LOGINเมื่ออิสรภาพถูกริดรอนด้วยอำนาจแห่งขัตติยา เงินตราถูกนำมาต่อรองซื้อศักดิ์ศรีชาย ทวิภาคจึงเลือกใช้ความเย็นชาเข้าฟาดใส่ ตอบโต้ทุกวิถีทางอย่างซาตานไร้หัวใจ ราชาวดีจึงเป็นได้แค่เพียงเจ้าสาวที่แสนชัง… นิยายชุดนี้ มี 3 เรื่องนะคะ 1. เสน่หาอาญารัก 2. เจ้าบ่าวอสูร 3. มายาทมิฬ
View Moreพระราชวังสีทองอร่ามที่เด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทำให้ทวิภาคถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ มันกว้างใหญ่ไพศาลหาใครเทียม แถมอาณาเขตโดยรอบเกือบทั้งหมดยังเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ และอานิสงส์ของผืนป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้เขียวขจีก็ทำให้ความรู้สึกขุ่นเคืองใจหายไปหมดสิ้น เหลือไว้แต่ความร่มเย็นผ่อนคลาย
ชายหนุ่มไม่อาจจะบรรยายสิ่งที่เห็นออกมาเป็นคำพูดได้เลยว่ามันงดงามมากเพียงใด เพราะคำใดๆ ในโลกนี้คงเทียบกับความประณีตวิจิตรบรรจงที่ได้พบเห็นไม่ได้อีกแล้ว
“เชิญคุณทางนี้ค่ะ”
เสียงใสๆ ของนางกำนัลในชุดคล้ายๆ กับชาวไทยวน คาดอกด้วยผ้าสีน้ำเงินเข้ม ไหล่เปลือยถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีฟ้าอ่อน และสวมผ้าซิ่นสีพื้น ขณะที่ทรงผมถูกเกล้ามวยไว้กลางศีรษะมีดอกเอื้องแซมพองาม ช่วยกระชากเขาให้ออกจากความงดงามตรงหน้า
ชายหนุ่มได้สติ รีบเดินตามนางกำนัลเข้าไปในพระราชวังโอ่อ่านั้นอย่างรวดเร็ว แต่ระหว่างที่ก้าวเดินก็ยังอดสอดส่ายสายตาไปรอบๆ วังนี้ไม่ได้ และก็ได้เห็นผู้ชายวัยฉกรรจ์เปลือยอก นุ่งผ้าฝ้ายสีน้ำเงินสีเดียวกับผ้าคาดอกของนางกำนัลที่เดินอยู่เบื้องหน้า มีผ้าสีขาวคาดที่หน้าผาก มือถือดาบเดินเป็นแถวไปมาเป็นระเบียบ
นี่คงเป็นลักษณะการแต่งกายของคนในวังเชียงรุ้งล่ะมั้ง ทวิภาคคิดอยู่ภายในใจ เดินตามไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงห้องหนึ่งที่ถูกตกแต่งไว้อย่างวิจิตรงามตา บานประตูไม้ถูกแกะสลักด้วยลวดลายโบราณ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองนี้ เพราะเขาเห็นลายนี้มาเกือบตลอดทางที่เดินผ่านมา
“เชิญคุณพักผ่อนตามสบาย ขาดเหลืออะไรให้บอกข้าน้อยได้ ข้าน้อยจะรีบจัดหามาให้...”
หญิงสาวคนนั้นพูดเสียงอ่อนหวาน ก้มหน้าให้ด้วยความเคารพ ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่
ทวิภาคสำรวจภายในห้องพักของตนเองช้าๆ แล้วก็อดทึ่งไม่ได้ ห้องนี้กว้างขว้าง แถมถูกตกแต่งไว้อย่างงดงาม อ่อนช้อย ให้ความรู้สึกเหมือนกับหลงเข้าไปอยู่ในยุคของพวกไทลื้อไทยวนโบราณ แต่ในขณะเดียวกันเชียงรุ้งก็มีลักษณะเด่นของตัวเองไม่น้อย
“ฉันไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว เธอออกไปเถอะ”
“เพคะ...”
นางกำนัลรับคำเสียงอ่อนหวาน ย่อตัวลงถอนสายบัวให้อย่างเคารพ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวเองออกไปจากห้องอย่างเงียบกริบ
ทวิภาควางกระเป๋าเดินทางของตนเองลงกับพื้น ขณะเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักที่ตั้งอยู่ใกล้กับระเบียงที่ยื่นออกไปจากตัวห้อง สายตาคมกล้าจ้องมองผ่านระเบียงไม้ไปยังสวนสวยที่ถูกตัดแต่งอย่างดีด้วยความประณีต น้ำพุเล็กๆ ให้บรรยากาศเหมือนกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม
รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ขณะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ดวงตาเคลิ้บฝัน ลืมเรื่องทุกข์ร้อนไปจนหมดสิ้น ลืมไปแม้กระทั่งว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม และมาเพื่อใคร
ดวงตาคมกล้าค่อยๆ ปรือลงคล้ายกับกำลังถูกถ่วงด้วยหินก้อนใหญ่หลายก้อน และในที่สุดจิตของทวิภาคก็หลุดหลงเข้าไปสู่ภวังค์อันแสนสุข ผ่อนคลายที่สุดในชีวิต
“เขาชอบห้องที่หญิงเลือกให้หรือเปล่ามาลา...”
เสียงสดใสที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นร้องถามนางกำนัลที่ตนส่งให้ไปรับทวิภาคที่หน้าวังไปส่งที่ห้องพักทันทีเมื่อเห็นเดินเข้ามา
“ข้าน้อยดูเขาไม่ออกจริงๆ เพคะ เขาไม่พูดอะไร หน้าตาก็เรียบเฉย มองนู่นมองนั่นไปทั่วเพคะ” มาลาเอ่ยเสียงอ่อนหวาน ซึ่งเป็นลักษณะการพูดกันของคนในวังนี้
หญิงสาวสูงศักดิ์ในชุดเครื่องแต่งกายที่มีผ้าคาดอกสีแดงพันรอบอกสาวขาวผ่องเอาไว้ คลุมทับด้วยผ้าคลุมไหล่สีชมพูอ่อนปักดิ้นทอง และสวมผ้าซิ่นไหมยกดอกลำพูน ซึ่งผ้าซิ่นชนิดนี้จะทอไว้เฉพาะเจ้านายผู้สูงศักดิ์แห่งเมืองนี้เท่านั้น ขณะที่เส้นผมสีดำขลับถูกเกล้าเป็นมวยไว้กลางศีรษะ ปักด้วยดอกไม้ไหวงดงาม อ่อนช้อย เดินกลับไปกลับมาอย่างร้อนใจ
“อย่างนั้นหรือ... หญิงกลัวว่าเขาจะไม่ถูกใจจังเลยรสา”
ราชาวดีพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวของพระราชาสุขเกษมกับเจ้านางดารารัศมี หันไปพูดกับรสาคนสนิทด้วยสีหน้าเป็นกังวล
หญิงสาวงดงามล้ำเกินหญิงใดในแว่นแคว้นนี้ ความงามเลื่องลือระบือไกล เจ้าชายจากแคว้นต่างเมืองมาเจริญสัมพันธไมตรีด้วย แต่ก็ถูกองค์หญิงปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เพราะในพระหทัยของราชาวดีแล้ว หล่อนผูกใจรักใคร่อยู่กับหนุ่มไทยนามว่า ‘ทวิภาค’ เพียงคนเดียว
“อย่าทรงคิดมากเลยเพคะองค์หญิง ผู้ชายคนนั้นจะต้องพอใจกับสิ่งที่องค์หญิงได้เตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน เชื่อรสานะเพคะ”
ราชาวดีไม่ได้ตรัสออกมา แต่เดินไปเกาะขอบหน้าต่าง ชะเง้อมองไปยังตำหนักที่ตนเลือกให้กับทวิภาคตาละห้อย
อยากให้เขาพอใจจังเลย... สาวน้อยสูงศักดิ์รำพึงรำพันอยู่ภายในใจ
อุตส่าห์จัดห้องพักให้ตรงข้ามกัน เพื่อที่จะได้แอบมองยามที่เขาเดินออกมาสูดอากาศที่ระเบียงห้อง คิดว่าเขาจะชอบ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ทวิภาคไม่เอ่ยชม แถมยังไม่พูดอะไรทั้งนั้น
องค์หญิงสาวถอนใจออกมายืดยาว ก่อนจะหันมามองคนสนิท
“รสาจ๊ะ แล้วเย็นนี้หญิงจะทำยังไงดี เขาต้องมาทานข้าวกับหญิงในห้องอาหาร หญิงกลัวเขาโกรธจังเลย กลัวเขาจะมองหญิงไม่ดี... แต่หญิงอยากเจอเขา...”
รสามองเด็กสาวที่ตนเลี้ยงมากับมือด้วยความเห็นใจ ราชาวดีมอบใจให้กับทวิภาคมาตั้งแต่ตอนที่พ่อหนุ่มคนนั้นช่วยเหลือหล่อนครั้งที่ถูกลอบทำร้ายในเมืองไทย และตั้งแต่นั้นมาดวงตาขององค์หญิงผู้งดงามก็ไม่เคยมองใคร
“ถ้ายังไม่พร้อม เราก็เลื่อนการเผชิญหน้าออกไปก่อนดีไหมเพคะ องค์หญิงจะได้มีเวลาเตรียมใจ จะได้ไม่ทรงกังวล”
คำแนะนำของรสาก็ดีอยู่หรอก แต่มันเสียอยู่นิดเดียวก็คือ หล่อนจะไม่ได้เห็นหน้าทวิภาคอย่างที่ใจต้องการน่ะสิ
ไม่ได้ต้องคิดหาทางออก... คิดๆ ๆ ๆ คิดให้ออกนะราชาวดี หญิงสาวร้องสั่งตัวเองอยู่ภายในใจ เดินกลับไปกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า นานทีเดียว... ก่อนที่เจ้าหญิงคนงามจะฉีกยิ้ม และดีดนิ้วอย่างถูกใจออกมา
“หญิงคิดออกแล้ว...”
“องค์หญิงจะทำยังไงหรือเพคะ”
มาลาบังอาจถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้ แต่ก็ถูกรสามองตาดุๆ จนต้องก้มหน้ามองพื้น มาลีผู้เป็นเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะเบาๆ
“หญิงจะปลอมตัวเป็นมาลี แล้วให้มาลีมาเป็นหญิงแทน...”
“ไม่ได้นะเพคะ”
รสาร้องลั่น พอๆ กับมาลีที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความคิดแผลงๆ ของเจ้าหญิงสูงศักดิ์ที่ยืนทำหน้าตาจริงจังอยู่ตรงหน้า
“ได้สิจ๊ะรสา หญิงจะเป็นนางกำนัลไปดูแลเขาเอง...” ราชาวดียิ้มกริ่มกับความคิดที่ตัวเองคิดว่าเข้าท่าที่สุดของตนเอง
“ถ้าพระราชากับพระมเหสีทรงทราบเข้ามีหวังทั้งข้าน้อย ทั้งมาลีได้ถูกประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตรแน่ๆ เลยเพคะ” รสาพยายามอธิบาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออาญาบ้านเมือง
ราชาวดีเดินเข้ามาโอบกอดรสาอย่างประจบประแจง ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานเชื่อม จนคนแก่อย่างรสาอดใจอ่อนไม่ได้
“เจ้าพ่อกับเจ้าแม่ไม่อยู่สักหน่อย อีกตั้งเป็นอาทิตย์กว่าจะเสด็จกลับ น่านะ...รสา หญิงขอแค่ไม่กี่วันเอง ส่วนมาลีก็ให้แต่งเป็นหญิงยามที่ทวิภาคต้องการพบองค์หญิงราชาวดีแค่นั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรหรอกน่า เชื่อหญิงนะจ๊ะ...”
“แต่มาลีกลัวอาญาเพคะ เปลี่ยนเป็นมาลาไม่ได้หรือเพคะ” มาลีรีบโยนให้กับมาลา จนถูกเพื่อนตีแขนเบาๆ อย่างไม่ยอมเช่นกัน
“อย่าเอาฉันไปเกี่ยวข้องด้วยสิ มาลี...”
ราชาวดีระบายยิ้ม “ทวิภาคเห็นมาลาแล้วนี่จ๊ะ มาลีนั่นแหละเหมาะที่สุด นะถือว่าช่วยหญิงก็แล้วกัน นะจ๊ะ...” ยามที่เจ้าหญิงทรงออดอ้อนแบบนี้ทีไรไม่มีใครใจแข็งกับนางได้แม้แต่คนเดียว
มาลีสาวน้อยหน้าแป้นขาวเนียนนัยน์ตาเรียวเล็กจำต้องก้มหน้ารับคำบัญชาขององค์หญิงราชาวดีด้วยภาวะจำยอม
“องค์หญิงไม่ทรงมอบทางเลือกให้ข้าน้อยเลยนี่เพคะ”
“ขอบใจมาลีมากจ้ะ งั้นมาลีช่วยไปหาชุดนางกำนัลใหม่ๆ มาให้หญิงสักสองสามชุดนะจ๊ะ หญิงจะไปหาเขาในคราบนางกำนัลวันนี้เลย...”
“เพคะ องค์หญิง” มาลีก้มตัวถอนสายบัวงดงาม ก่อนจะรีบไปทำตามคำสั่งของเจ้านายทันที
ตอนอวสานเขาทำเสียงดุๆ ทั้งๆ ที่ลมหายใจขาดช่วงอย่างน่าสงสาร เมื่อสองมือของหล่อนกำรอบแก่นกายที่ใหญ่โตอลังการของเขาเอาไว้ พลางขยับขึ้นลงจนพ่อเจ้าประคุณสูดปากแรงๆ“ท่านพี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธหญิง...”หญิงสาวยังขยับมือไม่หยุด ทวิภาคเองก็ครางไม่หยุดเช่นกัน“อย่าคิดว่าทำอย่างนี้แล้ววดีจะชนะนะ”“ถ้าท่านพี่ไม่รับปากหญิงจะใช้อย่างอื่นแทนมือ... อาทิเช่น... ปากของหญิง...”แค่เพียงคำพูดของหล่อนก็ทำเอาเขาแทบแตกระเบิดออกมาแล้ว ชายหนุ่มกัดฟันแน่น พยายามควบคุมสถานการณ์เอาไว้อย่างสุดกำลัง แต่แม่คุณก็ขยันขยับมือเสียจริง นี่ถ้าเขาไม่ใช่คนแรกของเจ้าหล่อนล่ะก็ เขาคงคิดว่าหล่อนเป็นปรมาจารย์ทางด้านนี้ไปแล้วก็มือพลิ้วไหวจนเขาจะคลั่งตายแบบนี้...“โอเค... พี่สัญญาว่าจะไม่โกรธวดี... หยุดมือก่อนได้ไหม...”หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ตอนนี้รู้แล้วล่ะว่า ทวิภาคมีจุดอ่อนที่ตรงไหน “ท่านพี่พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”ทวิภาคกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยอารมณ์เจียนระเบิด “พี่ไม่ผิดคำพูดแน่นอน หยุดมือได้แล้ว ก่อนที่พี่จะอายขายหน้าวดี...” น้ำเสียงตอนท้ายนั้นเต็มไปด้วยการขอร้องราชาวดีหยุดมือ เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตัวโตที่อยู่
ตอนที่ 100.“ท่านพี่... เป็นท่านพี่ไปได้ยังไง... ในเมื่อ...”ทวิภาคระบายยิ้มอย่างเปี่ยมสุข ขณะรวบร่างอรชรเข้ามาแนบกาย ทุกส่วนแนบชิดกันอย่างไม่มีทางเลี่ยงจนซอกขาเริ่มอึดอัด“คิดว่าพี่จะยอมให้วดีเป็นของชายอื่นหรือไง...” น้ำเสียงนั้นมีความเคืองขุ่นแฝงอยู่ราชาวดีน้ำตาไหลพราก ซบหน้ากับแผ่นอกกว้างนิ่ง “หญิงไม่คิดว่าท่านพี่จะอยากมาที่นี่ หญิงคิดว่าท่านพี่เกลียดเชียงรุ้ง...”“พี่จะเกลียดเชียงรุ้งได้ยังไง... ในเมื่อพี่รักเจ้าหญิงแห่งเชียงรุ้งจนหมดหัวใจ แม้หญิงจะใจร้ายทิ้งพี่มาอย่างใจดำก็ตาม...”“หญิงขอโทษเพคะ แต่หญิงจำเป็นจริงๆ หญิงไม่คิดว่าท่านพี่จะยอมทิ้งเมืองไทยเพื่อหญิง ก็เลย...”“ก็เลยหนีมาคนเดียวใช่ไหม” เขาต่อให้อย่างไม่พอใจนัก“ทำไมไม่ถามพี่ก่อนล่ะ...”“หญิงถามท่านพี่แล้ว คืนนั้นก่อนที่หญิงจะจากมา แต่ท่านพี่ไม่ตอบ หญิงก็เลยคิดว่าท่านพี่คงไม่ยอมทิ้งเมืองไทยมาอยู่กับหญิงที่เชียงรุ้งแน่ หญิงก็เลยตัดสินใจจากมา...”ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตหน้าผากมนอย่างรักใคร่ “คนดีของพี่... พี่รักเธอขนาดนี้ ทำไมถึงจะไม่มาล่ะ แต่ตอนนั้นพี่แค่ขอเวลาคิดเท่านั้นเอง...”“หญิงขอโทษเพคะ คราวหน้าจะไม่ทำอีกแล้ว...”ทวิภ
ตอนที่ 99.มัวแต่โศกเศร้าจึงไม่เห็นร่างของอินทรายุธที่ปรากฏขึ้นภายในตำหนัก “ร้องไห้ในวันอภิเษกแบบนี้... มันไม่ดีนะน้องหญิง...”ราชาวดีรีบยกมือขึ้นป้ายน้ำตา ก่อนจะหันไปมอง และเมื่อเห็นว่าเป็นใคร หล่อนก็ฝืนยิ้มเศร้าๆ ออกมา“ท่านพี่นั่นเอง...”พูดกับอินทรายุธ แต่สายตากลมโตกลับเบิกกว้างเมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายของพี่ชายต่างสายเลือดเต็มตา และเจ้าอาการเหลือเชื่อของราชาวดีก็ทำให้อินทรายุธพูดออกมา“นี่มัลลิกา หรือน้องหญิงจะเรียกว่ามะลิก็ได้ นางเป็นว่าที่เจ้าสาวของพี่ เราจะแต่งงานกันหลังจากจบพิธีอภิเษกของน้องหญิงแล้ว...”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะองค์หญิงราชาวดี มะลิไม่คิดว่าจะเป็นคุณ...”มัลลิกาที่รู้เรื่องทุกอย่างแล้วเอ่ยขึ้น ตอนแรกที่หล่อนเห็นราชาวดีหล่อนก็ตกใจไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าองค์หญิงราชาวดีผู้สูงศักดิ์ จะเป็นสตรีคนเดียวกับผู้หญิงที่กอดกันนัวเนียอยู่กับทวิภาคเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา“หญิง... หญิงไม่คิดว่าพี่มะลิจะเป็นคนรักของท่านพี่ คิดว่า...”“คิดว่าเป็นคนรักกับทวิภาคใช่หรือเปล่าคะ” มัลลิการะบายยิ้มหวาน ก่อนจะสอดมือคล้องลำแขนกำยำของอินทรายุธเอาไว้อย่างหวงแหน“ผู้ชายท
ตอนที่ 98.“ท่านพ่อของพี่เอง ท่านพ่อเป็นคนสั่งฆ่าทุกคนในตำหนักเอื้องผึ้ง รวมทั้งฆ่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของพี่อย่างทารุณ และนี่ก็คือสาเหตุที่พี่ต้องไปเมืองไทย พี่ไปหาเงินเพื่อส่งมาให้กองกำลังของพี่ได้ใช้ในการซื้อเสบียงและอาวุธเพื่อต่อกรกับท่านพ่อ...”“นี่พี่ยุธอย่าบอกมะลินะว่าที่พี่จากมาก็เพราะ...”“ใช่... วันนั้นหลังเล่นคอนเสิร์ตจบ พี่ก็บึ่งรถมาที่ชายแดน และข้ามฝั่งมาเชียงรุ้งทันที จากนั้นก็ออกรบเพื่อยึดบัลลังก์ที่ท่านพ่อชิงไปจากน้องหญิงราชาวดีทันที...”แรงดิ้นรนหยุดชะงัก พร้อมๆ กับน้ำเสียงที่ถามด้วยความห่วงใย “แล้วพี่ยุธไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหมคะ”ชายหนุ่มระบายยิ้ม “แน่นอนร่างกายของพี่ไม่เจ็บปวดอะไร แต่หัวใจทรมานยิ่งนัก ยามที่ต้องทิ้งมะลิมาแบบนี้...”“พี่ยุธน่าจะพามะลิมาด้วย...”“มันอันตรายมาก และพี่ก็ไม่รู้ว่าการรบครั้งนี้ผลจะเป็นอย่างไร...”และแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของหล่อนก็สั่นสะเทือนเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาหาอย่างแม่นยำ เนิ่นนานกว่าเขาจะปล่อยให้กลีบปากของหล่อนเป็นอิสระ“พี่รักมะลินะครับ รักมาก...”ดวงตาของเขาหวานฉ่ำ จนหัวใจของมัลลิกาเบิกบานราวกับมีปีก คำว่ารักของเขาช่างหวานหูยิ่งน
reviews