แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: โมเนโต้
“ใช่ คนเหล่านี้กำลังพูดถึงสงคราม และการนำความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศ กลายเป็นเรื่องตลก!”

เจ้าหนุ่มอีกคนก็แอบมองตาม

ปัง ปัง!

ในชั่วพริบตาถัดไป เด็กทั้งสองเห็นเพียงภาพเบลอจากนั้นก็ถูกส่งให้ลอยไปและกระแทกติดเข้ากับกำแพงด้านหลังทำให้มันพัง

“อั๊ก!”

ทั้งคู่พ่นเลือดสด ๆ ออกมาเต็มปาก ขาของพวกเขาแข็งทื่อจากนั้นก็หยุดเคลื่อนไหว

“อ๊า! ฆาตกร!”

หญิงสาวทั้งสองร้องเสียงหลงราวกับเพิ่งเห็นผี พวกเธอวิ่งหนีทันที

“โอ้ว! เฟนด์คุณฆ่าคนตาย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาเป็นบุคคลสำคัญหรืออยู่ในองค์กรบางแห่ง เราจะทำยังไงกันดี”

เมื่อเห็นทั้งสองคนนอนนิ่งอยู่ที่นั่นโจแอนก็หน้าซีด “คุณมันหัวร้อนเกินไป ที่นี่ไม่ใช่สนามรบ มีคนบางคนที่เราไม่สามารถทำให้ไม่ขุ่นเคืองใจได้ คุณยังคิดว่าตัวเองยังอยู่ในสนามรบสามารถฆ่าใครก็ได้เป็นเรื่องปกติเหรอ “ทำไมคุณถึงเก็บอารมณ์ไม่ได้? พวกเขาพูดแต่เพียงไม่กี่คำ!”

เซเลน่าก็หงุดหงิดมาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

เมื่อเขาเห็นผู้หญิงสองคนที่รักและดูแลเป็นห่วงเขามากที่สุด เฟนด์ก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาอบอุ่นขึ้น

“แม่ เซเลน่าไม่ต้องกังวล พวกเขาแค่สลบไป ฉันรู้วิธีที่จะอดทนกับมัน สักพักพวกเขาจะตื่นในไม่ช้า!” ฉันรู้วิธีที่จะอดกลั้น พวกเขาจะตื่นในไม่ช้า!” เฟนด์ยิ้มอย่างขมขื่นในขณะที่เขาอธิบาย

“จริงเหรอ?”

เซเลน่าก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและวางนิ้วของเธอไว้ใต้จมูกเพื่อยืนยัน จากนั้นเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “พวกเขายังหายใจ มันคงไม่เป็นอะไร”

“มาเร็ว รีบไปกันเถอะ!” โจแอนนำขณะมองไปทั่วบริเวณรอบ ๆ

“แม่ ไปกันเถอะ แม่สามารถลืมเรื่องงานไปได้เลย ถึงเวลาที่แม่ควรจะมีความสุขกับชีวิต!”

เฟนด์มองไปที่ผู้หญิงทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่ไร้กังวลบนใบหน้า เขาเอ่ยว่า “กันเถอะ ตอนนี้ยังคงเช้าอยู่ ผมจะพาคุณทั้งคู่ไปซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะสมดูดีสักสองสามชุด!”

“สองสามชุด?”

ได้ยินเช่นนั้นโจแอนก็ตกใจ “ลูกเอาเงินมาจากไหน? นอกจากนี้แม่จะหยุดทำงานได้อย่างไร? มีคนมากมายที่ต้องเลี้ยง ต้องดูแล ครอบครัวของเราขึ้นอยู่กับเซเลน่าและแม่! ฟังแม่นะ เซเลน่าต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักก็เพื่อไคลี ลูกควรดูแลเธออย่างดีและไม่ทำให้เธอผิดหวัง!”

“นั่นเป็นไปไม่ได้ ขาของพ่อตาอาจจะทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้ แต่แม่ของเซเลน่ากับ คลิฟฟอร์ด เทย์เลอร์ ควรจะต้องทำงานได้ถูกไหม? หรือพวกเขาถูกห้ามไม่ให้ทำงาน?

เฟนด์ทำสีหน้าไม่พอใจ คลิฟฟอร์ด เทย์เลอร์ ในอดีตยังเด็กและไม่สามาถไปเกณฑ์ทหารได้ แต่ตอนนี้ผ่านไปห้าปีแล้ว เขาควรจะโตเป็นผู้ใหญ่ ควรจะช่วยดูแลครอบครัวได้แล้ว

“เฮ้อ!” เมื่อพูดถึงพวกเขาโจแอนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว ๆ “พวกเขาโทษทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะลูก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเคยสุขสบายได้รับการดูแลเมื่ออยู่ในครอบครัวเทย์เลอร์ คุณจะคาดหวังให้พวกเขาทำงานได้อย่างไร? พวกเขาไม่ต้องการที่จะทำงาน!”

“พี่ชายของฉันไร้ประโยชน์ เขาแทบจะไม่กลับบ้านและทุกครั้งที่กลับมาก็ต้องมาขอเงิน!”

เมื่อพูดถึงพี่ชายที่ไร้ประโยชน์แม้แต่เซเลน่าก็รู้สึกหงุดหงิด

เซเลน่ามองไปที่เฟนด์ “ยังไงตอนนี้เฟรด์ก็กลับมาแล้ว ครอบครัวเทย์เลอร์ ไม่ได้เข้มงวดใด ๆ กับเขา จะดีมากถ้าเขาได้งานทำเร็ว ๆ นี้!”

“พวกเขาไม่เข้มงวดกับฉันเหรอ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฟนด์ ก็หัวเราะเบา ๆ “ผมรู้สึกดีมากที่ไม่ต้องฝืนทนกับครอบครัวเทย์เลอร์!”

“มองไปที่คุณ เพียงเพราะคุณเคยเป็นทหารตอนนี้พฤติกรรมของคุณก็แตกต่างไปจากเดิม คุณดูแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่มันก็ทำให้คุณดูอวดดีด้วยเช่นกัน!”

โจแอนมองไปที่ลูกชายของเธอใบหน้าของเธอเปล่งประกายอย่างมีความสุข ทุกคนบอกเธอว่าเฟนด์ตายไปแล้ว แต่เธอไม่เชื่อ เธอแน่ใจว่าเฟนด์จะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยและวันนี้ก็มาถึง

“เอาล่ะ ไปซื้อเสื้อผ้ากันเถอะ!”

เฟนด์พาโจแอนเดินไปข้างหน้า

“คุณเอาเงินมาจากไหน”

เซเลน่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้น ความคิดก็แล่นเข้ามาหาเธอ “โอ้! ใช่...ได้ยินมาว่าทหารที่กลับมาจากสงครามจะได้รับรางวัล หรือว่าคุณจะได้รับรางวัลมาแล้วใช่หรือไม่”

“เป็นอย่างนั้นหรือ”

โจแอนรู้สึกยินดี “นั่นคงจะได้เป็นหมื่นเหรียญใช่มั้ย? ลูกเป็นทหารมาตั้งห้าปีเต็ม ยังไงลูกก็ควรจะประหยัด ไคลีกำลังจะเข้าอนุบาล ปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลที่ดี ๆ ก็มีราคาแพงมาก!”

“มันควรจะมากกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญ ฉันได้ยินมาจากหลายคนที่กลับจากสนามรบ หนึ่งในนั้นได้รับรางวัลมากกว่า 2 แสนเหรียญและนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง!”

เซเลน่าคิดบางอย่างแล้วยิ้มอย่างดีใจ "นั่นช่างวิเศษสุด ๆ ถ้าเรามีสองแสนเหรียญชีวิตเราก็จะสบายขึ้น”

“แม่ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าไคลีเข้าโรงเรียนอนุบาลก็ต้องเป็นโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุด!”

เฟนด์พาโจแอน และเซเลน่าไปถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว

เขาหยุดเดิน และจับมือของเซเลน่าพร้อมกับพูดประกาศอย่างจริงจังว่า “เซเลน่าคุณไม่จำเป็นต้องเก็บขยะอีกต่อไป คุณสามารถทำงานเพื่อฆ่าเวลาได้หากคุณต้องการ ถ้าคุณไม่อยากทำงานผมจะดูแลคุณ!”

“คุณกำลังพูดถึงอะไร? มีคนมุงดูตั้งมากมาย”

ใบหน้าของเซเลน่าเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันทีที่เธอดึงมือออกอย่างรวดเร็ว

เธอมีความรู้สึกต่อเฟนด์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในตอนนั้นเธอถูกบังคับให้แต่งงาน ทั้ง ๆ ที่เธอเองเป็นคนเมาแล้วทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

อย่างไรก็ตามเธอก็รับไม่ได้จริง ๆ ที่จะทำแท้งลูกของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น เฟนด์เป็นผู้ชายที่กตัญญูและดูเป็นคนดี อาจจะเป็นเพราะแม่ของเขาอุ้มชูเลี้ยงดูเขามานาน

ทันใดนั้นเฟนด์ก็จับมือเธอ เธอรู้สึกเขินมาก

“เข้าไปดูข้างในดีกว่า เฟนด์ คุณไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรให้ฉันเลย คุณควรซื้อบางอย่างให้แม่ยายของคุณบ้าง เธอเจอกับความยากลำบากมากในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา!”

ในทางกลับกันโจแอนนาเพียงแค่ยิ้มให้พวกเขา เห็นได้ชัดว่าเธอหวังว่าเฟนด์ จะได้รับการยอมรับจากแม่ยายของเขา

“สำหรับเสื้อผ้าควร คุณควรไปเลือกเองจะดีกว่า ถ้าให้ผมเลือกให้มันอาจจะไม่เหมาะกับพวกเขา” เฟนด์ตอบหลังจากที่คิดบางสิ่งบางอย่าง หลังจากที่เขาเป็นเขยของพวกเขา พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานตลอดหลายปี แต่เขาก็ไม่ถูกปฏิบัติอย่างถูกต้องเลยแม้แต่วันเดียว ถ้าพวกเขาจะไม่พอใจก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้

เฟนด์พาพวกเขาขึ้นที่ชั้นสองของห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว

“เฟนด์ ฉันคิดว่าเราควรจะซื้อของที่ชั้นหนึ่ง เสื้อผ้าที่ขั้นสองส่วนมากเป็นแบรนด์ มีแม้กระทั่งแบรนด์ต่างประเทศดัง ๆ และมีราคาแพง!” เซเลน่ากระซิบเขาหลังจากที่มองไปรอบ ๆ

“จริงเหรอ? แพงขนาดนั้นเลย”

เมื่อได้ยินดังนั้นโจแอนก็รีบกระซิบบอกลูกว่า “ลูกเราไปชั้นล่างกันเถอะ เสื้อผ้าอยู่ชั้นหนึ่งมีราคาถูกกว่า ซื้อบางส่วนให้เมียของลูก ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับแม่ แม่ยังมีเสื้อผ้าอีกเยอะ!”

“ฉันไม่ต้องการของพวกนั้น แค่ซื้อบางส่วนให้แม่แทนก็พอ!” เซเลน่าพูดขึ้น เธอยังคิดที่อยากจะประหยัดเงิน

“หยุดทั้งคู่ ฟังผมนะ เราจะซื้อของที่นี่!”

มือของเฟนด์แต่ละข้างดึงทั้งสองคนแบะเดินเข้าไปภายในร้าน

“ไม่ ไม่ ไม่ มันแพงเกินไป…” เซเลนาโต้กลับ แต่มันก็สายเกินไป เฟนด์แข็งแรงมาก เขาลากพวกเธอเข้าไปในร้านอย่างง่ายดาย

แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปในร้าน เธอก็เงียบทันที ท้ายที่สุดแล้วเธอก็รู้ว่าจะไม่ทำให้เฟนด์ลำบากใจในที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าของพวกเขาเป็นที่ดึงดูดสายตาคนผู้พบเห็นและเป็นที่น่ารังเกียจทันที
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Nono Roare solo
gychhghyygggggyu
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2455

    ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะโอสถของเขา ทั้งสองคนจะทำอะไรตามต้องการก็ย่อมได้ สิ่งนั้นไม่กระทบอะไรกับเขาเลย“ถึงฉันจะดูแคลนหมอนี่ แต่เขาก็ยังกล้าเสมอ เขาก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง เขาน่าจะผ่านสองขั้นตอนแรกได้อย่างไม่มีปัญหา” เกรย์สันพูดอย่างชัดเจนรูดี้มองไปที่เกรย์สันด้วยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าแล้วตอบว่า "นายดูมั่นใจกับหมอนี่มากเลยนะ ฉันจะคิดว่าทุกครั้งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไปถึงขั้นที่สองก่อนที่เขาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าล้มเหลวขึ้นมา เด็กสารเลวคนนี้จะสู้หน้าเราได้ยังไง”เกรย์สันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่าความโกรธของรูดี้ที่มีต่อเฟนด์นั้นลึกซึ้งกว่าของเขามากดวงตาของรูดี้ลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดเฟนด์มากเพียงใดเกรย์สันหัวเราะอย่างเย็นชา "แล้วมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าเขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ถ้าเขาสามารถควบรวมอักขระทางยาได้ถึงร้อยเม็ดเขาก็น่าจะมาถึงระดับนั้น"หลังจากที่ทั้งสองพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา พวกเขาก็ปิดปากเงียบพร้อม ๆ กับการมองดูเฟนด์โดยไม่พูดอะไรพวกเขามอง

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2454

    ผู้อาวุโสฮอร์สท์กระแอมเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดต่อ “หลังจากที่เธอบ่มเพาะโอสถได้สำเร็จแล้ว ให้นำโอสถมาให้ฉันตรวจสอบ พวกเธอจะมีเวลาในการทดสอบทั้งสิ้นแปดชั่วโมง ถ้าเธอไม่สามารถบ่มเพาะโอสถได้ภายในแปดชั่วโมง ก็จะแปลว่าไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นอย่าได้ช้าเกินไป”พวกเขาทั้งสามพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน หลังจากผู้อาวุโสฮอร์สท์ให้คำแนะนำแล้ว เขาก็จัดให้มีคนงานสองสามคนคอยเป็นคนตรวจ มีผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหลังทั้งสามคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดหลังจากนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็หันกลับมาและไปหาผู้สอบคนอื่น ๆ รูดี้หรี่ตาลง ขณะที่เขาเหลือบมองเฟนด์และพูดว่า "ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะโอสถระดับหกคือขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนแรกก็ไม่ง่ายเช่นกัน ถ้านายรู้ว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเลย ของพวกนี้ล้วนมีราคาค่างวด ต่อให้นายจะขายตัวเองเป็นทาสก็ยังไม่พอให้ซื้อของพวกนี้!”เฟนด์ถอนหายใจออกเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเบื่อเกินกว่าจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายคนนั้นและทุกสิ่งที่จะออกมาจากปากเขา ถึงโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2453

    เกรย์สันหรี่ตาลงขณะที่เขามองเฟนด์ด้วยความโกรธเช่นกัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดูเหมือนว่าวันนี้ นายจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องขายหน้าให้กับตัวเองเท่านั้น"หลังจากพูดจบเกรย์สันก็หันหลังกลับและเงียบไป เสียงความขัดแย้งหยุดลง และทุกคนรอบ ๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันผู้อาวุโสฮอร์สท์มองเฟนด์อย่างมีความหมาย ราวกับว่าเขามองเฟนด์ในมุมมองที่ต่างออกไป ทันใดนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็อยากรู้เรื่องของเฟนด์อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะนั้นเขาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เมื่อเขาเห็นว่าทุกคนได้จับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็โบกมือแล้วพูดว่า "มากับฉัน!"ทุกคนติดตามผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปเป็นกลุ่ม ๆ ผู้อาวุโสฮอร์สท์เข้าไปในเรือวิญญาณ ภายในเรือเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรีบร้อนพวกเขาเดินตามหลังผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปอย่างใกล้ชิด เดินลัดเลาะไปตามทางก่อนจะมาถึงห้องกว้างขวางในที่สุด ห้องกว้างขวางมากจนเรียกได้ว่าห้องโถงเลยทีเดียวทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีของโอสถที่หนาแน่นรอบ ๆ บรรยากาศ พื้นที่ในห้องนี้ใหญ่เกินพอสำหรับพวกเขาแปดสิบคนเฟนด์ประเมินสถานการณ์เล็กน้อย ห้องนี้ใหญ่พอที่จะรองรับคน

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2452

    พวกเขาถาโถมข้อกล่าวหาและดูหมิ่นมามากเกินไป ถึงเขาจะไม่อยากโต้เถียงกับคนพวกนี้ แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ อยู่วันยันค่ำเขามองเข้าไปในดวงตาของรูดี้ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับเขาเป็นเพียงแมลงในสายตาของรูดี้เฟนด์หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วนายได้ยินเสียงสุนัขที่เห่าดังที่สุดแล้วหรือยังล่ะ?”คำพูดเหล่านั้นสามารถเยาะเย้ยทุกคนที่นั่นได้สำเร็จ เขาเปรียบเทียบกิลเบิร์ตกับสุนัขและเย้ยหยันทุกคนที่ฟังสุนัขตัวนั้นเห่า มันทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปกิลเบิร์ตเกือบจะลืมความโกรธของตัวเองไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่ออะไรด้วยซ้ำว่าเฟนด์จะสามารถขจัดคำดูถูกดูแคลนทั้งหมดลงได้ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นกิลเบิร์ตหันกลับมาจ้องมองเฟนด์ด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธเขาอยากจะตะโกนกลับแต่ถูกรองเหรัญญิกปรามไว้ "ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบแล้วสินะ!"ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็ทำให้กิลเบิร์ตไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก กิลเบิร์ตตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ทำให้รองเหรัญญิกขุ่นเคืองอย่างหนักหากเขายังคงยืนกรานที่จะต่อปากต่อคำกับเฟนด์ รองเหรัญญิกอาจจะดึงเขาออกไปจริง ๆ แล้วเขาจะ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2451

    “สมองหมอนั่นจะต้องมีอะไรผิดปกติจริง ๆ นั่นแหละ เขาคิดจริง ๆ หรือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับอีกสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แค่เพราะไปยืนอยู่กลุ่มเดียวกัน? นั่นน่าจะตลกมากเกินไปหน่อยนะ…”“ฉันนึกว่าการทดสอบจะเข้มงวดและจริงจังเสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำเอาฉันขำจนปวดท้องเลยล่ะ…”แอนดรูว์ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกอับอาย รองเหรัญญิกโกรธจนตัวสั่นหลังจากได้ยินคำพูดของกิลเบิร์ต เขานึกอยากจะพุ่งตัวไปไปตบกิลเบิร์ตสักสองสามครั้งกิลเบิร์ตเพิกเฉยต่อชื่อเสียงของวิมานโอสถอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาแทบอยากจะมุดดินหนี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นความอัปยศอดสูที่วิมานโอสถไม่อาจจำกัดทิ้งได้รองเหรัญญิกตะโกนออกไปว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้! นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ถ้าไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบ ก็ไสหัวไปซะ!"รองเหรัญญิกโกรธมาก ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูอดสูอย่างไม่น่าเชื่อ เขายังคิดจะฆ่ากิลเบิร์ตให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้นก็ทำให้กิลเบิร์ตตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดไปถึงกระนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะถอนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมา เขากระแอมเบา ๆ ก่อนที่จะรีบหันศีรษะไปซ้ายทีขวาที อย่างไม่กล้

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2450

    ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ารองเหรัญญิกว่าโอสถระดับหกหมายถึงสิ่งใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิมานโอสถรับบัณฑิตมาจำนวนนับไม่ถ้วน แต่มีไม่มากนักที่จะได้กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกจริง ๆคอนสแตนซ์ยิ้มอย่างมีความหมายขณะที่เขาเอ่ยถาม "รองเหรัญญิกคนนี้มีความสามารถหลากหลายจริง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิมานโอสถจะมีอัจฉริยะกับเขาด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"ริมฝีปากของรองเหรัญญิกกระตุก เขาต้องการอธิบายตัวเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าเฟนด์ไม่สามารถสกัดโอสถระดับหกได้ และมีเพียงพรสวรรค์ในการสร้างอักขระทางยาเท่านั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ และทุกคนคงจะหัวเราะเยาะวิมานโอสถเป็นแน่แต่ถ้าเขายังคงดื้อรั้นต่อไป พอถึงเวลาต้องบ่มเพาะโอสถ เฟนด์ก็จะเปิดเผยความจริงข้อนั้นออกมา เมื่อนั้นความอัปยศอดสูก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเขาถึงกับมือสั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกำแพงอีกสองด้าน ทุกคนคิดว่ารองเหรัญญิกกำลังวางแผนที่จะใช้ความเงียบเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นกับตาว่ารองเหรัญญิกไม่ตอบอะไรออกมาแต่ทว่าคอนสแตนซ์คล้ายกับจะไม่เ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1513

    ไม่ใช่เฟนด์ที่ควรจะถูกทำให้ปลิวไปหรอกหรือ? ทำไมถึงกลายเป็นเจ้าตำหนักคอลลินส์ที่สูงส่งและทรงพลังของตำหนักนภาได้?“พรวด!”สิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนคือเจ้าตำหนักนภาถูกเหวี่ยงออกไปหนึ่งร้อยฟุต ก่อนที่เขาจะทรงตัวบนพื้นได้ไหว ทว่าเขาไม่สามารถต้านทานพลังนั้นได้ เขากระอักเลือดสด ๆ ออกมาเต็มปาก และใบหน้า

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1543

    ผู้อาวุโสฮาร์ทแมนหน้าซีดเมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสโมสลีย์ ทว่าเขาดื้อรั้นมากเกินว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ “บรรลุไปสู่ระดับเทพสูงสุดงั้นเหรอ? คุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยรึไง? ผมใช้เวลาสองถึงสามปีในการก้าวไปขั้นจุดสูงสุดของระดับเทพแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างนั้นผมก็ล้มเหลวไปหลายครั้ง นอกจากนี้ ภาย

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1548

    กรร! เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวดังสะท้อนไปด้วย เสียงคำรามดังกว่าปกติและการต่อสู้ก็แสนรุนแรง ในครั้งนี้มีผู้ล้มตายไปมากกว่าหนึ่งพันคน และบาดเจ็บสาหัสอีกหลายพันคน “บัดซบเอ๊ย! ครั้งนี้การสูญเสียของเราหนักหนาเกินไป ทุกคนอ่อนล้าเกินกว่าจะต่อสู้ในสมรภูมิที่รุนแรงเช่นนี้ได้อีก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคนที่ได้รั

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1594

    “แม่ ผมคิดว่าน้าโจแอนพูดถูก เรารออยู่ที่นี่ดีกว่า!” หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เบ็นก็นั่งลงและพูดว่า “มีแต่แย่กับแย่ เราจะตายกันหมด! ถ้าพวกเขาถูกคนพวกนั้นฆ่า ยังไงเราก็ไม่รอด!” "ฮึ! ทำไมฉันถึงได้โชคร้ายจัง ฉันเพิ่งได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ และหวังว่าตัวเองจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาตายเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status