LOGINหลังจากพักรักษาตัวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความงดงามที่มีมาแต่กำเนิดของเธอก็เริ่มเปล่งประกายกลับคืนมาอีกครั้ง ดวงตาสดใสงามดุจดอกไม้แย้มบาน บรรดาหมอ พยาบาลหรือแม้กระทั่งคนไข้คนอื่นๆ ต่างอดคิดไม่ได้ว่าขนาดหญิงสาวแสนสวยผู้นี้แต่งกายใส่ชุดคนไข้ดูจืดชืด แต่ก็ยังสวยน่ามอง หากหายดีเมื่อไรก็คงจะยิ่งโฉมงามชวนประทับใจมากแน่นอน
“มิสกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”
ช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงทำกิจกรรมร่วมกัน ผู้ป่วยที่เริ่มฟื้นตัวแล้วจะมาทำกายภาพบำบัดด้วยกันในสวน พวกพยาบาลมักจะมาชวนคุย เธอจึงยื่นกระดาษที่ร่างภาพดินสอให้ดู
‘ฉันพยายามวาดสิ่งที่เห็นในหัวออกมาเยอะๆ ค่ะ’ เธอเขียนบอกพลางชี้ไปที่ตัวอักษร ‘D’
“ทำไมถึงสนใจตัวดีเป็นพิเศษล่ะคะ”
‘ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันแวบขึ้นมาเอง’
แต่ละวันเธอมักัจะนั่งอยู่คนเดียวตรงริมระเบียงเชื่อมกับสวน ดวงตาคู่งามมองเหม่อออกไปไกลๆ ไม่ก็ก้มหน้าก้มตาเขียนภาพเรือลำใหญ่ ภาพร่างอัญมณีรูปแบบต่างๆ ภาพเค้าโครงหน้าตาชายในความทรงจำที่กำลังอยู่ในอิริยาบทต่างๆ มันไหลพรั่งพรูออกมาจากความทรงจำ และตัวอักษร D ที่ลากหางยาวม้วนอย่างมีชีวิตชีวานั้นต้องเป็นกุญแจไขสู่ความทรงจำทั้งหมดได้แน่นอน
เธอร้องขอหนังสือเกี่ยวกับอัญมณี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการค้นหาอะไร รู้แค่ว่ารูปภาพและประกายแสงวูบวาบของแร่รัตนชาติเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกสงบ หลังจากร้องขอไปไม่ทันข้ามวัน หนังสือที่เธอต้องการมากมายก็ถูกส่งมาถึง ร่างบางพลิกอ่านด้วยความตื่นเต้นยินดี
รูปในหนังสือมีทั้งไพลิน ทับทิม เพชร เพทาย บุษราคัม เขียวส่อง พลอยสตาร์ หรือจะเป็นสปิเนล ทัวร์มาลีน ไพฑูรย์ โกเมน โทแพซ มรกต แม้แต่หยกเนื้อแข็ง โอนิกซ์ หรือจะเป็นอำพันก็มี เธอสามารถชี้บอกได้ทั้งหมด แร่รัตนชาติบางอย่างสวยงามน่าจะนำมาทำเป็นเครื่องประดับ แต่ความแข็งน้อยไป จะขูดขีดเป็นริ้วรอยได้ง่ายก็เลยไม่ค่อยได้รับความนิยม
เอ๊ะ...ทำไมเธอถึงรู้เรื่องพวกนี้นะ
“ดูนี่ๆ ดูนี่สิ เมื่อวานนี้ฉันโชคดีมากเลย ฉันเจอคนเอาพลอยสวยๆ มาขายราคาถูกๆ ฉันก็เลยใจอ่อนซื้อไว้หมดเลย ตั้งใจว่าจะเอาไปทำแหวนใส่เล่น ดูสิสวยมากเลย”
นางพยาบาลคนหนึ่งนำพลอยแสนสวย ส่องประกายสะท้อนแสงวิบวับออกมาอวดหลายเม็ด พวกสาวๆ เจอเพชรพลอยก็ตาโต สนอกสนใจเข้าไปมุงดูกัน มีทั้งทับทิม ไพลินและบุษราคัม ขนาดสี่ห้ากะรัตไปจนถึงสิบกะรัต คนที่มุงดูต่างก็ร้องชมว่านางพยาบาลคนนั้นโชคดีจริงๆ ที่ซื้อพลอยมาในราคาไม่ถึงหกพันเหรียญ คุ้มค่ามากๆ
“คนขายบอกว่าเขาเป็นช่างเจียระไน แต่โดนเบี้ยวค่าแรงก็เลยยึดพลอยของเจ้าของไว้แล้วเอามาปล่อยขายถูกๆ”
“ของโจรนี่นา จะไม่เป็นอะไรเหรอ”
“ไม่หรอก ก็เขามีใบสัญญาชัดเจนว่าถ้าเจ้าของพลอยไม่นำเงินมาจ่ายตามกำหนด ช่างเจียระไนก็มีสิทธิ์ยึดพลอยทั้งหมด เขาร้อนเงินก็เลยเอามาเสนอขายฉันราคาไม่แพง ดูบุษราคัมเม็ดนี้สิ สวยคุ้มมากๆ”
“ยอดเลย”
“ลองให้มิสดูสิ เผื่อมิสจะช่วยออกแบบแหวนสวยๆ ให้เธอด้วยไง”
แล้วสาวๆ ก็เฮโลขนพลอยงามๆ มาให้เธอดู ต่างรุมถามกันเซ็งแซ่ว่าพลอยเหล่านี้เป็นของแท้ไหม ราคาที่ซื้อมาถูกหรือแพงเกินไป ร่างบางก็รับฟังแล้วเอาแต่ยิ้มและส่ายหน้า บอกเป็นนัยว่าไม่รู้
“เห็นไหม มิสเขาไม่รู้เรื่องหรอก”
“เอาล่ะๆ มิสคงจะเหนื่อยแล้ว พามิสกลับเข้าไปพักด้านในดีกว่า”
ถึงแม้จะส่ายหน้า แต่ในใจเธอยังคิดวิ่งวนไม่หยุด พลอยแต่ละเม็ดสวยงามไร้ตำหนิริ้วรอย แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพลอยสังเคราะห์ ปลอมได้แนบเนียนราคาเม็ดละไม่กี่สิบเหรียญ และอีกอย่างคือถ้าพลอยพวกนี้เป็นของแท้ๆ จะมีราคาร่วมหลายล้าน เจ้าของพลอยคงไม่ยอมปล่อยให้พลอยหลุดมือเพราะเหนียวค่าแรงช่างแน่นอน ถ้าจะแท้ก็มีพลอยสีเหลืองนั่นที่แท้ เพียงแต่ไม่ใช่บุษราคัมหรอก แต่เป็นพลอยโทแพซที่มีราคาถูก
เมื่อครุ่นคิดมาถึงตรงนี้ก็แปลกใจว่าเธอจำชื่อตัวเองไม่ได้แต่กลับจำชื่อเรียกแร่รัตนชาติแต่ละชนิดได้ดี นั่นแปลว่าที่ผ่านมาเธอต้องเกี่ยวข้องกับจิเวลรีแน่ๆ และเธอต้องการจะค้นหามัน
‘หลังจากฉันหายดี ฉันจะถูกส่งไปอยู่ที่ไหนคะ’
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ มีคนจัดการให้คุณเรียบร้อยหมดแล้ว” พยาบาลประคองร่างบางให้ย้ายจากรถเข็นไปนั่งที่เตียง จับไหล่เธอให้นอนลง แต่เธอส่ายหน้าและรีบเขียนคำถามลงไปในกระดานไวท์บอร์ด
‘หมายถึงคนที่ช่วยชีวิตฉัน พาฉันมาส่งที่นี่ เขาจะมาหรือคะ’
“ใช่แล้วค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะ”
แต่ละวันนางพยาบาลสองคนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลเธออยู่ใกล้ๆ เสมอ ในใจของนางพยาบาลล้วนแล้วแต่สงสัยที่มาที่ไปของหญิงสาวคนนี้ไม่ต่างกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมมหาเศรษฐีลึกลับผู้นี้ถึงได้ยินดีจ่ายเงินแพงมหาศาลเพื่อหญิงผู้สูญเสียความทรงจำคนหนึ่ง หนำซ้ำยังสั่งการให้ทางสถานพักฟื้นดูแลเธอให้ดี แต่กลับไม่ยินยอมให้ผู้ใดเอ่ยถึงชื่อเขา
แต่แล้วบรรยากาศในห้องพักฟื้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นหนักอึ้ง เมื่อชายฉกรรจ์จำนวนหกคนซึ่งเป็นคนของซินญอร์เวอร์ซาเลโก้มาถึง แต่ละคนกระจายตัวไปทำหน้าที่อารักขาบุรุษหนุ่มผู้งดงามราวกับสวรรค์ทรงสร้าง ผู้ซึ่งก้าวขามุ่งตรงมาตามทางเดินอย่างหนักแน่นมั่นคง
“มิส...”
ผู้อำนวยการสถานพักฟื้นก้าวเข้ามาในห้องเพื่อแจ้งข่าวสำคัญอย่างหนึ่งด้วยสีหน้าสุภาพ ดึงความสนใจของเธอให้หันกลับไปสบตาคู่สนทนา แต่ผู้อำนวยการไม่พูดคำใดต่อนอกจากค้อมศีรษะให้ผู้มาเยือนอย่างนอบน้อม
“ผู้ดูแลของมิสมารับมิสแล้วครับ”
ตอนที่ผู้อำนวยการแจ้งข่าว เธอมองเห็นชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ
เธอนึกสงสัยมาตลอดว่าเขาคนนั้นเป็นใครหนอ และวินาทีต่อจากนี้ไป เขาได้ปรากฏตัวเพื่อเฉลยคำตอบแก่เธอแล้ว
ราวกับม่านละครเวทียกขึ้น ปล่อยชายผู้หนึ่งออกมาโลดแล่นเบื้องหน้าเธอ แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ส่องสว่างเรืองรองอยู่เบื้องหลังร่างแข็งแกร่งกำยำ ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูลึกลับ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเปลวดาบเพลิง ล้างผลาญลมหายใจ ราวกับจะพรากเอาวิญญาณและลมหายใจของเธอได้เพียงแค่ปรายตามอง
“ดานิกา”
ชายคนนั้นเรียกเธอว่า ‘ดานิกา’
เสียงเรียกกระตุ้นให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา สิ่งแรกที่เห็นในระดับสายตาคือแผงอกล่ำสัน เต็มเปี่ยมด้วยความแข็งแกร่งตามประสาชายฉกรรจ์ แข็งแรงกว่าผู้ชายคนไหนที่เธอรู้จักเสียอีก เธอจึงเลื่อนสายตาขึ้น ไล่ผ่านไหล่กว้างกำยำ ลำคอบึกบึน จนกระทั่งสายตาพินิจพิจารณาของเธอมาหยุดที่ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว หลังจากอยู่ท่ามกลางความทรงจำขาดวิ่นมานาน จู่ๆ จิตใต้สำนึกก็ค่อยๆ ปลดปล่อยเธอ
พอสบตาเขาแล้ว ไม่รู้ทำไมน้ำตาถึงทะลักออกมาอาบแก้ม วินาทีนั้นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าโลกของเธอกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง นับแต่นี้เป็นต้นไป ชายผู้นี้คือผู้ที่จะพลิกชะตาชีวิตของเธอให้ตกลงสู่ห้วงปรารถนา มิอาจถอนตัว
ริมฝีปากของเขานุ่มนวลราวกับกำมะหยี่ เรียวลิ้นร้อนและชุ่มชื้นของเขาซุกไซ้เข้ามาสำรวจ ค้นหาความหวานแล้วถอนกลับคืนไป แต่เพียงอึดใจก็พุ่งเข้ามาใหม่อย่างโหยหา ปล่อยคลื่นความหฤหรรษ์ซัดสาดเข้ามาในร่างกาย ในลมหายใจและในวิญญาณของเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนดานิกาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโหยหิวของเขา เธอตื่นตระหนก ลมหายใจกระชั้นหนักเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากมือของเขาที่สอดไซ้เข้าไปใต้ชุดนอน เซเวียร์จุมพิตสองแก้มของเธอและลำคองามระหง ระยะห่างอีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากของเขาก็จะไต่ลงไปถึงทรวงอกอ่อนนุ่ม แต่ว่าเขากลับถอยห่างออกไป รีบปล่อยมือจากเธอราวกับเพิ่งเจอของน่ารังเกียจเซเวียร์เริ่มต้นเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อทำงาน เสียงกดแป้นพิมพ์เบาๆ ดังต่อเนื่องอยู่เกือบชั่วโมง ฟังแล้วชวนให้ง่วง แต่ดานิกายังคงหลับไม่ลง รสจูบของเขาทำให้ร่างกายปั่นป่วนอลหม่านไปหมด ดานิกาแอบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากแดงเจ่อของตนเองอย่างสับสน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เซเวียร์ไขว่คว้าเธออย่างร้อนรนและแล้วเขาก็เป็นฝ่ายผละตัวออกราวกับเธอเป็นเศษขยะทำไมกันนะ...“ซินญอร์ครับ การประชุมกับทีมเอเชีย
‘ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเซย์ให้ฟังหน่อยสิคะ เขาเป็นคนแบบไหน’“ดิฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของซินญอร์ค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไร แต่ในฐานะนายจ้างแล้ว ซินญอร์เป็นคนที่ใจดีมากค่ะ ค่าแรงที่ดิฉันได้รับสูงกว่าบ้านเศรษฐีคนอื่นๆ ถึงสามเท่าเชียวค่ะ”‘ช่วยเล่าตอนที่ฉันแต่งงานแล้วอยู่กับเขาได้มั้ยคะ ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาราบรื่นหรือเปล่า’“ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นเดือนค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไร... แต่ที่แน่ๆ คือซินญอร์รักคุณผู้หญิงมากนะคะ”‘ยังไงหรือคะ’“คุณผู้หญิงคงจะไม่รู้ ทุกวันซินญอร์กลับมาถึงที่นี่ช่วงดึกแต่คุณผู้หญิงกินยาหลับลึกไปแล้ว ซินญอร์ก็จะหอบงานมานั่งทำเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะในห้องนอนของคุณผู้หญิง ดิฉันอายุปูนนี้แล้ว บอกเลยว่าซินญอร์เป็นสามีที่น่ารักมากค่ะ ดูออกเลยว่าเขาต้องการอยู่ใกล้ๆ คุณผู้หญิงเสมอ คำสั่งที่ทุกคนได้รับคือให้ถือเรื่องของคุณผู้หญิงเป็นอันดับแรกเสมอ คุณผู้หญิงโชคดีมากค่ะที่ได้แต่งงานกับซินญอร์”‘แล้วมีใครพ
“ฉันว่าฉันเองก็น้อยใจนะ ทำงานกลับมาถึงบ้านทีไร ภรรยาของฉันก็หลับอุตุไปแล้วทุกที”และเขาก็วางเจ้าก้อนขนสีส้มๆ ลงบนตักของเธอ “บ๊อก... บ๊อก...” เจ้าก้อนขนตัวเล็กๆ เป็นลูกสุนัขพันธุ์คอร์กี้ ขาสั้นๆ ก้นป้อมๆ ส่ายหางดุ๊กดิ๊ก ดานิการ้องว้าวออกมาคำหนึ่งโดยไม่รู้ตัว มันช่างเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดบนโลกใบนี้ เขารู้ได้อย่างไรกันนะว่าเธออยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ ดานิกากางแขนข้างที่ยังว่าง กอดเขาแทนคำขอบคุณและยิ้มหยอกล้อเจ้าหนูตัวอ้วนๆ ด้วยความดีใจ หายงอนเป็นปลิดทิ้ง “ฉันเคยสัญญาว่าจะหาคอร์กี้ให้เธอเลี้ยง จำได้มั้ย” ดานิกาพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก เธอจึงส่ายหน้าพลางก้มลงไปทักทายเจ้าหนูน้อย ดวงตาของมันกลมโตใสแจ๋ว ลิ้นสีชมพูเข้มเล็กๆ แลบออกมาจากปาก ดานิกาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อมัน แต่เธอก็ชอบใจที่ได้อุ้มมัน “ดูเหมือนว่าเธอจะชอบ
คฤหาสน์ของตระกูลเวอร์ซาเลโก้เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่สิบแปด ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นเอกเทศ สงบเงียบและเป็นส่วนตัวในระดับสูงสุด เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ทะเลสาบและแนวขุนเขางดงาม หรือถ้ามองไปทางตะวันออกก็จะเห็นเมืองมิลานซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาในยามค่ำคืน ตัวเมืองจะทอแสงสีเป็นประกายราวกับโปรยผงทองคำ นับตั้งแต่ถูกรับตัวออกจากสถานพักฟื้น เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว อยู่ในช่วงปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ คนที่ทำงานในคฤหาสน์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านแต่งตัวชุดเครื่องแบบขาวดำ มีคุณจูเซปเปเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน ส่วนอีกกลุ่มคือองครักษ์ผู้คุ้มกัน พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี พกอาวุธติดตัว แต่ละคนแต่งตัวใส่สูทรัดกุม ไม่ค่อยพูดจาสักเท่าไรเพราะมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามคำสั่งของนายเหนือหัว ดานิกาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกภายนอกมีอันตรายใดๆ ที่จ้องจะทำร้ายเธออยู่หรือ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ระแวดระวังภัยให้เธอยิ่งนัก
บทที่ 3 สามีภรรยา โลกใบใหม่ของดานิกาเปิดกว้างขึ้นอีกนิดเมื่อมาถึงมิลาน เมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์ดี ทางเหนือของอิตาลี ที่นี่ได้ชื่อว่าโก้หรูและมีรสนิยมที่สุดในอิตาลี บริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนจนพื้นที่รอบๆ เมืองเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รวมทั้งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำของโลก และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่ายของอภิมหาเศรษฐีอย่างเซเวียร์ เวอร์ซาเลโก้รถลีมูซีนคันหนึ่งพร้อมรถองครักษ์ติดตามสามคัน วิ่งฉิวออกจากสนามบินนานาชาติมัลเพนซา พาเธอไปตามเส้นทางไฮเวย์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังมหึมาบนยอดเนิน รถแล่นผ่านรั้วเหล็กสูงและป้อมรักษาความปลอดภัย วิ่งไปตามถนนปูอิฐบล็อกยาวเหยียดซึ่งปลูกต้นสนไซปรัสสง่างาม เกาะกลางถนนทำเป็นน้ำพุทิ้งสายน้ำกระซ่านกระเซ็น กระทบรูปปั้นหินอ่อนอย่างสวยงามน่ามอง ดานิกามองไปรอบๆ แววตาดูจะสนใจใคร่รู้มากกว่ากังวล ส่วนเซเวียร์สงบเงียบจนเกือบจะนิ่งเฉย“เห็นเรือนกระจกนั่นมั้ย เธอใช้เวลาอยู่ที่นั่นได้เป็นวันๆ”
‘ไปที่ไหนคะ’“มิลาน อิตาลี”คำพูดของเขาส่งกระแสเย็นวาบ ดานิกาไม่คิดฝันล่วงหน้ามาก่อนว่าจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกรวดเร็วเช่นนี้ แถมยังไปไกลในที่ที่เธอไม่รู้จัก ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นยินดีที่จะได้ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อีกใจก็รู้สึกหวาดกลัวและหลงทาง บางทีเธอควรจะหลงลืมทุกสิ่งและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแบบนี้จะดีกว่าไหม ความเจ็บล้ำลึกที่ฝังอยู่ในใจกระตุ้นเตือนเสมอว่าอย่าไปแตะต้องมันไม่ใช่หรือ ‘คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ ฉันเป็นใคร ได้โปรดบอกฉันที’ดานิกาสบตาเขาอย่างมีความหวัง รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในใจกำลังเปล่งแสงทอประกาย เพิ่มขึ้น... เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด หัวใจของเธอเต้นโลดลิ่วเมื่อได้ยินเขาตอบว่า“ใช่ ฉันรู้จักเธอ”จู่ๆ เขาก็อุ้มเธอขึ้นจากรถเข็น เดินตรงกลับไปขึ้นรถ แทนที่จะตกใจกลัว ร่างบอบบางกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายในดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้น เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ดานิกาก็สัมผัสได้ว่าตัวของเขามีกลิ่นหอมของทะเลอันไ







