Beranda / โรแมนติก / มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น / มาดามสวาท กับ อาณาจักรในฝัน

Share

มาดามสวาท กับ อาณาจักรในฝัน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 13:50:33

แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนเลนส์แว่นถนอมสายตาของ ‘เวียงพิงค์’  ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเช่าขนาดไม่กี่ตารางเมตรย่านใจกลางเมือง เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังสนั่นราวกับเสียงฝีเท้าของม้าศึกที่กำลังควบทะยานไปข้างหน้า เวียงพิงค์ไม่ได้กินอะไรมาหกชั่วโมงแล้ว นอกจากกาแฟเย็นชืด วางลืมทิ้งไว้ข้างตัวจนมดเริ่มไต่ ปลายนิ้วของเธอยังคงรัวไม่หยุด

‘มือหนาของเขาเลื่อนไล่ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า บีบเค้นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นจนร่างบางสั่นเทิ้ม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินซอกคอคือคำสั่งเผด็จการที่เธอไม่อาจขัดขืน...’ 

ติ๊ดดด….

เวียงพิงค์กดปุ่ม Save และเตรียมส่งไฟล์งานให้ บก.หมวย ทันทีที่จบประโยคสุดท้าย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่ พลางถอดแว่นออกมาเช็ดช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ทอประกายแห่งชัยชนะ

นักเขียนนามปากกา มาดามสวาท หยิบสมุดบัญชีธนาคารใต้คีย์บอร์ดมาเปิดดู มันคือของสะสมที่มีค่าที่สุดในชีวิต ตัวเลขเจ็ดหลักเรียงรายกันอย่างสวยงาม เงินที่เธอแลกมาด้วยการ มโน ถึงความรักที่ร้อนแรงที่สุด ทั้งที่ชีวิตจริงของเธอนั้น... แห้งแล้งยิ่งกว่าทุ่งกุลาร้องไห้

“อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น... อาณาจักรพิงค์แลนด์ของฉัน”

เวียงพิงค์มองรูปถ่ายที่ดินผืนงามในแท็บเล็ต ที่ดินกลางหุบเขาธรรมชาติทางเหนือสถานที่ที่เธอตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งจะได้จับจองเป็นเจ้าของ เธอไม่ได้อยากรวยเพื่ออวดใคร แค่ต้องการ ป้อมปราการส่วนตัว สถานที่ที่สามารถโยนเสื้อผ้าตัวโคร่งทิ้งไป ใส่เพียงชุดกระโปรงตัวสวย เดินเท้าเปล่าบนหญ้า ถือตะกร้าเด็ดดอกไม้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ชายคนไหนเดินเข้ามาสบประมาทว่าเธอ 'สวยแต่รูปจูบไม่เป็น' อีก แม้จะเป็นเหตุผลฟังแล้วปัญญาอ่อนก็เถอะ

ปมวัยมัธยมยังคงเป็นแผลร้ายแผลลึก สร้างความอับอายจนแทบไม่อยากไปโรงเรียน ตั้งแต่นั้นมันทำให้เธอเลือกใช้ชีวิตแบบสันโดษขังตัวเองไว้ในห้องเช่าซอมซ่อ กินมาม่าคัพเป็นหลัก ทำงานเก็บเงิน ทุกบาททุกสตางค์ไว้สร้างอาณาจักรที่ผู้ชายหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงเธอได้แค่ตัวอักษรในนิยายเท่านั้น

สามวันต่อมา เวียงพิงค์ยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าของค่ายหนัง S Production ตามนัดหมาย ท่ามกลาง แดดร้อนระอุณหภูมิ 40 องศา เธออยู่ในชุดที่ถ้าเพื่อนเก่ามาเห็นคงจำไม่ได้ เสื้อแขนยาวลายดอกไซส์ XXL ใส่แล้วดูเหมือนผ้าคลุมเตียง กางเกงผ้าเนื้อหนาที่ทำให้สะโพกผายๆ ของเธอดูแบนราบ และที่ขาดไม่ได้คือแว่นตาพลาสติกราคาถูกที่ทำให้หน้าตาสวยเฉี่ยวดูเหมือนป้าวัยใกล้เกษียณ

“แกทำได้มาดาม... ท่องไว้ หกหลัก หกหลัก!” เธอพึมพำเพื่อเป็นการปลุกใจตัวเองก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน

เวียงพิงค์ หรือ มาดามสวาท ได้รับเชิญเข้าไปในห้องประชุมชั้นบนสุด ผนังโดยรอบเป็นกระจกใส พื้นพรมกำมะหยี่สีแดงและโต๊ะไม้โอ๊กหรูหราทำให้เธอรู้สึกเหมือนรับบทเจ้าหญิงซินเดอเรล่า ต่างกันแค่ชุดเท่านั้นที่ไม่ใช่ เก้าอี้มุมหัวโต๊ะนั้น... เธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกำลังนั่งรอให้ช่างภาพมาถ่ายแบบเพื่อลงนิตยสารหนุ่มฮอตคอนเทสต์ แต่เธอคิดผิด!

นักรบ  ลูกชายเจ้าของค่ายหนังที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างและมือเขียนบทเทวดา เขามีใบหน้าหล่อเหลาเอาการเอางาน พระเจ้าคงใช้เวลาปั้นนานไปหน่อยผู้ชายคนนี้ถึงได้มีออร่าพิเศษกว่าใคร คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมจัดคู่นั้นดูเหมือนออกแบบมาเพื่อจับผิดคนเพียงแค่ปรายตามอง

เวียงพิงค์เลือกนั่งเก้าอี้ให้ไกล เขา มากที่สุดทันที

“สวัสดีครับ คุณ... มาดามสวาท?” น้ำเสียงของของเขาทุ้มต่ำ ก้องกังวานในห้องที่เงียบสงัด 

“หรือ…พอจะบอกชื่อเรียกจริง ๆ ของคุณได้ไหมครับ?”

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ... เรียกฉันว่ามาดามก็ได้ บก. ของฉันคงแจ้งข้อตกลงระหว่างเราแล้ว” 

นักเขียนสาวพยายามดัดเสียงให้ต่ำและดูมีอายุ 

“ฉันชอบความเรียบง่าย โปรดอย่าใส่ใจชื่อจริงของฉันเลยนะคะ”

นักรบ วางไอแพดลงช้าๆ เขาจ้องมองผู้หญิงในชุดลายดอกตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจกึ่งจับผิด 

“ผมแปลกใจนิดหน่อย... นิยายของคุณเขียนบรรยายสรีระผู้ชายได้ละเอียดอย่างกับไปนอนวัดตัวมา แต่ดูเหมือนคุณจะพยายาม... ซ่อน สรีระตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถเลยนะ”

เวียงพิงค์เริ่มใจคอไม่ดี เธอขยับแว่นให้กระชับ

“มันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวค่ะ เราควรเข้าเรื่องงานดีกว่าไหมคะ?”

“ได้ครับ... งั้นมาเริ่มกันเลย” 

นักรบหยิบเอกสารบทหนังที่เวียงพิงค์เขียนบรรยายฉากรักมาวางแผ่หราบนโต๊ะ 

“ผมอ่านฉากเลิฟซีนที่คุณเขียนมาแล้ว ภาษาสวยครับ พริ้วไหว เร้าอารมณ์... แต่มันมีปัญหาใหญ่มากข้อหนึ่ง”

“ปัญหาอะไรคะ?” นักเขียนสาวขมวดคิ้ว เธอเป็นตัวท็อปในแพลตฟอร์มอ่านนิยายนะ ใครจะกล้าติ!

ร่างสูงสง่าในชุดสุดเนี้ยบก้าวเดินไปรอบโต๊ะช้าๆ เหมือนเสือโคร่งที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อ เขามาหยุดอยู่ข้างหลัง จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กลิ่นนั้นมันทำให้หัวใจเกือบจะหยุดเต้นตายไปต่อหน้าต่อตาเขาเสียให้ได้

“คุณเขียนว่า... เขาเชยคางเธอขึ้น กดจูบที่ลึกซึ้งจนลมหายใจขาดห้วงในวินาทีแรกที่สัมผัส” 

นักเขียนบทหนุ่มมือหนึ่ง ทวนประโยคในบทด้วยการกระซิบข้างหู 

“ในทางเทคนิค... มนุษย์เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับในวินาทีแรก ลมหายใจคนเราจะขาดห้วงก็ต่อเมื่อเกิดแรงดึงดูดปะทะกันก่อนหน้านั้น หรือไม่ก็ต้องมีความต้องการที่สะสมมานาน...” 

เขาโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ อีกข้างวางบนโต๊ะ กักเธอไว้ในวงแขนกว้าง

“คุณเขียนเหมือนคนเก่งทฤษฎี... แต่ไม่เคยผ่านสนามจริง” 

นักรบจ้องเข้าไปในดวงตาหลังเลนส์แว่นของเวียงพิงค์ 

“รู้ไหมครับว่าจูบที่ทำให้คน ขาดใจ จริงๆ มันต้องเริ่มจากตรงไหน?”

มาดามสวาท หรือ กูรูตัวแม่ นั่งตัวแข็งทื่อ กลิ่นอายความเป็นชายที่แผ่ออกมามันรุนแรงจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ 

“ฉัน... ฉันเขียนตามจินตนาการค่ะ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้... คุณไม่เคยได้ยินเหรอคะ? เอ่อ…เออ… ไม่ใช่สิ! ฉันเขียนตามความรู้ควบคู่จินตนาการไปด้วย ปน ๆ กัน”

“แต่หนังของผมเน้นความ สมจริง  ครับ” 

นักรบ กระตุกยิ้มทำให้เวียงพิงค์อยากจะเป็นลมแกล้งสลบไปฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล 

“ถ้าที่ปรึกษาของผมยังแยกไม่ออกระหว่าง การจูบแบบละเมอ กับ จูบที่แท้จริง หนังเรื่องนี้คงออกมาเป็นแค่การ์ตูนตาหวาน”

โอ้โหวววว แรงมากกก นักเขียนสาวรวบรวมความกล้า หันหน้าไปเผชิญกับเขาในระยะไม่กี่นิ้ว 

“งั้นคุณก็ช่วยบอกมาสิคะว่าต้องแก้ตรงไหน ไม่ใช่มาวิจารณ์ทักษะการเขียนส่วนตัวของฉัน!”

“ผมจะยกตัวอย่างฉากแรกของบทนี้ก่อนแล้วกัน สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มเขียนงานหนังของผม คุณต้องบรรยายจากกลิ่นหอมที่กระตุ้นฟีโรโมน แรงดึงดูดจากสายตา และ การเว้นจังหวะ ก่อนจะสัมผัส... เพื่อให้เกิดความกดดันทางอารมณ์จนถึงขีดสุด ไม่ใช่เอะอะก็บดขยี้เหมือนคนหิวข้าวแบบที่คุณเขียน!”

ดวงตาของนักเขียนบทหนุ่มวาววับขึ้นมาทันที เวียงพิงค์โกรธจนหน้าชาตัวสั่น หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก สมองอาจจะมึนเบลอขั้นสุด เพราะโดนคำวิจารณ์เผ็ดร้อนต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ แต่ศักดิ์ศรี ตัวแม่ มันค้ำคออยู่ ให้ยอมจำนนง่าย ๆ มันคงไม่ใช่อ่ะ

“ศิลปะคือการถ่ายทอดอารมณ์เหนือความจริงค่ะคุณนักรบแห่งกรุงศรี! ถ้าคุณอยากได้ความจริง 100% คุณควรไปกำกับสารคดีสัตว์โลกนะคะ ไม่ใช่หนังโรมานซ์!”

นักรบแห่งกรุงศรี ตามชื่อที่เวียงพิงค์เรียกชะงักไปนิดนึง ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในเลนส์แว่นหนาของเธอ เหมือนเขาจะเห็นความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ข้างใน 

“ปากเก่งดีนี่ครับ... งั้นผมถามหน่อย ในฐานะตัวแม่ตัวมัมนิยายอิโรติก คุณคิดว่า องศา ของการจูบที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกพ่ายแพ้ที่สุดคือแบบไหน?”

“ก็... ก็ต้องเอียงหน้า 45 องศา แล้วใช้มือเชยคาง...” 

เธอพยายามนึกตามตำราที่เคยอ่าน นิยายที่เคยเขียน แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันทำให้คิดอะไรไม่ออก

“สำหรับผู้ชายอย่างผมอะนะ” 

นักรบ กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกับหน้ากากอนามัยของเวียงพิงค์ 

“นั่นมันท่าโพสต์ถ่ายรูป... จูบที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่พ่ายแพ้อ่อนระทวยคือจูบที่เริ่มจากซอกคอขึ้นมาที่ติ่งหู เป็นการทำลายกำแพงการป้องกันตัวของฝ่ายหญิงก่อนจะจบที่ริมฝีปากต่างหาก... คุณมาดามสวาทผู้เจนจัด ไม่รู้เรื่องพื้นฐานแบบนี้เลยเหรอครับ?”

นักเขียนสาวหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด 

“ฉัน... ฉันรู้! แต่ฉันแค่เลือกจะนำเสนอแบบอื่น! คุณจะคิดแบบนั้นมันก็เรื่องของคุณสิ”

“งั้นเรามาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการ Workshop กันดีกว่า” 

นักรบ ยืดตัวขึ้นแต่ยังคงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขา 

“ผมจะให้คุณกลับไปเขียนฉากนี้ใหม่ โดยใช้ ข้อมูลจริง  จากผมเมื่อกี้...และคุณห้ามใช้จินตนาการลมๆ แล้งๆ ของคุณมาร่วมโดยเด็ดขาด!” 

เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอจนขนแขนลุกพรึ่บ

 “เตรียมตัวไว้นะครับคุณมาดาม เพราะผมจะสอนให้คุณเข้าใจคำว่า ถึงอกถึงใจ  ของจริง... มันต้องเริ่มยังไง”

เขาเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้เวียงพิงค์กึ่งนั่งกึ่งทรุดอยู่บนเก้าอี้ มือขาวเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อตัวโคร่งสั่นเทิ้มไปหมด

นี่มันเพิ่งจะวันแรก... เงินแสนเงินล้านของฉันมันต้องแลกด้วยการเสี่ยงขนาดนี้จริงๆ เหรอ มาดามสวาท!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   กติกาจอมมาร กับ พายุอารมณ์ (หึง)

    ณ กองถ่ายริมทะเล (หน้าบ้านพักสุดหรู) เช้ามืดวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในกองถ่ายกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่เป็นความคึกคักที่มาพร้อมกับความกดดันจนทีมงานแทบไม่กล้าหายใจแรง เพราะวันนี้คือวันที่มาวินพระเอกแบดบอยต้องเข้าฉากสำคัญ และเขาก็รักษาสัญญาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการเรียกหาที่ปรึกษาบทส่วนตัว ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งฉากกับแกนโลก ทีมงานทุกคนเดินก้มหน้าก้มตาทำงานราวกับกลัวว่าจะไปสะดุดต่อมระเบิดของผู้กำกับจอมมารเข้า เพราะตั้งแต่นักรบก้าวเท้าเข้ากองถ่ายมา เขาก็แผ่รังสีอำมหิตจนมอนิเตอร์แทบจะร้าว"คุณที่ปรึกษาครับ..." เสียงหวานเลี่ยนของมาวินดังขึ้นทำลายความเงียบ "ตรงนี้บทพูดที่ว่า 'ผมยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อจูบเดียวจากคุณ' ผมว่าอารมณ์ผมมันยังไม่หวานพอ คุณช่วยขยับมาใกล้ ๆ แล้วส่งสายตาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"พระเอกแบดบอยตัวท็อปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน เสื้อเชิ้ตฮาวายปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกขาว ๆ นั่น ดูจงใจยั่วประสาทคนมองสุด ๆ เวียงพิงค์ยืนถือสมุดจดอยู่ข้าง ๆ ได้แต่ทำหน้าเจื่อน"เอ่อ... คุณมาวินคะ มาดามสวาทสอนว่า ความถวิลหาต้องออกมาจากข้างในค่ะ ไม่ใช่แค่การจ้องตา..." เวียงพิง

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   เดดไลน์ของมาดาม กับ สงครามประสาท

    บรรยากาศภายในห้องทำงานของบ้านพักริมทะเลกลับมาคุจนน่าขนลุก เสียงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดของเวียงพิงค์ดังรัวเหมือนเสียงปืนกล เธอจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์จนตาแทบไม่กะพริบ ผมเผ้าที่เคยรวบไว้อย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงจากการถูกขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่คิดบทบรรยายไม่ออก นักเขียนสาวไม่ได้นอนทั้งคืน เธอกำลังอยู่ในโหมด ร่างทรงมาดามสวาท ที่ไม่มีใครควรเฉียดเข้าใกล้แม้แต่เซนติเมตรเดียว…"คุณนักรบ… ฉันขอร้องล่ะค่ะ" เวียงพิงค์พูดโดยไม่หันไปมองนักรบกำลังเดินวนเวียนไปมาข้างหลัง "อีกแค่สองชั่วโมง ฉันต้องส่งต้นฉบับให้พี่หมวย บก. สายโหดของฉัน ถ้าเลทแม้แต่นาทีเดียว พี่หมวยจะบุกมาแหกอกฉันแน่ กรุณา... อย่า…รบ…กวน…!"เจ้าของบ้านไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับคำขู่ แต่กลับโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ ก่อนจะวางแก้วกาแฟเอสเปรสโซหอมกรุ่นลงข้างๆ มือของเธอ"ผมก็แค่จะมาดูว่าแรงบันดาลใจที่ผมมอบให้เมื่อคืน... มันถูกถ่ายทอดลงในบรรทัดไหนบ้าง" นักรบเอ่ยเสียงนุ่มแต่กวนประสาท "ว้าวววว… สัมผัสอันร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงตามใจปรารถนา… ประโยคนี้คุณเขียนจากจินตนาการหรือว่าคุณเขียนจากความรู้สึกจริงตอนที่เรา...""คุณ!" นักเขียนสาวหันขวับไปแยกเ

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   บทรักใต้แสงจันทร์ กับ สายโทรเข้ามรณะ

    หลังจากที่ เกือบ จะเตลิดเปิดเปิงกันไปในห้องพัก และโดนยัยกะหล่ำดอกขัดจังหวะจนอารมณ์บูด นักรบตัดสินใจพาเวียงพิงค์ขับรถหนีออกมาจากความวุ่นวายในกองถ่าย เขามุ่งหน้าสู่บ้านพักริมทะเล แต่แทนที่จะให้นักเขียนสาวแยกตัวไปปั่นงาน เขากลับชวนเธอเดินเลาะลงไปยังชายหาดส่วนตัวที่มืดสลัวและเงียบสงบ ลมทะเลตอนกลางคืนพัดเอาความเย็นฉ่ำมาปะทะผิว กลิ่นอายของทะล ทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง แต่ความประหม่าระหว่างทั้งคู่กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างประหลาด เวียงพิงค์เดินเตะทรายเล่นพลางแอบชำเลืองมองนักรบที่เดินตามมาติด ๆ สายตาของเขาไม่ได้มองความสวยงามกับทิวทัศน์เบื้องหน้าเลยสักนิด แต่กำลังจับจ้องอยู่บริเวณใบหน้าของเธอ"ในห้องพักเมื่อกี้... คุณแถได้เก่งมาก ผมภูมิใจในตัวคุณจริง ๆ" นักรบถามพร้อมกับมาเดินเคียงข้างเวียงพิงค์"ผมไม่คิดว่าที่ปรึกษาบทของผมจะมีความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์คับขันได้ดีขนาดนี้""มันเป็นทางออกเดียวที่จะรักษาความลับของเรานี่คะ" เวียงพิงค์พูดโดยไม่หันไปมองหน้า"ฉันไม่อยากโดนผู้ไม่หวังดีตามขุดคุ้ยประวัติจนถึงรากเหง้า… หากรู้ว่าตัวจริงของฉันเป็นใคร""คุณพูดเหมือนคุณไม่ภูมิใจในตัวตนของม

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   ค่าธรรมเนียม กับ ภาวะนอกบท (เหรอ?)

    ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องพักนักแสดงส่วนตัว นักรบจัดการปิดประตูและกดล็อกเสียงดัง แกร๊ก! จนเวียงพิงค์สะดุ้งตัวโยน เธอรีบกอดกระเป๋าสะพายใบเก่งไว้แน่นพลางหันไปมองชายหนุ่มที่บัดนี้ถอดมาดผู้กำกับจอมเฮี้ยบออกเหลือเพียง จอมเผด็จการ คนเดิมที่สายตาจ้องจะตะครุบเหยื่อตลอดเวลา"เวียงพิงค์งั้นเหรอ?" นักรบเลิกคิ้วสูงพลางเดินต้อนเธอจนแผ่นหลังไปติดกับเคาน์เตอร์แต่งหน้าที่มีหลอดไฟสว่างจ้า "สุดท้ายก็ยอมเผยชื่อจริงมาสักที... ผมเกือบจะกลั้นขำไม่ไหวตอนเห็นคุณพยายามทำหน้านิ่งพูดไปเรื่อยโชว์คนทั้งกอง""มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินค่ะ!" เวียงพิงค์กระซิบเสียงสั่นแต่พยายามทำหน้าขรึม "คุณนั่นแหละ จู่ๆ ก็คว้าเอวฉันโชว์คนนับร้อย ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังพรุ่งนี้ฉันได้ขึ้นหน้าหนึ่งว่าเป็น ผู้ช่วยต้มตุ๋น แน่ๆ และที่สำคัญ... ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าฉันคือเจ้าของนามปากกานั้นจริงๆ คุณก็รู้ว่าวงการนี้มันน่ากลัวแค่ไหน""ผมรู้..." นักรบขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด"แต่การที่คุณลากผมเข้าไปเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับความลับของคุณด้วยเนี่ย... มันมีค่าธรรมเนียมนะ รู้ไหม?""ค่าธรรมเนียมอะไรของคุณ? ฉันก็ช่วยกู้หน้าคุณคืนให้แล้ว

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   ยุทธการกองถ่าย กับ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำ(ดอก)

    หลังจากเหตุการณ์ ละเมอเชิงวิชาการ เมื่อเช้า เวียงพิงค์พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสวมวิญญาณป้าแว่นกลับมาอีกครั้งด้วยเสื้อเชิ้ตลายทางตัวโคร่งแบบพรางหุ่นจนดูเหมือนถังเบียร์เคลื่อนที่ หมวกแก๊ปสีซีดถูกดึงลงมาปิดหน้าปิดตาจนเหลือแค่ปลายจมูกรั้น ๆ แต่นักรบกลับดูอารมณ์ดีอย่างร้ายกาจ เขาฮัมเพลงเบาๆ ขณะขับรถพาเธอไปที่สตูดิโอถ่ายทำนอกสถานที่ “จำไว้นะคะคุณนักรบแห่งกรุงศรี! ที่นั่นฉันคือพนักงานฝึกหัดของคุณ ตัวแทนของ มาดามสวาท คุณห้ามเรียกฉันว่ามาดามโดยเด็ดขาด และห้ามให้ใครรู้ว่าเราอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน!” เวียงพิงค์กำชับเสียงเข้มขณะก้าวลงจากรถ “รับทราบครับ... คุณผู้ช่วย” นักรบยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์นั่นทำให้เวียงพิงค์ใจคอไม่ดี เหมือนเขากำลังวางแผนจะฉีกหน้ากากเธออยู่ตลอดเวลาเมื่อก้าวเข้าสู่กองถ่าย ความวุ่นวายของทีมงานนับร้อยชีวิตก็เข้าปะทะ กลิ่นควันสโมกสลับกับกลิ่น สเปรย์ฉีดผมฟุ้งกระจาย เวียงพิงค์พยายามเดินก้มหน้าตามหลังนักรบไปที่มอนิเตอร์ แต่ทว่า... อุปสรรค ชิ้นใหญ่ของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดเดรสรัดรูปสีชมพูนีออนที่สว่างจ้าจนเวียงพิงค์ต้องหยีตา“พี่นักรบขาาาา!” เสียงแหลมปรี

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   ยุทธการหมอนข้าง กับ เขตอำนาจบนเตียงคิงไซส์

    ณ ห้องนอนเจ้าปัญหาเวียงพิงค์ปรากฏตัวในชุดนอนที่ เซฟ ที่สุดในชีวิต มันคือเสื้อยืดตัวโคร่งลายหมีเน่าสีซีดกับ กางเกงวอร์มขายาวที่ยางยืดเริ่มเสื่อมสภาพ เธอเดินออกมาจากห้องแต่งตัวพร้อมกอดหมอนข้างไว้แน่นราวกับเป็นอาวุธคู่กายนักรบนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียงอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียว ผิวพรรณท่อนบนตึงเปรี๊ยะและไรขนอ่อน ๆ ตรงหน้าท้องทำเอาเวียงพิงค์ต้องท่องยุบหนอพองหนอภายในใจ เขากำลังตรวจเช็กตารางงานจากไอแพด แสงจากหน้าจอตกกระทบใบหน้าคมเข้มให้ดูขรึมกว่าปกติ เขาไม่ได้ใส่เสื้อ... ใช่! เขาจงใจโชว์แผงอกกำยำและ ลอนกล้ามท้องที่เรียงตัวกันอย่างมีระเบียบจนนักเขียนสาวต้องรีบเบือนหน้าหันหนีไปมองเพดาน"นั่นชุดนอนหรือชุดไปทำสวนครับ?"นักรบปรายตามองลายหมีเน่าบนเสื้อของเวียงพิงค์"ชุดเกราะค่ะ! ฉันพร้อมรบ" เวียงพิงค์ไม่พูดเปล่า เธอจัดการวางหมอนข้างลงตรงกลางเตียงเป๊ะๆ ราวกับกั้นเขตพรมแดนเกาหลีเหนือ-ใต้"นี่คือเส้นขนานที่ 38 ใครล้ำเข้ามาถือว่าละเมิดอธิปไตยทางร่างกาย ฝั่งโน้นเป็นเขตอำนาจศาล ของคุณ ส่วนฝั่งนี้คือเขตปกครองพิเศษของมาดามสวาท ห้ามรุกราน ห้ามเจรจา ห้ามขอคืนพื้นที่เด็ดขาด!"นักรบหัวเราะ

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   หนูน้อยกรงทอง กับ เจ้าชายเผด็จการ

    รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้าสู่เขตรั้วอัลลอยด์สีดำสนิทสูงตระหง่าน ก่อนจะทะยานผ่านอุโมงค์ต้นไม้ดูร่มรื่น จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านพักสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา เวียงพิงค์ลงจากรถด้วยอาการกึ่งตกตะลึง กลิ่นไอทะเลสดชื่นปะทะเข้ากับใบหน้า ต่างจากกลิ่นอับชื้นจากท่อระบายน้ำซอ

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   ผู้บุกรุกอาณาจักร กับ ความลับในห้องเช่า

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านรอยร้าวของหน้าต่างไม้ในห้องเช่า เวียงพิงค์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถและรสจูบในรถยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว เหมือนหนังที่กดปุ่มรีเพลย์ไม่หยุด เธอพยายามสลัดความคิดพวกนั้นทิ้ง แล้วหันไปหาคีย์บอร์ดเพื่อทำงานต่อ แต่วันนี้สมาธิของเธอกลับกระจัดกระจายก๊อก ก๊อก

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   บทสัมผัส กับ ความอันตราย

    เวียงพิงค์กลับมาห้องเช่าด้วยสภาพเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอทิ้งตัวลงบนเตียงไม้โยกเยกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงความงกของเธอ นิ้วเรียวยาวยกขึ้นแตะที่ใบหู... ตรงที่ลมหายใจอุ่นร้อนของนักรบเป่ารดตอนเขากระซิบประโยคนั้น“เตรียมตัวไว้นะครับคุณมาดาม... เพราะผมจะสอนให้คุณเข้าใจคำว่า ถึงอกถึงใจ ของจริง... ม

  • มาดามสวาท:กูรูรักฉบับเวอร์จิ้น   บทนำ

    “อึก... อ๊ะ... อื้มมม...”เสียงครางต่ำฟังไม่ได้ศัพท์ที่บรรยายผ่านหน้ากระดาษช่างดูเร่าร้อน ว่ากันว่าแม้แต่นักอ่านสายแข็งยังต้องหนีไปเปิดแอร์เพิ่ม ทว่าในความเป็นจริง... ‘เวียงพิงค์’ เจ้าของนามปากกา ‘มาดามสวาท’ นักเขียนนิยายอิโรติกอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์ม กำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งสภาพเยินๆ ใน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status