Share

ตอนที่ 11

Penulis: Aile'N
last update Tanggal publikasi: 2024-11-17 11:48:27

มาเฟียจ้าวชีวิต

Writer : Aile'N

ตอนที่ 11

มีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป.. แปลกไปอย่างมาก! นั่นก็คือการกระทำของโทโมยะตั้งแต่วันที่มานอนค้างห้องของของขวัญแบบมึนๆ ในวันนั้น เขาก็มักจะมาอีกในคืนถัดไปจนล่าสุดเลยเถิดไปไกล ถึงขั้นเริ่มเรียกให้เธอเป็นฝ่ายไปนอนด้วย.. แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดไปไกล แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร อย่างมากก็แค่กอด.. กอดเหมือนหมอนข้างอย่างที่เขาพูดกรอกหูเธอทุกวัน

ของขวัญเคยถามนะว่าเขาทำแบบนี้ทำไม เหตุผลที่ได้ก็คือเขานอนไม่ค่อยหลับถ้าไม่ได้กอดก่ายอะไรก่อนนอน แน่นอนว่าเธอถามต่อว่าทำไมไม่ซื้อหมอนข้างมากอด และเขาก็ให้เหตุผลแบบมึนๆ มาว่าเพิ่งจะค้นพบว่าการกอดคนตัวอุ่นๆ ด้วยกันมันหลับลึกกว่า (?) เพราะงั้นอีกหนึ่งหน้าที่ของเธอที่เพิ่มเข้ามาก็คือทำตัวเป็นหมอนข้างให้เขากอดนอน

เหตุผลแปลกดี.. แต่ไม่ดีกับหัวใจเธออย่างแรง! เพราะหลังจากวันนั้นที่โทโมยะพาใครมานอนด้วยของขวัญก็เริ่มจะรู้ใจตัวเองแล้วว่าคิดเกินเลยกับเขา! ถึงแม้อาการขุ่นเคืองในตอนเห็นเขาอยู่กับคนอื่นจะถูกท่าทางแปลกๆ ของเขาลบเลือนไปโดยไม่รู้ตัว แต่ความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจที่เธอได้ค้นพบจากเหตุการณ์วันนั้นมันยังคงอยู่ ซึ่งเธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะตัดใจ.. ยังไงก็ต้องตัดให้ได้! แต่ร่างสูงกลับใจร้ายไม่ยอมเอื้อให้เธอทำมันได้สำเร็จ กลับกันนับวันความรู้สึกมันยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ..

คิดดูเอาเถอะว่าจะมีสักกี่คนที่ทนเฉยในสถานการณ์แบบนี้ไหว ต้องมานอนร่วมเตียงกับผู้ชายที่จัดได้ว่า 'สมบูรณ์แบบ' ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไปพอต้องนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆ ผิวเนื้อบดเบียดแนบชิดกับกล้ามเนื้อล่ำๆ สมชายชาตรีของอีกฝ่าย แถมพอตื่นก็มาโดนแอทแทคในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำเกือบทุกวันอีก เป็นใครจะทนเฉยได้อ่ะถามจริง!

ของขวัญคนหนึ่งแหละที่ทนเฉยไม่ได้! เขาหลับสนิทอย่างสบายอารมณ์ในขณะที่เธอกว่าจะหลับได้ในแต่ละวันก็ปาไปค่อนคืน ได้แต่นอนมองใบหน้าคมคายด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่คนเดียวจนดึก และพอนอนดึกก็เป็นเหตุให้ตื่นสายกว่าที่เคย แต่ที่น่าอายกว่าคือไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเห็นสภาพตอนนอนของเธอเป็นแบบไหน จะนอนละเมอหรือน้ำลายยืดบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดแล้วก็น่าอาย!

และจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เองที่ทำให้ของขวัญถูกฉุดลงหลุมที่โทโมยะอาจจะตั้งใจขุดหรือไม่ก็แล้วแต่อย่างโงหัวไม่ขึ้น.. ได้นอนมองหน้าเขาก่อนนอนทุกคืน ถูกกอดจมอกจนถึงเช้า ไม่พอยังได้เห็นภาพชวนใจหวิวทุกวันยามตื่น วันไหนร่างสูงอารมณ์ดีหน่อยก็ถูกเขาเย้าแหย่ให้ต้องเขินอาย แต่ถึงหัวใจจะทำงานหนักและถูกแกล้งให้อายอยู่บ่อยครั้งเธอกลับมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ..

อยากให้เป็นแบบนี้ไปนานๆ เนอะ..

"กลับญี่ปุ่น? พรุ่งนี้น่ะหรอคะ? " ร่างบางเงยหน้าจากจานสเต็กขึ้นถามคนสนิทด้วยใบหน้าเหรอหราตกใจ หลังจากที่ได้ยินเขาบอกว่าพรุ่งนี้โทโมยะจะบินไปทำธุระที่บ้านเกิด ซ้ำยังไม่มีกำหนดกลับที่แน่นอน

"ครับ นายยังไม่ได้บอกน้องขวัญหรอกหรอ" องศาถามกลับด้วยความแปลกใจ เพราะเห็นช่วงนี้เจ้านายกับคนตัวเล็กรู้สึกจะหวานๆ กันอยู่เลยคิดว่าเธอน่าจะรู้เรื่องจากนายเขาแล้ว

"ไม่ได้บอกค่ะ.." คนถูกถามถึงกับชะงัก หน้าตึงเมื่อสิ้นคำ จู่ๆ ก็เจ็บแปลบในอกซ้ายอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรก็แค่ไปทำธุระที่บ้านเกิด ใช่ว่าจะไม่กลับมาเสียเมื่อไร แต่เธอแค่.. หลงคิดว่าได้ขยับใกล้เขาอีกนิดแล้วเสียอีก หรือบางทีเธออาจจะคิดไปเอง ความจริงคือยังยืนอยู่ที่เดิมก็เป็นได้

"สงสัยคงจะบอกวันนี้มั้งครับ ช่วงนี้เห็นนายรีบเคลียร์งานทางนี้ก่อนไป คงยุ่งมากจนลืม" องศาพยายามแก้ตัวให้เจ้านายเมื่อเห็นคนตัวเล็กนั่งซึม

"ช่างเถอะค่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับขวัญสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้" ร่างบางบอกปัดอย่าง (พยายาม) ไม่ใส่ใจ แต่ใบหน้ากลับไม่เป็นไปตามคำพูดเลยสักนิด เธอหลบตาลงมองสเต็กแกะชั้นดีในจานก่อนจับส้อมจิ้มขึ้นมากินต่อ เคี้ยวสองสามทีก็นั่งนิ่งไปเมื่อพบว่ารสชาติมันต่างออกไปจากคำก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง เธอท่าจะอาการหนักจริงๆ เรื่องแค่นี้เอง.. ไม่เห็นต้องรู้สึกอะไรมากมายเลย พอๆ เลิกคิด!

"แต่ระหว่างนี้นายอนุญาตให้พี่พาน้องขวัญออกไปเที่ยวด้วยนะ งบไม่อั้น! " องศารีบพูดดึงความสนใจเข้าเรื่องอื่นอย่างกระตือรือร้นแทน เด็กสาววัยรุ่นอย่างของขวัญไม่สมควรอุดอู้อยู่แต่ในตึกอย่างที่โทโมยะบอกจริงๆ เขาเองก็เห็นด้วยว่าเธอสมควรได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง

"ดีใจที่จะได้เห็นขวัญติดหนี้เพิ่มหรอคะ" เสียงหวานถามเรียบออกไปอย่างหน่ายๆ แค่นี้เธอก็ไม่มีปัญญาใช้คืนแล้วยังจะให้เธอไปผลาญเงินเจ้านายเขาเพิ่มอีก

"โธ่ น้องขวัญ.. พี่บอกแล้วไงครับว่าเงินนั่นนายยกให้ ไม่ได้ให้ยืม งบเที่ยวในครั้งนี้ก็ด้วย อย่าเอาแต่คิดว่าใช้แล้วจะติดหนี้สิครับ" ร่างสูงพยายามอธิบายในสิ่งที่เขาเคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง

"แล้วใครที่ไหนจะยอมยกเงินเป็นสิบๆ ล้านให้คนอื่นฟรีๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนบ้างคะ คนปกติน่ะ" คนฟังไม่เห็นด้วยอย่างแรง ถึงโทโมยะจะให้โดยไม่คิดอะไรแต่คนรับอย่างเธอเล่าจะไม่คิดได้หรอ เงินตั้งสิบล้าน! ถึงจะยังใช้ไม่หมดแต่ก็ได้มาโดยที่ไม่มีสิ่งใดตอบแทนคืนเขา ใครมันจะไปยิ้มรับอย่างยินดีได้

"นายพี่ไงครับ เท่าที่เห็นก็ยังปกติดีนะ" องศารับมุกอีกฝ่ายกวนๆ ก็อาจจะจริงว่าคนปกติที่ไหนจะใจดีให้เงินคนอื่นใช้ฟรีๆ ตั้งสิบล้าน แต่ก็ใช่จะไม่มีคนแบบนั้นนี่นา.. การจะทำแบบนี้ได้ก็ต้องใจดีและรวยมาก! หนึ่งในคนประเภทนั้นก็คือเจ้านายเขานี่แหละ อย่าว่าแต่คนอื่นไม่เข้าใจเลย แรกๆ เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเพราะเกิดในสลัมไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทองอย่างโทโมยะ แต่อยู่ไปนานๆ ก็เห็นจนชินตา

อย่าคิดว่าเป็นมาเฟียแล้วจะโหดโฉดชั่วเหมือนในหนังทุกคนนะ ถึงจะมีธุรกิจสีเทาๆ ภายใต้การดูแลมากมายแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่โทโมยะสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ต้น เขาเพียงเกิดผิดที่.. ดันมาเกิดเป็นทายาทคนโตของแก๊งมาเฟียก็เลยต้องรับช่วงต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็เท่านั้น และอีกด้านที่คนภายนอกไม่เคยรู้คือเขาเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิเพื่อเด็ก สตรี และคนชราในไทยอยู่หลายแห่ง ฉะนั้นอย่าตัดสินคนจากภายนอก!

ของขวัญถอนหายใจอย่างหน่ายๆ ไม่รู้จะเถียงยังไงถึงจะชนะ ดื้อดึงทั้งเจ้านายลูกน้องขนาดนี้! จึงไล่เขาเก็บจานชามออกไปหลังทานมื้อค่ำเสร็จพอดี

ไล่หลังคนสนิทร่างบางก็ย้ายตัวเองจากโต๊ะอาหารไปที่เตียง นั่งคิดไปถึงเรื่องก่อนหน้าที่ยังค้างคาในใจ.. เธอจะคอยดูว่าร่างสูงคิดจะบอกเธอเรื่องไปญี่ปุ่นหรือเปล่า จะไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันเลยนะ! ตอนนอนเขาจะกอดใครนอน แล้วจะนอนหลับไหม จะไปนานแค่ไหน คิดไปคิดมาคำถามก็เยอะแยะเต็มหัวไปหมด..

อารมณ์ขุ่นเคืองหน่อยๆ ที่พยายามห้ามยังไงก็ไม่สำเร็จทำให้ของขวัญนั่งรอใครคนนั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง วันนี้งานของเธอคือทำความสะอาดห้องนอนทั้งสองห้องใหญ่ สภาพร่างกายเลยค่อนข้างล้ากว่างานเมื่อวาน ใจจริงจึงอยากจะนอนพักตั้งแต่หัววัน แต่เพราะอยากรู้ว่าโทโมยะจะบอกเธอเรื่องไปญี่ปุ่นหรือเปล่าเลยยังคงนั่งรออย่างใจเย็น (?)

รออยู่พักใหญ่ในที่สุดใครคนนั้นก็เปิดประตูเข้ามาตามคาด อีกใจก็แอบลุ้นอยู่นะว่าเขาจะมานอนนี่หรือเปล่า ไม่งั้นคงรอเก้อ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ =_=" ร่างสูงในชุดนอนธรรมดาๆ เสื้อยืดกางเกงขายาวแต่โคตรจะดูดีนั้นเดินเข้ามาพร้อมไอแพดคู่ใจที่พักหลังมักจะเห็นเอาติดมือมาทำงานด้วยทุกคืน เขามองมันอย่างสนใจทั้งที่กำลังบุกรุกเข้ามาในห้องคนอื่น ยิ่งทำให้เจ้าของห้องไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ ทำคนอื่นเขากระวนกระวายใจแต่ตัวเองสบายใจเหลือเกินนะ!

"หื้ม? " เสียงต่ำเหินสูงเล็กๆ ดังลึกอยู่ในลำคอหลังเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตากลมโตของคนบนเตียงแล้วถูกหลบตาเบือนหน้าหนีไปนิ่งๆ ความผิดปกติที่อีกฝ่ายแสดงออกชัดทำเขาต้องลดไอแพดลง ก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงอีกฝั่งข้างกัน

"มีอะไรหรือเปล่า" ถามเหมือนไม่ได้สนใจรอฟังคำตอบเพราะมองสบตากลมเพียงนิดสายตาของเขาก็ไปลงกับงานในไอแพดต่อ

"ไม่มีค่ะ แล้วคุณล่ะคะ.. มีอะไรจะบอกขวัญหรือเปล่า" ของขวัญโกหกเสียงแข็งและตะล่อมถามกลับ คิดว่าอย่างน้อยๆ ถ้าเขาบอกตอนนี้ก็จะไม่เคืองเท่าไร ถือว่าให้โอกาสพูดเพราะเขาอาจจะลืมจริงๆ ก็ได้

"ไม่มีหนิ.." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดเหมือนครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธกลับมาตาใสเหมือนไม่มีอะไรที่หลงลืมไปจริงๆ

"งั้นนอนเถอะค่ะ" ร่างบางถอนหายใจและเลือกที่จะตัดบทไปพร้อมกับล้มตัวลงนอนหันหลังให้ งอนเองหายเองก็ได้วะ!

"เฮ้.. โกรธอะไรเนี่ย" โทโมยะหันไปมองตามแผ่นหลังบางอย่างงงๆ ปนสงสัย มองยังไงก็เหมือนว่าเขาจะถูกอีกฝ่ายโกรธแต่ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ว่าแล้วก็โน้มตัวไปจับไหล่เล็กหันมาหา เพื่อจะได้คุยกันดีๆ

"เป็นอะไร ไหนพูดสิ" พอของขวัญถูกจับพลิกกลับไปนอนหงาย โทโมยะก็โน้มตัวลงมาพูดใกล้ๆ ทำให้เธอเริ่มควบคุมตัวเองลำบาก ไม่รู้ว่าจะสนใจคำถามหรือท่าทางล่อแหลมในตอนนี้ก่อนดี

"ว่าไง.. ทำไมหน้างอ" ร่างสูงถามย้ำเมื่อจู่ๆ ร่างบางก็นิ่งเงียบไปเหมือนเครื่องช็อต

"เอ่อ.. เปล่าหรอกค่ะ รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้คุณต้องเดินทางไกล" ของขวัญกะพริบตาถี่ๆ ไล่ความคิดอกุศลในหัวก่อนรีบบอกปัดแบบไม่คิดหน้าคิดหลังจนเผยเรื่องที่แอบเคืองขุ่นอีกฝ่ายอยู่ในใจออกมา

"อืม.. ใช่ องศาบอกเธอแล้วสินะ" คนฟังพยักหน้าพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ ไม่ใช่ว่าลืมบอกแต่ยังไงร่างบางก็ต้องได้รู้จากคนสนิทอยู่ดี ก็เลยไม่รู้จะพูดซ้ำทำไม อีกอย่างเขาก็ไปอย่างกะทันหันไม่ได้มีกำหนดการล่วงหน้ามาก่อน

"ค่ะ จะไปอยู่แล้วขวัญก็เพิ่งจะรู้นี่แหละค่ะ" เสียงหวานที่โอนอ่อนลงกลับมาห้วนอีกครั้ง แล้วปากเจ้ากรรมก็ดันหาเรื่องเข้าตัวโดยไม่ทันได้ฉุกคิด เลยทำให้โทโมยะเข้าใจสักทีว่าถูกงอนเรื่องอะไร

"อ้อ.. เธองอนฉันเพราะเรื่องนี้สินะ" ร่างสูงเอ่ยตาพราว ไม่ได้ถามเพื่อจะเอาคำตอบที่รู้อยู่แล้วแต่ถามเพราะกำลังจับผิดคนปากแข็งที่ชอบพูดอ้อมโลกต่างหาก

"คะ ใครงอนคุณกัน! ? " นั่นไง.. ผิดไปจากที่พูดซะที่ไหน

"หึหึ" ตาคมจ้องคนที่ใบหน้าสวนทางกับคำพูดอย่างขบขัน จ้องแบบตาไม่กะพริบกะจะให้อีกฝ่ายกระสับกระส่ายเขินอายจนสงบไม่ลง

"นอนได้แล้วค่ะ! " พอรู้ตัวว่าเสียรู้ให้เขาอีก อาการง้องอนขุ่นเคืองในตอนก่อนหน้าก็พลันมลายหายไป แทนที่เข้ามาด้วยความอับอายจนต้องรีบตัดบท พลิกตัวหันหลังคลุมโปงหลบหนีดวงตาแพรวพราวคู่นั้นอย่างรวดเร็ว ก็ในเมื่อเก็บอาการไม่อยู่ก็แสดงออกโต้งๆ แบบนี้แหละ ดันทุรังต่อไปก็น่าอายเหลือเกิน

"ที่ฉันไม่ได้บอกเธอก็เพราะคิดว่าองศาจะต้องบอกอยู่แล้ว อีกอย่างมันก็กะทันหัน ไปไม่กี่วันก็กลับ " เสียงทุ้มเอ่ยปนขำเหมือนไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ และไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์เหมือนร่างบางเลยสักนิด มีแต่เธอที่รู้สึกใจหายเมื่อได้รู้ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะไม่ได้นอนด้วยกันอีกหลายคืน

"ค่ะ งั้นก็นอนเถอะ" ของขวัญตอบรับเสียงเรียบเหมือนจะยังไม่พอใจอยู่ แต่เปล่าหรอก.. เธอไม่ได้เคืองอะไรเขาแล้ว เพียงแต่นอยด์ตัวเองมากกว่าที่พอได้เห็นท่าทางการแสดงออกของเขาแล้วรู้สึกว่ามันไม่สมกับสิ่งที่เธอมีให้เลยสักนิด! ก็ตั้งแต่ที่ได้มาอยู่ใกล้ชิดกันกว่าเคยเธอก็รู้สึกกับโทโมยะมากขึ้นทุกวัน ในขณะที่เขายังคงเฉย.. ไม่รู้สึกอะไรได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย มีแต่เธอที่รู้สึกไปเองฝ่ายเดียว..

วันต่อมา..

หลังจากที่เมื่อคืนนอนคิดเยอะจนเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาในยามเช้าของขวัญก็ไม่เห็นร่างสูงในสภาพล่อแหลมเหมือนทุกวัน ได้ฟังจากปากองศาว่าเจ้านายเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าแล้ว คงจะเป็นธุระด่วนล่ะมั้ง แต่จะรีบอะไรขนาดนั้น อย่างน้อยๆ อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนก็น่าจะดี นี่ไม่ได้เห็นหน้าก่อนจากเลย.. อ่า นี่เธอคิดมากอะไรอยู่เนี่ย เขาไปแค่ไม่กี่วันนั่งซึมเหมือนไปแรมปี ท่าจะอาการหนักจริงๆ นั่นแหละ

"คิดไว้หรือยังครับว่าอยากไปไหน พี่จะพาไป" องศาถามขึ้นอย่างกระตือรือร้นหลังมื้ออาหารเช้า จุดประสงค์ก็คือจะพาเธอเที่ยวอย่างที่เคยบอก แต่ของขวัญไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยสักนิด เธอไม่มีที่ไหนที่อยากไปด้วยไม่ใช่คนชอบเที่ยวเท่าไร เมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่วันหยุดก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้ออกไปเที่ยวเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นเพราะรู้สึกว่าต้องประหยัดเงินช่วยแม่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งอยู่บ้านมันก็สบายดีนะ ทั้งได้พักผ่อนและมีเวลาทบทวนบทเรียน ไม่ต้องไปเร่งอ่านเอาตอนจะใกล้สอบ แบบนี้ดีกว่าออกไปเสียเวลาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ตั้งเยอะ

"อืม.. ขวัญอยากไปวัดค่ะ อยากทำบุญให้พ่อแม่ และถือโอกาสไปเยี่ยมอัฐิพ่อด้วย" นึกคิดอยู่ครู่หนึ่งดวงตากลมโตก็เปล่งประกายขึ้นมา หลังนึกขึ้นได้ว่าตอนพ่อเสียแม่เก็บอัฐิพ่อไว้ที่วัด ไม่ได้เก็บกลับมาไว้บ้านเหมือนที่เธอทำกับกระดูกแม่ เป็นเพราะมัวแต่เสียใจและยังเด็กเลยไม่ค่อยรู้เรื่องพิธีกรรมทางนี้เท่าไร ตอนจัดงานศพแม่พราวก็เป็นคนจัดการทุกอย่างให้

หลังสิ้นคำบอก.. หนึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งคู่ก็ได้มาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ร่างบางยืนมองรูปพ่อหน้าที่เก็บอัฐิด้วยความคิดถึง เธอบุญน้อยมากที่ไม่ทันได้ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่พวกท่านก็มาด่วนจากไปเสียก่อน เรียกได้ว่าเธอมีชีวิตอยู่อย่างไร้ประโยชน์.. ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยู่ต่อไปทำไม อยู่ไปก็เป็นภาระของคนอื่น

"พะ พ่อ.. ฮื่ออออออ ฮื่อๆ ๆ " หลังจุดธูปวางดอกไม้ของขวัญก็ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้หน้าอัฐิพ่ออย่างไม่อายคนที่มาด้วย เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจนั้นสะเทือนใจองศาไม่ใช่น้อยเพราะถึงแม้จะรู้จักกันได้ไม่นานเขาก็ผูกพันกับร่างบางเสมือนเป็นน้องสาวอีกคนหนึ่งไปแล้ว ท่าทางน่าสงสารนั้นไม่ว่าใครก็ต้องอดสงสารไม่ได้อย่างแน่นอน แต่จะทำยังไงได้.. ในเมื่อเกิด แก่ เจ็บ ตายมันเป็นเรื่องธรรมดา คนตายก็ตายไปแต่คนที่ยังอยู่จะต้องทำใจและดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้

"ทำใจเถอะครับ ถ้ายังยึดติดเดี๋ยวพวกท่านจะจากไปอย่างไม่สงบนะ พี่เองก็คนหนึ่งที่อยากเห็นน้องขวัญยิ้มมากกว่าร้องไห้" องศานั่งยองๆ ลงข้างกัน มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กเบาๆ พลางเอ่ยปลอบเสียงอ่อนโยน คำพูดของเขาทำคนร้องพอจะได้สติขึ้นมาบ้าง.. เธอพยายามจะหยุดเสียงสะอื้นและน้ำตาแต่ก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะหยุดได้

"พี่ว่าเราไปทำบุญให้พวกท่านกันดีกว่านะครับ" องศาชวนพร้อมกับประคองร่างบนพื้นขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างบางก้มหน้าปาดน้ำตาเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของเธอ ก่อนจะเดินตามกันไปถวายสังฆทานกรวดน้ำให้พ่อแม่ เสร็จจากนั้นก็ไปปล่อยนกปล่อยปลาให้อาหารสัตว์ด้วยกัน องศาไม่ได้ชวนของขวัญคุยเลยสักคำ แต่ปล่อยให้เธอสงบจิตสงบใจไปพร้อมกับการทำสิ่งเหล่านั้นอย่างเงียบๆ ก่อนจะพากันกลับเมื่อถึงเวลาที่สมควร..

อีกฝากหนึ่งของท้องฟ้า...

ไม่กี่ชั่วโมงกับการนั่งเครื่องบินส่วนตัว ในที่สุดโทโมยะก็มาถึงแผ่นดินเกิดอย่างปลอดภัย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทหรูทับด้วยเสื้อโค้ทตัวใหญ่ยาวถึงหน้าแข้ง กรอบหน้าหล่อขรึมถูกบดบังไปเกือบครึ่งด้วยแว่นกันแดดราคาแพงก้าวลงมาจากรถที่ไปรอรับมาส่งที่บ้านด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย สุขุมมั่นคงเหมาะสมกับตำแหน่งทายาทแก๊งคาชิมะรุ่นที่เก้าอย่างไม่มีข้อกังขา

เรียวขายาวเหยียดก้าวเดินเข้าไปในบ้านท่ามกลางลูกน้องที่มารอต้อนรับเป็นแถวยาวอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าคมเที่ยงตรงมองไปข้างหน้าไม่วอกแวกต่อสิ่งใด แม้บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นหลังใหญ่นี้จะมีห้องหับและทางแยกนับไม่ถ้วนแต่สองขาที่กำลังก้าวเดินยังคงคุ้นชินเป็นอย่างดี จุดหมายปลายทางคือห้องที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน ที่แห่งนั้นเปรียบเป็นดั่งศูนย์กลางของแก๊งเช่นเดียวกับสถานะของเจ้าของห้อง

ครืน..

ประตูไม้เนื้อดีถูกเลื่อนออกอย่างเบามือก่อนที่ร่างสูงจะหายเข้าไปเพียงลำพัง ทิ้งคนสนิทและคนติดตามไว้ข้างนอก เช่นเดียวกับคนข้างในที่รู้ตัวว่าไม่เกี่ยวข้องก็รีบกุลีกุจอเก็บข้าวของเดินออกไป

"...เป็นยังไงบ้างครับ" หลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยที่มีสายอะไรต่อมิอะไรระโยงระยางพ่วงกับร่างบนเตียงเต็มไปหมด เสียงต่ำแหบพร่ากว่ายามปกติก็เอ่ยถามออกมาเรียบนิ่ง เหมือนจะไม่รู้สึกอะไรแต่ลึกลงไปในแววตามีระลอกคลื่นที่วูบไหวเมื่อได้เห็นสภาพล่าสุดของบุคคลที่ชื่อว่าเป็น.. พ่อ

"คง.. ใกล้.. ตาย.." เสียงตอบกลับเบาหวิวตามอาการที่เริ่มทรุดหนักแต่หากยังฟังดูหยิ่งทระนงในตัวเองไม่ลดรา ถ้าถามว่าชายผู้เป็น 'อดีตหัวหน้าแก๊ง' ในวัยห้าสิบปีที่เคยแข็งแรงองอาจสมตำแหน่งทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ บอกเลยว่ายาว! เล่าสามวันสามคืนคงไม่จบ เอาเป็นว่าสรุปให้ฟังสั้นๆ ง่ายๆ เลยว่า 'กรรมตามสนอง'

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อ.. เป็นสามี.. แต่คนๆ นี้นั่นแหละที่ทำให้อาการป่วยของแม่เขาทรุดหนักจนเสียไปในที่สุด แต่แทนที่เขาจะเสียใจสักนิดกับอาการป่วยหรือการจากไปของภรรยากลับมัวไปเริงร่าอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แถมยังพาเข้ามาเชิดหน้าชูตาอยู่ในบ้านอย่างเปิดเผย ความมัวเมาในกิเลสตัณหาทำให้ขาดสติ! กว่าจะรู้ตัวว่าผู้หญิงพวกนั้นเป็นนางนกต่อที่พวกศัตรูส่งมาแก๊งคาชิมะก็แทบจะล่มสลาย ยังดีที่ได้ฝ่ายพันธมิตรยื่นมือเข้ามาช่วยแลกกับการบีบบังคับให้เจ้าตัวสละตำแหน่งมาให้เขารับช่วงต่อ..

นับจากนั้นคนที่เขาเคยเรียกว่าพ่อเมื่อนานมาแล้วก็เหมือนจะสติแตก วันๆ กินแต่เหล้าไม่ทำอะไรจนสิ่งที่กินเข้าไปมันย้อนกลับมาทำร้ายกัดกินอวัยวะภายในจนเรื้อรังไร้หนทางรักษา.. ที่เขากลับมาในครั้งนี้ก็เพราะหมอประจำตระกูลโทรไปบอกหรอกว่าคนๆ นี้จะอยู่ได้อีกไม่นานเพราะอาการทรุดหนักจนหมดปัญญาจะยื้อชีวิตต่อไปได้อีก มาดูใจสักหน่อยก็ได้.. อย่างน้อยๆ อีกฝ่ายก็เป็นคนทำให้เขาเกิดมา แม้จะไม่ได้เกิดจากความรักก็เถอะ..

..

..

..

..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 27 (ตอนจบ)

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 27 (ตอนจบ) เป็นเวลากว่าสามเดือนที่โทโมยะและของขวัญใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยเจตนารมณ์ของเขาที่หมายมั่นจะสละตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคาชิมะให้ผู้เป็นน้องชาย เมื่อเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปเวลาที่เหลือเขาจึงเริ่มเดินหน้าสอนงานน้องอย่างเต็มกำลังและขีดเส้นตายไว้ว่าภายในสองปีทาคิยะจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับให้ได้ นั่นทำให้อีกฝ่ายแอบมาโอดครวญให้ร่างบางฟังบ่อยๆ ว่าผู้เป็นพี่เคี่ยวเข็ญอย่างกับจะพาไปแข่งโอลิมปิก ได้ยินแล้วก็ขำแต่คงจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากคอยรับฟังหลังช่วงทดลองงานสามเดือนของทาคิยะผ่านพ้นไปทั้งคู่ก็บินกลับประเทศไทย ปล่อยให้ว่าที่ผู้นำคนต่อไปหยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ไม่เชิงว่าโดดเดี่ยวเพราะเขามีทั้งคนสนิทและผู้ช่วยมือดีหลายคน ด้วยเหตุนี้งานของคาชิมะที่โทโมยะทำอยู่เลยพลอยลดน้อยลงไปด้วย แม้ไม่ถึงกับหมดแต่เขาก็มีเวลาเหลือพาของขวัญไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาตามที่เคยสัญญากันไว้ในตอนก่อนไปญี่ปุ่น เขาพาเธอไปไหว้พ่อแม่เขาเธอเองก็พาเขาไปไหว้พ่อแม่เธอเหมือนกันเรียกได้ว่าชีวิตในช่วงนี้ดี๊ดีและมีความสุขแบบสุดๆ แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์ประมาณว่าขอเป็นแฟนหรือบอ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 26

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 26โชคดีที่ของขวัญไม่ได้ถูกร่างสูงกินแทนข้าวเย็นเพราะแค่รอบเดียวในบ่อน้ำพุช่วงล่างก็เจ็บเสียดจนกลายเป็นคนเดินช้าและเดินนุ่มนวลไปแบบเขินๆ อย่างในตอนนี้ที่กำลังเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องอาหารก็มีหลายครั้งที่เขาต้องชะลอฝีเท้าเพื่อให้เธอตามทัน แน่นอนว่าเขารู้ถึงสาเหตุวัดได้จากสายตาวาววับที่มองมาเดิมทีของขวัญคิดว่าเพื่อนร่วมโต๊ะทานมื้อค่ำจะมีแค่ทาคิยะคนเดียว รวมเธอกับร่างสูงก็เป็นสามคน แต่พอประตูไม้เนื้อดีถูกเลื่อนออกถึงได้รู้ว่าบรรยากาศมันผิดจากที่คิดไว้มาก ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่นี้มีจำนวนบุคคลด้านในไม่ต่ำว่าสิบคน!ทุกคนล้วนอยู่ในชุดสบายๆ อย่างยูกาตะและล้วนเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะมีอายุ.. เสียงพูดคุยกันอย่างออกรสชาติในตอนก่อนหน้าเงียบกริบลงไปในทันทีที่โทโมยะพาเธอเข้ามา ทุกสายตาไม่ได้ผ่านการนัดหมายแต่พวกเขาพากันมองผู้มาใหม่ทั้งสองสลับกันอย่างพร้อมเพรียง"อ้าวพี่ มาๆ มานั่งนี่เลยครับ" ทาคิยะเป็นคนดึงความสนใจของทุกคน เขารีบลุกจากเบาะรองนั่งนุ่มๆ บนพื้นมานำทางให้ทั้งคู่ไปนั่งลงบนหัวโต๊ะที่ได้จัดเตรียมที่ทางไว้ให้ตั้งแต่แรก สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้อง

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 25

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 25"อะ อื้ม~" ท้ายทอยเล็กถูกมือใหญ่รั้งเข้าหา ประกบจูบลงไปบนริมฝีปากแดงเรื่อ ดูดซับความนุ่มนิ่มที่ด้านนอกเบาๆ ก่อนสอดแทรกเรียวลิ้นคว้านลึกเข้าไปข้างใน ร่างบางเปิดปากให้อย่างรู้หน้าที่ แม้จะยังไม่ประสาแต่ก็สมยอมตอบรับสัมผัสของร่างสูงด้วยความเต็มใจทุกครั้งเผลอไผลไปกับรสจูบครู่เดียวร่างเพรียวบางก็ถูกยกตัวลอยเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมตักในสภาพล่อแหลมยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่วางลงบนสะโพกอวบ บีบเคล้นเบาๆ ก่อนลูบไล้ขึ้นมาตามเอวคอดกิ่วจนถึงแผ่นหลังเนียนนุ่ม ชั่วอึดใจก็กอดรั้งคนบนตักเข้ามาแนบชิด บดเบียดร่างกายเข้าหากันจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทรวงอกอวบขาวเบียดชิดแผงอกล่ำ หน้าท้องแบนราบแนบแน่นไปกับลอนซิกแพค ช่วงล่างแข็งขืนเสียดสีอยู่กับช่องทางอ่อนนุ่มที่ยังคงปิดสนิท วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางขยับโยกตัวเธอขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ.. จงใจให้อะไรๆ มันบดเบียดพอให้หวาดเสียวท้องน้อยเล่นๆ"อะ อ๊ะ อื้อ.." หลังถูกครอบครองไปหลายต่อหลายครั้งในที่สุดริมฝีปากบางที่เริ่มบวมเจ่อก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ ของขวัญรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย สองมือจิกเกร็งอยู่บนไหล่กว้างเมื่อเขาเปลี่ย

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 24

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 24หลังจากปลดคาวามูระและพรรคพวกออกจากตำแหน่งโทโมยะก็ค่อนข้างจะวุ่นๆ นิดหน่อยเพราะต้องเรียกตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและทำการปรับเปลี่ยนหัวหน้าเขตคนใหม่เข้ามาดูแลแทน รวมทั้งทำการรื้อระบบเก่าที่อีกฝ่ายเคยจัดการดูแลทิ้งแล้ววางระบบใหม่เข้าไปแทนที่ รวมๆ แล้วหลายปีที่ผ่านมาคาชิมะถูกมันโกงกินไปไม่น้อย ยังไม่รวมเรื่องที่แอบค้ายาและค้ามนุษย์พื้นที่ที่เป็นกฎต้องห้ามของแก๊งอีกตอนแรกก็สงสัยว่าคนๆ เดียวที่ภรรยาจากไปนานแล้วมีภาระแค่ส่งเสียลูกสาวเรียนเมืองนอกแค่คนเดียวมันจะจำเป็นต้องใช้เงินมากอะไรขนาดนั้น แต่พอขุดไปขุดมาถึงได้รู้ว่ามันติดการพนัน ติดเหล้าติดยาและติดผู้หญิงอย่างหนัก เงินที่ได้ไปก็เอาไปลงกับอบายมุขพวกนั้นทั้งหมด ลูกแทบจะไม่เหลียวแล!แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย หลังจากที่ถูกพาตัวไปขังไว้ในคุกมืด.. สถานที่ที่มีไว้เพื่อกักขังคนทรยศ สองวันให้หลังร่างสูงก็ได้รับรายงานว่าผู้เป็นอาได้หลบหนีความผิดด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอตัวเองกับลูกกรงสิ้นใจก่อนที่จะโดนเจ้าทาคิยะสำเร็จโทษไปก่อนแล้ว สภาพศพไม่น่าดูเท่าไรเพราะก่อนหน้านั้นคนของเขาที่สั่งให้คอยเฝ้าหน้าค

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 23

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 23"ฮ่าๆ ๆ เงินตั้งห้าสิบล้าน พี่แกยังกล้าโอนมาให้ฉัน ง่ายๆ แลกกับชีวิตไร้ค่าของแก ไม่น่าเชื่อ.. ฉันอุตส่าห์เป่าหูพวกแกให้เกลียดกันเพื่อหวังจะให้พวกแกหันมาฆ่ากันเอง แต่แม่งคงจะไม่มีวันนั้น.. เพราะแกมันโง่ทาคิยะ! แกมันขี้ขลาด! เหอะ คนแบบนี้น่ะหรออยากจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง ถุ้ย! ฝันกลางวันอยู่หรือไงไอ้เด็กเหลือขอ! " เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาด้วยความสะใจเมื่อลูกน้องเข้ามารายงานว่าได้รับเงินเรียกค่าไถ่จากหลานชายคนโตเรียบร้อย ก่อนที่น้ำเสียงหยามเหยียดจะพ่นคำดูถูกใส่หลานชายคนเล็กพร้อมกับยืนจ้องมองด้วยสายตาเกลียดชัง"สารเลว.. พวกผมเป็นหลานของอานะ! " คนที่ถูกจับมัดนั่งบนเก้าอี้ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโชกขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด ถามหาความเมตตาลมๆ แล้งๆ จากคนที่มีสายเลือดร่วมกันครึ่งหนึ่งด้วยความเจ็บใจ กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือชำระความแค้นก็เสียรู้จนหมดสภาพ"หลานหรอ ฮ่าๆ ๆ ฉันนับญาติกับพวกแกที่ไหนกันเล่า ฉันเกลียดไอ้คาสึยะพ่อของแก เกลียดแก เกลียดพี่ชายของแก! พวกแกมันมารชีวิต! ถ้าไม่มีพวกแกทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเป็นของฉัน!! " คาวามูระระเบิดอารมณ์

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 22

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 22"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าไม่ดีเลย" องศาถามขึ้นในตอนที่เดินทางกลับ เพราะคนตัวเล็กนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหารตามสั่งของพราวแล้ว สีหน้าก็ดูจะไม่สู้ดีนัก"เปล่าค่ะ ก่อนกลับพี่องศาพาขวัญแวะทำบุญหน่อยนะคะ" ของขวัญบอกปัดอย่างที่คิด แต่คนฟังก็ไม่ได้เซ้าซี้จะรู้ให้ได้ ทำเพียงพยักหน้ารับและแวะเข้าวัดตามคำสั่งเมื่อได้ทำบุญจิตใจที่ว้าวุ่นของร่างบางก็พอจะสงบลงมาได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังแอบคิดอยู่.. ก็เรื่องของแป้งนั่นแหละ ไม่เชิงว่ารู้สึกผิดไปเสียทีเดียว แต่เป็นความสงสารและเห็นใจมากกว่า ในฐานะคนที่เคยแอบรักเขามาเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้กรณีของเธอก็ยังไม่เรียกว่าสมหวังนะ แค่ก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น.."นี่.." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกสติคนเหม่อให้หันมามอง แล้วก็ต้องแปลกใจว่าอีกฝ่ายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกตัว.."..มาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย" เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วของขวัญก็ต้องตกใจซ้ำอีก เพราะร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน เธอควรจะรู้สึกตัวบ้างเวลาพื้นโซฟามันยุบตามน้ำหนักเขา นี่ต้องเหม่อขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย.."ก็นานพอที่จะ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 4

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 4ร่างบางถูกพามาที่ตึกสูงแห่งหนึ่ง.. มองเผินๆ ก็เหมือนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วไป ต่างกันตรงที่มันตั้งอยู่ในซอยลึก พื้นที่โดยรอบเงียบสงบแม้แต่หมาแมวสักตัวก็ยังไม่ผ่านมาให้เห็นบางบริษัทอาจจะมีป้อมยามรักษาการเฝ้าอยู่ข้างหน้าคอยตรวจคนเข้าออก แต่ที่นี่ไม่มี.. ด้านนอ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 3

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 3ของขวัญถูกพามาส่งถึงหน้าบ้านตามคำสั่งของใครคนนั้น สิ่งแรกที่ทำหลังจากเข้าบ้านมาก็คือเปิดประเป๋าดูเงินสิบล้านด้วยความกระอักกระอ่วนระคนดีใจ เพราะมันเยอะมากจริงๆ แถมได้มาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรตอบแทนคนให้เลยสักอย่าง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากๆ เธอได้แต่นิ่งอึ้งผสมป

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 2

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 2วันต่อมาของขวัญก็ยังไปทำงานตามปกติ เธอยังไม่ได้ลาออกเพราะยังเหลืออีกตั้งสี่วันกว่าจะถึงวันศุกร์เลยตัดสินใจทำงานต่อด้วยความเสียดายค่าแรงวันที่เหลือ แต่ก็ได้เกริ่นๆ บอกผู้จัดการไว้แล้วว่าจะขอลาออกวันพฤหัสฯ นี้ อีกฝ่ายตกอกตกใจเสียยกใหญ่เพราะรู้สึกเสียดายคนขยันท

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 1

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 1"เอ้า ข้าวเย็นหมดแล้วขวัญ มัวแต่เหม่อ เป็นอะไรหื้ม? "เสียงหนึ่งทักขึ้น ดึงสติคนเหม่อที่กำลังนั่งถือช้อนส้อมค้างอยู่กลางอากาศนานหลายนาที ดวงตากลมสวยเหม่อลอยเศร้าสร้อยแปลกๆ จน 'พราว' อดเดินเข้ามาทักไม่ได้เพราะ 'ของขวัญ' เป็นลูกค้าประจำของร้านอาหารตามสั่งของเธ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status