะถามพวกเขาอย่างงุนงงว่า “ไปไหนมาหรือคะ”“อ้อ พอดีเจ้าลมเหนือมันอยากกลับไปทำงาน ก็เลยโทรบอกให้คนขับรถมารับ แต่อยู่ได้แค่ครึ่งวัน โรคกระเพาะก็ถามหาเพราะมันแอบสั่งอาหารเผ็ดๆ มากินตอนเที่ยง พี่เ







