เข้าสู่ระบบแสงแดดยามเช้าส่องผ่านรอยร้าวของหน้าต่างไม้ในห้องเช่า เวียงพิงค์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถและรสจูบในรถยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว เหมือนหนังที่กดปุ่มรีเพลย์ไม่หยุด เธอพยายามสลัดความคิดพวกนั้นทิ้ง แล้วหันไปหาคีย์บอร์ดเพื่อทำงานต่อ แต่วันนี้สมาธิของเธอกลับกระจัดกระจาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น เวียงพิงค์ขมวดคิ้ว ใครจะมาหาเธอในเวลานี้? พี่หมวยปกติจะโทรมาก่อนเสมอ หรือจะเป็นเจ้าของหอมาเรื่องธุระด่วน? เธอเดินไปส่องตาแมว... แล้วหัวใจแทบจะหยุดเต้น
ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อ ยืนกอดอกพิงผนังปูนเก่าๆ อย่างไม่ถือตัว ใบหน้าหล่อเหลา ที่ดู ผิดที่ผิดทาง อย่างยิ่งในสถานที่แห่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก... นักรบ
เวียงพิงค์รีบเปิดประตูออกไปเพียงครึ่งเดียว
“คุณมาทำอะไรที่นี่! รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องไหน!”
“ไม่ยากหรอก…เรื่องแค่นี้”
นักรบปรายตามองลอดเข้าไปในห้อง
“และผมก็ไม่ได้มาทวงบทงาน เพราะวันนี้ผมจะมาตรวจสถานที่ สำหรับฉากนางเอกเก็บตัวเขียนนิยาย... ซึ่งดูเหมือนที่นี่จะสมจริงกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะ”
เขาถือวิสาสะดันประตูเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาในห้อง เวียงพิงค์พยายามจะขวางแต่สู้แรงเขาไม่ได้ ห้องเช่าขนาดไม่กี่ตารางเมตรดูแคบลงทันตาเมื่อมีร่างสูงใหญ่ของเขามายืนอยู่กลางห้อง พร้อมกับกวาดสายตาคมกริบสำรวจไปรอบๆ ราวกับกำลังสแกนหาความลับที่ซ่อนอยู่ไต้ฝุ่นผง
เวียงพิงค์รู้สึกหน้าร้อนผ่าว ความรู้สึก เปลือยเปล่า จู่โจมเธออย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เธอใส่ชุด เดรสเปิดหลังในงานเมื่อคืนเสียอีก เพราะที่นี่... คือสถานที่รวบรวมความพ่ายแพ้ ความอดทน และความพยายามที่แสนโดดเดี่ยวของเธอไว้ทั้งหมด สายตาของนักรบหยุดลงที่ชั้นหนังสือไม้ราคาถูกที่โก่งงอเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว เขาไล้นิ้วไปตามสันหนังสือ กายวิภาคสำหรับจิตรกร, จิตวิทยาความใคร่และพฤติกรรมมนุษย์, ไปจนถึงนิยายอิโรติกภาษาฝรั่งเศสฉบับแปล
“คุณศึกษาหนักขนาดนี้เลยเหรอ?” เขาถาม
น้ำเสียงไม่ได้มีความเย้ยหยันอย่างที่เวียงพิงค์คาดไว้ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทึ่ง
“ทั้งหมดนี่... เพื่อใช้ มโน ฉากรักในหน้ากระดาษเนี่ยนะ?”
“มันคือการทำงานค่ะ!”
เวียงพิงค์เดินไปบังโต๊ะทำงานของตัวเอง พยายามปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ค้างฉาก การร่วมรักในห้องมืด ไว้ แต่ดูเหมือนเขาจะเห็นมันไปแล้ว
“มาม่าคัพรสหมูสับสี่ถ้วย... กาแฟซองที่กินเหลือ... แล้วก็กองหนังสือพวกนี้”
นักรบหันกลับมาจ้องหน้าเธอ
“คุณกินอยู่อย่างกับคนเร่ร่อน ทั้งที่รายได้จากนิยายคุณปีหนึ่งซื้อคอนโดอยู่ได้สบายๆ ... มาดาม คุณเป็นบ้าหรือคุณเป็นผู้ละซึ่งกิเลสแล้วกันแน่?”
“มันไม่เกี่ยวกับคุณ! ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เวียงพิงค์ปรี่เข้าไปจะลากแขนเขา แต่นักรบกลับคว้ามือเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัว จนแผ่นอกแกร่งปะทะกับร่างจิ๋ว
“เกี่ยวสิ... เพราะตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะลงทุนกับอาณาจักรของคุณ”
นักรบโน้มหน้าลงมาจนเวียงพิงค์สัมผัสได้ถึงลมหายใจ
“ที่ดินแปลงนั้นที่เชียงราย... ผมรู้ว่าคุณกำลังเก็บเงินซื้อ แต่มันกำลังจะถูกประมูลขายในเดือนหน้า และราคาของมันสูงกว่าเงินที่คุณมีอยู่ตอนนี้แน่”
“คุณรู้ได้ยังไง... คุณสืบเรื่องฉัน!”
เวียงพิงค์หน้าซีดเผือด
“ผมบอกแล้วไงว่าผมสนใจอาณาจักรของคุณ”
นักรบเลื่อนมือลงไปโอบเอวเธออย่างย่ามใจในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
“ผมมีข้อเสนอ... ผมจะซื้อที่ดินผืนนั้นให้คุณในชื่อของคุณทันที แลกกับการที่คุณต้องย้ายไปอยู่ ที่บ้านพักของผมตลอดระยะเวลาที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ให้จบ”
“ไม่มีวัน! ฉันไม่ขายตัวแลกที่ดิน!”
เวียงพิงค์แหวใส่
“ใครบอกว่าให้ขายตัว?”
นักรบหัวเราะในลำคอ แววตาแฝงความนัยบางอย่าง
“ผมแค่ต้องการ ที่ปรึกษา ที่อยู่ใกล้ตัวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บทหนังของผมออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด... ส่วนเรื่องอื่นถ้ามันจะเกิดขึ้น มันต้องเกิดจากความเต็มใจของคุณเอง”
เขาเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดกัน
“ว่าไงมาดาม... จะยอมอยู่ในรูหนูนี่ต่อไปแล้วปล่อยให้อาณาจักรในฝันหลุดมือ หรือจะยอมเสี่ยง เล่นกับไฟ เพื่อแลกกับทุกอย่างที่คุณต้องการ? และอีกอย่างผมบอกยกเลิกห้องคุณกับเจ้าของหอแล้ว เรียบร้อย”
เวียงพิงค์ยืนตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกตีกันในหัวอย่างหนัก นี่คือโอกาสเดียวที่จะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง แต่มันก็คือการเอาตัวเองไปอยู่ในกรงของเสือร้ายอย่างเขา... เสือที่เหมือนจะรู้ใจเธอมากที่สุด
“ฉัน... ฉันนน”
เวียงพิงค์อึกอัก สายตามองไปยังสมุดบัญชีเงินสะสมอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับโอกาสตรงหน้า
“ฉันมีเงื่อนไข... คุณห้ามแตะต้องตัวฉันถ้าฉันไม่สั่ง!”
“หึ... ได้ครับ” นักรบกระตุกรอยยิ้มของผู้ชนะ
“งั้นก็เก็บของซะ... ถ้าที่ดินผืนนั้นคืออิสรภาพของคุณ ผมก็จะมอบมันให้คุณ... เดี๋ยวนี้”
เวียงพิงค์เริ่มเก็บของด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้สึกใจหายอย่างประหลาดเมื่อต้องหยิบจับข้าวของที่เคยอยู่เป็นที่เป็นทางใส่ลงกระเป๋า ห้องเช่านี้แม้จะซอมซ่อ แต่มันคือถ้ำที่ซ่อนความลับของเธอมานานหลายปี เวียงพิงค์เริ่มหยิบโน้ตบุ๊กคู่ใจเป็นอย่างแรก ตามด้วยแท็บเล็ตและฮาร์ดไดรฟ์สำรองที่รวบรวมข้อมูลนิยายทั้งหมด นักรบยืนกอดอกพิงผนัง มองดูเธอเก็บหนังสือเล่มหนาๆ ใส่ลังกระดาษ
“เอาเล่มนั้นไปด้วยสิ...”
นักรบชี้ไปที่หนังสือ ศาสตร์แห่งการสัมผัส ที่เวียงพิงค์เคยกางทิ้งไว้
“เพราะ Workshop ของเราหลังจากนี้ คุณอาจจะต้องใช้ทฤษฎีในนั้นมาโต้แย้งกับผม... ถ้าคุณทำได้นะ”
เวียงพิงค์ค้อนให้เขาหนึ่งวงก่อนจะยัดหนังสือเล่มนั้นลงลังอย่างแรง
“ฉันจะเอาไปทุกเล่มนั่นแหละค่ะ! เพราะฉันจะไม่ยอมให้คุณสอนฉันฝ่ายเดียวแน่!”
นักรบเดินเข้ามาช่วยยกลังหนังสืออันหนักอึ้ง เวียงพิงค์พยายามจะแย่งแต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบ
“ไม่ต้อง... ปล่อยหน้าที่แบกหามเป็นของผม หน้าที่คิดฉากรักเสมือนจริงเป็นของคุณ...ต่อไปนี้เราต้องแบ่งงานกันให้ชัดเจน!”
เวียงพิงค์เดินไปหยิบของชิ้นสุดท้าย... มันคือกระถางต้นแคคตัสเล็กๆ ใกล้จะแห้งเหี่ยวตายตรงริมหน้าต่าง เธออุ้มมันไว้แนบอกราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
“ไปกันเถอะค่ะ...ของที่เหลือค่อยมาขนวันอื่น”
เธอพึมพำ น้ำเสียงแฝงความประหม่า
เมื่อเธอก้าวเท้าออกจากห้องเช่า นักรบปิดประตูให้เธอแล้วล็อกมันไว้ราวกับจะบอกว่าเธอไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก เวียงพิงค์เดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของเขาลงบันไดตึกที่มืดสลัว สายตามองแผ่นหลังกว้างของนักรบช่างดูมั่นคงและอบอุ่น
เวียงพิงค์ไม่รู้เลยว่าการก้าวออกจากถ้ำครั้งนี้ จะเป็นการไปสู่อิสรภาพที่แท้จริง หรือเป็นการก้าวเข้าไปสู่กรงทองที่ซ่อนความร้อนแรงไว้จนเธออาจจะมอดไหม้ไปทั้งตัว!
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านรอยร้าวของหน้าต่างไม้ในห้องเช่า เวียงพิงค์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถและรสจูบในรถยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว เหมือนหนังที่กดปุ่มรีเพลย์ไม่หยุด เธอพยายามสลัดความคิดพวกนั้นทิ้ง แล้วหันไปหาคีย์บอร์ดเพื่อทำงานต่อ แต่วันนี้สมาธิของเธอกลับกระจัดกระจายก๊อก ก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น เวียงพิงค์ขมวดคิ้ว ใครจะมาหาเธอในเวลานี้? พี่หมวยปกติจะโทรมาก่อนเสมอ หรือจะเป็นเจ้าของหอมาเรื่องธุระด่วน? เธอเดินไปส่องตาแมว... แล้วหัวใจแทบจะหยุดเต้นชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อ ยืนกอดอกพิงผนังปูนเก่าๆ อย่างไม่ถือตัว ใบหน้าหล่อเหลา ที่ดู ผิดที่ผิดทาง อย่างยิ่งในสถานที่แห่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก... นักรบเวียงพิงค์รีบเปิดประตูออกไปเพียงครึ่งเดียว “คุณมาทำอะไรที่นี่! รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องไหน!”“ไม่ยากหรอก…เรื่องแค่นี้” นักรบปรายตามองลอดเข้าไปในห้อง “และผมก็ไม่ได้มาทวงบทงาน เพราะวันนี้ผมจะมาตรวจสถานที่ สำหรับฉากนางเอกเก็บตัวเขียนนิยาย... ซึ่งดูเหมือนที่นี่จะสมจริงกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะ”เขาถือวิสาสะดันประตูเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาในห้อง เวียงพิงค์พยา
เวียงพิงค์กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากสถานที่จัดงาน เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนในโถงทางเดินที่เงียบสงัด เธอรู้สึกเหมือนอากาศในนั้นหมดลงกะทันหันตั้งแต่นักรบทิ้งสัมผัสร้อนฉ่าไว้บนเอวของเธอ อารมณ์ประหลาดสลับกับความหวาดกลัวทำให้เธอต้องรีบหาทางกลับ ถ้ำน้อย ของตัวเองให้เร็วที่สุดเวียงพิงค์พุ่งตรงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน สถานที่นัดหมายระหว่างเธอกับ บก.พี่หมวย ว่าจะมารอรับเธอกลับบ้าน นักเขียนสาวล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าใบเล็ก ข้อมือเรียวสั่นเทาจนเกือบทำมันร่วงลงพื้น“จะรีบไปไหนครับ? คุณมาดาม งานยังไม่เลิกเลยนะ”เสียงกวนโสตประสาทดังมาจากเงามืดด้านหลังเสาปูน เวียงพิงค์เหลือกตามองบนด้วยความอิดหนาระอาใจ เขาเป็นเจ้ากรรมของเธอมาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้ตามจองเวรไม่เลิก เขาถอดเสื้อสูททักซิโด้ พาดไว้ที่บ่า ปลดกระดุมคอเชิ้ตออกสองเม็ด ทรงผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูอันตรายและเซ็กซี่กว่าตอนอยู่ในงานเสียอีก “ฉัน... ฉันปวดหัวค่ะ จะกลับไปพักผ่อน คุณเป็นเจ้าของงานคุณก็อยู่ไปสิ!” เวียงพิงค์พูดพร้อมกดโทรศัพท์ในมือไปด้วย นักรบไวกว่า เขาคว้ามันขึ้นมาแล้วชูขึ้นเหนือหัว“ผมไปส่ง…”“ไม่จำเป็นค่ะ! ฉันมีคนมารับแ
หลังจากวันที่กลับมาจากการ Workshop เวียงพิงค์ขังตัวเองอยู่ในห้องเช่าสี่วันเต็ม เธอใช้ความโกรธและความประหม่ากลั่นกรองตัวอักษรปั่นนิยายจนจบ พร้อมปรับบทบรรยายที่นักรบสั่งให้เธอเอากลับมาแก้ใหม่จนสำเร็จ ผลพลอยได้มันคุ้มค่ามาก เมื่อยอดคนอ่านนิยายทั้งรายตอนและซื้อเล่มถล่มทลายทำลายสถิติเก่าของนามปากกามาดามสวาทเป็นที่เรียบร้อย นักอ่านต่างคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘มาดามไปโดนตัวไหนมา ทำไมเขียนถึงเลือดถึงเนื้อขนาดนี้!’ ‘แซ่บกว่ามาดาม ไม่มีแล้วจ้า!’ ‘แม่ก็คือแม่ พริกยกสวนขนาดนี้ สงสัยมาดามเปลี่ยนคู่อีกแล้วใช่ม้าาา!’ เวียงพิงค์ปิดหน้าจอมือถือด้วยอาการหน้าแดง เธอไม่ได้โดนตัวไหนหรอก... แต่โดน ตัวเป็นๆ อย่างมือเขียนบทรุกรานพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก ความสงบสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน เมื่อสายตรงจาก พี่หมวย บก.ส่วนตัวสุดที่รัก โทรมาจิกให้เธอไปร่วมงานปาร์ตี้ของ S Production ในคืนนี้ (แก งานนี้สำคัญมากนะ ค่ายหนังเขาเปิดตัวโปรเจกต์ แกต้องไปปรากฏตัวในฐานะมาดามสวาทคนดัง...เจ้าของต้นฉบับควบตำแหน่งที่ปรึกษาทีมเขียนบทฉากรัก อ้อ! และห้ามแต่งชุดพิลึกกึกกือนั่นอีก เพราะเขาจัดที่บาร์หรูสไตล์ Gatsby ทุกคนต้องจัดเ
เวียงพิงค์กลับมาห้องเช่าด้วยสภาพเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอทิ้งตัวลงบนเตียงไม้โยกเยกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงความงกของเธอ นิ้วเรียวยาวยกขึ้นแตะที่ใบหู... ตรงที่ลมหายใจอุ่นร้อนของนักรบเป่ารดตอนเขากระซิบประโยคนั้น“เตรียมตัวไว้นะครับคุณมาดาม... เพราะผมจะสอนให้คุณเข้าใจคำว่า ถึงอกถึงใจ ของจริง... มันต้องเริ่มยังไง”“บ้า... บ้าไปแล้วเวียงพิงค์เอ้ยย.. แกจะไปรับคำท้าเขาทำไม! นายนักรบ นั่นก็บ้า… ถ้าประทับใจในผลงานของฉันถึงกับจ้างไปเป็นที่ปรึกษาเขียนบทรัก แล้วทำไมหันมาเล่นงานฉันซะพังราบคาบขนาดนี้โว้ยยย…” เธอตะโกนใส่อากาศลม ๆ แล้ง ๆ อย่างบ้าคลั่ง เวียงพิงค์กลัว... กลัวว่าความลับเรื่อง จูบปลาตาย ของเธอจะถูกเขาล่วงรู้แล้วเอามาแฉจนยับเยิน แต่อีกใจหนึ่ง ตัวเลขเจ็ดหลักในสมุดบัญชีมันคอยเตือนสติว่าอาณาจักรพิงค์แลนด์อยู่ใกล้แค่เอื้อม ถ้าเธอถอยตอนนี้ เงินประกันสัญญาที่ระบุไว้ในเล่มคงทำให้เธอต้องกินมาม่าไปอีกสิบปี บวกเก็บสะสมใหม่อีกสิบปี!“เอาวะ! ก็แค่ Workshop... เขาบอกว่าจะสอนเขียนบทให้เข้ากับหนังของเขา ไม่ได้บอกว่าจะปล้ำเราเสียหน่อย”เวียงพิงค์พยายามปลอบใจตัวเอง พลางเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อสืบค
แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนเลนส์แว่นถนอมสายตาของ ‘เวียงพิงค์’ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเช่าขนาดไม่กี่ตารางเมตรย่านใจกลางเมือง เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังสนั่นราวกับเสียงฝีเท้าของม้าศึกที่กำลังควบทะยานไปข้างหน้า เวียงพิงค์ไม่ได้กินอะไรมาหกชั่วโมงแล้ว นอกจากกาแฟเย็นชืด วางลืมทิ้งไว้ข้างตัวจนมดเริ่มไต่ ปลายนิ้วของเธอยังคงรัวไม่หยุด‘มือหนาของเขาเลื่อนไล่ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า บีบเค้นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นจนร่างบางสั่นเทิ้ม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินซอกคอคือคำสั่งเผด็จการที่เธอไม่อาจขัดขืน...’ ติ๊ดดด….เวียงพิงค์กดปุ่ม Save และเตรียมส่งไฟล์งานให้ บก.หมวย ทันทีที่จบประโยคสุดท้าย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่ พลางถอดแว่นออกมาเช็ดช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ทอประกายแห่งชัยชนะนักเขียนนามปากกา มาดามสวาท หยิบสมุดบัญชีธนาคารใต้คีย์บอร์ดมาเปิดดู มันคือของสะสมที่มีค่าที่สุดในชีวิต ตัวเลขเจ็ดหลักเรียงรายกันอย่างสวยงาม เงินที่เธอแลกมาด้วยการ มโน ถึงความรักที่ร้อนแรงที่สุด ทั้งที่ชีวิตจริงของเธอนั้น... แห้งแล้งยิ่งกว่าทุ่งกุลาร้องไห้“อีก
“อึก... อ๊ะ... อื้มมม...”เสียงครางต่ำฟังไม่ได้ศัพท์ที่บรรยายผ่านหน้ากระดาษช่างดูเร่าร้อน ว่ากันว่าแม้แต่นักอ่านสายแข็งยังต้องหนีไปเปิดแอร์เพิ่ม ทว่าในความเป็นจริง... ‘เวียงพิงค์’ เจ้าของนามปากกา ‘มาดามสวาท’ นักเขียนนิยายอิโรติกอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์ม กำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งสภาพเยินๆ ในห้องเช่าที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องกระทบเลนส์แว่นถนอมสายตาของเธอเท่านั้นมือเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง บรรยายฉากเลิฟซีนบทที่ 25 อย่างถึงพริกถึงขิง ถึงแม้กำลังอยู่ในช่วงฉากกิจกรรมเข้าจังหวะ เวียงพิงค์กลับหยิบมาม่าคัพรสหมูสับที่เย็นชืดขึ้นมาซดโฮกอย่างหมดสภาพติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าบัญชีดังขึ้น เธอเหลือบตาไปดูตัวเลขดวงตาภายใต้กรอบแว่นก็พลันลุกวาว“ห้าหมื่นบาท... เดือนนี้ได้ตั้งห้ามื่น! กรี๊ดดดด!”เธอโยนตะเกียบทิ้งแล้วกระโดดโลดเต้นไปรอบห้อง สลัดคราบนักเขียนกามารมณ์ผู้เจนจัดทิ้งไป เหลือเพียงหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งลายการ์ตูนและกางเกงเจเจตัวเก่าย้วย ๆ ใครจะไปเชื่อว่านักอ่านส่วนใหญ่ต่างอวยยศว่าเป็น ‘กูรูตัวแม่’ และ ‘เจ้าแม่ประสบการณ์เสียว’ จะเ







