LOGINสัปดาห์แห่งความบ้าคลั่งและสมรภูมิในห้องประชุมผ่านพ้นไปแล้ว
ตลอดห้าวันที่ผ่านมา ชนันภัทร์แทบจะกินนอนอยู่ที่ออฟฟิศ เขาและทีมงานรื้อโมเดลประเมินความเสี่ยงกลับมาทำใหม่ทั้งหมด อุดรอยรั่วทุกจุดที่ผู้เป็นพ่อและปวินเคยปรามาสเอาไว้ การนำเสนอในรอบถัดมาจบลงด้วยความเงียบกริบของคณะกรรมการ ไม่มีข้อกังขา ไม่มีคำวิจารณ์ แม้แต่ปวินก็ยังหาช่องโหว่โจมตีไม่ได้ ท่านประธานเพียงแค่พยักหน้ารับและอนุมัติโปรเจกต์ ถือเป็นคำชมที่หาได้ยากยิ่งจากคนเป็นพ่อ
สำหรับทาย นั่นคือชัยชนะที่งดงาม แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจที่สุดกลับไม่ใช่ความสำเร็จของงาน... แต่เป็นความรู้สึกโปร่งโล่งในใจที่ยังคงหลงเหลืออยู่ต่างหาก
เช้าวันเสาร์ที่แสงแดดสาดส่อง ทายยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวของเพนต์เฮาส์หรู ปกติแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ของเขาถ้าไม่หมดไปกับการตีกอล์ฟเพื่อคอนเน็กชันทางธุรกิจ ก็จะเป็นการหมกตัวอ่านรายงานสรุปผลประกอบการ แต่วันนี้เขาจงใจกากบาทตารางงานทุกอย่างทิ้ง ปฏิเสธนัดหมายสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนแวดวงสังคมไฮโซ และเลือกที่จะเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งที่แทบไม่เคยแตะต้อง
ชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปีละทิ้งชุดสูทสั่งตัดที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็ก หยิบเอาเสื้อยืดสีขาวเนื้อดีมาสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์สีเนวี่บลูที่ไม่ได้ติดกระดุม จับคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนม การแต่งกายที่ดูเรียบง่ายแต่มูลค่าเหยียบหลักแสนนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของรองประธานบริหารผู้เย็นชาถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ดูจับต้องได้และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย
ทายคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันเก่ง ขับออกจากคอนโดมิเนียมมุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าแห่งเดิมด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเบาสบายอย่างประหลาด... เขาเฝ้ารอเวลานี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ เฝ้ารอที่จะได้พบกับใครบางคน (หรือตัวอะไรบางอย่าง) ที่ทำให้โลกอันหนักอึ้งของเขาเบาหวิวลงได้ในพริบตา
ตัดมาที่อีกด้านหนึ่งของห้างสรรพสินค้า ภายในห้องพักพนักงานที่แคบและอุดอู้
ตุลยากรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะกำลังสวมชุดหมีสีขาวฟูฟ่อง สัปดาห์ที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไปสัมภาษณ์งานอีกสามบริษัท และผลลัพธ์ก็จบลงด้วยคำตอบแบบเดิมๆ... ‘คุณสมบัติของคุณดีมาก แต่บุคลิกภาพยังไม่ตรงกับภาพลักษณ์ที่องค์กรเรามองหา’
คำปฏิเสธเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงความมั่นใจของบัณฑิตจบใหม่ให้แหลกสลายลงไปทุกวัน ความกังวลเรื่องรูปร่างอวบอ้วนและแก้มกลมๆ ของตัวเองกลายเป็นเงาดำที่เกาะกินจิตใจ แต่ทันทีที่สองมือยกหัวไฟเบอร์กลาสรูปรอยยิ้มใจดีนั้นขึ้นมาสวมทับลงบนคอ... ตุลยากรคนขี้แพ้ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
เขากดล็อกกลอนประตูห้องพัก พ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาผ่านหน้ากาก แล้วก้าวเดินออกไปสู่โลกภายนอก
วินาทีที่ ‘สกู๊ปปี้แบร์’ ปรากฏตัวที่หน้าลานน้ำพุ บรรยากาศรอบข้างก็พลันสว่างไสวขึ้นทันตาเห็น สเต็ปเท้าป้อมๆ ที่ย่ำสลับซ้ายขวาและการโบกมือด้วยท่าทางทะเล้น เรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างง่ายดาย
ทายซึ่งเดินทางมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย กำลังยืนพิงราวระเบียงกระจกบนชั้นลอย มือหนึ่งถือแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็น นัยน์ตาสีเข้มทอดมองลงมายังลานกิจกรรมเบื้องล่าง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ เมื่อเห็นร่างกลมป้อมสีขาวเดินเตาะแตะออกมารับหน้าที่
ทายยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ และนั่นทำให้เขาได้เปิดโลกใบใหม่... โลกที่เรียกว่า ‘แฟนคลับมาสคอต’
เขาเห็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงผมเปียคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหามาสคอตหมี พร้อมกับยื่นถุงขนมเล็กๆ ให้
“น้องหมี! วันนี้เจเจ้ซื้อเยลลี่มาฝากด้วยน้า แต่ตอนนี้หนูกินไม่ได้ใช่มั้ยลูก เอาไปเก็บไว้หลังร้านนะ เจเจ้ตั้งใจเลือกมาเลย”
สกู๊ปปี้แบร์รับถุงเยลลี่มาถือไว้ด้วยสองอุ้งมือ ก่อนจะทำท่าส่ายสะโพกดุ๊กดิ๊กแล้วส่งมินิฮาร์ทให้รัวๆ จนเด็กสาวที่แทนตัวเองว่า ‘เจเจ้’ กรี๊ดกร๊าดด้วยความเอ็นดู
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีก็เดินเข้ามาลูบหัวไฟเบอร์กลาสของมาสคอตเบาๆ
“อุนยายปวดขาแต่วันนี้ก็มาหานะลูก น่ารักจังเลยหมีน้อยของอุนยาย วันนี้อากาศร้อน ทำงานสู้ๆ นะลูกนะ”
คราวนี้สกู๊ปปี้แบร์โค้งตัวลงต่ำอย่างนอบน้อม ทำท่าทางเหมือนกำลังบีบนวดไหล่ให้อุนยายทิพย์ของตัวเองอย่างประจบประแจง เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ทายมองภาพเหล่านั้นด้วยความสนใจ เขารู้สึกทึ่งที่มาสคอตตัวหนึ่งสามารถสร้างความผูกพันและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้คนได้มากขนาดนี้ สรรพนามน่ารักๆ อย่าง ‘เจเจ้’ หรือ ‘อุนยาย’ ที่แฟนคลับใช้เรียกแทนตัวเองเพื่อแสดงความเอ็นดูต่อน้องหมี มันสะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่นที่ไร้เงื่อนไข... แบบเดียวกับที่เขาได้รับเมื่อสัปดาห์ก่อน
ชายหนุ่มดื่มด่ำกับภาพตรงหน้าจนกระทั่งเห็นว่าผู้คนเริ่มซาลง และใกล้จะถึงเวลาพักเบรกของมาสคอต ทายจึงทิ้งแก้วกาแฟลงถังขยะ จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเดินก้าวลงบันไดเลื่อนมุ่งหน้าไปยังลานน้ำพุ
ทางด้านสกู๊ปปี้แบร์ที่เพิ่งส่งกลุ่มเด็กอนุบาลกลับไปสู่อ้อมอกผู้ปกครองเสร็จ ตุลกำลังยืนพักหอบหายใจอยู่ใต้หน้ากาก อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวกว่าปกติ เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นจากขมับลงมาตามลำคอ เขาเตรียมจะหันหลังกลับเข้าห้องพักพนักงาน แต่ว่าหางตาผ่านช่องตาข่ายกลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา
ตุลชะงักฝีเท้า... จำผู้ชายคนนี้ได้ในทันที!
ผู้ชายที่แผ่รังสีความกดดันและมีดวงตาแดงก่ำราวกับโลกกำลังจะแตกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่วันนี้ ชายตรงหน้ากลับดูราวกับเป็นคนละคน รังสีความมืดมนถูกแทนที่ด้วยความสว่างไสว เสื้อเชิ้ตสีเนวี่บลูขับเน้นให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยตึงเครียดบัดนี้ผ่อนคลายและประดับไปด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
ตุลเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้พกพาดาเมจความหล่อเหลาระดับทำลายล้างสูงมาก ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนววูดดี้ลอยมาเตะจมูก ตุลก็ยิ่งรู้สึกว่าอุณหภูมิในชุดหมีมันร้อนระอุขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
ทายหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสกู๊ปปี้แบร์ ทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นการคุกคาม นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองก้อนขนสีขาวตรงหน้าด้วยประกายความอ่อนโยนที่แทบจะไม่เคยใช้กับใครในชีวิตการทำงาน
“เหนื่อยไหมครับ วันนี้คนเยอะเชียว” ทายเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล
ตุลใต้หน้ากากกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะส่ายหัวไฟเบอร์กลาสไปมาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘ไม่เหนื่อย’
“ผมแวะมาอุดหนุนน่ะ...” ทายชูไอศกรีมโคนรสสตรอว์เบอร์รีที่เพิ่งซื้อจากหน้าร้านขึ้นมาให้ดู ซึ่งมันบังเอิญสีเหมือนกับหมวกบนหัวของสกู๊ปปี้แบร์เป๊ะ “และก็... ตั้งใจมาขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย”
ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในช่องตาข่ายสีดำ คล้ายกับพยายามจะสื่อสารกับคนที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“พอดีสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่แย่มากๆ มา... แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะกำลังใจจากคุณ... ขอบคุณมากนะ”
แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ตุลก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจที่ส่งผ่านมากับคำพูดนั้น หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวจากการตกสัมภาษณ์งานของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง ความรู้สึกที่ว่าตัวเอง ‘มีประโยชน์’ และสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ มันช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน สกู๊ปปี้แบร์ยกอุ้งมือทั้งสองข้างขึ้นมาตบแปะๆ เข้าหากันแบบไร้เสียง เป็นการปรบมือแสดงความยินดีที่ลูกค้าคนพิเศษสามารถผ่านเรื่องแย่ๆ มาได้
ทายหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางน่ารักนั้น แววตาของเขาพราวระยับขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองแอบสังเกตการณ์อยู่บนชั้นลอยเมื่อครู่
“เมื่อกี้ผมยืนดูอยู่ข้างบนตั้งนาน...” ทายก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ร่างสูง 182 เซนติเมตรก้มหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับหน้ากากหมี “เห็นมีคนเอาขนมมาให้คุณเต็มเลย แถมยังมีคนเรียกตัวเองว่า ‘เจเจ้’ บ้าง ‘อุนยาย’ บ้าง... แฟนคลับคุณเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”
สกู๊ปปี้แบร์ยกอุ้งมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ทำท่าทีเขินอายตามบทบาทมาสคอตแสนรู้ ทว่าคนข้างในกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ จากน้ำเสียงทุ้มที่เริ่มติดจะหยอกล้อของชายตรงหน้า
ทายเอียงคอเล็กน้อย ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นลักยิ้มจางๆ ที่ข้างแก้ม เสียงทุ้มต่ำถูกปรับให้เบาลงและนุ่มนวลขึ้นจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน
“ในเมื่อคนอื่นเขาเป็นเจเจ้ เป็นอุนยายกันหมดแล้ว...” ชายหนุ่มจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาข่ายสีดำ “งั้นผู้ชายหน้าตาแบบผม... ขอเป็น ‘เกอเกอ’ ของน้องหมีบ้าง... ได้ไหมครับ?”
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจของตุลยากรกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะทะลุอกออกมาเต้นระบำข้างนอก
สมองของบัณฑิตจบใหม่ขาวโพลนไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านจนใบหน้ากลมๆ แดงเถือกไปจนถึงใบหู ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างชนิดที่ระบบระบายอากาศของชุดก็เอาไม่อยู่
เกอเกอ... คำศัพท์ภาษาจีนที่แปลว่าพี่ชาย แต่สรรพนามนี้เมื่อหลุดออกมาจากปากของผู้ชายอายุยี่สิบแปดปีที่ดูภูมิฐาน หล่อเหลา และเพอร์เฟกต์ไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว มันกลับกลายเป็นคำที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างคาดไม่ถึง! มันไม่ได้ดูตลกหรือพยายามยัดเยียดตัวเองเข้าด้อมแฟนคลับ แต่มันกลับฟังดูออดอ้อน นุ่มนวล และพังทลายกำแพงความต้านทานทุกอย่างจนหมดสิ้น
ตุลยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน ทำตัวไม่ถูก มือไม้ที่สวมถุงมือหนาเตอะสั่นน้อยๆ เขาเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ ประสบการณ์ความรักก็แทบจะเป็นศูนย์ จู่ๆ โดนผู้ชายที่ดูโตกว่าและมีเสน่ห์ล้นเหลือมาประกาศตัวขอเป็นแฟนคลับพร้อมสรรพนามชวนใจสั่นแบบนี้ ใครมันจะไปรับมือไหว!
ทายเห็นมาสคอตตรงหน้ายืนนิ่งเงียบไปก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำน้ำเสียงตัดพ้ออย่างแนบเนียน
“ว่าไงครับ? นิ่งไปเลย... หรือว่าไม่อนุญาต?” ทายยกไอศกรีมในมือขึ้นมาแกว่งเบาๆ “เกอเกออุดหนุนไอติมมาด้วยนะ... ไม่ให้เกอเกอเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของน้องหมีจริงๆ เหรอ?”
โดนตก... โดนตกเข้าเต็มเปา!
ตุลยากรกรีดร้องในใจ เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความเขินอาย ตามกฎเหล็กแล้วเขาไม่สามารถส่งเสียงพูดโต้ตอบหรือปฏิเสธลูกค้าได้ และในฐานะมาสคอตที่ต้องมอบความสุข หน้าที่ของเขาคือการ ‘ตามใจ’ และเล่นตามน้ำไปกับจินตนาการของผู้คน
พ่ายแพ้... ตุลพ่ายแพ้ให้กับดาเมจของลูกค้าคนนี้อย่างราบคาบ
ก้อนขนสีขาวค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้าหงึกหงักเป็นการอนุญาต ก่อนที่ตุลจะสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี สวมวิญญาณมาสคอตขี้อ้อนแบบเต็มสูบ เขายกอุ้งมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันใต้คาง เอียงคอทำองศาน่ารักที่สุดเท่าที่โครงไฟเบอร์กลาสจะเอื้ออำนวย แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปถูไถหัวโตๆ ของตัวเองเข้ากับท่อนแขนแกร่งของ ‘เกอเกอ’ ป้ายแดงอย่างออดอ้อน
มันเป็นท่าทางแฟนเซอร์วิสขั้นสุดที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อเอาใจผู้ชายคนนี้โดยเฉพาะ
ทายชะงักไปชั่วครู่กับปฏิกิริยาตอบรับที่น่ารักเกินคาดนั้น ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนลงอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกเอ็นดูเอ่อล้นทะลักจนเขาเผลอยกมือข้างที่ว่างขึ้นมา แล้ววางแหมะลงบนหัวไฟเบอร์กลาสของมาสคอต ลูบไล้เส้นขนสีขาวนุ่มฟูนั้นเบาๆ อย่างทะนุถนอม
“เด็กดี...” ทายพึมพำเสียงนุ่ม
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นๆ ที่ส่งผ่านหน้ากากลงมา แม้จะไม่ถึงผิวเนื้อ แต่ประโยคสั้นๆ นั้นก็ทรงพลังพอที่จะทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
ตุลยากรยืนนิ่งปล่อยให้เกอเกอลูบหัวอยู่แบบนั้น ภายในใจเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะนุ่มฟู เขาเริ่มตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่า... ลูกค้าคนนี้ไม่เหมือนใคร และการรับมือกับ ‘เกอเกอ’ คนนี้ คงจะเป็นภารกิจที่ท้าทายหัวใจ (และอันตรายต่อความรู้สึก) มากกว่าการรับมือกับเด็กอนุบาลทั้งโรงเรียนรวมกันเสียอีก!
หลังจากเหตุการณ์ลูบหัวอันแสนจะอุกอาจ (ต่อหัวใจ) ผ่านพ้นไป ตุลก็พยายามดึงสติสัมปชัญญะที่แตกกระเจิงของตัวเองให้กลับเข้ารูปเข้ารอย สกู๊ปปี้แบร์ผละออกจากท่อนแขนแกร่ง โค้งตัวให้อีกฝ่าย แล้วรีบหมุนตัวหันหลังเดินเตาะแตะหนีกลับไปยืนประจำการที่หน้าร้านไอศกรีมทันที แสร้งทำเป็นยุ่งวุ่นวายกับการโบกมือเรียกลูกค้าคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
ทายมองตามแผ่นหลังตุ้ยนุ้ยที่เดินหนีไปอย่างรวดเร็วนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูที่ยังไม่จางหายไปจากริมฝีปาก ชายหนุ่มไม่ได้เดินตามไปเซ้าซี้ให้มาสคอตตัวกลมต้องอึดอัด เขาเลือกที่จะเดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้บิลต์อินตัวเดิม ตัวเดียวกับที่เขาเคยนั่งหมดอาลัยตายอยากเมื่อสัปดาห์ก่อน
ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มยกขึ้นไขว่ห้าง แผ่นหลังกว้างพิงพนักอย่างผ่อนคลาย ทายจัดการกัดกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีในมือไปพลาง ทอดสายตามองดูการทำงานของสกู๊ปปี้แบร์ไปพลาง ราวกับว่าการนั่งมองมาสคอตเต้นแร้งเต้นกาคือกิจกรรมยามว่างที่น่าอภิรมย์ที่สุดในโลก
และนั่นแหละ... คือปัญหาใหญ่ของตุล!
ตลอดระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงหลังจากนั้น ไม่ว่าตุลจะขยับตัวไปทางไหน โยกย้ายส่ายสะโพกท่าอะไร หรือรับมือกับเด็กๆ แก่นเซี้ยวแค่ไหน ทุกอากัปกิริยาของเขาล้วนตกอยู่ในสายตาคมกริบของ ‘เกอเกอ’ ป้ายแดงที่นั่งปักหลักอยู่บนม้านั่งไม่ยอมลุกไปไหนเสียที!
แม้จะมองผ่านช่องตาข่ายสีดำที่ทำให้วิสัยทัศน์แคบลง แต่ตุลก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่สายตาจับผิดหรือคุกคาม แต่มันคือสายตาของคนที่กำลัง ‘เฝ้ามองด้วยความเอ็นดู’ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้คนถูกมองทำตัวไม่ถูก
‘ทำไมเขาไม่ไปเดินช็อปปิง ดูหนัง หรือไปกินข้าวล่ะโว้ย! มานั่งจ้องหมีทำไมตั้งสองชั่วโมง!’
ตุลโอดครวญในใจ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไม่ใช่แค่เพราะความร้อนในชุด แต่เพราะความกดดันที่ถูกคนหล่อระดับพระเอกหนังมานั่งจ้องตาไม่กะพริบ
แต่ถึงจะบ่นในใจแบบนั้น ตุลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น มันทำให้เขามีพลังในการทำงานมากขึ้นอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่เขาทำท่าทางตลกๆ แล้วเด็กๆ หัวเราะ ตุลจะเผลอปรายตามองไปที่ม้านั่ง และเขาก็มักจะเห็นชายหนุ่มคนนั้นส่งยิ้มบางๆ กลับมาให้เสมอ ราวกับกำลังบอกว่า ‘เก่งมาก’
ในระหว่างที่ตุลกำลังยืนแจกลูกโป่งให้เด็กๆ อยู่นั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เด็กชายวัยประถมปลายสองคนที่กำลังวิ่งไล่จับกันอย่างคึกคะนอง วิ่งหลบผู้คนมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะสะดุดขาตัวเองแล้วพุ่งถลาเข้าชนร่างตุ้ยนุ้ยของสกู๊ปปี้แบร์อย่างจัง!
“เฮ้ย!”
เด็กชายร้องลั่น ขณะที่ตุลซึ่งไม่ทันตั้งตัวถูกแรงกระแทกนั้นชนจนเสียหลัก ร่างหนักอึ้งของมาสคอตหมีขาวเซถลาไปด้านหลัง โครงไฟเบอร์กลาสและหมวกไอศกรีมบนหัวเหวี่ยงไปตามแรงโน้มถ่วง ตุลหลับตาปี๋เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการก้นจ้ำเบ้าพื้นห้าง
แต่ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เคยมาถึง
หมับ!
วงแขนแกร่งของใครบางคนสอดเข้ามารองรับแผ่นหลังหนาเตอะของชุดมาสคอตเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากนั้นหนักพอสมควร แต่คนรับกลับยืนหยัดได้อย่างมั่นคงราวกับหินผา ตุลลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ หันขวับไปมองผู้ช่วยชีวิต และพบว่าเป็นชนันภัทร์ที่พุ่งพรวดมาจากม้านั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
“ระวังหน่อยสิครับน้อง วิ่งเล่นในห้างแบบนี้ถ้าชนคนอื่นบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง”
น้ำเสียงทุ้มที่เคยนุ่มนวลบัดนี้กดต่ำและเฉียบขาดจนติดจะดุ แววตาคมกริบของทายตวัดมองเด็กชายสองคนที่วิ่งชนจนทั้งคู่หน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยมาสคอตและชายหนุ่มหน้าดุกันยกใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในฝูงชน
เมื่อเห็นว่าเด็กๆ ปลอดภัยและหนีไปแล้ว ทายก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ เขาหันกลับมามองก้อนขนสีขาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองร่างตุ้ยนุ้ยนั้นให้กลับมายืนทรงตัวได้ตามปกติ
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ทายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แววตาดุๆ เมื่อครู่เปลี่ยนกลับมาเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที
ตุลส่ายหัวรัวๆ จนหมวกไอศกรีมแทบหลุด หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงกว่าตอนที่โดนเด็กวิ่งชนเสียอีก
เมื่อกี้... ผู้ชายคนนี้พุ่งมารับเขาไว้อย่างกับพระเอกขี่ม้าขาว แถมยังดุเด็กพวกนั้นเพื่อปกป้องเขาอีก! ตลอดชีวิตยี่สิบกว่าปีของตุลยากร เขาเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลตัวเองมาตลอด ไม่เคยมีใครมาคอยกางปีกปกป้องหรือออกโรงแทนเขาแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือใหญ่ที่ยังคงประคองอยู่ที่ช่วงเอว (แม้จะผ่านความหนาของชุดฟองน้ำ) ทำเอาตุลแทบจะหลอมละลายกลายเป็นไอศกรีมเหลวๆ อยู่ตรงนั้น
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ทีหลังก็ระวังตัวด้วยล่ะ หุ่นกลมๆ แบบนี้ล้มไปลุกยากนะรู้ไหม” ทายพูดยิ้มๆ ก่อนจะยอมละมือออกจากเอวหนาของมาสคอต
สกู๊ปปี้แบร์รีบพยักหน้ารับคำ โค้งตัวลงเป็นการขอบคุณชุดใหญ่ ทายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโบรชัวร์โปรโมชันร้านไอศกรีมที่วางอยู่บนสแตนด์ใกล้ๆ มาถือไว้ แล้วเริ่มพัดวีไปที่บริเวณหน้ากากหมีของตุลเบาๆ
“อากาศข้างในคงร้อนน่าดูเลยใช่ไหม เหงื่อตกหมดแล้วมั้งเนี่ย”
ลมเย็นๆ จากกระดาษโบรชัวร์ที่อีกฝ่ายพัดให้ ปะทะเข้ากับช่องระบายอากาศตรงรอยยิ้มของหน้ากาก แม้จะไม่ได้เย็นฉ่ำเหมือนพัดลมแอร์ แต่มันกลับทำให้คนที่อยู่ข้างในรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
ตุลมองภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวดูแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่กลับมายืนพัดกระดาษโบรชัวร์ให้มาสคอตหมีอย่างไม่ถือตัว ผู้คนรอบข้างเริ่มมองมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายความน่ารักของ ‘เกอเกอ’ กับน้องหมี
ความรู้สึกอึดอัดปนกระอักกระอ่วนในตอนแรกเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด
แต่ในขณะเดียวกัน... ท่ามกลางความรู้สึกดีๆ เหล่านั้น เงาดำแห่งความกังวลก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของตุลอย่างเงียบเชียบ
‘เขาใจดีกับแกเพราะแกคือสกู๊ปปี้แบร์นะไอ้ตุล... ไม่ใช่เพราะแกคือตุลยากร’
เสียงเตือนสติตัวเองดังก้องขึ้นในหัว ตุลมองลอดช่องตาข่ายออกไปสบตากับทาย นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเพียงภาพของหมีขาวตัวอ้วนกลมที่แสนน่ารัก ไม่มีภาพของผู้ชายหุ่นอวบระยะสุดท้าย แก้มกลมเป็นซาลาเปา และกำลังตกงานอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย
ทายไม่ได้ตกหลุมรักหรือเอ็นดูตัวตนที่แท้จริงของเขา ทายเอ็นดู ‘สัญลักษณ์’ ของความสุขที่เขาสวมใส่อยู่ต่างหาก
ความคิดนั้นทำให้รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากค่อยๆ หุบลง ตุลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนหลอกลวง เขากำลังรับเอาความรู้สึกดีๆ จากผู้ชายคนนี้มา โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าภายใต้ความน่ารักไร้เดียงสานี้ คือผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง
และที่สำคัญที่สุด... สัญญาจ้างงานที่เขาระบุไว้ชัดเจนว่า ‘ห้ามเปิดเผยตัวตน’ มันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดไม่ให้เขาสามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกแห่งจินตนาการกับโลกแห่งความเป็นจริงไปได้
ไม่ว่าเขาจะรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้แค่ไหน ‘เกอเกอ’ ก็จะไม่มีวันได้รู้จัก ‘ไอ้ตุ่น’ อยู่ดี
“น้องหมี”
เสียงเรียกของทายดึงตุลให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดอันหม่นหมอง สกู๊ปปี้แบร์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก
“เกอเกอต้องกลับแล้วนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วนต้องไปเคลียร์นิดหน่อย” ทายพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว “วันนี้เก่งมากเลยนะที่สร้างรอยยิ้มให้คนอื่นได้เยอะขนาดนี้... แต่อย่ามัวแต่ห่วงคนอื่นจนลืมพักผ่อนล่ะ เข้าใจไหม?”
สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย ทายยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะเอื้อมมือมาวางแหมะลงบนหัวไฟเบอร์กลาสอีกครั้ง ลูบมันเบาๆ สองสามทีอย่างหมั่นเขี้ยว
“เสาร์หน้า... ถ้าเกอเกอแวะมาหาอีก จะยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหม?” ทายถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
ตุลเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์สมมตินี้มันอันตรายต่อหัวใจแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจต้านทานสายตาเว้าวอนของอีกฝ่ายได้เลย สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้าขึ้นลงแรงๆ เป็นการยืนยันคำสัญญา
“ดีมากครับ... แล้วเจอกันสัปดาห์หน้านะ น้องหมีของเกอเกอ”
ทายทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังแทบจะล้มทั้งยืน ก่อนที่ชายหนุ่มจะหมุนตัวเดินจากไป แผ่นหลังกว้างนั้นค่อยๆ กลืนหายไปในฝูงชน ทิ้งให้มาสคอตหมีขาวยืนจับหัวตัวเองตรงจุดที่เพิ่งถูกลูบไปเมื่อครู่ ด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะระเบิดออกมา
เวลาสองทุ่มครึ่ง ห้างสรรพสินค้าประกาศแจ้งเตือนเวลาปิดทำการ
ภายในห้องพักพนักงานที่เงียบสงัด ตุลยากรจัดการถอดหัวไฟเบอร์กลาสใบใหญ่ออกวางลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อยืดแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ เผยให้เห็นทรวดทรงอวบอัดและหน้าท้องที่ไม่ได้แบนราบเหมือนนายแบบในนิตยสาร
ตุลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติก หอบหายใจโกยเอาอากาศเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศเข้าปอด เขายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกลู่ให้พ้นหน้าผาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานเล็กบนผนัง
ภาพที่เห็นคือผู้ชายผิวขาวจัดที่มีใบหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ แดงปลั่งจากความร้อน ขอบตาคล้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องหางาน รูปร่างที่ค่อนไปทางอวบอ้วนทำให้เขาดูไม่สง่างามเอาเสียเลย
มันช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของ ‘สกู๊ปปี้แบร์’ ที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูอย่างสิ้นเชิง
ตุลยกมือข้างขวาขึ้นมา... ค่อยๆ แตะลงบนกลุ่มผมของตัวเองในตำแหน่งเดียวกับที่ทายเคยวางมือลงบนหัวมาสคอต สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือใหญ่นั้นราวกับยังคงตราตรึงอยู่ไม่จางหาย
เขาหลับตาลง นึกถึงรอยยิ้ม นึกถึงน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘เกอเกอ’ และเรียกเขาว่า ‘น้องหมี’ ความรู้สึกหวานล้ำแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน เป็นความอบอุ่นที่ทำให้เขาอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนั้น
แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงในกระจก ความหวานล้ำนั้นก็ถูกเจือปนด้วยความขมขื่น
“เขาไม่ได้ชอบมึงหรอกไอ้ตุล...” ตุลพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก “เขาชอบความน่ารักของชุดนี้ต่างหาก ถ้าเขาเห็นว่าคนที่อยู่ข้างในคือไอ้อ้วนตุ้ยนุ้ยที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างแบบมึง... เขาคงจะผิดหวังน่าดู”
ความไม่มั่นใจในตัวเองที่สั่งสมมานานตอกย้ำให้เขาสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ตุลบอกตัวเองว่าเขาไม่สิทธิ์ไปคาดหวังอะไรจากความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ เขาเป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์ที่สวมบทบาทเป็นมาสคอต ส่วนทายคือลูกค้าวีไอพีที่เข้ามาหาความสบายใจชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อหมดเวลาหน้าที่ เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องถอดชุดนี้ออก... ทุกอย่างก็จะจบลง
ตุลถอนหายใจยาวเหยียด สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เขาจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดลำลอง หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง ก่อนจะเดินออกจากห้องพักพนักงานไป
แม้จะพยายามบอกตัวเองให้หยุดเพ้อเจ้อและกลับมาอยู่กับความเป็นจริง แต่ลึกๆ ในใจของตุลยากรกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... เขาเองก็กำลังเฝ้ารอให้ถึงวันเสาร์หน้าอย่างใจจดใจจ่อ ไม่แพ้ ‘เกอเกอ’ คนนั้นเลยแม้แต่น้อย.
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องลั่นในเช้าวันพฤหัสบดี ทำเอาคนที่กำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้ง ตุลยากรรีบควานหาโทรศัพท์ที่ถูกสุมอยู่ใต้กองเอกสารเรซูเม่ ทันทีที่เห็นเบอร์แปลกโชว์หราบนหน้าจอ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างมีความหวัง“สวัสดีครับ ตุลยากรพูดครับ”(สวัสดีค่ะ ติดต่อจากฝ่ายบุคคลบริษัท อินฟินิตี้ เวลธ์ นะคะ) น้ำเสียงสุภาพและเป็นทางการจากปลายสาย ทำเอาตุลแทบจะกลั้นหายใจ (ทางเราขอแจ้งผลการสัมภาษณ์งานเมื่อวันก่อนค่ะ คุณตุลยากรผ่านการพิจารณานะคะ ทางบริษัทตกลงรับคุณเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์การลงทุนค่ะ)“ผ... ผ่านเหรอครับ! รับผมเข้าทำงานแล้วจริงๆ เหรอครับ!” ตุลเผลอตะโกนออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเองแล้วลดเสียงลง “ขะ... ขอโทษครับ ยินดีครับ ผมพร้อมเริ่มงานเลยครับ!”(ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ทีมนะคะ คุณตุลยากรสามารถเริ่มงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนหน้าเป็นต้นไปค่ะ เวลาปฏิบัติงานคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ แปดโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็นนะคะ เดี๋ยวทางเราจะส่งรายละเอียดสัญญาจ้างและสวัสดิการไปให้ทางอีเมลค่ะ)หลังจากวางสาย ตุลยากรก็กระโดด
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนเก่าเข้ามาภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ของหอพัก ตุลยากรตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยความพิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยทำมา เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกรีดจนเรียบกริบไร้รอยยับ จับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อสูทตัวเก่งที่แม้จะไม่ได้มาจากแบรนด์เนมหรูหรา แต่มันก็เป็นชุดที่ดูสุภาพและให้เกียรติสถานที่มากที่สุดเท่าที่บัณฑิตตกงานอย่างเขาจะหามาได้ตุลยืนอยู่หน้ากระจกบานยาว สำรวจภาพสะท้อนของตัวเอง ชายหนุ่มรูปร่างอวบในชุดสูทที่ค่อนข้างตึงบริเวณหน้าท้อง ใบหน้ากลมๆ แว่นตากรอบหนา และทรงผมที่ถูกเซ็ตให้ดูเป็นทรงอย่างเรียบง่าย... ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็ดูเป็นแค่เด็กจบใหม่ธรรมดาๆ ที่เดินชนได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และมักจะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเสมอความไม่มั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นในอก อาการประหม่าก่อนการสัมภาษณ์งานครั้งสำคัญกำลังจะเล่นงานเขาทว่า... เมื่อตุลละสายตาจากกระจก และมองไปยังโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กข้างเตียงนอนกล่องสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กจากโรงแรมห้าดาวที่ถูกกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง วางเคียงคู่กับการ์ดกระดาษแข็งสีครีม
แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเหนื่อยล้า ตัดกับความมืดมิดของลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้า ชนันภัทร์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปิดพื้นที่บนโต๊ะหินขัดให้ ‘ก้อนขนสีขาว’ ได้ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆทายไม่ได้คาดหวังให้สกู๊ปปี้แบร์เข้าใจตัวเลขยิบย่อยหรือกราฟที่ดิ่งลงเหวบนหน้าจอหรอก เขาเพียงแค่ต้องการใครสักคน... หรืออะไรสักอย่างที่รับฟังเขาโดยไม่ตัดสิน เพื่อระบายความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาเท่านั้น“เกอเกอกำลังเจอปัญหาใหญ่น่ะ...” ทายเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่กราฟเส้นสีแดงที่ดิ่งพสุธา “หนูเห็นเส้นสีแดงนี่ไหม มันคือกองทุนที่เกอเกอดูแลอยู่ จู่ๆ มูลค่ามันก็ร่วงเอาๆ ตั้งแต่เช้าเมื่อวาน ร่วงจนเงินหายไปหลายร้อยล้านในเวลาไม่กี่ชั่วโมง”ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง “เกอเกอกับทีมงานนั่งหาต้นตอมาทั้งวัน เราดูกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ดูความผันผวนของตลาด แต่ทุกอย่างมันปกติไปหมด... มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นจงใจทุบหม้อข้าวเกอเกอ และถ้าเกอเกอหาคำตอบไม่ได้ภายในวันพุธนี้... เกอเกอคงโดนไล่ออกจากโปรเจกต์ และโดนคนที่บ้านเหยียบจมดินแน่ๆ”ทายเอ
ความสำเร็จในโลกธุรกิจนั้นหอมหวาน ทว่ามันก็เปราะบางและมีอายุขัยสั้นยิ่งกว่าแมลงชีปะขาวชนันภัทร์ อัศววัฒน์สกุล เพิ่งจะได้ลิ้มรสความโปร่งโล่งจากการพรีเซนต์โมเดลความเสี่ยงผ่านบอร์ดบริหารไปได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว พายุลูกใหม่ที่รุนแรงและบ้าคลั่งกว่าเดิมก็พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัวเช้าวันศุกร์ที่ควรจะเป็นวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์อันเงียบสงบ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของรองประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้ากลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและแรงจนผิดวิสัย“บอสครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”‘กฤต’ หัวหน้าทีมนักวิเคราะห์การลงทุนผลักประตูพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าของชายวัยสามสิบต้นๆ ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผมทั้งที่แอร์ในห้องเย็นเฉียบ ในมือของเขากำแท็บเล็ตแน่นจนข้อขาวทายละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะ ขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิท “มีอะไรครับพี่กฤต ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ พูด”“กองทุน AG Growth Fund ของเราครับบอส...” กฤตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะตรงหน้าทายแล้วเลื่อนหน้าจอให้ดู “มูลค่า NAV (Net Asset Value) ร่วงลงอย่างหนักต
เช้าวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ หลังร้านไอศกรีมสาขาใหญ่ในห้างสรรพสินค้าตุลยากรในชุดเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งกำลังยืนง่วนอยู่กับการจัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ภายในห้องพักพนักงาน วันนี้เขามาถึงก่อนเวลาเริ่มงานเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของการจราจร เด็กหนุ่มเปิดตู้ล็อกเกอร์ เก็บกระเป๋าเป้ใบเก่งเข้าที่ ก่อนจะหันไปเช็กสภาพหัวไฟเบอร์กลาสของสกู๊ปปี้แบร์ว่ามีรอยเปื้อนหรือจุดชำรุดตรงไหนหรือไม่“พี่ตุล! มาเช้าจังเลย”เสียงใสแจ๋วที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา ‘มิ้นท์’ พนักงานพาร์ตไทม์สาววัยนักศึกษา ก้าวเข้ามาในห้องพักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้เธอรวบผมหางม้าผูกโบสีชมพูดูน่ารักสมวัย ในมือเล็กๆ ทั้งสองข้างถือถุงพลาสติกที่ส่งกลิ่นหอมฉุยของอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก“อ้าว มิ้นท์ มาเช้าเหมือนกันนี่” ตุลหันไปยิ้มทักทายเพื่อนร่วมงานสาวอย่างเป็นมิตร“ก็ตั้งใจมาเช้านี่แหละ” มิ้นท์เดินตรงดิ่งเข้ามาหา ชูถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งเจ้าดังประจำซอยหน้าห้างขึ้นตรงหน้าเด็กหนุ่ม “มิ้นท์ซื้อหมูปิ้งเจ้าอร่อยมาฝาก เห็นพี่ตุลชอบมาเช้าๆ แล้วไม่ค่อยยอมกิ
เวลาสามสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหกสำหรับตุลยากรแล้ว ชีวิตในวันธรรมดาของเขายังคงวนเวียนอยู่ในลูปเดิมๆ ที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายและบั่นทอนจิตใจ นั่นคือการตื่นเช้า สวมชุดนักศึกษาหรือชุดเชิ้ตผูกไทที่ดูเป็นทางการ หอบแฟ้มพอร์ตโฟลิโอตระเวนไปสัมภาษณ์งานตามบริษัทต่างๆ และจบลงด้วยการถูกปฏิเสธหรือประโยคคลาสสิกอย่าง ‘แล้วทางเราจะติดต่อกลับไป’ ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ‘ไม่ต้องรอหรอก’ความล้มเหลวซ้ำซากเหล่านั้นค่อยๆ กัดกร่อนความมั่นใจที่เหลืออยู่น้อยนิดของตุลให้ลดลงไปทุกวัน รูปร่างที่อวบอ้วนและแก้มกลมๆ ของตัวเองกลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกเกลียดชังเวลาส่องกระจก เขาเริ่มเก็บตัวอยู่ในห้องเช่าแคบๆ มากขึ้น กินน้อยลงด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าน้ำหนักจะลดลงบ้าง แต่ความเครียดกลับทำให้เขายิ่งบวมน้ำและดูไม่ได้เข้าไปใหญ่โลกแห่งความเป็นจริงของ ‘ไอ้ตุ่น’ ช่างมืดมนและไร้ทางออกแต่ทว่า... ท่ามกลางความมืดมิดเหล่านั้น กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์รอคอยเขาอยู่ในทุกๆ วันหยุดสุดสัปดาห์วันเสาร์และอาทิตย์กลายเป็นช่วงเวลาที่ตุลยากรเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นวันที่เขาจะได้สวมบทบาทเป็น ‘สกู๊ปปี้แบร์’







![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)