Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 2: น้ำตาซึมหน้าเรือนไม้และพันธสัญญาบ้านทุ่ง

Share

ตอนที่ 2: น้ำตาซึมหน้าเรือนไม้และพันธสัญญาบ้านทุ่ง

Author: Chalam whale
last update publish date: 2026-01-29 11:33:40

ตอนที่ 2: น้ำตาซึมหน้าเรือนไม้และพันธสัญญาบ้านทุ่ง

เงาไม้สีเขียวเข้มทอดตัวยาวตามแสงตะวันยามเย็นที่เริ่มจะลับขอบฟ้า รถซาเล้งของปิยะฉัตร หรือ "อิปิ๊" นำทางรถ SUV คันหรูของกริชมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านไม้เก่าที่ดูแข็งแรงและอบอุ่น รอบบ้านร่มรื่นด้วยต้นมะม่วงและต้นขี้เหล็ก ล้อมรอบด้วยต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่และแปลงผักสวนครัวที่จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ

กริชก้าวลงจากรถ มองสำรวจไปรอบๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า ความทรงจำจาง ๆ เกี่ยวกับที่นี่แทบจะหายไปหมดแล้ว เขารู้สึกเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมในที่แห่งนี้ ชุดสูทที่เปื้อนโคลนและกลิ่นเหงื่อที่เริ่มออกทำเอาเขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างยิ่ง

"ยืนบื้ออยู่เฮ็ดหยังล่ะอ้ายกริช ฟ้าวขึ้นไปหาแม่ใหญ่บุญมาเร็ว ๆ เพิ่นถ่านั่งอยู่เทิงชานพู้น" อิปิ๊ตะโกนบอกพลางวิ่งขึ้นบันไดเรือนไม้ไปด้วยความคล่องแคล่ว

บนเรือนไม้ขัดมันวับ หญิงชราในชุดเสื้อคอกระเช้าสีขาว นุ่งผ้าถุงมัดหมี่สีซีดแต่ดูสะอาดตานั่งอยู่บนเสื่อกก กำลังเคี้ยวหมากอยู่อย่างสงบ สายตาของท่านฝ้าฟางลงไปบ้างตามกาลเวลาแต่ยังดูมีเมตตาและทรงอำนาจในที ย่าบุญมาเพ่งมองลอดแว่นสายตาออกมาเมื่อได้ยินเสียงหลานสาวตัวแสบ ลูกสาวของพ่อผู้ใหญ่เจื้อยแจ้วมาทักทายเป็นประจำ

"แม่ใหญ่จ๋า ! ปิ๊พาแขกมาหาจ้า" อิปิ๊เข้าไปสวมกอดเอวหญิงชราด้วยความสนิทสนม 

"มาเบิ่งดู๊ ว่าจำได้บ่" ย่าบุญมาขมวดคิ้ว 

"ไผกะด้อกะเดี้ยล่ะหึ แต่งโตปานเทวดาสิมาเล่นงิ้วอยู่บ้านเฮาเบาะอีปิ๊ ผิวพรรณกะขาวปานหยวกกล้วยคือบ่เคยเห็นหน้าเห็นตา"

กริชค่อยๆ ก้าวขึ้นเรือนไม้ เสียงไม้กระดานลั่นดัง เอี๊ยด ตามน้ำหนักตัว เขาประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงข้ามหญิงชรา อิปิ๊เห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขาก็เลยถอนใจยาว

"โถ่แม่ใหญ่... จำหลานเจ้าของบ่ได้อีหลีเบาะ นี่อ้ายกริชลูกชายพ่อไกรของย่าที่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ พู้นน่ะนา"

คำว่า ‘พ่อไกร’ เหมือนฟ้าผ่าลงกลางชานเรือน ย่าบุญมาชะงักนิ่ง มือที่กำลังถือเต้าปูนสั่นระริก ท่านค่อย ๆ วางมันลงแล้วจ้องมองกริชอย่างไม่ละสายตา แววตาที่เคยฝ้าฟางกลับมีประกายของความหวังและร่องรอยของอดีตพลุ่งพล่านออกมา

"กริช... บักกริชหลานย่าเบาะลูก" ย่าบุญมาเรียกเสียงสั่นเครือ

กริชค่อยๆ คุกเข่าลงก้มกราบแทบตักหญิงชรา กลิ่นหอมสะอาดของน้ำอบไทยที่ลอยมาจากตัวย่าทำให้ความทรงจำที่ถูกทับถมไว้กว่ายี่สิบปีพุ่งกลับมา กริชสะอื้นในใจ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาท่าน 

"ครับย่า... ผมกริชครับ ผมพาพ่อกลับมาหาย่า..."

"แล้วพ่อไกรล่ะ พ่อเจ้าคือบ่มานำ มันยังโกรธย่าอยู่เบาะที่ย่าเคยไล่แม่เจ้าออกจากบ้าน" ย่าบุญมาถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

กริชเม้มริมฝีปากแน่น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่เขาจะเอ่ยความจริงที่เจ็บปวดออกมา 

"พ่อ... พ่อเสียแล้วครับย่า ท่านเพิ่งจากไปเมื่อเดือนก่อน ก่อนไปท่านสั่งเสียไว้ว่าให้ผมกลับมาหาคุณย่าที่อุบลฯ ท่านบอกว่าท่านขอโทษ... ท่านอยากกลับมาแต่ท่านกลับมาไม่ไหวแล้ว" กริชนำรูปถ่ายพร้อมเถ้ากระดูกบางส่วนมาให้ย่า

วินาทีนั้น น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเหี่ยวๆ ของหญิงชรา ท่านไม่ได้ร้องไห้โฮ แต่เสียงสะอื้นที่อยู่ในลำคอทำเอาอิปิ๊ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับน้ำตาคลอตาม เธอประคองร่างของย่าไว้แน่น ขณะที่หญิงชราลูบหัวกริชด้วยมือที่สั่นเทา

"ไปดีแล้วน้อบักไกร... หนีแม่ไปยี่สิบปี กลับมาได้แค่ชื่อกระซ่างเถาะ อย่างน้อยกะยังส่งหลานมาให้แม่เบิ่งหน้า" ย่าบุญมาปาดน้ำตาพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติ 

"ไปๆ ... มาเหนื่อย ๆ ไปล้างหน้าล้างตา อีปิ๊ไปเบิ่งในครัวสิลูก มีอิหยังกินแลงบ้าง"


มื้อเย็นวันแรกที่บ้านโคกอีแหลวเรียบง่ายจนกริชทำตัวไม่ถูก บนเสื่อกกกลางบ้านมีเพียง ต้มปลาคอ(ปลาช่อน)กับผักแขยง กลิ่นหอมฉุย และ ข้าวเหนียว ร้อนๆ ในกระติ๊บ ย่าบุญมาอยู่คนเดียวมานาน เมนูของท่านจึงมีเพียงของง่ายๆ จากห้วยจากสวน

กริชนั่งเก้ๆ กังๆ อยู่บนพื้นไม้ เขาพยายามจะจัดระเบียบขาสามฟุตของตัวเองที่ยาวเกินไปให้เข้าที่ ชุดสูทที่เขายังไม่ได้เปลี่ยนทำให้เขานั่งท่าไหนก็น่าลำบากใจไปหมด

"นั่งลงดี ๆ บักหลานชาย นั่งขัดสมาธิกะนั่งบ่เป็นเบาะ ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่กะสิเจริญอยู่เบาะ" ย่าดุเสียงหลงเมื่อเห็นกริชพยายามจะหาเก้าอี้

"เอ่อ... คือผมไม่ค่อยชินกับการนั่งพื้นครับย่า" กริชตอบเสียงอ้อมแอ้ม

"นั่ง ๆ ลงไปอ้ายกริช พื้นบ้านแม่ใหญ่สะอาดกว่าโต๊ะทำงานอ้ายอีก" อิปิ๊หัวเราะพลางปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมๆ แล้วจิ้มลงในถ้วยแจ่วบอง 

"กินนี่ดู๊ ต้มปลาฝีมือแม่ใหญ่ แซ่บคักๆ"

กริชมองชิ้นปลาในต้มที่มีหัวและก้างโผล่ออกมาอย่างหวาดๆ เขาชินกับการกินปลาฟิลเลต์ที่แล่มาเรียบร้อยแล้ว แต่พอเห็นสายตาคาดคั้นของย่าและรอยยิ้มท้าทาย      ของอิปิ๊ เขาจึงจำใจปั้นข้าวเหนียว (ที่เหนียวติดมือจนเขาเหวอ) แล้วส่งเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวเค็มและหอมสมุนไพรของต้มปลาทำเอาเขาแปลกใจ 

"เอ่อ... อร่อยดีครับย่า"

"กินหลาย ๆ สิได้มีแรง" ย่าบุญมามองหลานชายด้วยสายตาที่เริ่มมีความเข้มงวด

"กินอิ่มแล้วเฮาสิมาเว้าเรื่องมรดกที่พ่อเจ้าสั่งไว้" ย่ารู้ที่หลานชายจะมาด้วยเรื่องอะไร 

หลังมื้ออาหาร ย่าบุญมาให้กริชขึ้นไปเตรียมที่หลับที่นอนบนห้องโถงไม้ ท่านยื่นมุ้งสีขาวสะอาดที่พับไว้อย่างเรียบร้อยให้พร้อมกับหมอนนุ่นแข็งๆ

"กางมุ้งนอนซะเด้อ มืดแล้วยุงมันร้าย" ย่าบอก

กริชรับมุ้งมาอย่างงงๆ เขาหมุนซ้ายหมุนขวา พยายามจะหาจุดเกี่ยวเชือกมุ้งกับฝาบ้าน แต่มันก็ดูรุงรังไปหมดจนมุ้งลงมากองอยู่ที่พื้น อิปิ๊ที่เดินขึ้นมาเอาของพอดีถึงกับขำกลิ้ง

"โถ่... อ้ายกริช สถาปนิกเมืองกรุงกางมุ้งบ่เป็น กะปานนั้นล่ะเนาะ" เธอแย่งมุ้งไปจากมือเขาแล้วสะบัดเพียงไม่กี่ครั้ง มุ้งก็นอนพองลมสวยงามอยู่บนฟูก 

"เอ้า นอนซะ มัวแต่ช้าเดี๋ยว ผีโพง กะออกมาหาเขี่ยกินตับอ้ายดอก"

"ผีโพง มันคืออะไรครับ" กริชถามพลางขมวดคิ้ว แสงตะเกียงที่สั่นไหวทำให้บรรยากาศบ้านไม้ดูน่าขนลุกขึ้นมาทันที

"กะผีที่มันมีแสงออกจากจมูก ชอบกินของสดของคาว คืนไหนมีฝนตกมันสิชอบออกมา... อ้ายหน้าตาขาวๆ จั่งซี่ ตับน่าสิหวาน ผีโพงมันมักนักล่ะ" อิปิ๊ทำเสียงขู่จนกริชเผลอถอยหลัง

"อีปิ๊! อย่าไปตั๋วพี่เขา (อย่าไปหลอกพี่เขา) " ย่าบุญมาเดินเข้ามาขัดจังหวะ ก่อนจะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเข้าสู่โหมดจริงจัง 

"กริช... ย่าสิเว้าเรื่องที่ดินห้าสิบไร่ของพ่อเจ้า" กริชหูผึ่งทันที 

"ครับย่า ผมตั้งใจจะมาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เพื่อจะนำเงินส่วนนี้ไปสมทบทุนบริษัท..."

"ย่าสิยกโฉนดให้เจ้า" ย่าบุญมาพูดแทรก 

"แต่มีข้อแม้... เจ้าต้องอยู่ที่นี่ให้ครบ หนึ่งปี และต้อง ลงนาทำนา ผืนนั้นด้วยมือของเจ้าเองจนกว่าสิเก็บเกี่ยวได้สำเร็จ ห้ามจ้างคนอื่น ห้ามใช้เครื่องจักรใหญ่ เจ้าต้องพิสูจน์ให้ย่าเห็นว่าเจ้าคือ 'หลานย่าบุญมา' อีหลี บ่แม่นคนแปลกหน้าชุดสูทที่ลืมรากเหง้าเจ้าของ" กริชถึงกับอ้าปากค้าง เข่าอ่อนจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้นไม้ 

"ย่าครับ  หนึ่งปี! ผมมีงานที่กรุงเทพฯ ผมทำนาไม่เป็น แม้แต่ปักดำผมยังไม่เคยเห็นของจริงเลยนะครับ!"

"กะนั่นล่ะ ย่าเลยจะให้อีปิ๊เป็นคนสอน" ย่าบุญมาสรุปสั้นๆ

 "ถ้าทำไม่ได้ ย่าจะยกที่ดินทั้งหมดให้วัดและส่วนรวม... เลือกเอาเด้อ หลานชาย สิเป็นสถาปนิกตกงาน หรือสิเป็นชาวนาที่ได้มรดกร้อยล้าน"

กริชหันไปมองอิปิ๊ที่ตอนนี้ยืนพิงประตู กอดอกยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

"ฝันดีเด้อจ้า... อ้ายสถาปนิกบ้านนา พรุ่งนี้ตีสี่... ข่อยสิมารับไปดูหน้างาน"

กริชนั่งนิ่งอยู่กลางมุ้งที่อิปิ๊เป็นคนกางให้ เสียงตุ๊กแกร้องรับกันเป็นจังหวะ และความมืดมิดของบ้านทุ่งทำเอาเขาอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นภาษาอีสานที่เขาฟังไม่ออกเสียจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status