Início / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

Compartilhar

ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

Autor: Chalam whale
last update Última atualização: 2026-02-02 10:49:43

แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ

“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ

“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”

“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ

“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”

08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"

กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ

“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผมจะวางโต๊ะเขียนแบบตรงนี้ ส่วนมุมโน้นที่เป็นที่เก็บปุ๋ยเราจะขยับไปไว้ใต้ถุนให้หมด แล้วตีระแนงไม้ไผ่บังสายตาเอา ทำประตูปิด ส่วนผนังไม้เก่าๆ นี่ ผมจะไม่ทาสีทับนะ ผมจะขัดแล้วลงน้ำมันรักษาเนื้อไม้ ให้เห็นลายไม้เดิมๆ มันดู 'Raw' และ 'Rustic' ดี” อิปิ๊ยืนมองภาพในสมุดสเก็ตช์แล้วเกาหัว

“ร้อ... รัส... อิหยังนะอ้าย ข่อยฮู้อยู่อย่างเดียวคือมันต้อง 'เลี่ยม' (เงา) และไม่มีหยากไย่ เอ้า... ลุย”

กริชถอดเสื้อเชิ้ตเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาว โพกผ้าขาวม้าที่หัวอย่างทะมัดทะแมง เขาเริ่มจากการปัดกวาดครั้งใหญ่ คราวนี้เขาฉีดสเปรย์สมุนไพรไล่ตุ๊กแกนำร่องไปก่อนจนมั่นใจว่า "เจ้าบ้าน" ย้ายสำมะโนครัวชั่วคราวไปแล้ว อิปิ๊ช่วยแบกกระสอบปุ๋ยลงไปเรียงที่ใต้ถุนตามคำสั่งของกริชอย่างแข็งขัน

“เฮ้ยปิ๊! อย่าเพิ่งทิ้งไม้กระดานแผ่นนั้น” กริชตะโกนบอกเมื่อเห็นอิปิ๊จะโยนไม้เก่าผุๆ ทิ้ง

“นั่นมันไม้เนื้อแข็งลายสวยมาก เอามาขัดทำเป็นชั้นวางหนังสือได้เลยนะนั่น”

“โอ๊ยยย... อ้ายนี่กะตาถึงน้อ ของเก่าๆ กะสิเอามาเฮ็ดของใหม่” อิปิ๊บ่นแต่ก็ยอมเอาไม้มาวางไว้ให้

ตลอดทั้งเช้า กริชเปลี่ยนจากสถาปนิกหน้าขาวกลายเป็นช่างไม้หน้าดำ เขาใช้แปรงขัดพื้นไม้จนคราบฝุ่นหนาเตอะหลุดออก เผยให้เห็นเนื้อไม้แดงเข้มแสนคลาสสิก เขาใช้เชือกป่านมัดโครงสร้างบางจุดให้แน่นขึ้น และนำผ้าขาวม้าลายสวยๆ ที่ย่าบุญมาเคยให้มาประยุกต์ทำเป็นผ้าม่านบังแดดที่มุมหน้าต่าง

11.00 น. แขกผู้มาเยือนกับความตกตะลึง

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังช่วยกันประคองโต๊ะไม้ตัวยาวที่กริชเพิ่งขัดคราบฝุ่นและยางไม้ออกจนเกลี้ยง เผยให้เห็นเนื้อไม้สีแดงเข้มลายสวยตามธรรมชาติ กริชกับอิปิ๊ก็ต้องหยุดมือเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งคอวัวดังกรุ๊งกริ๊งใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยพลังที่คุ้นเคย

“บักกริช! อีปิ๊! เฮ็ดหยังกันอยู่น้อลูก พากันรื้อเถียงนาย่าถิ่มแล้วเบาะ!”

ย่าบุญมาเดินนำฝูงวัวมาถึงชายทุ่งหน้าเถียงนา ท่านหยุดชะงักพลางหยีตามองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ พื้นที่รอบเถียงนาที่เคยรกรุงรังไปด้วยวัชพืชและเศษไม้เก่า บัดนี้ถูกถากถางจนเตียนโล่ง สิ่งที่ทำให้ย่าถึงกับต้องเอามือทาบอกคือ "ของรักของหวง" ของท่าน ทั้งตะกร้าใส่ปุ๋ย จอบ เสียม คราดเหล็ก และกระสอบข้าวเปลือกที่เคยกองพะเนินอยู่บนเถียงนา บัดนี้ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ "ห้องใต้ถุน" ที่กริชประยุกต์ใช้ไม้ระแนงเก่ามาตีเป็นคอกกั้นดูสัดส่วนสวยงาม

“ย่าครับ! มาพอดีเลย ดูสิครับ ผมจัดที่ทางใหม่ให้ย่าแล้วนะ” กริชตะโกนบอกพลางวางขาโต๊ะลง แล้วรีบก้าวลงจากเถียงนามาหาย่าที่ยืนอึ้งอยู่

ย่าบุญมาเดินช้า ๆ เข้าไปใกล้ใต้ถุนเถียงนา ท่านมองดูอุปกรณ์ทำนาที่ถูกวางเรียงตามลำดับการใช้งาน มีการทำที่แขวนจอบเสียมไว้อย่างเก๋ไก๋ด้วยง่ามไม้เก่าที่กริชเก็บมาดัดแปลง

“ปาดดด... คือมาเฮ็ดเป็นระเบียบแท้ล่ะหลาน ขนลงมาไว้ใต้ถุนเบิดเลยเบาะ”

“ใช่ครับย่า ผมกั้นห้องเก็บของไว้ข้างล่างนี่แหละครับ จะได้หยิบใช้ง่าย ๆ ไม่ต้องแบกขึ้นแบกลงให้ปวดหลัง” กริชอธิบายพลางชี้ให้ดู

“ส่วนข้างบน ผมขอใช้เป็นที่นั่งทำงานนะครับย่า ผมล้างจนสะอาดกริบแล้ว ตุ๊กแกก็น่าจะย้ายบ้านไปอยู่กอไผ่ข้าง ๆ แทนแล้วครับ”

ย่าบุญมาค่อย ๆ เงยหน้ามองขึ้นไปบนตัวเถียงนาที่บัดนี้ดูโปร่ง โล่ง และมีสง่าราศีอย่างประหลาด ผ้าม่านผ้าขาวม้าที่กริชเอามาผูกไว้ตรงช่องลมพัดปลิวไสวตามแรงลมทุ่ง แสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้กระทบกับพื้นวันที่ขัดจนเงา ทำให้เถียงนาเก่า ๆ ดูเหมือน "รีสอร์ท" ขนาดเล็กกลางป่า

“ย่าบ่คิดเลยว่า... ของฮก ๆ (รก ๆ) ที่ย่าเก็บไว้ มันสิเอามาเฮ็ดให้เบิ่งดีได้ขนาดนี้” ย่าเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยพลางลูบเสาไม้ที่กริชเพิ่งขัด

“พ่อเจ้าเพิ่นฮักเถียงนานี่หลาย... เพิ่นกะมักจัดของคือจั่งเจ้านี่ล่ะ แต่เพิ่นบ่มีหัวศิลปะคือเจ้า กริชเอ๊ย... ย่าขอบใจหลายเด้อที่บ่รื้อทิ้ง แต่เลือกสิรักษามันไว้” อิปิ๊ที่ยืนเช็ดเหงื่ออยู่ข้างโต๊ะไม้ตะโกนลงมาแซว

“ย่าจ๋า! อย่าฟ้าวย่อง (ชม) อ้ายเขาหลาย เดี๋ยวอ้ายเขาสิเหลิง (ลอย) จนบ่ยอมลงไปทำนาเด้อจ้า ตอนนี่อ้ายกริชเพิ่นสถาปนาเจ้าของเป็น 'สถาปนิกเถียงนา' ไปเรียบร้อยแล้ว” ย่าบุญมาหัวเราะร่วนพลางส่งห่อข้าวเหนียวที่เตรียมมาให้

“เอ้อ! สิเป็นสถาปนิกหรือสิเป็นจอมปลวก ย่ากะภูมิใจเบิดล่ะลูก มา ๆ พักกินข้าวกันก่อน ย่าห่อหมกปลาตองกับลวกผักมาให้ มื้อนี่กินข้าวบน 'สตูดิโอ' ใหม่เจ้าคือสิแซ่บคักน้อบักหลาน”

ย่าบุญมานั่งเคี้ยวหมากคำโตพลางมองสำรวจ "สตูดิโอเถียงนา" ของหลานชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยแกมเอ็นดู แม้ย่าจะพอใจที่มันสะอาดสะอ้าน แต่สำหรับคนรุ่นย่า ความทันสมัยที่กริชกำลังพยายามใส่เข้ามามันช่างเป็นเรื่องใหม่เหลือเกิน

“ย่าครับ” กริชเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังใช้ผ้าเช็ดโต๊ะเขียนแบบชั่วคราว

“ห้องเก็บของข้างล่างที่ผมจัดใหม่ ผมอยากจะหาช่างมาทำประตูทั้งสองห้อง ปรับหน้าต่างให้ปิดเปิดกันขโมยให้แน่นหนาหน่อยครับ จะได้เก็บพวกเครื่องมือเขียนแบบกับโน้ตบุ๊กได้ปลอดภัย แล้วผมกะว่าจะสั่งแผงโซลาร์เซลล์ชุดใหญ่มาติดตั้งบนหลังคาด้วย จะได้มีแผงควบคุมไฟสำหรับชาร์จคอมพิวเตอร์ แล้วก็ติดหลอดไฟให้สว่างกว่าเดิม เวลาผมทำงานดึก ๆ จะได้ไม่ต้องจุดเทียน” ย่าบุญมาหยุดเคี้ยวหมาก หันมามองหลานชายสลับกับหลังคาสังกะสีเก่า ๆ

“สิเอาแผงกระจกมาตากแดดรับไฟเบาะหลาน แล้วมันสิบ่ล่อฟ้าล่อฝนเบาะล่ะหึ อีกอย่าง ช่างในหมู่บ้านเฮากะมีแต่ช่างไม้ช่างปูน สิไปหาช่างไฟเทวดามาจากไสมาเฮ็ดแผงไฟที่เจ้าว่านั่น” กริชยิ้มพลางมองไปทางอิปิ๊ที่กำลังแอบนั่งกินเนื้อแห้งอยู่มุมห้อง

“ผมเห็นปิ๊เขามีแผงเล็ก ๆ ผมเลยคิดว่าถ้าทำระบบให้มันดีกว่านั้นก็น่าจะทำงานได้สะดวกครับย่า ผมไม่ได้จะเอาหรูหราอะไรหรอกครับ แค่ขอให้มีไฟทำงานตอนกลางคืนได้ก็พอ” อิปิ๊กลืนเนื้อแห้งลงคอก่อนจะรีบแทรกขึ้นมา

“โอ๊ยยย ย่าจ๋า! อ้ายเพิ่นสิเปลี่ยนเถียงนาให้เป็น 'ยานอวกาศ' แล้วมั้งนั่น แต่กะดีคือกันเด้อจ้าย่า ปิ๊สิได้มาขอพ่วงชาร์จแบตมือถือข่อยนำ ระบบแผงไฟที่อ้ายกริชว่า ปิ๊พอสิฮู้จักช่างในเมืองที่เพิ่นมารับติดตั้งตามสวนอินทรีย์ให้ เดี๋ยวปิ๊จัดการให้เอง” ย่าบุญมาถอนหายใจยาวพลางยิ้มมุมปาก

“เออ... อยากเฮ็ดอิหยังกะเฮ็ดเถาะบักหลาน ขอแค่อย่ารื้อเสาหลักที่พ่อเจ้าลงไว้กะพอ มรดกชิ้นนี่เจ้าเป็นเจ้าของแล้ว อยากสิใส่ไฟ ใส่ประตู หรือสิใส่ปีกบินไปทางใด๋กะตามใจเจ้าเถาะ ย่าสิคอยเบิ่งอยู่หม่องเถียงนาข้าง ๆ นี่ล่ะ”

กริชพยักหน้าขอบคุณย่าด้วยใจที่พองโต ความฝันที่จะเปลี่ยนเถียงนาไม้เก่าให้กลายเป็น "แล็บสร้างสรรค์งาน" ท่ามกลางทุ่งนาสีทองเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นทุกที...

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status