เข้าสู่ระบบแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนเลนส์แว่นถนอมสายตาของ ‘เวียงพิงค์’ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเช่าขนาดไม่กี่ตารางเมตรย่านใจกลางเมือง เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังสนั่นราวกับเสียงฝีเท้าของม้าศึกที่กำลังควบทะยานไปข้างหน้า เวียงพิงค์ไม่ได้กินอะไรมาหกชั่วโมงแล้ว นอกจากกาแฟเย็นชืด วางลืมทิ้งไว้ข้างตัวจนมดเริ่มไต่ ปลายนิ้วของเธอยังคงรัวไม่หยุด
‘มือหนาของเขาเลื่อนไล่ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า บีบเค้นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นจนร่างบางสั่นเทิ้ม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินซอกคอคือคำสั่งเผด็จการที่เธอไม่อาจขัดขืน...’
ติ๊ดดด….
เวียงพิงค์กดปุ่ม Save และเตรียมส่งไฟล์งานให้ บก.หมวย ทันทีที่จบประโยคสุดท้าย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่ พลางถอดแว่นออกมาเช็ดช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ทอประกายแห่งชัยชนะ
นักเขียนนามปากกา มาดามสวาท หยิบสมุดบัญชีธนาคารใต้คีย์บอร์ดมาเปิดดู มันคือของสะสมที่มีค่าที่สุดในชีวิต ตัวเลขเจ็ดหลักเรียงรายกันอย่างสวยงาม เงินที่เธอแลกมาด้วยการ มโน ถึงความรักที่ร้อนแรงที่สุด ทั้งที่ชีวิตจริงของเธอนั้น... แห้งแล้งยิ่งกว่าทุ่งกุลาร้องไห้
“อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น... อาณาจักรพิงค์แลนด์ของฉัน”
เวียงพิงค์มองรูปถ่ายที่ดินผืนงามในแท็บเล็ต ที่ดินกลางหุบเขาธรรมชาติทางเหนือสถานที่ที่เธอตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งจะได้จับจองเป็นเจ้าของ เธอไม่ได้อยากรวยเพื่ออวดใคร แค่ต้องการ ป้อมปราการส่วนตัว สถานที่ที่สามารถโยนเสื้อผ้าตัวโคร่งทิ้งไป ใส่เพียงชุดกระโปรงตัวสวย เดินเท้าเปล่าบนหญ้า ถือตะกร้าเด็ดดอกไม้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ชายคนไหนเดินเข้ามาสบประมาทว่าเธอ 'สวยแต่รูปจูบไม่เป็น' อีก แม้จะเป็นเหตุผลฟังแล้วปัญญาอ่อนก็เถอะ
ปมวัยมัธยมยังคงเป็นแผลร้ายแผลลึก สร้างความอับอายจนแทบไม่อยากไปโรงเรียน ตั้งแต่นั้นมันทำให้เธอเลือกใช้ชีวิตแบบสันโดษขังตัวเองไว้ในห้องเช่าซอมซ่อ กินมาม่าคัพเป็นหลัก ทำงานเก็บเงิน ทุกบาททุกสตางค์ไว้สร้างอาณาจักรที่ผู้ชายหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงเธอได้แค่ตัวอักษรในนิยายเท่านั้น
สามวันต่อมา เวียงพิงค์ยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าของค่ายหนัง S Production ตามนัดหมาย ท่ามกลาง แดดร้อนระอุณหภูมิ 40 องศา เธออยู่ในชุดที่ถ้าเพื่อนเก่ามาเห็นคงจำไม่ได้ เสื้อแขนยาวลายดอกไซส์ XXL ใส่แล้วดูเหมือนผ้าคลุมเตียง กางเกงผ้าเนื้อหนาที่ทำให้สะโพกผายๆ ของเธอดูแบนราบ และที่ขาดไม่ได้คือแว่นตาพลาสติกราคาถูกที่ทำให้หน้าตาสวยเฉี่ยวดูเหมือนป้าวัยใกล้เกษียณ
“แกทำได้มาดาม... ท่องไว้ หกหลัก หกหลัก!” เธอพึมพำเพื่อเป็นการปลุกใจตัวเองก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน
เวียงพิงค์ หรือ มาดามสวาท ได้รับเชิญเข้าไปในห้องประชุมชั้นบนสุด ผนังโดยรอบเป็นกระจกใส พื้นพรมกำมะหยี่สีแดงและโต๊ะไม้โอ๊กหรูหราทำให้เธอรู้สึกเหมือนรับบทเจ้าหญิงซินเดอเรล่า ต่างกันแค่ชุดเท่านั้นที่ไม่ใช่ เก้าอี้มุมหัวโต๊ะนั้น... เธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกำลังนั่งรอให้ช่างภาพมาถ่ายแบบเพื่อลงนิตยสารหนุ่มฮอตคอนเทสต์ แต่เธอคิดผิด!
นักรบ ลูกชายเจ้าของค่ายหนังที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างและมือเขียนบทเทวดา เขามีใบหน้าหล่อเหลาเอาการเอางาน พระเจ้าคงใช้เวลาปั้นนานไปหน่อยผู้ชายคนนี้ถึงได้มีออร่าพิเศษกว่าใคร คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมจัดคู่นั้นดูเหมือนออกแบบมาเพื่อจับผิดคนเพียงแค่ปรายตามอง
เวียงพิงค์เลือกนั่งเก้าอี้ให้ไกล เขา มากที่สุดทันที
“สวัสดีครับ คุณ... มาดามสวาท?” น้ำเสียงของของเขาทุ้มต่ำ ก้องกังวานในห้องที่เงียบสงัด
“หรือ…พอจะบอกชื่อเรียกจริง ๆ ของคุณได้ไหมครับ?”
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ... เรียกฉันว่ามาดามก็ได้ บก. ของฉันคงแจ้งข้อตกลงระหว่างเราแล้ว”
นักเขียนสาวพยายามดัดเสียงให้ต่ำและดูมีอายุ
“ฉันชอบความเรียบง่าย โปรดอย่าใส่ใจชื่อจริงของฉันเลยนะคะ”
นักรบ วางไอแพดลงช้าๆ เขาจ้องมองผู้หญิงในชุดลายดอกตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจกึ่งจับผิด
“ผมแปลกใจนิดหน่อย... นิยายของคุณเขียนบรรยายสรีระผู้ชายได้ละเอียดอย่างกับไปนอนวัดตัวมา แต่ดูเหมือนคุณจะพยายาม... ซ่อน สรีระตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถเลยนะ”
เวียงพิงค์เริ่มใจคอไม่ดี เธอขยับแว่นให้กระชับ
“มันเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวค่ะ เราควรเข้าเรื่องงานดีกว่าไหมคะ?”
“ได้ครับ... งั้นมาเริ่มกันเลย”
นักรบหยิบเอกสารบทหนังที่เวียงพิงค์เขียนบรรยายฉากรักมาวางแผ่หราบนโต๊ะ
“ผมอ่านฉากเลิฟซีนที่คุณเขียนมาแล้ว ภาษาสวยครับ พริ้วไหว เร้าอารมณ์... แต่มันมีปัญหาใหญ่มากข้อหนึ่ง”
“ปัญหาอะไรคะ?” นักเขียนสาวขมวดคิ้ว เธอเป็นตัวท็อปในแพลตฟอร์มอ่านนิยายนะ ใครจะกล้าติ!
ร่างสูงสง่าในชุดสุดเนี้ยบก้าวเดินไปรอบโต๊ะช้าๆ เหมือนเสือโคร่งที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อ เขามาหยุดอยู่ข้างหลัง จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กลิ่นนั้นมันทำให้หัวใจเกือบจะหยุดเต้นตายไปต่อหน้าต่อตาเขาเสียให้ได้
“คุณเขียนว่า... เขาเชยคางเธอขึ้น กดจูบที่ลึกซึ้งจนลมหายใจขาดห้วงในวินาทีแรกที่สัมผัส”
นักเขียนบทหนุ่มมือหนึ่ง ทวนประโยคในบทด้วยการกระซิบข้างหู
“ในทางเทคนิค... มนุษย์เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับในวินาทีแรก ลมหายใจคนเราจะขาดห้วงก็ต่อเมื่อเกิดแรงดึงดูดปะทะกันก่อนหน้านั้น หรือไม่ก็ต้องมีความต้องการที่สะสมมานาน...”
เขาโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ อีกข้างวางบนโต๊ะ กักเธอไว้ในวงแขนกว้าง
“คุณเขียนเหมือนคนเก่งทฤษฎี... แต่ไม่เคยผ่านสนามจริง”
นักรบจ้องเข้าไปในดวงตาหลังเลนส์แว่นของเวียงพิงค์
“รู้ไหมครับว่าจูบที่ทำให้คน ขาดใจ จริงๆ มันต้องเริ่มจากตรงไหน?”
มาดามสวาท หรือ กูรูตัวแม่ นั่งตัวแข็งทื่อ กลิ่นอายความเป็นชายที่แผ่ออกมามันรุนแรงจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ
“ฉัน... ฉันเขียนตามจินตนาการค่ะ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้... คุณไม่เคยได้ยินเหรอคะ? เอ่อ…เออ… ไม่ใช่สิ! ฉันเขียนตามความรู้ควบคู่จินตนาการไปด้วย ปน ๆ กัน”
“แต่หนังของผมเน้นความ สมจริง ครับ”
นักรบ กระตุกยิ้มทำให้เวียงพิงค์อยากจะเป็นลมแกล้งสลบไปฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล
“ถ้าที่ปรึกษาของผมยังแยกไม่ออกระหว่าง การจูบแบบละเมอ กับ จูบที่แท้จริง หนังเรื่องนี้คงออกมาเป็นแค่การ์ตูนตาหวาน”
โอ้โหวววว แรงมากกก นักเขียนสาวรวบรวมความกล้า หันหน้าไปเผชิญกับเขาในระยะไม่กี่นิ้ว
“งั้นคุณก็ช่วยบอกมาสิคะว่าต้องแก้ตรงไหน ไม่ใช่มาวิจารณ์ทักษะการเขียนส่วนตัวของฉัน!”
“ผมจะยกตัวอย่างฉากแรกของบทนี้ก่อนแล้วกัน สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มเขียนงานหนังของผม คุณต้องบรรยายจากกลิ่นหอมที่กระตุ้นฟีโรโมน แรงดึงดูดจากสายตา และ การเว้นจังหวะ ก่อนจะสัมผัส... เพื่อให้เกิดความกดดันทางอารมณ์จนถึงขีดสุด ไม่ใช่เอะอะก็บดขยี้เหมือนคนหิวข้าวแบบที่คุณเขียน!”
ดวงตาของนักเขียนบทหนุ่มวาววับขึ้นมาทันที เวียงพิงค์โกรธจนหน้าชาตัวสั่น หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก สมองอาจจะมึนเบลอขั้นสุด เพราะโดนคำวิจารณ์เผ็ดร้อนต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ แต่ศักดิ์ศรี ตัวแม่ มันค้ำคออยู่ ให้ยอมจำนนง่าย ๆ มันคงไม่ใช่อ่ะ
“ศิลปะคือการถ่ายทอดอารมณ์เหนือความจริงค่ะคุณนักรบแห่งกรุงศรี! ถ้าคุณอยากได้ความจริง 100% คุณควรไปกำกับสารคดีสัตว์โลกนะคะ ไม่ใช่หนังโรมานซ์!”
นักรบแห่งกรุงศรี ตามชื่อที่เวียงพิงค์เรียกชะงักไปนิดนึง ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในเลนส์แว่นหนาของเธอ เหมือนเขาจะเห็นความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“ปากเก่งดีนี่ครับ... งั้นผมถามหน่อย ในฐานะตัวแม่ตัวมัมนิยายอิโรติก คุณคิดว่า องศา ของการจูบที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกพ่ายแพ้ที่สุดคือแบบไหน?”
“ก็... ก็ต้องเอียงหน้า 45 องศา แล้วใช้มือเชยคาง...”
เธอพยายามนึกตามตำราที่เคยอ่าน นิยายที่เคยเขียน แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันทำให้คิดอะไรไม่ออก
“สำหรับผู้ชายอย่างผมอะนะ”
นักรบ กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกับหน้ากากอนามัยของเวียงพิงค์
“นั่นมันท่าโพสต์ถ่ายรูป... จูบที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่พ่ายแพ้อ่อนระทวยคือจูบที่เริ่มจากซอกคอขึ้นมาที่ติ่งหู เป็นการทำลายกำแพงการป้องกันตัวของฝ่ายหญิงก่อนจะจบที่ริมฝีปากต่างหาก... คุณมาดามสวาทผู้เจนจัด ไม่รู้เรื่องพื้นฐานแบบนี้เลยเหรอครับ?”
นักเขียนสาวหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด
“ฉัน... ฉันรู้! แต่ฉันแค่เลือกจะนำเสนอแบบอื่น! คุณจะคิดแบบนั้นมันก็เรื่องของคุณสิ”
“งั้นเรามาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการ Workshop กันดีกว่า”
นักรบ ยืดตัวขึ้นแต่ยังคงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขา
“ผมจะให้คุณกลับไปเขียนฉากนี้ใหม่ โดยใช้ ข้อมูลจริง จากผมเมื่อกี้...และคุณห้ามใช้จินตนาการลมๆ แล้งๆ ของคุณมาร่วมโดยเด็ดขาด!”
เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอจนขนแขนลุกพรึ่บ
“เตรียมตัวไว้นะครับคุณมาดาม เพราะผมจะสอนให้คุณเข้าใจคำว่า ถึงอกถึงใจ ของจริง... มันต้องเริ่มยังไง”
เขาเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้เวียงพิงค์กึ่งนั่งกึ่งทรุดอยู่บนเก้าอี้ มือขาวเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อตัวโคร่งสั่นเทิ้มไปหมด
นี่มันเพิ่งจะวันแรก... เงินแสนเงินล้านของฉันมันต้องแลกด้วยการเสี่ยงขนาดนี้จริงๆ เหรอ มาดามสวาท!
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านรอยร้าวของหน้าต่างไม้ในห้องเช่า เวียงพิงค์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถและรสจูบในรถยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว เหมือนหนังที่กดปุ่มรีเพลย์ไม่หยุด เธอพยายามสลัดความคิดพวกนั้นทิ้ง แล้วหันไปหาคีย์บอร์ดเพื่อทำงานต่อ แต่วันนี้สมาธิของเธอกลับกระจัดกระจายก๊อก ก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น เวียงพิงค์ขมวดคิ้ว ใครจะมาหาเธอในเวลานี้? พี่หมวยปกติจะโทรมาก่อนเสมอ หรือจะเป็นเจ้าของหอมาเรื่องธุระด่วน? เธอเดินไปส่องตาแมว... แล้วหัวใจแทบจะหยุดเต้นชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อ ยืนกอดอกพิงผนังปูนเก่าๆ อย่างไม่ถือตัว ใบหน้าหล่อเหลา ที่ดู ผิดที่ผิดทาง อย่างยิ่งในสถานที่แห่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก... นักรบเวียงพิงค์รีบเปิดประตูออกไปเพียงครึ่งเดียว “คุณมาทำอะไรที่นี่! รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องไหน!”“ไม่ยากหรอก…เรื่องแค่นี้” นักรบปรายตามองลอดเข้าไปในห้อง “และผมก็ไม่ได้มาทวงบทงาน เพราะวันนี้ผมจะมาตรวจสถานที่ สำหรับฉากนางเอกเก็บตัวเขียนนิยาย... ซึ่งดูเหมือนที่นี่จะสมจริงกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะ”เขาถือวิสาสะดันประตูเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาในห้อง เวียงพิงค์พยา
เวียงพิงค์กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากสถานที่จัดงาน เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนในโถงทางเดินที่เงียบสงัด เธอรู้สึกเหมือนอากาศในนั้นหมดลงกะทันหันตั้งแต่นักรบทิ้งสัมผัสร้อนฉ่าไว้บนเอวของเธอ อารมณ์ประหลาดสลับกับความหวาดกลัวทำให้เธอต้องรีบหาทางกลับ ถ้ำน้อย ของตัวเองให้เร็วที่สุดเวียงพิงค์พุ่งตรงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน สถานที่นัดหมายระหว่างเธอกับ บก.พี่หมวย ว่าจะมารอรับเธอกลับบ้าน นักเขียนสาวล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าใบเล็ก ข้อมือเรียวสั่นเทาจนเกือบทำมันร่วงลงพื้น“จะรีบไปไหนครับ? คุณมาดาม งานยังไม่เลิกเลยนะ”เสียงกวนโสตประสาทดังมาจากเงามืดด้านหลังเสาปูน เวียงพิงค์เหลือกตามองบนด้วยความอิดหนาระอาใจ เขาเป็นเจ้ากรรมของเธอมาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้ตามจองเวรไม่เลิก เขาถอดเสื้อสูททักซิโด้ พาดไว้ที่บ่า ปลดกระดุมคอเชิ้ตออกสองเม็ด ทรงผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูอันตรายและเซ็กซี่กว่าตอนอยู่ในงานเสียอีก “ฉัน... ฉันปวดหัวค่ะ จะกลับไปพักผ่อน คุณเป็นเจ้าของงานคุณก็อยู่ไปสิ!” เวียงพิงค์พูดพร้อมกดโทรศัพท์ในมือไปด้วย นักรบไวกว่า เขาคว้ามันขึ้นมาแล้วชูขึ้นเหนือหัว“ผมไปส่ง…”“ไม่จำเป็นค่ะ! ฉันมีคนมารับแ
หลังจากวันที่กลับมาจากการ Workshop เวียงพิงค์ขังตัวเองอยู่ในห้องเช่าสี่วันเต็ม เธอใช้ความโกรธและความประหม่ากลั่นกรองตัวอักษรปั่นนิยายจนจบ พร้อมปรับบทบรรยายที่นักรบสั่งให้เธอเอากลับมาแก้ใหม่จนสำเร็จ ผลพลอยได้มันคุ้มค่ามาก เมื่อยอดคนอ่านนิยายทั้งรายตอนและซื้อเล่มถล่มทลายทำลายสถิติเก่าของนามปากกามาดามสวาทเป็นที่เรียบร้อย นักอ่านต่างคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘มาดามไปโดนตัวไหนมา ทำไมเขียนถึงเลือดถึงเนื้อขนาดนี้!’ ‘แซ่บกว่ามาดาม ไม่มีแล้วจ้า!’ ‘แม่ก็คือแม่ พริกยกสวนขนาดนี้ สงสัยมาดามเปลี่ยนคู่อีกแล้วใช่ม้าาา!’ เวียงพิงค์ปิดหน้าจอมือถือด้วยอาการหน้าแดง เธอไม่ได้โดนตัวไหนหรอก... แต่โดน ตัวเป็นๆ อย่างมือเขียนบทรุกรานพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก ความสงบสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน เมื่อสายตรงจาก พี่หมวย บก.ส่วนตัวสุดที่รัก โทรมาจิกให้เธอไปร่วมงานปาร์ตี้ของ S Production ในคืนนี้ (แก งานนี้สำคัญมากนะ ค่ายหนังเขาเปิดตัวโปรเจกต์ แกต้องไปปรากฏตัวในฐานะมาดามสวาทคนดัง...เจ้าของต้นฉบับควบตำแหน่งที่ปรึกษาทีมเขียนบทฉากรัก อ้อ! และห้ามแต่งชุดพิลึกกึกกือนั่นอีก เพราะเขาจัดที่บาร์หรูสไตล์ Gatsby ทุกคนต้องจัดเ
เวียงพิงค์กลับมาห้องเช่าด้วยสภาพเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอทิ้งตัวลงบนเตียงไม้โยกเยกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงความงกของเธอ นิ้วเรียวยาวยกขึ้นแตะที่ใบหู... ตรงที่ลมหายใจอุ่นร้อนของนักรบเป่ารดตอนเขากระซิบประโยคนั้น“เตรียมตัวไว้นะครับคุณมาดาม... เพราะผมจะสอนให้คุณเข้าใจคำว่า ถึงอกถึงใจ ของจริง... มันต้องเริ่มยังไง”“บ้า... บ้าไปแล้วเวียงพิงค์เอ้ยย.. แกจะไปรับคำท้าเขาทำไม! นายนักรบ นั่นก็บ้า… ถ้าประทับใจในผลงานของฉันถึงกับจ้างไปเป็นที่ปรึกษาเขียนบทรัก แล้วทำไมหันมาเล่นงานฉันซะพังราบคาบขนาดนี้โว้ยยย…” เธอตะโกนใส่อากาศลม ๆ แล้ง ๆ อย่างบ้าคลั่ง เวียงพิงค์กลัว... กลัวว่าความลับเรื่อง จูบปลาตาย ของเธอจะถูกเขาล่วงรู้แล้วเอามาแฉจนยับเยิน แต่อีกใจหนึ่ง ตัวเลขเจ็ดหลักในสมุดบัญชีมันคอยเตือนสติว่าอาณาจักรพิงค์แลนด์อยู่ใกล้แค่เอื้อม ถ้าเธอถอยตอนนี้ เงินประกันสัญญาที่ระบุไว้ในเล่มคงทำให้เธอต้องกินมาม่าไปอีกสิบปี บวกเก็บสะสมใหม่อีกสิบปี!“เอาวะ! ก็แค่ Workshop... เขาบอกว่าจะสอนเขียนบทให้เข้ากับหนังของเขา ไม่ได้บอกว่าจะปล้ำเราเสียหน่อย”เวียงพิงค์พยายามปลอบใจตัวเอง พลางเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อสืบค
แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนเลนส์แว่นถนอมสายตาของ ‘เวียงพิงค์’ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเช่าขนาดไม่กี่ตารางเมตรย่านใจกลางเมือง เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังสนั่นราวกับเสียงฝีเท้าของม้าศึกที่กำลังควบทะยานไปข้างหน้า เวียงพิงค์ไม่ได้กินอะไรมาหกชั่วโมงแล้ว นอกจากกาแฟเย็นชืด วางลืมทิ้งไว้ข้างตัวจนมดเริ่มไต่ ปลายนิ้วของเธอยังคงรัวไม่หยุด‘มือหนาของเขาเลื่อนไล่ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า บีบเค้นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นจนร่างบางสั่นเทิ้ม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินซอกคอคือคำสั่งเผด็จการที่เธอไม่อาจขัดขืน...’ ติ๊ดดด….เวียงพิงค์กดปุ่ม Save และเตรียมส่งไฟล์งานให้ บก.หมวย ทันทีที่จบประโยคสุดท้าย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่ พลางถอดแว่นออกมาเช็ดช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ทอประกายแห่งชัยชนะนักเขียนนามปากกา มาดามสวาท หยิบสมุดบัญชีธนาคารใต้คีย์บอร์ดมาเปิดดู มันคือของสะสมที่มีค่าที่สุดในชีวิต ตัวเลขเจ็ดหลักเรียงรายกันอย่างสวยงาม เงินที่เธอแลกมาด้วยการ มโน ถึงความรักที่ร้อนแรงที่สุด ทั้งที่ชีวิตจริงของเธอนั้น... แห้งแล้งยิ่งกว่าทุ่งกุลาร้องไห้“อีก
“อึก... อ๊ะ... อื้มมม...”เสียงครางต่ำฟังไม่ได้ศัพท์ที่บรรยายผ่านหน้ากระดาษช่างดูเร่าร้อน ว่ากันว่าแม้แต่นักอ่านสายแข็งยังต้องหนีไปเปิดแอร์เพิ่ม ทว่าในความเป็นจริง... ‘เวียงพิงค์’ เจ้าของนามปากกา ‘มาดามสวาท’ นักเขียนนิยายอิโรติกอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์ม กำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งสภาพเยินๆ ในห้องเช่าที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องกระทบเลนส์แว่นถนอมสายตาของเธอเท่านั้นมือเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง บรรยายฉากเลิฟซีนบทที่ 25 อย่างถึงพริกถึงขิง ถึงแม้กำลังอยู่ในช่วงฉากกิจกรรมเข้าจังหวะ เวียงพิงค์กลับหยิบมาม่าคัพรสหมูสับที่เย็นชืดขึ้นมาซดโฮกอย่างหมดสภาพติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าบัญชีดังขึ้น เธอเหลือบตาไปดูตัวเลขดวงตาภายใต้กรอบแว่นก็พลันลุกวาว“ห้าหมื่นบาท... เดือนนี้ได้ตั้งห้ามื่น! กรี๊ดดดด!”เธอโยนตะเกียบทิ้งแล้วกระโดดโลดเต้นไปรอบห้อง สลัดคราบนักเขียนกามารมณ์ผู้เจนจัดทิ้งไป เหลือเพียงหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งลายการ์ตูนและกางเกงเจเจตัวเก่าย้วย ๆ ใครจะไปเชื่อว่านักอ่านส่วนใหญ่ต่างอวยยศว่าเป็น ‘กูรูตัวแม่’ และ ‘เจ้าแม่ประสบการณ์เสียว’ จะเ







